Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 61

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 61
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

หลังจากเสียงดังกึกก้องของประทัด พลบคํ่าก็ถึง

เวลาที่เกี้ยวเจ้าสาวจะต้องถูกแบกเข้ามาใน

ตระกูลหลัว เจ้าสาวอุ้มโถนํ้าก้าวข้ามกระถางไฟ

ก่อนมีญาติพี่น้องคอยประคองพาเข้าไปในห้อง

โถงกลางเพื่อทำพิธีกราบไหว้ฟั้าดิน

อี๋หนิงยืนอยู่ตรงประตูของห้องโถงกลาง มอง

เจ้าสาวเดินเข้าประตู

ตั้งแต่ท่านย่าจากไป ห้องโถงกลางก็ไม่ค่อยได้เปิด

ประตูอีก ยามนี้ในห้องประดับประดาด้วยผ้าไหม

สีแดง ติดอักษรมงคล ทว่านางรู้สึกว่าข้าวของใน

ห้องนี้เริ่มเสื่อมโทรมลงแล้ว

หลัวอี๋ซิ่วเดินย่องมาจากด้านนอก ถามนางว่า

อยากจะไปดูการแสดงที่ลานด้านหลังหรือไม่

ที่ลานด้านหลังมีการเชิญคณะการแสดงมาขับร้อง

เล่นละคร หลังผ่านพิธีคำนับฟั้าดินก็จะมีการ

แสดงมงคล ยามนี้เสียงฆ้องกลองเริ่มบรรเลงขึ้น

แล้ว

อี๋หนิงไปที่ลานด้านหลังพร้อมกับนาง มีสาวใช้

เดินยกถาดมงคลซึ่งมีก้อนนํ้าตาลมงคลกับลำไย

แห้งผ่านมา หลัวอี๋ซิ่วหยิบมากำหนึ่ง ก่อนยัดใส่

มืออี๋หนิง ส่วนตัวนางเองก็กำมาอีกกำมือหนึ่ง

เมื่อเฉินซื่อเห็นพวกนางก็เรียกให้เข้าไปนั่ง ยิ้ม

พลางถามหลัวอี๋ซิ่ว “เห็นพี่สะใภ้คนใหม่ของเจ้า

หรือยัง”

หลัวอี๋ซิ่วปอกลำไยแห้งพลางเอ่ย “มีผ้าคลุม

ศีรษะปิดอยู่ ข้าจึงมองออกเพียงอ้วนผอม” นาง

เบือนหน้าไปมองอี๋หนิง “เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร”

อย่างไรพรุ่งนี้ก็ต้องได้พบ ช้าเร็วย่อมรู้ ได้ยินมา

ว่าบุตรีของใต้เท้าโจวมีรูปโฉมไม่เลว

อี๋หนิงจึงกล่าว “อ่อนโยนดูสำรวม”

หลินไห่หรูให้คนมาเชิญนางไป กล่าวว่าท่านปั้า

สะใภ้ของนางเพิ่งจะมาถึงอี๋หนิงฟังแล้วก็ได้แต่

หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ผู้ที่รับคำสั่งมาก็บอก

ได้ไม่ชัดเจนว่าเป็นท่านปั้าสะใภ้คนใดกันแน่! นาง

มีท่านปั้าสะใภ้สองคน

เมื่อหลัวอี๋ซิ่วได้ยินก็ดีใจ “ท่านปั้าสะใภ้ของเจ้า

มาอย่างนั้นหรือ”

เฉินซื่อต้องคอยดูแลเวทีการแสดงที่นี่ บรรดาฮู

หยินที่มียศถาบรรดา-ศักดิ์ทั่วทั้งเมืองเปั่าติ้งล้วน

มาชมการแสดงอยู่ตรงลานนี้! ดังนั้นนางจึงไม่อาจ

ปลีกตัวไปต้อนรับ หลัวอี๋ซิ่วถามอี๋หนิงด้วยรอยยิ้ม

“หรือจะให้พี่หญิงห้าไปเป็นเพื่อนเจ้า”

อี๋หนิงจึงทำได้เพียงพาหลัวอี๋ซิ่วไปด้วย ระหว่าง

ทางยังไม่ลืมกำชับนาง“อย่าได้พูดมากความ ข้า

เองก็ไม่ค่อยได้พบท่านปั้าสะใภ้”

หลัวอี๋ซิ่วผงกศีรษะเป็นสัญญาณว่ารับรู้ จับแขน

เสื้อของอี๋หนิงตามไปยังเรือนหลัก หลินไห่หรู

กำลังกล่าวทักทายปราศรัยอย่างไม่ค่อยชำนาญ

นัก“…จิ่งหมิงเด็กคนนี้เฉลียวฉลาด ถ่อมตนดุจ

หยก ข้ากำลังให้หลินเม่าเรียนรู้จากเขาให้มาก”

อี๋หนิงยอบกายคารวะหลินไห่หรู ข้างกายหลินไห่

หรูมีสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่ สวมอาภรณ์สีเขียวนํ้า

ทะเลสาบ ท่าทางไม่ธรรมดาสามัญ เพียงมองก็รู้

ได้ทันทีว่านางกับกู้จิ่งหมิงมีความคล้ายคลึงกันอยู่

หลายส่วน เมื่อนางเห็นอี๋หนิงก็ตื่นเต้นขึ้น

เล็กน้อย ดึงอี๋หนิงมาด้านหน้าเพื่อมองพินิจ “อี๋ห

นิงหรือ”

อี๋หนิงผงกศีรษะ กล่าวทักทายท่านปั้าสะใภ้ ขอบ

ตาของกู้ฮูหยินแดงเรื่อ “ปีที่ฮูหยินผู้เฒ่าจากไป

ข้าก็อยากมา ทว่าปั้าสะใภ้รองของเจ้ากลับ

ตั้งครรภ์ ในจวนไม่อาจขาดคนจึงทำได้เพียงให้

ท่านลุงของเจ้าเดินทางมาอี๋หนิง เจ้าสบายดี

หรือไม่”

ปีนั้นยามที่กู้หมิงหลานยังไม่ได้ออกเรือน ฮูหยินกู้

ก็เป็นคนเลี้ยงดูนางจนเติบใหญ่ ด้วยเหตุนี้จึงมี

ความรู้สึกลึกซึ้งมากกว่าปกติ ต่อมากู้หมิงหลาน

ให้กำเนิดอี๋หนิง ก่อนจะตรมทุกข์จนสิ้นใจ

ตระกูลกู้กับตระกูลหลัวจึงไปมาหาสู่กันน้อยครั้ง

มาบัดนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลถึงได้ดู

ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

อี๋หนิงไม่คุ้นเคยกับฮูหยินกู้เท่าไรนัก เพียงมอง

ดวงหน้าอบอุ่นของนางก่อนจะคลี่ยิ้มพลางเอ่ย

“เจ้าค่ะ”

หลัวอี๋ซิ่วก้าวเข้าไปคารวะฮูหยินกู้ ฮูหยินกู้มอบ

ปินทองให้นางอันหนึ่งเป็นของขวัญแรกพบ

ดวงตาของหลัวอี๋ซิ่วกลอกกลิ้ง ก่อนพูดว่า “เมื่อ

ครู่ข้าได้ยินว่าพี่ชายสามกับญาติผู้พี่กู้กำลังเขียน

อักษรกันอยู่ที่กลางเรือน มีท่านพ่อของข้าคอยดู

อยู่ด้านข้าง ไม่รู้ว่าพวกเขาเขียนเป็นอย่างไรบ้าง”

ฮูหยินกู้ได้ยินชื่อเสียงของหลัวเซิ่นหย่วนมานาน

ชื่อเสียงของเขานับว่าเลื่องลือในอาณาเขตเหนือ

“หากเปรียบกับเจี่ยหยวนแล้ว กู้จิ่งหมิงยังถือว่า

ขาดความรู้” ฮูหยินกู้ยิ้มให้หลินไห่หรู “เป็นเจ้าที่

สั่งสอนได้ดี”

หลินไห่หรูยิ้มอย่างแข็งทื่อ “ที่ใดกัน ที่ใดกัน”

นางไม่ค่อยคุ้นชินกับวิธีการสนทนาปราศรัยของ

เหล่าฮูหยินตระกูลขุนนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ

ผู้ที่มีทั้งความรู้และมารยาทเช่นนี้

อี๋หนิงรู้สึกว่าหลินไห่หรูรับมือกับท่านปั้าสะใภ้ได้

ไม่ดีนัก จึงช่วยนางคลี่คลายสถานการณ์ “มิสู้

พวกเราไปดูพี่ชายสามกันเถิดเจ้าค่ะ”

ประจวบเหมาะยิ่งนัก นางจะได้ให้หลัวเซิ่นหย่วน

พบกับท่านปั้าสะใภ้ตระกูลกู้เป็นตระกูลขุนนางที่

ได้รับความโปรดปรานมายาวนานถึงสามชั่วอายุ

คนอี๋หนิงขบคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ยามนี้เป็นปีจื

อเต๋อที่สิบหก ห่างจากปีที่ฮ่องเต้องค์ใหม่จะขึ้น

ครองราชย์ไม่ถึงหนึ่งปี หลังการขึ้นครองราชย์

ของฮ่องเต้องค์ใหม่ ราชสำนักจะเกิดการ

เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลกู้ตระกูล

หลัว หรือตระกูลขุนนางอื่น ๆ ล้วนได้รับ

ผลกระทบ

ฮูหยินกู้บังเกิดความใคร่รู้ในตัวของหลัวเซิ่นหย่วน

มาช้านาน

ฮูหยินกู้จับมือของอี๋หนิงไว้ตลอดทาง ถามคำถาม

นางมากมาย ถามว่าอ่านตำราทั้งสี่[1] แล้วหรือ

ยัง เมื่ออี๋หนิงตอบว่าอ่านหมดแล้ว นางก็ลูบ

ศีรษะของอี๋หนิงด้วยความเอ็นดู “เด็กดี การรํ่า

เรียนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

หลินไห่หรูทำได้เพียงยืนลูบกำไลทองด้วยสีหน้า

ไม่บ่งบอกอารมณ์อยู่ด้านข้าง สิ่งเดียวที่นาง

สามารถมอบให้อี๋หนิงได้ก็คือเงินทอง สิ่งของต่าง

ๆส่วนเรื่องเรียนหนังสืออะไรนั่น ให้เป็นเรื่อง

กังวลของพี่ชายสามของนางเถอะ!

บรรดาสตรีกำลังรับชมการแสดงอยู่ที่ลาน

ด้านหลัง ในโถงบุปผาด้านข้างของตระกูลหลัวมี

ชายหนุ่มหลายคน หลัวเซิ่นหย่วนกำลังเขียน

‘อารัมภกถาบทกวีหลานถิง[2] กู้จิ่งหมิงกำลัง

เขียน ‘บทกวีฉือปีฟูั่[3]’ ทั้งสองคนต่างใช้

ตัวอักษรก่วนเก๋อ หลัวซานหย่วนกับหลินเม่ายืน

อยู่ด้านข้าง ทว่าหลินเม่ากลับใช้ตัวอักษรโซ่วจิน

เมื่อกู้จิ่งหมิงเห็นฮูหยินกู้ก็ขานเรียกท่านแม่ เขา

แนะนำหลัวเซิ่นหย่วน“ท่านนี้ก็คือฉงเจีย เจี่ย

หยวนแห่งอาณาเขตเหนือ พี่ชายสามของอี๋หนิง

ขอรับ”

อี๋หนิงได้ยินก็รู้สึกประหลาดใจ จากนั้นถึง

ตระหนักได้ว่าฉงเจียก็คืออีกนามหนึ่งของ

หลัวเซิ่นหย่วน อาจเป็นนามที่ใต้เท้าซุนตั้งให้

นางมองสีหน้าเรียบเฉยของหลัวเซิ่นหย่วน ในใจ

ลอบทวนคำว่าฉงเจียฉงเจีย…รู้สึกว่านามนี้ เมื่อ

อ่านออกมาก็ลื่นไหลไม่น้อย

หลัวเซิ่นหย่วนพบฮูหยินกู้ ฮูหยินกู้มองเขาด้วย

สายตาเปียมไปด้วยความชื่นชม ทั้งสองคน

สนทนาปราศรัยกันอย่างลื่นไหล ทว่าเพิ่งกล่าวไป

ได้เพียงสองประโยค หลัวเฉิงจางก็ส่งคนมาเรียก

หลัวเซิ่นหย่วนให้ไปพบท่านลุงที่มาจากแดนไกล

หลัวเซิ่นหย่วนจึงทำได้เพียงกล่าวอำลา ก่อนจะ

จากไปเขายังพูดกับอี๋หนิงว่า “เหมยเหมย เจ้า

อย่าได้อยู่เล่นจนดึกนัก”

อี๋หนิงกับหลัวอี๋ซิ่วกำลังปอกลำไยแห้งกิน นาง

ผงกศีรษะเป็นเชิงรับคำก่อนจะส่งเขาจากไป เหตุ

ใดพอเขากลับมาก็เริ่มควบคุมนางอีกแล้วเล่า

จากนั้นหลินเม่าก็เดินเข้ามา บีบแก้มอี๋หนิงพลาง

ถามนาง “เมื่อครู่งานแต่งสนุกหรือไม่”

ปลายนิ้วของเขาหยาบกร้านเล็กน้อย อี๋หนิงกำลัง

เคี้ยวลำไยแห้ง เมื่อถูกเขาบีบแก้มก็ชะงักนิ่ง เหตุ

ใดนางจึงรู้สึกว่าหลินเม่ามีบางสิ่งผิดปกติ

จากนั้นนางจึงได้กลิ่นสุราจาง ๆ บนร่างเขา เขา

ดื่มเมาแล้ว

นางยื่นมือออกไป โบกไปมาเบื้องหน้าเขา “ญาติ

ผู้พี่เม่า”

หลินเม่าจับมือนางไว้ กล่าวด้วยท่าทีจริงจัง

“ญาติผู้น้องอี๋หนิง อย่าได้ขยับมือ ข้าเวียน

ศีรษะ”

อี๋หนิงอยากหัวเราะ นางพบว่ายามหลินเม่าเมา

สุราดูน่าสนใจไม่น้อยนางเขยิบเข้าไปมองบนโต๊ะ

ก็พบว่ามีกาสุราอยู่กาหนึ่ง

“เขาดื่มมากไปแล้ว” กู้จิ่งหมิงยิ้มพลางเอ่ย “เจ้า

มานี่ อย่าไปรบกวนอี๋หนิง!”

ดวงตาเรียวยาวของหลินเม่าเป็นประกาย

ระยิบระยับ หัวเราะพลางเอ่ย“ข้ารบกวนนางที่ใด

เพียงกล่าวทักทายเท่านั้น ก็แค่สุรากาเดียว ข้าจะ

ดื่มมากไปได้อย่างไร!” หลินเม่าให้บ่าวรับใช้เอา

สุราเข้ามาอีกหนึ่งกา อาศัยสุราร่ายบทกลอน

ออกมาอีกสองบท

กู้จิ่งหมิงรีบโบกมือพัลวัน “ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าต้อง

ออกไปด้านนอกสูดอากาศเสียหน่อย” เขาถูก

หลินเม่ามอมสุรา วิงเวียนศีรษะไปหมด

กู้จิ่งหมิงออกไปคลายอาการสร่างเมา ฮูหยินกู้จึง

ให้คนเอาอักษรที่พวกเขาเพิ่งเขียนเสร็จมาชม

ถกเถียงกับหลินไห่หรูว่าผู้ใดเขียนอักษรได้ดีที่สุด

หลินไห่หรูฝืนเสวนาอยู่สองสามประโยค เมื่อเงย

หน้าขึ้นก็พบว่าอี๋หนิงกำลังจ้องสุรากานั้นจึงอด

ถามไม่ได้ “อี๋หนิง เจ้ามองอะไรอยู่รึ”

อี๋หนิงกล่าวอย่างแช่มช้า “รูปแบบของกาสุรานี้

เป็นแบบที่มีเฉพาะในบ้านของเรา เป็นพวกท่าน

เอามาจากบ้านรองรึ”

หลินเม่าส่ายหน้า “เป็นบ่าวรับใช้ที่เอามา”

ทันใดนั้นก็มีคนเดินเข้ามาอย่างร้อนรน เป็นบ่าว

หญิงชราที่ปรนนิบัติอยู่ในเรือนของหลินไห่หรู

นางคุกเข่าลงบนพื้น มองหลินไห่หรูด้วยท่าที

คล้ายอยากจะพูดอะไร ทว่าไม่ได้เอ่ยปากออกมา

หลินไห่หรูขมวดคิ้วมุ่น “เจ้ามีอะไรก็ว่ามาตาม

ตรง!” นางไม่ชอบคนที่อมพะนำอํ้าอึ้งมากที่สุด

ทว่าอี๋หนิงกลับรั้งหลินไห่หรูไว้ พูดกับบ่าวหญิง

ชรา “ต้องไปคุยที่ห้องอุ่นด้านข้างหรือไม่”

บ่าวหญิงชรานางนั้นชำเลืองมองอี๋หนิงด้วยความ

ซาบซึ้งพลางผงกศีรษะ

หลินไห่หรูถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าน่าจะเกิดเรื่อง

ร้ายแรงแล้ว นางหันไปบอกกล่าวฮูหยินกู้คำหนึ่ง

ก่อนจะพาอี๋หนิงไปยังห้องอุ่นด้านข้าง

หลังจากนั้นไม่นานอี๋หนิงก็ออกมาด้วยสีหน้า

เขียวคลํ้า ชี้ไปที่สุราบนโต๊ะกานั้น “เสวี่ยจือ เก็บ

สุรากานั้นไว้ให้ข้า”

พวกนางเดินไปยังปั่าไผ่ที่อยู่นอกโถงบุปผา

ด้วยกัน จากนั้นก็เห็นกู้จิ่งหมิงเดินออกมาด้วย

ใบหน้าถมึงทึง ส่วนหลัวอี๋เหลียนเดินก้มศีรษะ

ตามหลัง กระบอกตาแดงเรื่อคล้ายได้รับความอ

ยุติธรรม บรรยากาศระหว่างพวกเขาสองคนดู

ผิดปกติ ฮูหยินกู้ที่เดินตามมา ทันทีที่เห็นภาพนั้น

หัวใจก็พลันกระตุก

หลินไห่หรูเดินเข้าไปไต่ถามสาวใช้ที่ยืนอยู่ใต้

ชายคาระเบียง นางตกใจจนกล่าวไม่เป็นคำ

“บ่าวเพิ่งออกมา…ก็เห็น เห็นคุณชายสี่กู้โอบกอด

คุณหนูหก ทว่าทันทีที่คุณชายสี่เห็นบ่าวก็รีบ

ปล่อยมือ บ่าวจึงรีบไปแจ้งตู้มามา…เรื่องมีเพียง

เท่านี้เจ้าค่ะ!”

เมื่อกู้จิ่งหมิงได้ตากลมหนาวก็สร่างเมานานแล้ว

ความอ่อนโยนในยามปกติอันตรธานหายไป นํ้า

เสียงเยือกเย็น “คุณหนูหกบอกว่าเจ็บขา ข้าถึงได้

ช่วยประคอง ช่างประจวบเหมาะกับที่คุณหนูหก

ไม่ได้พาสาวใช้ออกมาด้วย”

ครั้นฮูหยินกู้ได้ยินก็โมโหจนไม่รู้ว่าควรจะกล่าว

อะไร เกรงว่าบุตรชายจะถูกวางกับดัก ทั้งยังตกสู่

หลุมพรางเสียแล้ว นางทำได้เพียงกัดฟันแน่น

“เจ้า…เจ้าช่างไม่รู้จักกาลเทศะ แม้คุณหนูหกจะ

เจ็บเจียนตาย แต่ก็ใช่เรื่องที่เจ้าควรเข้าไปช่วย

ประคองหรือ รอข้ากลับไป เจ้าจงไปคุกเข่าที่ศาล

บรรพบุรุษเสีย!”

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากอีกด้าน “…เหลียน

เจี่ยเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงครํ่าครวญเสียใจเยี่ยงนี้!”

เมื่อเฉียวอี๋เหนียงได้ข่าวก็พาบ่าวหญิงชราเดิน

กรีดกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทันทีที่มาถึงก็โอบ

กอดบุตรสาวผู้น่าสงสารของตน หลัวอี๋เหลียน

มองแผ่นหลังอันเย็นชาของกู้จิ่งหมิง ไม่รู้ว่านาง

เสียใจจริง ๆ หรือแสร้งทำหยดนํ้าตาพร่างพราว

ร่วงริน ตอบด้วยนํ้าเสียงตํ่าเบา “อย่าได้ถือโทษ

ญาติผู้พี่กู้เลยเจ้าค่ะ ข้าได้รับบาดเจ็บที่ขาถึงได้

เรียกให้เขาช่วยประคอง เป็นข้าไม่ดีเองที่ทำให้

ผู้อื่นพบเห็น…”

ฮูหยินกู้ได้ยินญาติผู้พี่สามคำนี้ ขมับก็พลันเต้นตุบ

ๆ

หลัวอี๋เหลียนเป็นเพียงบุตรสาวของอนุคนหนึ่ง ไร้

ความสัมพันธ์ใด ๆกับตระกูลกู้ของตน นางเอา

ความกล้าจากที่ใดถึงเรียกเขาว่าญาติผู้พี่!

เมื่อเฉียวอี๋เหนียงได้ยินคำพูดของบุตรสาวก็ยิ่ง

ปวดใจ “เหตุใดเจ้าจึงกล่าวราวกับได้รับความ

ชอกชํ้ามากมาย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ รีบเล่าให้อี๋

เหนียงฟังเถิด”

อี๋หนิงพูดเสียงราบเรียบ “เฉียวอี๋เหนียงอย่าได้

เลอะเลือน ที่นี่คือโถงบุปผา เพื่อชื่อเสียงของพี่

หญิงหก ทางที่ดีพวกเรากลับไปเจรจาที่เรือนหลัก

เถิด ไปเชิญท่านพ่อมาด้วย จะได้พูดให้ชัดเจนใน

คราเดียว เรื่องเป็นมาอย่างไร ไม่มีทางไม่กระจ่าง

ชัด”

หลัวอี๋เหลียนกำลังจะพูดสิ่งใดกับอี๋หนิง ทว่าเมื่อ

เงยหน้าขึ้นก็พบกับสายตาเยือกเย็นไม่แยแสของ

อี๋หนิง ร่างกายของนางพลันสั่นสะท้าน

ทันใดนั้นนางก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีนัก

ครั้งนี้อี๋หนิงไม่คิดจะปล่อยหลัวอี๋เหลียนไปอีก อีก

ฝั่ายทำเกินไปแล้วนางยืนอยู่เบื้องหน้าหลินไห่หรู

ไม่รอให้หลินไห่หรูพูดก็เอ่ยปาก “ท่านปั้าสะใภ้

เรื่องในวันนี้อย่าเพิ่งได้กล่าวอะไร ท่านพาญาติผู้

พี่ไปที่ลานด้านหลังก่อนอย่าให้ผู้อื่นพบว่าท่านไม่

อยู่ รอจนพวกเราไต่ถามได้ความกระจ่างแล้วย่อม

ต้องไปอธิบายกับท่านให้เข้าใจ”

ฮูหยินกู้มองอี๋หนิงที่อายุยังน้อยทว่าวางตนสุขุม

เช่นนี้ก็ชำเลืองมองหลินไห่หรูคราหนึ่ง ก่อนจะ

เอ่ย “เช่นนั้นข้าไปที่ลานด้านหลังก่อน หากเป็น

ความผิดของกู้จิ่งหมิงจริง เจ้าก็บอกข้า ข้าจะ

ลงโทษเขาให้หนักหน่วง!” นางไม่แม้แต่เหลือบแล

หลัวอี๋เหลียน

มุมปากของกู้จิ่งหมิงยกหยักเป็นรอยยิ้มหยัน มือ

กำหมัดแน่น สาวเท้ายาวออกไปจากโถงบุปผา

ที่บ้านหลักบรรยากาศครึกครื้น ทว่าที่บ้านรอง

กลับไล่ทุกคนออกไปหลินไห่หรูนั่งลง โมโหจน

อยากหยิกหลัวอี๋เหลียนให้ตาย หากนี่ไม่ใช่

แผนการชั่วของหลัวอี๋เหลียนถึงจะแปลก! ฮูหยิน

กู้ยังอยู่ในตระกูลหลัว การกระทำนี้ของนางทำให้

ตระกูลหลัวต้องอับอายไปทั้งวงศ์ตระกูลแล้ว!

เฉียวอี๋เหนียงมองอี๋หนิงด้วยสายตาเยือกเย็น

“คุณหนูเจ็ด ผู้ใดจะมีใจเอนเอียงเช่นท่านบ้าง!

รู้จักปกปั้องแต่คนนอก ชื่อเสียงของเหลียนเจี่ย

เอ๋อร์ท่านก็ไม่สนใจแล้วรึ ข้ารู้ว่าเหลียนเจี่ยเอ๋อร์

ของพวกเราเป็นบุตรที่ถือกำเนิดจากอนุ ไม่สูง

ศักดิ์เช่นท่าน ทว่านี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะมารังแก

กัน!”

อี๋หนิงยิ้ม “ข้าให้ท่านปั้าสะใภ้ไปที่ลานด้านหลังก็

เพื่อจะได้ไม่เป็นที่ครหาเหตุใดจึงกล่าวว่าไม่ได้

เป็นการปกปั้องพี่หญิงหกอยู่เล่า”

ทันใดนั้นสาวใช้ก็เข้ามารายงานว่าหลัวเฉิงจาง

มาถึงแล้ว

วันนี้ในจวนมีเรื่องมงคลใหญ่ หลังรู้เรื่องใบหน้า

ของหลัวเฉิงจางจึงมืดคลํ้าลงทันใด เขาสาวเท้า

ก้าวเข้ามา เฉียวอี๋เหนียงรีบเข้าไปต้อนรับ

คุกเข่าครํ่าครวญเบื้องหน้าเขา “ท่านพี่ เรื่องนี้

ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับเหลียนเจี่ยเอ๋อร์นะ

เจ้าคะ ความเจ็บชํ้านี้ เหลียนเจี่ยเอ๋อร์ไม่อาจแบก

รับโดยเสียเปล่า ต่อไปเหลียนเจี่ยเอ๋อร์จะถูก

กล่าวถึงว่าอย่างไร คุณหนูเจ็ดมีใจเอนเอียงให้

คุณชายกู้ แต่เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าเป็นเหลียนเจี่ย

เอ๋อร์ต่างหากที่เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของนาง!”

ที่แท้ก็เกิดเรื่องน่าอับอายพรรค์นี้!

หลัวเฉิงจางรู้สึกว่าไม่น่าเชื่ออยู่บ้าง กู้จิ่งหมิงกล้า

เข้าไปประคองอี๋เหลียน! นี่ถือเป็นการทำลาย

ชื่อเสียงของอี๋เหลียนอย่างแท้จริง

เขาขมวดคิ้วมุ่น “เรื่องนี้ควรเรียกกู้จิ่งหมิงมา

ซักไซ้ให้ละเอียด ชื่อเสียงของหญิงสาวไม่อาจ

ปล่อยเฉยไปเช่นนี้ ทั้งยังถูกผู้อื่นพบเห็นอีก อี๋ห

นิงเหลียนเจี่ยเอ๋อร์เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเจ้า เจ้าก็

ควรใคร่ครวญเพื่อนางบ้าง”

อี๋หนิงยิ้มหยัน “ท่านพ่อ เพราะข้าเห็นแก่ชื่อเสียง

ของพี่หญิงหก ถึงได้ให้ญาติผู้พี่กู้ไปที่ลาน

ด้านหลัง” นางส่งสัญญาณให้เสวี่ยจือหยิบกาสุรา

ออกมาก่อนจะเดินไปเบื้องหน้าหลัวอี๋เหลียนแล้ว

ส่งให้อีกฝั่ายดู “เจ้าจำกาสุรานี้ได้หรือไม่ จาก

ลวดลายด้านบนแสดงว่าเพิ่งต้มออกมา ทั้งหมดมี

เพียงสามกา”

เสวี่ยจือก้าวเข้าไปยอบตัว “บ่าวไปสอบถามที่

ห้องครัวมาแล้ว เป็นสาวใช้ของคุณหนูหกที่ขอยืม

ไปเมื่อหลายวันก่อน กล่าวว่าจะเอามาบ่มเป็น

สุราสำหรับผ่อนคลาย”

“สุราชนิดนี้มีฤทธิ์แรงกว่าสุราทั่วไป พี่หญิงหกให้

คนส่งไปที่บ้านหลักเพื่อให้ญาติผู้พี่กู้ได้ดื่ม เป็น

เช่นนี้ใช่หรือไม่” อี๋หนิงเขยิบเข้าใกล้หลัวอี๋เหลียน

จับจ้องนางนิ่ง

หลัวอี๋เหลียนเงยหน้า มองอี๋หนิงด้วยสายตา

ราบเรียบ

นางพบว่าวันนี้หลัวอี๋หนิงเหมือนจะแสดงความ

เฉลียวฉลาดอวดดีออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง!

เห็นทีเรื่องนี้คงทิ่มแทงเข้าที่จุดอ่อนไหวของอีก

ฝั่ายเสียแล้ว!

เฉียวอี๋เหนียงคาดไม่ถึงว่าอี๋หนิงจะค้นพบเรื่องกา

สุรา นางรีบพูดทันใด“คุณหนูเจ็ด ท่านกำลัง

กล่าวอ้างโดยไร้หลักฐาน…”

“กล่าวอ้างโดยไร้หลักฐานรึ” หลินไห่หรูหัวเราะ

ขึ้นมา “เช่นนั้นเฉียวอี๋เหนียงสามารถบอกข้าได้

หรือไม่ ว่าเหตุใดหลัวอี๋เหลียนจึงบังเอิญปรากฏ

ตัวที่นอกโถงบุปผา เหตุใดจึงบังเอิญไม่ได้พาสาว

ใช้มาด้วย เหตุใดจึงบังเอิญถูกผู้อื่นพบเห็นเข้า

เกรงว่านางอยากจะวางหลุมพรางใส่คุณชายกู้เสีย

มากกว่า น่าเสียดายที่เขาไม่ชอบนางแม้เพียงเศษ

เสี้ยว ไม่อาจทำให้เขารู้สึกสงสารเห็นใจนางได้

แม้แต่น้อย กลับกลายเป็นการสร้างความอับอาย

ต่อหน้าฮูหยินกู้!”

หลัวอี๋เหลียนนํ้าตารินไหลเงียบ ๆ กล่าวเสียงแผ่ว

เบา “แต่ไหนแต่ไรมาน้องสาวเจ็ดก็ไม่เคยยกย่อง

ข้าเป็นพี่สาว วันนี้ยังมีใจเอนเอียงไปทางคุณชาย

กู้ข้าสามารถเข้าใจได้…ทว่าเรื่องนี้มิได้เป็นการจง

ใจแต่อย่างใด ข้าจะเอาชื่อเสียงของตนมาล้อเล่น

ได้อย่างไร หากพวกท่านไม่เชื่อข้าจริง ๆ…ข้าก็ไร้

คำใดจะเอ่ยแล้ว!”

หลัวเฉิงจางได้ยินมากพอแล้ว เขาเดินไปนั่งข้าง

กายหลินไห่หรู มองบุตรสาวซึ่งนํ้าตาร่วงเผาะก็

ถอนหายใจเนิบช้า “เรื่องนี้ถือว่าเหลียนเจี่ยเอ๋อร์

มีความผิด ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรี คงมิได้

เจตนา”

ทว่าอี๋หนิงกลับเดินไปตรงหน้าบิดา ยอบตัวลง

แล้วเอ่ย “ท่านพ่อ การที่พี่หญิงหกเลือกลงมือใน

วันนี้ถือว่าเลือกวันได้ดียิ่ง หากถูกผู้อื่นพบเห็นต่อ

ให้ญาติผู้พี่กู้ไม่อยากแต่งนางก็จำต้องแต่ง

เพียงแต่เมื่อเป็นเช่นนี้ สตรีในตระกูลหลัวคงไม่

อาจเงยหน้าสู้หน้าคนภายนอกได้แล้ว! เกิดเรื่อง

เช่นนี้ในช่วงเวลาสำคัญที่ท่านกับท่านลุงกำลังจะ

ได้ฟืนฟูตำแหน่งพอดี หากบรรดาใต้เท้าที่มา

ร่วมงานรับรู้ พวกเขาจะคิดกับตระกูลหลัวของ

พวกเราอย่างไร!”

ยิ่งอี๋หนิงพูด ใบหน้าของหลัวอี๋เหลียนก็ยิ่งซีดขาว

หลัวเฉิงจางฟังจนคิ้วขมวดมุ่น พลันตระหนักถึง

ประเด็นสำคัญอันก่อให้เกิดอาการสั่นสะท้าน

ตกใจ อี๋หนิงพูดอย่างแช่มช้า “ถึงยามนั้นพี่หญิง

หกก็จะได้แต่งเข้าตระกูลกู้ แต่กลับสร้างหายนะ

ให้กับทุกคนในตระกูลหลัว!ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าพี่

หญิงหกไร้เจตนาหรือตั้งใจ ทว่าจิตใจอำมหิตเยี่ยง

นี้ ข้าว่าคงไม่มีผู้ใดจะเหนือไปกว่านาง!”

หลัวอี๋เหลียนฟังจนเนื้อตัวเย็นเยียบ ปรี่เข้าไปจับ

มือของหลัวเฉิงจางไว้ทันใด “ท่านพ่อ มิใช่เยี่ยง

นั้น”

หลัวเฉิงจางสะบัดมือนางออก แววตามีร่องรอย

ความระแวดระวัง“เจ้าหุบปาก!”

เฉียวอี๋เหนียงคุกเข่าลง ปกปั้องบุตรสาวทันที

“ท่านพี่ ท่านอย่าได้เชื่อคำของคุณหนูเจ็ดนะเจ้า

คะ! เหลียนเจี่ยเอ๋อร์มิได้มีเจตนาเยี่ยงนั้น!”

เฉียวอี๋เหนียงเริ่มตื่นตระหนกเช่นกัน นางคาดไม่

ถึงว่าวาทศิลปของอี๋หนิงจะร้ายกาจเพียงนี้!

พรรณนาจนทำให้หลัวเฉิงจางบังเกิดความ

คลางแคลงใจ

เวลานี้เอง ในที่สุดบ่าวหญิงชราก็พาเซวียนเกอร์

เข้ามา เซวียนเกอร์พุ่งตัวเข้ามาในเรือนหลัก ยัง

ไม่มีผู้ใดกล่าวอะไร เขาก็วิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของ

เฉียวอี๋เหนียง

หลัวอี๋หนิงเห็นแล้วก็ยิ่งอยากหัวเราะเหยียดหยัน

กระทั่งเซวียนเกอร์ก็ยังตระเตรียมไว้ล่วงหน้า

เซวียนเกอร์โอบรอบลำคอของเฉียวอี๋เหนียง หัน

กลับไปมองหลัวเฉิงจางนํ้าตาพร่างพราว กล่าว

อย่างกลํ้ากลืน “ท่านพ่อ ท่านพี่เป็นพี่สาวของข้า

พี่สาวไม่ใช่คนชั่วร้าย นางดีต่อข้า!”

เขาหันไปมองหลินไห่หรู ก่อนโพล่งออกมา “นาง

ต่างหากที่ไม่ดีต่อข้า!ทุกครั้งที่ข้ามาคารวะนาง

นางก็จะปฏิบัติต่อข้าไม่ดี!”

หลินไห่หรูไม่ชอบเซวียนเกอร์ ทว่าแต่ไหนแต่ไร

มาก็ไม่เคยเจาะจงหาเรื่องเขาเป็นพิเศษ เมื่อได้

ยินจึงลุกขึ้น “เซวียนเกอร์ ข้าไม่ดีต่อเจ้าอย่างไร

เจ้าอย่าได้กล่าวพล่อย ๆ”

อี๋หนิงดึงแขนเสื้อนางไว้ ส่งสัญญาณให้นางอย่าได้

สนใจเซวียนเกอร์

หลินไห่หรูจึงไม่ไยดีเซวียนเกอร์อีก นางเชื่อมั่นว่า

ปกติตนปฏิบัติต่อเขาอย่างอดกลั้น ยามนี้หาก

ต้องอดทนอีกสักหน่อยคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง

อะไรนางเอ่ย “อย่างไรก็ตาม เรื่องของเหลียนเจี่ย

เอ๋อร์ในวันนี้ไม่อาจปล่อยผ่านข้าเห็นว่าควรเชิญ

บ่าวหญิงชรามาอบรมสั่งสอน เรื่องในคืนนี้มีเพียง

สาวใช้คนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ เช่นนั้นก็อย่าให้

สาวใช้ผู้นั้นพูดจาเหลวไหลออกไปก็ได้แล้ว

จากนั้นพวกเราค่อยพูดกับฮูหยินกู้ให้กระจ่าง ให้

ถือเสียว่าไม่เคยมีเรื่องเกิดขึ้น”

เฉียวอี๋เหนียงรีบพูดอย่างร้อนรน “จะให้เป็น

เช่นนั้นได้อย่างไร นี่มิใช่ปล่อยให้ผู้อื่นดูหมิ่น

เหลียนเจี่ยเอ๋อร์หรอกหรือ!”

หลัวเฉิงจางโบกมือ เรื่องนี้หลัวอี๋เหลียนลํ้าเส้น

เกินไป เขาเพียงอยากจะผ่อนเรื่องใหญ่ให้เป็น

เรื่องเล็ก หากการเคลื่อนไหวยิ่งเล็กก็ยิ่งไม่ต้อง

กลัวว่าเรื่องราวจะแพร่งพรายออกไป หลินไห่หรู

พูดได้มีเหตุผล เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ “เหลียน

เจี่ยเอ๋อร์สมควรจะได้รับการอบรมที่ดี ต่อไป

อย่าได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีก!”

หลัวอี๋เหลียนเงยหน้ามองบิดา แววตาฉายชัดถึง

ความผิดหวัง

บิดาที่ปกปั้องนางอยู่เป็นนิจ ยามนี้กลับจับจ้อง

นางด้วยสายตาแฝงความเย็นชา

แล้วแผนการที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปจะ

ทำอย่างไรเล่า ต้องถูกหลัวอี๋หนิงทำลายลงทั้ง

อย่างนี้หรือ หยาดนํ้าตาบนดวงหน้าร่วงหล่นดุจ

สายพิรุณ ทว่ามือกลับกำแน่น นางควรทำให้คน

พบเห็นมากกว่านี้ หลัวอี๋หนิงจะได้ไร้หนทาง

ขัดขวาง หากจะโทษก็ต้องโทษนางที่โชคไม่ดี!

เมื่อเซวียนเกอร์เห็นหลัวอี๋เหลียนร้องไห้ พี่สาว

และท่านแม่ที่รักเอ็นดูตนต่างพากันนิ่งเงียบไม่

เอ่ยวาจา ก็คิดว่าพวกนางต้องถูกหลินไห่หรูรังแก

เป็นแน่ เขาไม่ชอบหลินไห่หรู เซวียนเกอร์จ้อง

หลินไห่หรูเขม็ง “นางไม่ชอบพี่สาวของข้า! ข้าเอง

ก็ไม่ชอบนาง!”

หลินไห่หรูพูดอย่างไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป “เซ

วียนเกอร์ เจ้าอย่าได้พูดอีกเลย เจ้าอายุยังน้อย

เหตุใดจึงกล่าววาจาเยี่ยงนี้”

เฉียวอี๋เหนียงเอ่ยปากอย่างเนิบช้า “ฮูหยิน เหตุ

ใดท่านต้องถือสาหาความกับเด็กน้อยคนหนึ่ง…

ปกติเขาเพียงซุกซนไปบ้าง เป็นวิสัยทั่วไปของเด็ก

เล็กเท่านั้น คำกล่าวของท่านคล้ายจะรุนแรง

เกินไปแล้ว!”

หลัวเฉิงจางได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทก็เริ่มรู้สึก

รำคาญ ยกมือนวดหว่างคิ้ว “ไห่หรู พอได้แล้ว

หยุดสร้างความวุ่นวายส่งเสียงดังเสียที”

อี๋หนิงกัดริมฝีปาก ท่านพ่อยังคงไม่ชอบหลินไห่หรู

พูดราวกับแม่เลี้ยงสร้างความวุ่นวายโดยไร้เหตุผล

เมื่อหลินไห่หรูได้ยินก็ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก นาง

เหนื่อยแล้ว กำลังคิดจะให้บ่าวหญิงชราพาตัวอี๋ห

นิงออกไป ผู้ใดจะคาดคิดว่าเซวียนเกอร์จะดิ้นจน

หลุดจากอ้อมกอดของเฉียวอี๋เหนียง วิ่งเข้าไป

ผลักหลินไห่หรู “ข้าไม่ชอบท่าน! ท่านรังแกพี่สาว

กับท่านแม่ของข้า!”

หลินไห่หรูเพิ่งจะลุกขึ้นยืน เมื่อถูกเด็กผลักโดยไม่

ทันตั้งตัวก็ซวนเซล้มไปกระแทกมุมขอบโต๊ะ

แรงของเด็กน้อยถือว่าไม่มากนัก ทว่าสีหน้าของ

นางกลับเปลี่ยนเป็นซีดขาว มือกุมท้องน้อยไว้

กล่าวสิ่งใดไม่ออก

สีหน้าของอี๋หนิงพลันเปลี่ยนเป็นร้อนรน รีบให้

บ่าวหญิงชราจับตัวเซวียนเกอร์ไว้ ส่วนนางก็รีบ

เข้าไปประคองหลินไห่หรู “ท่านแม่ ท่านเป็น

อย่างไรบ้าง!”

หน้าผากของหลินไห่หรูปรากฏเม็ดเหงื่อเล็ก

ละเอียดในบัดดล อ้าปากพะงาบ

หลัวเฉิงจางคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึง

ตกตะลึงไป

อี๋หนิงให้ชิงชวี่เข้ามาดูอย่างรวดเร็ว ชิงชวี่คุกเข่า

ข้างกายหลินไห่หรูจับชีพจรของนาง ทันใดนั้นสี

หน้าก็เปลี่ยนไป “คุณหนูเจ็ด…ฮูหยิน ฮูหยิน

ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเจ้าค่ะ!”

อี๋หนิงสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่รู้เพราะเหตุใดปลาย

จมูกจึงพลันแสบร้อนนางหันกลับมาจ้องเซวียน

เกอร์ด้วยสายตาเย็นยะเยือก กัดฟันกรอด “เสวี่

ยจือคุมตัวคุณชายสี่ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพบุรุษ

หากข้าไม่ให้ลุก เขาก็ห้ามลุก!”

เซวียนเกอร์ร้องไห้เสียงดังระงม ดิ้นรนสะบัดตัว

ออกจากมือของบ่าวหญิงชรา แต่กลับถูกจับตัว

ออกไปอย่างรวดเร็ว เฉียวอี๋เหนียงกับหลัวอี๋

เหลียนก็คาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะแปรเปลี่ยนเป็น

เช่นนี้จึงชะงักนิ่ง หวาดหวั่นต่อภัยพิบัติใหญ่ที่

กำลังก่อตัว

ในครรภ์ของหลินไห่หรูเป็นบุตรสายตรง! หากมี

ความสูญเสียเกิดขึ้นผู้ใดจะแบกรับไหว!

หลัวเฉิงจางได้ยินคำว่าตั้งครรภ์ก็หันไปมอง

ใบหน้าซีดขาวของหลินไห่หรูเขาตื่นตระหนก

ทันที รีบอุ้มหลินไห่หรูไปวางบนเตียงในห้องด้าน

ใน “ไห่หรูเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!” ทว่าหลินไห่หรู

กลับปัดมือเขาออก ฝืนเบี่ยงหน้าไปพูดกับอี๋หนิง

“อี๋หนิง…แม่เชื่อมั่นในตัวเจ้า เจ้าสามารถปกปั้อง

ลูกของแม่ได้อย่า…อย่าให้เขามาอยู่ข้างกายแม่!”

นางยังไม่ได้สัมผัสถึงความปีติยินดีของการมา

เยือนของลูกน้อยก็อาจถูกบีบบังคับให้ต้อง

ยอมรับการจากไปของเขาแล้ว หลินไห่หรูรู้สึก

ปวดมวนบริเวณท้องน้อย แต่ก็ไม่อาจเทียบกับ

ความผิดหวังและเจ็บชํ้าใจนี่คือลูกน้อยที่นางเฝั้า

รอคอยมานานถึงเจ็ดปี!

แต่ไหนแต่ไรมาอี๋หนิงเป็นคนเข้มแข็ง ทว่ายามนี้

ขอบตากลับเปียกรื้นนางผงกศีรษะ กุมมือของ

หลินไห่หรูไว้ “ท่านแม่ ท่านไม่มีทางเป็นอะไร!

ชิงชวี่อยู่นี่แล้ว ข้าให้คนรีบไปตามพี่ชายสามแล้ว

พี่ชายสามกำลังมา! ท่านอย่าได้กังวล!”

หลินไห่หรูหลับตาลงช้า ๆ คล้ายวางใจลง

เล็กน้อย

หลัวเฉิงจางยืนอยู่ด้านข้าง จับจ้องตาไม่กะพริบ

มือไม้สั่นเล็กน้อยกล่าวสิ่งใดไม่ออกอยู่นานค่อน

วัน

ส่วนอี๋หนิง จวบจนสุดท้ายก็ไม่ได้ชายตามองเขา

สักครั้ง

——————–

[1] ตำราทั้งสี่ เป็นตำราจีนโบราณที่ได้รับความ

นิยมอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วย ตำราต้าเสวีย

ตำราจงยง ตำราหลุนอวี้ และตำราเมิ่งจือ

[2] อารัมภกถาบทกวีหลานถิง เป็นผลงานการ

ประดิษฐ์ตัวอักษรของนักบุญหวังซีจือ ผู้ที่ได้รับ

การยกย่องว่าเป็นนักประดิษฐ์อักษรชื่อดังของจีน

[3] บทกวีฉือปีฟูั่ หรือบทกวีผาแดง เป็นบทกวีที่มี

ชื่อเสียงมากบทหนึ่งของซูฉื้อ เนื้อหาบทกวีมีคำ

หนึ่งที่กล่าวถึงเมล็ดข้าวฟั่างหนึ่งเมล็ดใน

มหาสมุทร ซึ่งแทบจะไม่มีค่าหรือไม่อาจส่งผลใด

ๆต่อมหาสมุทร

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 61"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

M0l3ZdE
ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก
29/01/2025
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
aileen0084
เดิมพันเสน่หา
04/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.