Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 9

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 9
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ครั้นฮูหยิน ผู้เฒ่าหลัวได้ยินถึงตรงนี้ มีหรือจะยัง

ไม่เข้าใจอีก

ผู้เฒ่าเช่นนาง ในวัยเยาว์ก็เคยปะทะกับเหล่าอนุที่

ร้ายกาจมาก่อนนางยิ้มเยือกเย็น “เจ้ารีบร้อนมา

ที่นี่เพราะมีผู้ใดกล่าวอะไรกับเจ้าหรือ”

หลัวเฉิงจางเอ่ยว่า “ท่านไม่ต้องใส่ใจว่าข้าจะฟัง

มาจากที่ใด บอกข้ามาว่าเจ้าเด็กอกตัญูนั่นอยู่ที่

ใด ข้าต้องกำราบนางให้ได้!”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพูดเสียงเย็นเยียบ “เจ้าอยากจะ

ลงโทษนาง เช่นนั้นก็ตามข้ามา”

นางหมุนตัวเดินเข้าไปยังห้องด้านใน หลัวเฉิงจาง

รีบตามเข้าไป แต่เมื่อเห็นอี๋หนิงที่นอนอยู่บนตั่งไม้

ทั้งร่างก็พลันชะงักนิ่ง

ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงคือบุตรสาวของเขาที่กำลัง

ปั่วยหนัก ร่างกายขดเป็นก้อนกลมเล็ก ละเมอ

เพ้อไม่ได้สติ หลินไห่หรูนั่งอยู่ข้างเตียง ใช้ผ้า

เปียกเช็ดหน้าให้นาง ส่วนตนเองก็รํ่าไห้เสียใจ

“นี่ อี๋หนิง…” หลัวเฉิงจางหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่า

หลัว

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเลิกคิ้ว คลี่ยิ้มเย็น “มิใช่เจ้า

อยากจะลงโทษนางหรืออย่างไร บัดนี้เจ้าก็ลงโทษ

นางเสียสิ เรียกนางให้ลุกขึ้นมาจากเตียงโบยนาง

สักไม้เพื่อระบายอารมณ์โกรธเคือง หรือจะด่าว่า

นางสักคำ รอดูว่านางจะลุกขึ้นมายอมรับผิดกับ

เจ้าได้หรือไม่”

“ข้า…” หลัวเฉิงจางพลันไร้คำเอื้อนเอ่ย “ข้าได้

ยินมาว่านางฝั่าฝืนกฎระเบียบของอาจารย์หญิงกู้

ทั้งยังไม่รู้จักสำนึกผิด ถึงได้อยากจะมาอบรมนาง

สักสองสามคำ คาดไม่ถึงว่านางจะปั่วยจริง ๆ…

ทว่าต่อให้ปั่วยอย่างไรก็ไม่ควรไม่เคารพอาจารย์

ไม่น้อมรับคำสั่งสอน!”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพูดต่อ “เจี่ยเอ๋อร์ยังเคารพ

อาจารย์ น้อมรับคำสั่งสอนไม่พออีกหรือ เมื่อคืน

นางรู้สึกไม่สบาย ข้าเกลี้ยกล่อมบอกนางไม่ต้อง

ไปเรียนนางกล่าวว่าหากตนไม่ไปเข้าเรียน

บ่อยครั้งก็กลัวว่าจะถูกอาจารย์ตำหนิ อย่างไรก็

จะไปให้ได้ เสวี่ยจือแค่อยู่ด้านข้างคอยยกนํ้ายก

ชาให้อี๋หนิงเป็นครั้งคราวแต่อาจารย์หญิงกู้กลับ

ไม่สนใจ ไล่เสวี่ยจือออกไป กลางวันนางถึงได้ล้ม

หมดสติอยู่ในศาลาสดับลม ตอนถูกอุ้มกลับมา

นางก็ตัวร้อนผ่าวไปทั้งร่าง

“เช่นนี้แล้วยังไม่เคารพอาจารย์ น้อมรับคำสั่ง

สอนอีกหรือ เช่นนั้นเจ้าลองบอกข้าทีว่าอะไรจึง

จะเรียกว่าเคารพอาจารย์ น้อมรับคำสั่งสอน”

นํ้าเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเย็นเฉียบมากขึ้น

กระทั่งสุดท้ายหลัวเฉิงจางก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง

กล่าวสิ่งใดไม่ออก

นี่แตกต่างจากสิ่งที่เขาได้ยินจากหลัวอี๋เหลียน

ตามคำของหลัวอี๋เหลียนเป็นอี๋หนิงที่ไร้เหตุผลก่อ

เรื่องวุ่นวาย ทั้งยังไม่ยอมรับการลงโทษของ

อาจารย์เป็นคุณหนูหยิ่งผยองอารมณ์ร้าย แต่

บัดนี้เมื่อได้เห็นอี๋หนิงที่นอนอยู่บนเตียงปั่วย

เปราะบางยิ่งกว่าสิ่งใด อีกทั้งคำพูดที่ฮูหยินผู้เฒ่า

หลัวกล่าวกับเขาก็เต็มไปด้วยคำตำหนิโกรธเคือง

แล้วเขาจะยังไม่เข้าใจได้อย่างไร

คิดถึงเมื่อครู่ที่ตนบุกเข้ามาด่าทออี๋หนิงว่า ‘ลูก

อกตัญู’ ด้วยความเดือดดาล นํ้าเสียงของ

หลัวเฉิงจางก็อ่อนลงอย่างอดไม่ได้ “เป็นข้าที่

ผลีผลามเกินไป อี๋หนิงชอบก่อความเดือดร้อนอยู่

เป็นนิจ ทำให้ข้าอดคิดไม่ได้ว่าเป็นความผิดของ

นาง…คาดไม่ถึงว่านางจะปั่วยจริง ๆ”

ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ หลินไห่หรูก็หันไปมองเขาด้วย

แววตาต่อว่า “ท่านพี่ข้าไม่มีสถานะจะตำหนิท่าน

แต่หากบัดนี้เจี่ยเอ๋อร์ได้สติ นางคงไม่อยากเห็น

หน้าท่านแน่นอน ท่านไปเสียเถอะ”

หลัวเฉิงจางกระอักกระอ่วนนัก หันไปมองใบหน้า

เล็กซีดขาวของบุตรสาวคนเล็กอีกครั้ง เมื่อ

คิดถึงนํ้าเสียงรุนแรงเมื่อครู่ของตนก็พูดคำใดไม่

ออก

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเรียกเขาไปที่ห้องโถง ก่อนจะพูด

ต่อ “เรื่องของอี๋หนิงเป็นเฉียวอี๋เหนียงที่พูดให้เจ้า

ฟังหรือ”

หลัวเฉิงจางโคลงศีรษะ “ท่านแม่ เรื่องนี้ไม่

เกี่ยวข้องกับเฉียวอี๋เหนียงจริง ๆ นางกำลังพูด

ส่วนตัวกับอี๋เหลียนอยู่ในห้อง ข้าบุ่มบ่ามเข้าไปได้

ยิน…พวกนางทั้งสองไม่ใช่คนชอบปันเรื่องนินทา

เฉียวอี๋เหนียงยังโน้มน้าวให้ข้าให้อภัยเหมยเจี่ย

เอ๋อร์อยู่บ่อยครั้ง”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวแค่นเสียงหึเย้ยหยัน ลอบคิดใน

ใจว่า เรื่องในราชสำนัก บุตรชายนางก็นับว่า

เฉลียวฉลาด แต่เหตุใดเมื่ออยู่กับสตรีผู้นั้นจึง

กลายเป็นคนหูเบา นางกล่าวเสียงเยียบเย็น

“เฉียวอี๋เหนียงเป็นคนอย่างไรหากมีใจไม่อยากให้

เจ้าได้ยินจริง ๆ เจ้าจะบุ่มบ่ามเข้าไปได้หรือ

ขณะที่พวกนางสองแม่ลูกสนทนาส่วนตัว หรือ

กระทั่งสาวใช้สักคนก็ยังไม่มี”

หลัวเฉิงจางได้ยินคำตำหนิที่เฉียบแหลมและไร้

ความปรานีของมารดาก็ราวกับถูกลมเย็นเข้า

ปะทะ หูตาสว่างขึ้นมาเล็กน้อย

หากสองแม่ลูกไม่อยากให้เขาได้ยินจริง เช่นนั้น

ตรงประตูก็ควรมีสาวใช้คอยเฝั้าระวัง ทว่ายาม

เขาไป แม้แต่สาวใช้สักคนก็ยังไม่มี นี่ไม่เท่ากับ

กำลังรอให้เขาเดินเข้าไปได้ทุกเวลาหรอกหรือ

แต่เขาสัมผัสได้ว่าเฉียวอี๋เหนียงมีความรู้สึกลึกซึ้ง

ต่อตน หลายปีมานี้ไม่แก่งแย่งชิงดี เมื่อเทียบกับ

หลินไห่หรู เขาก็รู้สึกว่าไม่ควรสงสัยในตัวนาง

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเห็นบุตรชายของตนมีสีหน้าลังเล

ก็กล่าวเสียงตํ่า“ปีนั้น…หมิงหลานปฏิบัติต่อเจ้า

อย่างไร เจ้าพาเฉียวอี๋เหนียงกลับมา ไม่ว่าอย่างไร

ก็จะรับนางเป็นอนุให้ได้ หมิงหลานขัดขวางเจ้า

หรือ ทั้งที่เป็นคุณหนูจากตระกูลกู้ที่ถูกอบรมสั่ง

สอนมาเป็นอย่างดี อุปนิสัยนอบน้อมอ่อนโยนไม่

เคยคิดเล็กคิดน้อยกับเจ้า บัดนี้นางไม่อยู่แล้ว เจ้า

ก็ฟังความสองคนนั้นมารังแกลูกที่น่าสงสารของ

นางหรือ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกล่าวจนตนเองเริ่มมีอารมณ์ นํ้า

เสียงกลํ้ากลืนฝืนทน“เจ้าโหดเหี้ยมต่อหัวใจดวง

นั้นได้ ทว่าข้าทำไม่ได้ หากครานี้เจ้าไม่สั่งสอนคน

ปากพล่อยนั่น เจ้าก็อย่าได้ถือข้าคนนี้เป็นแม่อีก

เลย!”

หลัวเฉิงจางได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพูดถึงหมิง

หลาน มารดาผู้ให้กำเนิดของอี๋หนิง ก็อดคิดถึง

หญิงสาวผู้อ่อนโยนและอ่อนหวานผู้นั้นไม่ได้ ยาม

จากไปดวงหน้าของนางขาวซีด มืออันผ่ายผอม

ดุจซีกไม้กุมมือของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวไว้แน่น ขอให้

ดูแลลูกที่ยังอยู่ในห่อผ้าอ้อมของตน กลัวว่าเมื่อ

นางจากไป ลูกก็จะโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง

หลัวเฉิงจางประคองฮูหยินผู้เฒ่าให้นั่งลง นํ้าเสียง

อ่อนลง “เป็นข้าไม่ดีเอง ท่านแม่อย่าได้โกรธเลย

ความกังวลจะทำลายสุขภาพท่านได้ ข้ากลับไป

จะสั่งลงโทษพวกนางทั้งสองคน ให้พวกนางมาขอ

โทษอี๋หนิง”

เขาดำรงตำแหน่งขุนนางอยู่ในราชสำนัก ความ

กตัญูถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากถูกยื่นฟั้อง

เพราะเรื่องนี้ เขาก็อย่าได้คิดฝันว่าจะได้อยู่ใน

ตำแหน่งขุนนางนี้อีกเลย

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมีท่าทีผ่อนคลายลง แต่ก็เอ่ยด้วย

นํ้าเสียงเย็นเยียบอีกครั้ง “หากยังมีครั้งหน้า ข้า

จะไม่ปล่อยนางไว้อีก”

อี๋หนิงนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ รู้สึกได้ว่ามีร่างกาย

อบอุ่นกำลังโอบกอดนาง ต่อมาก็ผละไป เมื่อ

นางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายก็รู้สึกสบายขึ้นไม่

น้อย ยามลืมตาขึ้นก็เห็นดวงตาอันปูดบวมดุจลูก

ท้อของหลินไห่หรู เสวี่ยจือประคองนางขึ้น จัดที่

รองและหมอนอิงให้นางพิง

อี๋หนิงจำได้ว่า ก่อนที่นางจะหมดสติคล้ายกับเห็น

หลัวเซิ่นหย่วน แต่เมื่อมองไปรอบด้านกลับไม่พบ

เขา

“เสวี่ยจือ…ข้ากลับมาได้อย่างไร” อี๋หนิงถาม

เสวี่ยจือปาดนํ้าตา “เจี่ยเอ๋อร์ เป็นคุณชายสาม

อุ้มท่านกลับมาเจ้าค่ะ”

เป็นหลัวเซิ่นหย่วนที่ช่วยนางไว้จริง ๆ อี๋หนิงรู้สึก

สับสน แม้หลัว-เซิ่นหย่วนจะจิตใจเหี้ยมโหด แต่

กลับปฏิบัติต่อน้องสาวสายตรงผู้นี้อย่างอดกลั้น

โอนอ่อน ที่สำคัญยังคอยช่วยเหลือเวลาที่นางตก

อยู่ในสถานการณ์คับขันเสมอ

เสวี่ยจือหยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมาจากด้านข้าง

“คุณชายสามมอบสิ่งนี้ให้ท่าน บ่าวเอากลับมา

จากศาลาสดับลมเจ้าค่ะ”

อี๋หนิงรับมา ร่องรอยนํ้าหมึกของแบบอักษรเล่มนี้

ยังใหม่ แม้จะเป็นอักษรเหมยฮวาเสี่ยวข่าย ทว่า

ลายเส้นกลับมีนํ้าหนัก เพียงมองก็รู้ว่าเป็นลายมือ

ของบุรุษ

อี๋หนิงคิดแล้วก็เอาสมุดวางไว้ด้านข้าง ตั้งใจจะลุก

ลงจากเตียง

ทว่าหลินไห่หรูกลับรั้งนางไว้ “เจ้าอย่าเพิ่งขยับ

เลย รักษาร่างกายให้ดีห้องครัวเพิ่งจะต้มยาให้

อีกครู่เจ้าก็ต้องดื่มแล้ว”

อี๋หนิงยิ้มขื่น “ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร ข้าตัวไม่ร้อน

แล้ว”

หลินไห่หรูถลึงตาใส่นาง “อย่างไรก็ไม่อนุญาตให้

ลุกขึ้นมา”

ผ่านไปครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็เดินเข้ามาและ

คอยจับตาดูอี๋หนิงดื่มยาถ้วยนั้น อี๋หนิงจนใจ ผู้ใด

ใช้ให้นางหมดสติไประหว่างเรียนกันเล่า หลังดื่ม

ยาเสร็จ สตรีทั้งสองคนยังคอยดูนางล้มตัวลงนอน

พักผ่อน

ทว่าอี๋หนิงกลับโคลงศีรษะ “อาจารย์หญิงลงโทษ

ให้ข้าคัด ‘กฎของผู้เป็นศิษย์’ ห้าจบ ข้ายังคัดไม่

เสร็จ ให้ข้าคัดเสร็จแล้วส่งไปให้นางเถิดเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวโมโหจนใช้นิ้วจิ้มหน้าผากนาง

“ปกติมักเห็นเจ้าดื้อรั้นจองหองจนผู้อื่นไม่กล้า

รังแก ข้ายังเตือนให้เจ้ารู้จักอ่อนโยนบ้าง บัดนี้

กลับอ่อนโยนเกินไปแล้ว ผู้อื่นมารังแกถึงศีรษะ

เจ้า เจ้าก็ยังไม่ต่อต้าน! คัดอะไรกัน ข้าจะดูซิว่ามี

ผู้ใดกล้าสั่งให้เจ้าคัด”

อี๋หนิงมองฮูหยินผู้เฒ่าหลัวที่เต็มไปด้วยความ

โมโห จากนั้นก็ได้แต่ยิ้ม

นางปวดใจแทนเจ้าของร่างนี้ การที่เสี่ยวอี๋หนิงใช้

ชีวิตอย่างหยิ่งผยองวางอำนาจเป็นเพราะผู้อื่น

ปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ใช่หรือไม่ นางไร้ที่ให้พูดคุย

ด้วยเหตุผล จึงทำได้เพียงใช้วิธีการของตนมา

ต่อต้าน อันที่จริงโลกใบนี้ก็มักจะแสดงความ

สงสารผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ

จะว่าอย่างไรนางก็เป็นเพียงเด็กน่าสงสารคนหนึ่ง

เท่านั้น

นางกอดฮูหยินผู้เฒ่าหลัว “ท่านย่า ข้ายอมให้นาง

รังแกเมื่อใดกันเพียงแต่หากข้าไม่ฟังนาง ผู้อื่นก็

จะพูดว่าข้าโอหังอีก!”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวนึกถึงหลัวเฉิงจางที่เมื่อสักครู่เดิน

เข้ามาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด เมื่อได้ฟังนํ้าเสียง

นุ่มนวลอ่อนโยนของหลานสาวที่กำลังกล่าวหลัก

ความจริง ขอบตาก็แดงเรื่ออย่างไม่อาจอดกลั้น

เด็กน้อยคนนี้ไม่รู้ความที่ใดกัน เห็นได้ชัดว่านางก็

รู้ความ แต่ลอบอดกลั้นมาโดยตลอด

เฉียวอี๋เหนียงกำลังกล่อมเซวียนเกอร์อยู่ใน

ห้อง ส่วนหลัวอี๋เหลียนกำลังช่วยมารดาม้วนพัน

เส้นด้าย

นางมองน้องชายที่ร้องไห้ไม่หยุด จากนั้นก็กล่าว

เสียงแผ่วเบา “ท่านแม่เหตุใดท่านจึงมั่นใจว่าท่าน

พ่อจะต้องทำโทษน้องสาวเจ็ด…”

เฉียวอี๋เหนียงกล่อมลูกหลับแล้วจึงส่งให้แม่นมอุ้ม

ออกไป ก่อนจะพูดกับบุตรสาว “ท่านพ่อของเจ้า

อดกลั้นกับนางมานานแล้ว นอกจากนี้สิ่งที่ท่าน

พ่อเจ้าไม่อาจทนมากที่สุดก็คือการไม่เคารพ

อาจารย์ ไม่น้อมรับคำสั่งสอนที่เขามีวันนี้ได้เป็น

เพราะคำชี้แนะของอาจารย์ ถึงได้อยู่ในราชสำนัก

อย่างราบรื่น”

เฉียวอี๋เหนียงพูดพลางมองหลัวอี๋เหลียนอย่าง

เหม่อลอย

หลัวอี๋เหลียนถูกเฉียวอี๋เหนียงจับจ้องจนเริ่ม

ประหม่า อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “ท่านแม่ เป็น

อะไรไปหรือเจ้าคะ”

เฉียวอี๋เหนียงพรูลมหายใจ “ลูกแม่ เจ้าเป็นหญิง

สาวที่กำเนิดจากอนุหากไม่อาจทำให้ท่านพ่อของ

เจ้าพอใจ ไม่ว่าสิ่งใดเจ้าล้วนไม่สามารถมีได้

ทัดเทียมผู้อื่น เคราะห์ดีที่ท้องของฮูหยินไม่อาจใช้

การได้ มิเช่นนั้นเจ้าคงต้องได้รับความลำบาก

แล้ว”

หลัวอี๋เหลียนได้ยินมารดากล่าวเช่นนี้ก็รู้สึกน้อย

เนื้อตํ่าใจ พูดอย่างไม่พอใจ “แม้ว่าทุกด้านของข้า

จะเยี่ยมยอดกว่าอี๋หนิง แต่ท่านย่าก็มีใจเอนเอียง

ให้นางโดยไร้เหตุผล มีบางครั้งที่ข้ารู้สึกเกลียด

นางยิ่งนัก นางเคยดูหมิ่นข้า ท่านพ่อก็เพียงตำหนิ

นางแค่ไม่กี่คำ ในใจข้าสุดทานทน อยากจะเข้าไป

ตบปากนาง…”

เฉียวอี๋เหนียงค่อย ๆ คลี่ยิ้ม “เจ้าต้องทน ยิ่งอี๋ห

นิงรังแกเจ้า เจ้าก็จะยิ่งดูน่าเวทนา ท่านพ่อเจ้าก็

จะยิ่งรักสงสารเจ้า ยามที่เจ้าไม่พอใจเพราะถูก

นางรังแก แม่กลับดีใจแทนเจ้า เพราะทุกครั้งที่

ท่านพ่อเจ้าไม่ชอบอี๋หนิงเขาก็จะยิ่งรักเอ็นดูเจ้า”

เมื่อหลัวอี๋เหลียนไตร่ตรองแล้วก็พบว่าเป็นเช่นนี้

จริง แม้จะเห็นว่าผู้ถูกรังแกคือนาง ทว่าแท้จริง

นอกจากถูกรังแกแล้ว ผลประโยชน์อื่น ๆ ล้วนตก

เป็นของนาง ขณะสองแม่ลูกกำลังม้วนพัน

เส้นด้ายก็ได้ยินเสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านนอก

หลัวอี๋เหลียนกำลังมองว่าเกิดสิ่งใด ก็เห็นหลัวเฉิง

จางเดินเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง

เฉียวอี๋เหนียงเห็นว่าสีหน้าเขาไม่ถูกต้อง ใจก็พลัน

กระตุกวูบ ปรี่เข้าไปคลี่ยิ้มอ่อนหวาน “ท่านพี่

เป็นอะไรไปเจ้าคะ…คุณหนูเจ็ด…”

หลัวเฉิงจางปัดมือนางทิ้ง กล่าวด้วยนํ้าเสียงเยียบ

เย็น “เจ้าคุกเข่าลง!”

เฉียวอี๋เหนียงถูกเขาผลักจนถอยไปด้านหลังหนึ่ง

ก้าว นางไม่กล้าฝั่าฝืนรีบคุกเข่าลงกับพื้น สีหน้า

ซีดขาว “ท่านพี่ ท่านมีสิ่งใดก็พูดจากันดี ๆ เหตุ

ใดต้องโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ อนุทำสิ่งใดให้ท่านไม่

พอใจหรือ…”

“หุบปาก!” หลัวเฉิงจางกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

ทั้งยังชี้ไปที่หลัวอี๋เหลียน“วันนี้ผู้ใดกล่าวว่าเหมย

เจี่ยเอ๋อร์ฝั่าฝืนคำสั่งอาจารย์ ทั้งยังประชดไม่ยอม

เข้าเรียน! ทั้งที่เหมยเจี่ยเอ๋อร์ปั่วยหนัก ยืนหยัด

ไม่อยู่จนหมดสติ เจ้าไม่แยกแยะถูกผิด กลับปัน

เรื่องนินทาเหมยเจี่ยเอ๋อร์ลับหลังจนเกือบทำให้

ข้าเข้าใจนางผิด! หากวันนี้ข้าไม่สั่งลงโทษเจ้า

แล้วข้าจะมีหน้าไปเจอน้องสาวเจ็ดของเจ้าได้

อย่างไร!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 9"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

e7-4d3a
สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
12/06/2026
novelpdfv3Br1q
ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
08/02/2026
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.