Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 8

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 8
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อี๋หนิงประคองหัวอันหนักอึ้ง เอ่ยเสียงเบา “เจ้า

ไปบอกพวกเสวี่ยจือสักคำว่าข้าคัดเสร็จก็จะไป ใช้

เวลาไม่นาน”

หลังจากหลัวอี๋ซิ่วจากไปแล้ว นางก็ฟุบลงกับโต๊ะ

ลงมือคัดลอกทีละเส้น ประตูตรงหัวมุมแง้มออก

ลมเย็นพัดปะทะร่างนาง อี๋หนิงรู้สึกไม่สบาย

ตัวอย่างยิ่ง ตัวอักษรตรงหน้าล้วนพร่าเลือน

สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง คิดอยากฟุบหลับ

นางลอบหยิกตัวเองเพื่อดึงสติ หากไม่คัดลอก

อักษรพวกนี้ ท่านอาจารย์หญิงกู้จะต้องตำหนินาง

อีกรอบเป็นแน่

ปลายพู่กันจรดลงบนกระดาษ เกิดเป็นวงหมึก

กว้าง กระดาษเปียกซึมแล้ว แต่พู่กันของอี๋หนิง

ยังคงไม่เคลื่อนไหว

แม้จะนั่งก็ยังนั่งไม่มั่นคง นางฝืนลุกขึ้น หมายจะ

เดินไปหาพวกเสวี่ยจือ ทว่าฟั้าดินกลับตาลปัตร

เพียงพริบตาก็ล้มลง

แต่ทันใดนั้นนางก็คล้ายถูกผู้ใดรับไว้ ตกอยู่ใน

อ้อมแขนอันอุ่นร้อน

อี๋หนิงได้สติเล็กน้อย นางได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของ

สบู่ ดวงหน้ารูปไข่แนบเข้ากับสาบเสื้อของเขา มี

กลิ่นลมหายใจที่ไม่เคยคุ้น แขนแข็งแรงคู่หนึ่งโอบ

กอดนางไว้ ขณะเขากำลังจะปล่อยนางออก นาง

ก็รีบจับชายแขนเสื้อของคนผู้นี้ไว้แน่นพลาง

พึมพำ “อย่าไป ข้ารู้สึกไม่สบายมาก…”

หลัวเซิ่นหย่วนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางแบบ

อักษรที่นางต้องการลงบนโต๊ะหนังสือ

สาวน้อยหลัวอี๋หนิงที่หยิ่งผยองอยู่เป็นนิจกลับมี

สภาพน่าเวทนาถึงเพียงนี้ ดูอ่อนแอไร้ที่พึ่งพิง

ทว่าสิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับเขาสักนิด นางแค่เจ็บปั่วย

เท่านั้น อย่างไรก็ต้องมีคนมาตามหานาง หากเขา

ช่วยนางอีกก็เหมือนกับหาเรื่องเดือดร้อนให้

ตัวเอง เหตุใดจะต้องสนใจเล่า หลัวเซิ่นหย่วน

กำลังคิดผลักนางออกไป ทว่าอี๋หนิงกลับไม่ยอม

นางไม่สบายตัวอย่างยิ่ง เอาแต่จับเขาไว้ ดวงหน้า

เล็กร้อนระอุแนบกับสิ่งเย็นๆ รู้สึกสบายยิ่งนัก

นางซุกตัวเข้าหา พยายามยื่นมือกอดรัดวัตถุ

ตรงหน้าเพื่อทำให้รู้สึกเย็นสบายมากขึ้น

หลัวเซิ่นหย่วนมองเด็กน้อยที่ซุกตัวแนบติดกับ

ปั้ายหยกของตน พลันไร้ถ้อยคำจะเอื้อนเอ่ย

“เจ้ารีบตื่นขึ้นมา” เขาเอ่ยเสียงเนิบ “ข้าจะไป

เรียกสาวใช้ของเจ้าเข้ามา”

อี๋หนิงได้ยินเสียงนี้ก็คล้ายจำได้เลือนรางว่าเขา

เป็นพี่ชายสามของนาง เขาบอกว่าวันนี้จะนำแบบ

อักษรมาให้นาง เช่นนั้นสิ่งที่นางกำลังโอบกอดอยู่

คืออะไรกันนะ บัดนี้สมองของอี๋หนิงถูกเผาจน

เหลวเป็นแปั้งเปียกไปหมดแล้ว ในเมื่อเป็น

หลัวเซิ่นหย่วน อย่างไรก็คงไม่ทอดทิ้งไม่สนใจไยดี

นาง

“พี่ชายสาม ข้าไม่สบาย…” อี๋หนิงกระซิบเสียง

เบา “ข้าปวดหัว คอแห้ง ไม่สบายตัว ท่านอย่าได้

ส่งเสียงรบกวน…”

คิ้วของหลัวเซิ่นหย่วนขมวดมุ่นเล็กน้อย รู้สึก

เหมือนไม่ค่อยถูกต้องจึงยื่นมือไปสัมผัสหน้าผาก

นาง

เจ้าเด็กนี่ตัวร้อนถึงเพียงนี้!

เขาไม่ใคร่ครวญสิ่งใดให้มากความ รีบอุ้มเด็กน้อย

ขึ้นแล้วสาวเท้าออกไปด้านนอก เบื้องหน้ามีเสวี่

ยจือและพวกสาวใช้กำลังเดินเข้ามา

เมื่อเห็นหลัวเซิ่นหย่วนกำลังอุ้มอี๋หนิง เสวี่ยจือก็

ประหลาดใจเล็กน้อย “คุณชายสาม ท่าน…”

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้านาย

ไข้ขึ้นสูง ทว่าพวกเจ้ากลับไม่อยู่สักคน ปรนนิบัติ

กันได้ดียิ่ง!” จากนั้นก็ไม่พูดสิ่งใดกับพวกนางอีก

ก้าวเท้ามุ่งหน้าไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

อย่างรวดเร็ว

เสวี่ยจือตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลย

ว่าคุณชายสามผู้เงียบขรึมถนอมวาจาผู้นี้จะมียาม

ที่ทำให้ผู้คนหวั่นเกรงได้ถึงเพียงนี้ นางนิ่งงันอยู่

สักพักก็พลันเข้าใจ เร่งเท้าก้าวตามไป คุณหนูเกิด

เรื่องแล้ว!

หลังอี๋หนิงถูกอุ้มกลับมา ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็เดือด

ดาลโมโหอย่างยิ่ง

จะไม่ให้โมโหได้เช่นไร ยามออกไปยังดีอยู่ แต่

ตอนอุ้มกลับมากลับแทบหมดลมหายใจ สติเลื่อน

ลอย พูดแต่เพียงว่าไม่สบายตัว

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองหลานสาวตัวน้อยที่ตนเลี้ยง

จนเติบใหญ่ซึ่งยามนี้อ่อนแอราวกับลูกแมวน้อย

หยาดน้ำคลอเอ่อเต็มดวงตา ฝืนอดกลั้นไม่ให้ไหล

ริน

“การปรนนิบัติใกล้ชิดของพวกเจ้าคือการ

ปรนนิบัติเช่นนี้หรือ!”

นางนั่งบนเก้าอี้ไม้โบราณ มีสวี่มามายืนอยู่ข้าง

กาย บรรดาสาวใช้น้อยใหญ่ที่ติดตามอี๋หนิงไปร่ำ

เรียนคุกเข่าอยู่บนพื้น โดยมีเสวี่ยจือและซงจือคุก

เข่าอยู่ด้านหน้า ไม่กล้าลุกยืน

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวชี้ไปที่เสวี่ยจือ “เจ้าเป็นคนที่

คุณหนูใหญ่ทิ้งไว้ให้ติดตามปรนนิบัติเจี่ยเอ๋อร์

เหตุใดถึงเลอะเลือนเช่นนี้ เจี่ยเอ๋อร์ไม่สบายก็อุ้ม

กลับมา นางไข้ขึ้นสูงถึงเพียงนี้ เจ้ายังไม่รู้อีก

หรือ”

เสวี่ยจือเป็นสาวใช้ใหญ่ปรนนิบัติติดตามอยู่ข้าง

กายอี๋หนิง ไม่มีผู้ใดไม่ไว้หน้านาง บัดนี้นางฝืน

กลั้นน้ำตาแล้วกล่าวว่า “บ่าวละอายใจยิ่งนัก

เป็นความสะเพร่าของบ่าว ขอให้ท่านฮูหยินผู้เฒ่า

ลงโทษบ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

ซงจือก็ร้องไห้ “บ่าวไม่อาจไม่โต้แย้งแทนพี่เสวี่

ยจือ หากจะพูดไป เรื่องนี้พี่เสวี่ยจือมีความผิด

เพียงสามส่วน อันที่จริงเป็นเพราะท่านอาจารย์

หญิงกู้ไร้มนุษยธรรม เจี่ยเอ๋อร์ไม่สบาย แต่นางไม่

ยอมให้พวกบ่าวอยู่ปรนนิบัติ ทั้งยังสั่งลงโทษเจี่ย

เอ๋อร์ให้คัดอักษร…”

ซงจือร้องไห้พลางเล่าเรื่องทั้งหมดมาอย่าง

ตะกุกตะกัก

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวซึ่งปกติมักเป็นกราบบูชาพระ

โพธิสัตว์ นั่งสมาธิ พอฟังจบก็ยังเดือดดาล “นาง

ช่างกล้านัก!”

บรรดาสาวใช้หญิงชราที่อยู่ด้านข้างต้องช่วยกัน

เกลี้ยกล่อมฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวสูดลมหายใจลึก

หญิงสาวที่มาจากตระกูลตกอับคนหนึ่ง แค่ได้มา

เป็นอาจารย์ในตระกูลหลัวก็ถึงกับกล้ากลั่นแกล้ง

เหมยเจี่ย ยามปกติไม่รู้ว่าปฏิบัติต่อเหมยเจี่ยเอ๋อร์

อย่างไร เมื่อก่อนรู้ว่าเจี่ยเอ๋อร์ไม่เคารพอาจารย์

หญิงผู้นี้ มักปะทะกันอยู่เป็นนิจ นางเองยังช่วย

ตำหนิสั่งสอนเจี่ยเอ๋อร์ เกลี้ยกล่อมให้เคารพ

อาจารย์น้อมรับคำสั่งสอน แต่ที่แท้อาจารย์หญิงกู้

ก็สอนหนังสือเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยหากเจี่ยเอ๋อร์

จะไม่ชอบ!

สวี่มามารู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกำลังโกรธมากจึง

เกลี้ยกล่อมเสียงเบา “อย่างไรคนผู้นี้ก็เป็นคนที่

นายท่านรองเชิญมา ทั้งยังสอนหนังสือในจวน

ของพวกเรา ท่านไม่สะดวกที่จะออกหน้าตำหนิ

ด้วยตัวเอง…”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“เช่นนั้นพรุ่งนี้ก็ไปบอกนาง ว่าหากมีคราหน้าอีก

ข้าจะทำให้นางอยู่ในเมืองเปั่าติ้งไม่ได้อีกต่อไป”

สวี่มามารับคำ โค้งคำนับแล้วถอยจากไป ฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวเรียกคนเข้ามาประคองเพื่อเดินไปยังห้อง

ด้านข้าง นางหันกลับมามองบรรดาสาวใช้อีกครั้ง

“เสวี่ยจือ ซงจือลุกขึ้นมาดูแลเจี่ยเอ๋อร์ ส่วนคน

อื่นออกไปคุกเข่าด้านนอก”

เสวี่ยจือและซงจือปาดน้ำตา รีบยกน้ำร้อน

ผ้าเช็ดตัว และเครื่องใช้ต่างๆ ตามไปยังห้อง

ด้านข้าง

สาวใช้ใหญ่ที่ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าหลัวสองสาม

คนกำลังเช็ดหน้าเช็ดมือให้อี๋หนิง ส่วนหลัวเซิ่นหย่

วนยังคงยืนอยู่ข้างตั่งไม้ เด็กน้อยจับแขนเสื้อเขา

ไว้ไม่ยอมปล่อย วันนั้นขณะที่นางจมน้ำก็จับเขา

ไว้ไม่ยอมปล่อยเช่นนี้ หลัวเซิ่นหย่วนมองมือเล็กที่

ราวกับก้อนแปั้งกำแขนเสื้อเขาแน่น ออกแรงจน

ข้อนิ้วซีดขาวก็เกิดความรู้สึกผิดแปลก คล้ายนาง

กำลังพึ่งพาเขาอย่างยิ่งยวด

แต่ก็มีเพียงยามที่ตกอยู่ในอันตรายเท่านั้นที่นาง

จะจับเขาไว้ดุจสมบัติล้ำค่า ยามปกติไม่เคย

เหลียวแล

เด็กน้อยละเมอเพ้อไม่ได้สติคล้ายกำลังฝันร้าย ตัว

สั่นงันงก หวาดกลัวเป็นล้นพ้น หลัวเซิ่นหย่วนจับ

จ้องดวงหน้าเล็กของนางนิ่งๆ ก่อนจะเอื้อมมือ

ข้างหนึ่งออกไปสัมผัสหน้าผากนางช้าๆ นางถูไถ

กับมือใหญ่ที่เย็นสบายของเขา ก่อนจะเขยิบเข้า

ใกล้เขาเล็กน้อยคล้ายรู้สึกสบายขึ้น

หลัวเซิ่นหย่วนมองนางและการเคลื่อนไหวเล็กๆ

นั่น จากนั้นมุมปากก็ผุดรอยยิ้มบางออกมาโดยไม่

รู้ตัว

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองหลานสาวที่จับแขนเสื้อของ

หลัวเซิ่นหย่วนไม่ยอมปล่อย ในใจบังเกิด

ความรู้สึกหวาดหวั่น นางเอ่ยเสียงเรียบเฉย “บาง

ทีอี๋หนิงอาจมีชะตาสัมพันธ์กับเจ้า พบเจ้าคราใดก็

มักเกิดเรื่อง แต่ก็เป็นเจ้าที่ช่วยเหลือนางไว้ทุก

ครั้ง”

หลัวเซิ่นหย่วนเป็นหลานที่นางไม่ชอบมากที่สุด

เพราะทำให้นางหวนคิดถึงสาวใช้ที่วางยาพี่น้อง

ตน นางยังคิดเสมอว่ามังกรให้กำเนิดมังกร หงส์

ให้กำเนิดหงส์ ลูกของหนูสร้างรูได้ แล้วแม่แบบ

นั้นจะให้กำเนิดลูกชายอย่างไรออกมาเล่า

และก็ไม่ผิดจากที่นางคาดการณ์ บางเรื่องที่

หลัวเซิ่นหย่วนลงมือทำช่างเป็นเรื่องที่แยบยล

โหดเหี้ยมจริงๆ

ทว่ามีบางครั้งที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวรู้สึกว่าเขาน่า

เวทนา ปกตินับว่าเขาปฏิบัติต่อนางอย่างกตัญู

เฉกเช่นยามนี้ เขาสวมเสื้อคลุมหลวมกึ่งเก่ากึ่ง

ใหม่สีฟั้าอ่อนที่ผ่านการซักมาแล้วหลายครั้ง คง

จะตัดเย็บตั้งแต่สองปีก่อน ขยันขันแข็ง สมถะ ไม่

เคยทำตัวไม่ดีต่ออี๋หนิง

“อี๋หนิงยังต้องรักษาตัว เจ้าไปเถอะ” สุดท้ายฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวก็ไม่ต้องการเห็นเขาจึงเบี่ยงตัวหนี

หลัวเซิ่นหย่วนก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงก้มหน้ามอง

ใบหน้าเล็กซีดขาวของอี๋หนิง ก่อนจะเอื้อมมือ

ออกไปแกะมือเล็กของนางออก

อี๋หนิงสะลึมสะลือคล้ายสัมผัสได้ นางเอื้อมมือ

หมายจะคว้าสิ่งใด แต่หลัวเซิ่นหย่วนกลับถอย

ออกมาก้าวหนึ่ง นางจึงไขว่คว้าได้เพียงความว่าง

เปล่า หลัวเซิ่นหย่วนหมุนกายจากไป ทว่าเมื่อ

เดินถึงประตูก็คล้ายได้ยินอี๋หนิงพึมพำบางอย่าง

ฝีเท้าเขาชะงักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวออกไปด้าน

นอก

เมื่อสวี่มามาเห็นภาพนี้ก็ทนไม่ไหว

“ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ แม้คุณชายสามจะ

เด็ดขาดไปสักนิด แต่ก็ดีต่อคุณหนูเจ็ดเสมอ เหตุ

ใดท่าน…”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถอนหายใจเนิบช้า “ช่างเถิด

แม้แต่เจ้ายังพูดเช่นนี้” จิตใจของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

สั่นคลอน รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง นางให้สวี่มามา

ประคองนั่งลง สีหน้าปรากฏร่องรอยของความ

ชรา “ข้าดูแลเหมยเอ๋อร์ได้อีกไม่นานแล้ว หากข้า

ไปแล้ว ผู้ใดจะปกปั้องนางได้…”

สวี่มามายิ้มบาง “บัดนี้มิใช่มีคนผู้หนึ่งหรอกหรือ

เจ้าคะ ด้วยนิสัยของคุณชายสาม ท่านยังต้อง

กังวลว่าเขาจะปกปั้องเจี่ยเอ๋อร์ของพวกเราไม่ได้

อีกหรือ หากเขารักเอ็นดูเจี่ยเอ๋อร์ ภายภาคหน้าก็

มีเพียงเจี่ยเอ๋อร์รังแกผู้อื่น ไม่มีผู้ใดรังแกนางได้

แล้ว”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวฟังถึงตรงนี้ก็ใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่

วันนี้หลัวเฉิงจางสะสางเรื่องงานได้ราบรื่นจึง

กลับมาเร็ว บ่าวรับใช้ถามเขาว่าอยากจะไปที่ใด

หลัวเฉิงจางยังคงคิดถึงดวงหน้างดงามกระจ่างใส

ดุจปทุมพ้นน้ำของเฉียวอี๋เหนียง ดังนั้นจึงอดไม่ได้

ที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงซึ่งนุ่มนวลลงหลายส่วน

“ไปเรือนเฉียวอี๋เหนียง แล้วก็ไปแจ้งฮูหยินด้วย

บอกให้นางไม่ต้องรอข้ากินข้าวเย็น”

บ่าวรับใช้รับคำแล้วจากไป หลัวเฉิงจางหันไปมอง

ประตูเรือนของเฉียวอี๋เหนียงที่ไม่มีสาวใช้ยืนเฝั้า

แม้แต่คนเดียวก็เดินแหวกม่านเข้าไปเอง ผู้ใดจะรู้

ว่าเฉียวอี๋เหนียงกำลังสนทนาส่วนตัวกับหลัวอี๋

เหลียน เมื่อเห็นหลัวเฉิงจางเข้ามาก็สะดุ้งตกใจ

หลัวเฉิงจางหัวเราะ “พวกเจ้าสองแม่ลูกกำลัง

พูดคุยเรื่องอะไรกัน เหตุใดถึงได้ไล่คนออกไปจน

หมด”

สีหน้าเฉียวอี๋เหนียงไม่ดีนัก “อันที่จริง…อันที่จริง

ก็ไม่มีเรื่องอะไร หากพูดสิ่งที่ไม่สมควรออกไปก็

เกรงว่าท่านพี่จะกล่าวหาว่าพวกเราปันเรื่อง

นินทา ดังนั้นจึงได้พูดคุยกันเงียบๆ เจ้าค่ะ”

หลัวเฉิงจางนั่งลง ก่อนจะอุ้มเซวียนเกอร์ขึ้นมา

กอด “เจ้าพูดเช่นนี้ข้าก็ชักสนใจขึ้นมาแล้ว”

หลัวเฉิงจางมองไปทางหลัวอี๋เหลียน “ในเมื่อแม่

เจ้าไม่ยอมเล่า เช่นนั้นเจ้าก็เล่าให้พ่อฟัง”

หลัวอี๋เหลียนทำท่าลำบากใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะ

ลุกขึ้นมาพูด “เป็นเรื่องของน้องสาวเจ็ดเจ้าค่ะ

วันนี้ตอนเช้าน้องเจ็ดใช้อาการปั่วยเป็นข้ออ้างจะ

พาสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติในห้องเรียนให้ได้ ท่าน

อาจารย์กล่าวว่าการพาสาวใช้เข้ามาเป็นเรื่องไม่

ถูกกฎระเบียบ ไม่ยอมให้น้องสาวเจ็ดพาเข้ามา

ทว่าน้องสาวเจ็ดกลับยืนกรานจะให้สาวใช้อยู่

ปรนนิบัติ เพราะเหตุนี้ท่านอาจารย์หญิงจึงโกรธ

มาก สั่งลงโทษน้องสาวเจ็ดให้คัดหนังสือ สุดท้าย

ช่วงบ่ายน้องเจ็ดก็ประชดไม่ยอมเข้าเรียน…”

หลัวอี๋เหลียนยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งเบา ทว่าหลัวเฉิงจาง

ยิ่งฟังก็ยิ่งเดือดดาล หลัวอี๋เหลียนกล่าวหนึ่ง

ประโยค สีหน้าเขาก็ดำคล้ำลงหนึ่งส่วน

สุดท้ายหลัวเฉิงจางก็ตบโต๊ะด้วยความเหลืออด

“เห็นทีข้าจะตามใจนางเกินไปแล้ว!”

อารมณ์ดีของหลัวเฉิงจางถูกทำลายจนสิ้นซาก

เขาลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าอึมครึม ก่อนจะสาวเท้าไป

ยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

เฉียวอี๋เหนียงรีบตะโกนตามหลังด้วยน้ำเสียงทุกข์

ระทม “ท่านพี่ อย่างไรคุณหนูเจ็ดก็ยังเล็กนัก! อีก

ทั้งนางยังได้รับความโปรดปรานจากฮูหยินผู้เฒ่า

หลัว ท่านอย่าไปเลย”

หลัวเฉิงจางเส้นเลือดเขียวตรงขมับพลันกระตุก

รู้สึกสุดทานทน อยากจะไปสั่งสอนหลัวอี๋หนิงให้

หนัก เขาเดินตรงไปที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

โดยไม่ชะลอฝีเท้าสักนิด

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวและหลินไห่หรูกำลังดูแลอี๋หนิง

หลินไห่หรู่ที่เป็นคนโผงผาง เมื่อเห็นอี๋หนิงมีสภาพ

เช่นนี้ก็ร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น “ขณะที่

ข้าแต่งเข้ามา เจี่ยเอ๋อร์เพิ่งจะสองขวบเท่านั้น ข้า

เห็นนางเป็นเหมือนลูกสาวแท้ๆ หากมีของกิน

อร่อยๆ ของใช้ดีๆ ก็มีแต่กลัวว่าจะให้นางน้อยไป

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้…”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถูกเสียงร่ำไห้ของนางรบกวนจน

หงุดหงิด แต่เมื่อเห็นนางเสียใจด้วยใจจริงก็ตำหนิ

ติเตียนไม่ลง

ขณะนั้นเอง ด้านนอกก็มีสาวใช้นางหนึ่งวิ่ง

กระหืดกระหอบเข้ามา กระซิบข้างหูฮูหยินผู้เฒ่า

“ท่านฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านรองกำลังมาทางนี้เจ้า

ค่ะ ท่าทางคล้ายกำลังเกรี้ยวโกรธยิ่งนัก”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวให้สาวใช้ประคองลุกขึ้น ก้าว

ออกไปที่ห้องโถง จากนั้นก็พบหลัวเฉิงจางที่

ใบหน้าเต็มไปด้วยความโมโห

“ท่านแม่ อี๋หนิงเด็กอกตัญูนั่นอยู่ที่ใด”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวได้ยินเขาเรียกแก้วตาดวงใจของ

นางว่าเด็กอกตัญูอย่างเต็มปากเต็มคำ หัวคิ้วก็

ขมวดมุ่น “เจ้าดูท่าทางของเจ้าสิ! วิ่งมาแสดง

โทสะถึงเรือนของข้าโดยไร้เหตุผล ต่อให้อี๋หนิงไม่

ดีอย่างไร นางก็เป็นบุตรสาวของเจ้า มีผู้ใดที่

โวยวายเหมือนเจ้าเช่นนี้”

หลัวเฉิงจางโมโหจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ข้ายินดีที่

จะไม่มีบุตรสาวเช่นนี้ เจ้าเด็กอกตัญู ยามอยู่ใน

ห้องเรียนของท่านอาจารย์หญิงกู้ก็ไม่รู้จักเคารพ

กฎระเบียบ เรียนรู้ที่จะกล่าวคำลวงว่าตัวเองปั่วย

ไข้ แค่ถูกท่านอาจารย์หญิงสั่งสอนไม่กี่ประโยค

ช่วงบ่ายก็ไม่ไปเรียนแล้ว นางอยู่ที่ใด เรียกนาง

ออกมาพบข้า!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 8"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022
novelpdf5r4r
เมื่อสาวออฟฟิศกลายเป็นแม่สามีในยุคโบราณ
29/06/2026
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.