Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 95

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 95
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ดอกซิ่งฮวาบานสะพรั่งจนเริ่มโรยราแล้ว ลมด้าน

นอกพัดจนมันปลิวไปทั่ว เสียงอึกทึกวุ่นวายดัง

เล็ดลอดมาจากระยะไกล ทำให้นางความคิด

เลื่อนลอยเล็กน้อย

จ้าวหมิงจูถูกเชิญออกจากห้องอุ่น ลู่เจียเสวียผาย

มือให้อี๋หนิงนั่งตรงข้ามเขา ก่อนกล่าวกับนาง

“เจ้ารู้จักจวนหนิงหย่วนโหวหรือไม่”

ฟังจากนํ้าเสียงนี้ เขาตั้งใจจะรับนางเป็นบุตรสาว

บุญธรรมจริงหรืออี๋หนิงตอบเสียงเบา “…ทราบ

เจ้าค่ะ”

จวนหนิงหย่วนโหว หญ้าทุกกอ ต้นไม้ทุกต้น นาง

ล้วนรู้จักดี

“หนิงหย่วนโหวเป็นบรรดาศักดิ์ที่บรรพบุรุษของ

ฮ่องเต้ทรงอวยศักดิ์ให้ในยามตั้งแคว้น” ลู่เจียเส

วียพิงร่างลงบนพนักเก้าอี้ ใบหน้าหล่อเหลาคม

เข้มดุจหยกสลัก เขาเป็นขุนศึก ร่างกายกำยำสูง

ใหญ่ ต่อให้เก็บงำอำนาจบารมีทว่าอย่างไรก็แสดง

ความอ่อนโยนออกมาได้เพียงสามส่วนเท่านั้น

หากไม่คิดปิดบังก็คงเป็นเช่นยามนี้ที่พลังอำนาจ

กดข่มผู้คน เขากล่าวต่อไป “เมื่อมาถึงมือข้าก็

เป็นรุ่นที่เจ็ดแล้ว ข้าไร้บุตรหลาน ยินดีจะรับเจ้า

เป็นบุตรสาวบุญธรรมเจ้ายินยอมหรือไม่”

แม้จะเตรียมใจไว้ล่วงหน้า ทว่าพอได้ยินก็ยังรู้สึก

ไร้สาระ นางถามขึ้นโดยพลัน “พี่หมิงจูมิใช่

บุตรสาวบุญธรรมของท่านหรือเจ้าคะ”

เมื่อลู่เจียเสวียฟังถึงตรงนี้ก็หัวเราะ เสียงหัวเราะ

ของเขายังคล้ายกับเขาในวัยเยาว์ คิ้วดวงตาราว

กับมีขอเกี่ยว “เป็นท่านพ่อของเจ้าที่อยากให้ข้า

รับเจ้าเป็นบุตรสาวบุญธรรม” เขาหยุดนิ่งไปชั่ว

ครู่ “แม้หมิงจูจะยกนํ้าชาแล้วแต่ไม่ได้จารึกนาม

ลงในบัญชีรายชื่อวงศ์ตระกูล ไม่นับว่ามี

ความหมายอะไรส่วนเจ้า ที่ข้ารับเจ้ามาจากใจ

จริง จะลงนามเจ้าในบัญชีรายชื่อของวงศ์ตระกูล

ที่สำคัญเมื่อหมิงจูอยู่ด้านนอกไม่สามารถเรียก

ขานข้าว่าพ่อบุญธรรมได้ ทว่าเจ้าต่างออกไป”

เช่นนั้นนางทำคุณความดีอะไรถึงได้รับ

ความสำคัญจากเขา หรือเพราะนางเป็นบุตรสาว

โดยสายเลือดของเว่ยหลิงจริง ๆ

ชาติภพก่อนเขาสังหารนาง

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อี๋หนิงก็สัมผัสได้ถึงกระแสเย็น

เยียบที่ไหลเอ่อในเลือดและกระดูก กระทั่งแฝง

ด้วยความเจ็บปวดชนิดหนึ่ง

อันที่จริงคราแรกนางยังไม่เชื่อสักเท่าใด ทว่านี่

มิใช่เรื่องที่นางจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เซี่ยหมิ่นถูกใส่

ความว่าร้าย เขากลายเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์

สูงสุดจวนหนิงหย่วนโหวไม่มีผู้ใดกล้าพูดถึงนาง

อีก แม้แต่ลู่เจียเสวียเองก็ยังไม่เคยกล่าวถึง

สุดท้ายถึงจะไม่เชื่ออย่างไรก็คงต้องเชื่อแล้ว

อี๋หนิงไม่เอื้อนเอ่ย เว่ยหลิงเดินเข้ามาลูบศีรษะ

นาง กล่าวเสียงแผ่วเบา“เหมยเหมย ยามนั้นที่

ท่านผู้บัญชาการรับหมิงจูเป็นบุตรสาวบุญธรรม

ไม่ได้จารึกนามในบัญชีรายชื่อวงศ์ตระกูล ต่อไป

หากเจ้ามีท่านผู้บัญชาการเป็นบิดาบุญธรรมจะดี

เพียงใด วันใดที่เจ้าออกเรือน เขาก็ต้องมอบสิน

เดิมให้เจ้าชุดหนึ่ง”

ลู่เจียเสวียเห็นนางไม่เอ่ยวาจาก็ยิ้มพลางถาม

“เป็นอะไร เจ้าไม่ยินดีหรือ” เขาคาดไม่ถึงว่าสาว

น้อยนางนี้จะไม่ยินดี

แม้แต่ตัวเขายังยินยอมแล้ว หากตอบว่าไม่ยินดี

จะไม่เป็นการฉีกหน้าเขาหรอกรึ

ใบหน้าของลู่เจียเสวียสามารถฉีกได้ง่าย ๆ หรือ

อย่างไร หากล่วงเกินเขาจนทำให้เขาไม่สบ

อารมณ์ เกรงว่าแม้แต่เว่ยหลิงก็คงปกปั้องนาง

ไม่ได้

นางเงยหน้ามองเว่ยหลิงที่กำลังจับจ้องมา ใช้

สายตาแสดงออกว่าตกลงทว่าริมฝีปากของนาง

กลับเม้มแน่น จะอย่างไรก็ไม่ยอมปริปาก หาก

จารึกนามในบัญชีรายชื่อของวงศ์ตระกูลจริง

ต่อไปก็ต้องเรียกขานเขาว่าบิดาบุญธรรม

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนใกล้ชิดเช่นนี้ ต่อไป

คงต้องไปมาหาสู่กันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ลู่เจียเสวียมองนางที่ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอยู่นาน

รอยยิ้มค่อย ๆ เลือนหายไป

เว่ยหลิงกระซิบข้างหูอี๋หนิง “เหมยเหมย เจ้าเป็น

อะไรไป รีบตอบตกลงเร็วเข้า”

อี๋หนิงลอบกัดฟันแน่น พลันรู้สึกว่านี่ไม่นับเป็น

อะไร ก็แค่รับบิดาบุญธรรมมิใช่หรือ รับแล้วจะ

อย่างไรเล่า สำหรับลู่เจียเสวีย จะรับหรือไม่รับ

บุตรสาวบุญธรรมมีสิ่งใดแตกต่าง หรือต่อไปเขา

จะต้องสังหารนางให้จงได้!

ดังนั้นนางจึงสงบนิ่งลง รับนํ้าชามาจากถาดของ

สาวใช้ คุกเข่าลงแล้วยื่นให้ลู่เจียเสวีย

ยามนี้สีหน้าของลู่เจียเสวียถึงได้ผ่อนคลาย

เล็กน้อย ยื่นมือออกมารับนํ้าชาจากนาง

การรับเป็นบิดาบุญธรรมเป็นเรื่องที่เขาเสนอขึ้น

หากอี๋หนิงปฏิเสธเขาย่อมโกรธเคือง เขาขึ้นเป็นผู้

ที่มีอำนาจมานานปี หากมิใช่เพราะนางมีส่วน

คล้ายคลึงกับคนผู้นั้น เขาคงไม่แสดงความเมตตา

ถึงเพียงนี้

ขณะที่เขายกมือขึ้น อี๋หนิงก็เห็นสร้อยลูกประคำ

ที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อ เนื้อไม้สีดำสนิท ดู

เหมือนผ่านการเสียดสีมาเป็นเวลานานจึงแวววาว

นวลละมุน

เขาดื่มนํ้าชาเสร็จก็ถอดสร้อยประคำที่ข้อมือ

ออกมาส่งให้นาง “นี่เป็นของแทนสัญญา หาก

ต่อไปเจ้าประสบเรื่องยากลำบาก ข้าย่อมไม่มีทาง

ละเลย”

เมื่อเว่ยหลิงเห็นสร้อยเส้นนั้นก็ตกตะลึงเล็กน้อย

ทว่าจากนั้นสีหน้าก็กลับสู่สภาวะปกติ ไม่เอื้อน

เอ่ยอะไร

อี๋หนิงเรียกขานลู่เจียเสวียว่าพ่อบุญธรรมคำหนึ่ง

อย่างสงบนิ่ง ลู่เจียเสวียผงกศีรษะ ถือเป็นการรับ

แล้ว

เขายังมีภารกิจจึงไม่อาจรั้งอยู่นาน เมื่อดื่มชา

เสร็จก็จากไปอย่างเร่งรีบ

เว่ยหลิงเอ่ยกับอี๋หนิง “ทุกครั้งที่ลู่เจียเสวียออก

รบจะต้องสวมสร้อยลูกประคำนี้ไปด้วย ได้ยินว่า

ร้องขอมาจากพระสมณศักดิ์ชั้นสูง แต่เขากลับ

มอบให้เจ้า”

อี๋หนิงกำสร้อยลูกประคำไว้ เพียงคิดว่านี่เป็น

สิ่งของที่ลู่เจียเสวียพกติดกาย นางก็ราวกับสัมผัส

ได้ถึงอุณหภูมิของร่างกายเขาที่ยังหลงเหลืออยู่

บนนั้น เมื่อดมแล้วก็ได้เพียงกลิ่นหอมของไม้

จันทน์จาง ๆ อันที่จริงก็ไม่มีอะไร ทว่านางกลับ

นำสร้อยลูกประคำนี้เก็บไว้ในตลับแปั้งผัด ไม่นำ

ออกมาอีก

ผ่านไปหลายวัน ลู่เจียเสวียก็ให้คนส่งผีผาตัวหนึ่ง

มา

ผีผาตัวนี้ก็ถูกเก็บไว้ในคลังสมบัติเช่นเดียวกัน

เมื่อจ้าวหมิงจูได้ยินก็ไม่สบอารมณ์ ฟุบตัวอยู่บน

ตั่งไม้ไม่พูดจา มีสาวใช้ไม่ทันระวัง ทำถ้วยชาหล่น

แตก นางก็ลุกพรวดขึ้นนั่งทันใด ผู้ใดจะรู้ว่าสาว

ใช้ผู้นั้นกลับเข้ามาหานางอย่างร้อนรน “คุณหนูห

มิงจู ท่านแม่ของท่าน…มาอีกแล้วเจ้าค่ะ!”

สีหน้าของจ้าวหมิงจูเปลี่ยนเป็นพิลึกพิลั่นโดย

พลัน

ตั้งแต่นางมาอยู่ในจวนอิงกั๋วกง ท่านแม่ก็มาไม่

บ่อยนัก นางไม่ชอบให้อีกฝั่ายมาหา พอเห็น

ใบหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง ท่าทีที่ดูร้อนรนของท่านแม่

นางก็รู้สึกอึดอัด เมื่อนึกถึงสถานที่เล็ก ๆ แห่งนั้น

ที่นางจากมาก็ยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองใจ

นางสวมรองเท้าแล้วลงจากเตียง เม้มริมฝีปาก

เล็กน้อย ก่อนเอ่ยถาม“นางอยู่ที่ใด”

สาวใช้รีบตอบ “รอท่านอยู่ที่ประตูหลังเจ้าค่ะ!”

จ้าวหมิงจูรีบเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะพาสาวใช้

ติดตามไปสักคน

เจิ้งซื่อยืนรอจ้าวหมิงจูอยู่ที่ประตูหลัง ในมือถือ

ห่อผ้า เมื่อเห็นนางมาก็รีบฉีกยิ้มกว้าง ยื่นห่อผ้า

ในมือให้ “นี่เป็นชุดที่แม่เย็บให้เจ้า” เมื่อเห็นคิ้วที่

ขมวดมุ่นเล็กน้อย ท่าทางคล้ายหมดความอดทน

ของจ้าวหมิงจู เจิ้งซื่อก็รีบกล่าว “เป็นชุดด้านใน

ตัดเย็บจากผ้าชั้นเลิศทั้งสิ้น…”

จ้าวหมิงจูมองแต่ไม่รับ ผ้าชั้นเลิศของมารดาล้วน

เป็นเพียงผ้าไหมธรรมดา ในจวนอิงกั๋วกง ผ้าไหม

ถือเป็นผ้าชั้นตํ่าแล้ว

“หากท่านมาหาข้าเพราะเรื่องนี้ ข้าคงต้อง

กลับไปแล้ว…”

เมื่อเจิ้งซื่อได้ยินก็รีบรั้งนางไว้ “หมิงจู พ่อของเจ้า

เสียเดิมพันจนเงินของครอบครัวหมดสิ้นแล้ว…แม่

…แม่ไม่กล้าขอฮูหยินผู้เฒ่า ต้นปีนางก็ให้มาห้า

พันตำลึงแล้ว หมิงจู! หากไม่ใช่เพราะแม่สิ้นไร้

หนทางคงไม่มาหาเจ้าก่อนหน้านี้พวกปั้าสะใภ้

ของเจ้ายังให้พวกเราหยิบยืมเงิน ทว่าบัดนี้พวก

นางไม่ยินยอมแล้ว…อาการปั่วยของท่านย่าเจ้าก็

ยังไม่หายดี!”

จ้าวหมิงจูได้ยินก็หัวเราะหยัน “ไร้หนทางหรือ

เช่นนั้นท่านก็หยิบมีดลุกขึ้นสู้กับพ่อผีพนันคนนั้น

ของข้าก็สิ้นเรื่องแล้ว ท่านคิดว่าข้าอยู่ในจวน

อิงกั๋วกงมีเงินทองมากมายเพียงใด” นางสาวเท้า

เข้าประชิดเจิ้งซื่อทีละก้าว“หากท่านให้ชาติ

กำเนิดที่ดีเช่นคุณหนูรองเซี่ยที่ไม่ว่าเยื้องย่างไป

ทางใดก็มีผู้คนยกย่องเชิดชูให้กับข้าได้ เงินทอง

มากเท่าใด มีหรือที่ข้าจะให้ท่านไม่ได้…”

นางนึกถึงเรื่องที่ถูกเฉิงหลางปฏิเสธการหมั้น

หมาย นึกถึงสายตาดูแคลนของเซี่ยอวิ้น นางก็

ต้องอดกลั้นจนรู้สึกยํ่าแย่

เจิ้งซื่อมึนงง มองจ้าวหมิงจูที่กระบอกตาแดงกํ่าก็

เอ่ยเสียงเบาอย่างสลด “หมิงจู เจ้า…หากเจ้าอยู่

ที่นี่ไม่มีความสุข เช่นนั้นแม่ก็จะไปพูดกับฮูหยินผู้

เฒ่า รับเจ้ากลับไปสักสองสามวัน” คราแรกที่เพิ่ง

รับหมิงจูมาจากบ้านนางร้องไห้งอแงต้องการกลับ

บ้าน ต่อมายิ่งนานวัน นางก็ยิ่งเย็นชากับคนใน

ครอบครัว สนิทสนมกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยเท่านั้น

เมื่อจ้าวหมิงจูได้ยินก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหว ตะโกน

เสียงดัง “ข้าไม่มีทางกลับไป!”

นางจะไม่กลับไปยังบ้านซอมซ่อที่ทงโจวนั่น ต้อง

แบ่งเรือนกับน้องสาวซึ่งถือกำเนิดจากบรรดาอนุ

ทั้งยังไม่อยากรอให้ถึงช่วงเทศกาลเพื่อให้ได้ตัด

เย็บอาภรณ์ใหม่ชุดหนึ่ง ครั้นนางเห็นพี่ชายที่ไร้

ความสามารถทั้งสามคนนั้นก็รังเกียจเบื่อหน่าย

อย่างยิ่ง ยิ่งเมื่อเทียบกับพวกเฉิงหลาง หลัวเซิ่น

หย่วนที่เป็นดุจหงส์มังกรท่ามกลางหมู่คน นางก็

ยิ่งไม่อยากพบพวกเขาแม้เพียงประเดี๋ยวเดียว จะ

ว่านางละโมบในเกียรติยศก็ได้ นางยอมรับ ทว่า

นางไม่มีทางยอมปล่อยให้ตนต้องถูกทำลายใน

สถานที่เช่นนั้นเป็นแน่!

หรือว่าท่านแม่ยังไม่เข้าใจอีก ที่นางไม่อยาก

กลับไปเพราะไม่ต้องการเห็นครอบครัวที่เป็นดุจ

เศษปฏิกูลนั่น ท่านแม่เองก็เป็นดุจสิ่งไร้ประโยชน์

หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ทำตัวอ่อนแอเปราะบาง

ท่านพ่อจะกล้าเอาเงินไปเล่นพนันหรือ ในบ้านยัง

มีอนุอีกสี่ห้อง พี่ชายสามคนไม่มีความสามารถ

เลยสักคน! เอาแต่นั่งกินนอนกิน วัน ๆ ไม่ทำ

อะไร

นางรีบถอดกำไลหยกบนข้อมือ ปินทองบนศีรษะ

และต่างหู ยัดทุกสิ่งอย่างให้กับเจิ้งซื่อ “ท่านได้

แล้วก็รีบกลับไปเถิด อย่าให้ท่านยายพบเห็น!”

เจิ้งซื่อประคองสิ่งเหล่านี้ไว้ เอ่ยด้วยริมฝีปากสั่น

ระริก “หมิงจู เป็นแม่ที่ไม่ดีต่อเจ้า…”

สิ่งที่จ้าวหมิงจูรำคาญมากที่สุดก็คือท่าทางยอม

จำนน โอนอ่อนตามผู้อื่นเช่นนี้ของอีกฝั่าย นาง

กล่าว “หากท่านรู้สึกผิดต่อข้าจริง ต่อไปก็อย่า

ได้มาหาข้าอีก!”

เจิ้งซื่อมองบุตรสาวอย่างตกตะลึงพรึงเพริด นาง

พลันรู้สึกเหมือนไม่เคยรู้จักบุตรสาวคนนี้มาก่อน

อีกฝั่ายต้องเป็นบุตรสาวของบ้านอื่น ต้องเป็นนาง

ที่จำผิดไป…

จ้าวหมิงจูหมุนกายแล้วเดินจากไปทันที

ไม่ไกลออกไป ซ่งมามาซึ่งประคองฮูหยินผู้เฒ่า

เว่ยมาเดินเล่นกำลังยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน

พวกนางเห็นภาพเหตุการณ์ทุกอย่าง

ซ่งมามาสูดลมเย็น “แต่ไหนแต่ไรมาท่านก็กลัวว่า

คุณหนูหมิงจูจะไม่สนิทสนมกับคนในครอบครัว

สั่งให้คุณหนูปฏิบัติกับคนในครอบครัวให้ดีช่วง

เทศกาลต้องส่งของขวัญให้พวกเขา ทว่าพวกเขา

ช่างเลอะเลือนนัก…เพียงแต่การแสดงออกนี้ของ

คุณหนูหมิงจู…”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยมองเจิ้งซื่ออยู่นาน เจิ้งซื่อมอง

ตามบุตรสาวจนลับสายตาถึงได้ถอนสายตากลับ

อย่างอาลัยอาวรณ์ แผ่นหลังของนางผ่ายผอมคง

ตั้งใจสวมชุดที่ใหม่ที่ดีที่สุดมา บนแขนเสื้อยังมี

รอยพับของผ้าใหม่ นางกอดห่อผ้าในมือ เดินซวน

เซกลับไป

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยรู้สึกราวกับตนเองมองผิดไป นาง

ไม่เคยเห็นหมิงจูแสดงท่าทางดุร้ายเยี่ยงนี้มาก่อน

นางมักรู้สึกเสมอว่าหมิงจูเป็นเพียงดอกไม้ดอก

เล็ก ๆ ที่ถูกเลี้ยงอย่างทะนุถนอมเบื้องหน้าตน

ผ่านไปชั่วครู่ นางถึงเอ่ย “ครอบครัวของนางไม่ดี

ตั้งแต่เล็กก็ถูกข้าเลี้ยงดูอย่างตามใจ หากไม่อยาก

กลับไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก…”

ซ่งมามาพูดขึ้นอีกครั้ง “ถึงจะกล่าวเช่นนี้ ทว่า

กลับแสดงท่าทีไม่เกรงใจมารดาเยี่ยงนี้…” ดูไม่ใช่

อุปนิสัยที่ดีเท่าใดนัก

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยนิ่งเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นจึงกล่าว

ว่า “เจ้าไปห่อเงินสามพันตำลึงมอบให้เจิ้งซื่อเถิด

กล่าวว่าหมิงจูมอบให้นาง”

ซ่งมามายอบตัวรับคำ ก่อนไปเรียกสาวใช้ให้ห่อ

เงินให้เจิ้งซื่อ

ยามนี้คือต้นเดือนสี่ เป็นช่วงเวลาที่บุปผาเริ่มโรย

รา

เรือนในจวนอิงกั๋วกงถือเป็นเรือนเก่าแก่ ลานหน้า

เรือนชอุ่มไปด้วยสีเขียวสด อี๋หนิงกำลังเล่นกับนก

กระตั้วที่เว่ยหลิงให้มาตัวหนึ่ง เจ้านี่ช่างโง่เขลา

นัก สอนอยู่นานก็ยังพูดไม่ได้ ทำได้เพียงเอียงคอ

มองนาง หรือบางคราก็ชูชันหงอนของตนขึ้น อี๋ห

นิงสอนอยู่หลายวันก็ยังพูดไม่ได้สักคำนางวาง

อาหารนกในมือลงบนจานเคลือบ ฟังสาวใช้กล่าว

ว่ามารดาของจ้าวหมิงจูมาที่จวน

นางปัดมือ เอ่ยถามอย่างไม่สนใจ “ไม่ได้อยู่กินมื้อ

เที่ยงแล้วค่อยจากไปหรือ”

สาวใช้ส่ายศีรษะ “บ่าวมารายงานท่าน ทว่า

หลังจากนั้นไม่นานนางก็จากไปแล้ว…”

ในเมื่อไม่ได้อยู่ต่อก็ไม่ต้องต้อนรับ อี๋หนิงไม่เอ่ย

ถามให้มากความ จากระยะไม่ไกล นางเห็นถิงเก

อร์กลับมาแล้วจึงเรียกเขาให้เข้ามาด้านใน

ไม่รู้ว่าเขาอยู่ด้านนอกไปเล่นอะไรมา มือจึงเปือน

ดินโคลนไปหมดท่าทางถิงเกอร์เต็มไปด้วยความ

ไม่พอใจ อี๋หนิงกดตัวเขาไว้แล้วล้างมือให้เมื่อเห็น

ว่าเล็บมือของเขายาวก็คิดจะตัดให้ ผู้ใดจะรู้ว่า

เขาจะปันหน้าผี วิ่งหลุน ๆ ออกไปด้านนอกดุจ

หมอกควัน อี๋หนิงตะโกนเรียกเขาด้วยความขุ่น

เคือง“ถิงเกอร์ กลับมาตัดเล็บก่อนแล้วค่อยไป!”

เจ้าเด็กคนนี้ช่างซุกซนนัก กอปรกับระยะนี้เว่ย

หลิงกำลังยุ่งอยู่กับการฝึกทหารที่ค่าย ไม่มีคน

คอยจัดการเขา เขาจึงยิ่งซุกซนขึ้นไปอีก อี๋หนิงตี

ไม่เจ็บ เขาจึงไม่กลัว ที่สำคัญแม้เขาจะอายุเพียง

เท่านี้ ทว่าพละกำลังกลับมหาศาลนัก ในจวนไม่มี

ผู้ใดกล้าล่วงเกิน เขาจึงเป็นดุจท่านอ๋องน้อยผู้หยิ่ง

ผยอง

อี๋หนิงปวดหัวอยู่บ้าง เสี่ยวเฉิงหลางในปีนั้นน่ารัก

เชื่อฟังกว่าเขานัก!เจ้าเด็กคนนี้ต้องถูกเลี้ยงดูมา

อย่างตามใจจนเสียนิสัย

หากจะคาดหวังกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยคงไม่ได้ แต่

ไหนแต่ไรมานางก็เป็นคนอารมณ์ดี กับหลานชาย

ยิ่งใจดีเป็นทบทวี พอพบถิงเกอร์ครั้งใดก็มีแต่จะ

มอบความรักความเอ็นดูให้เขา

ซงจือกระซิบถามเสียงเบา “คุณหนู จะให้คนไป

ตามเสี่ยวซื่อจื่อ…”

อี๋หนิงกลับกล่าว “ไม่ต้องสนใจเขา หากเขา

กลับมา ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามสนใจเขา”

นางหยิบสมุดขึ้นมาคัดอักษร รอจนถึงพลบคํ่า

ตะวันลาลับ ถิงเกอร์ถึงได้กลับมา เขาพบว่าพี่สาว

ไม่สนใจตน เอาแต่คัดอักษร ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร

นางล้วนไม่สนใจ ถิงเกอร์เดินวนรอบตั่งไม้ของ

นางอยู่สองรอบ ก่อนจะวิ่งออกไปหยิบผลซิ่งสอง

สามผลเข้ามาแล้ววางลงบนโต๊ะของนาง

ทว่าอี๋หนิงยังคงแสดงสีหน้าเย็นชา ถิงเกอร์จึงวิ่ง

ออกไปอีกครั้ง ครานี้เขาหยิบผลพุทราหลายผล

มาวางบนโต๊ะของนาง

เมื่อเห็นว่านางยังไม่สนใจ ถิงเกอร์ก็ทำตนราวกับ

เป็นมดกำลังเคลื่อนย้ายสิ่งของ วางก้อนนํ้าตาล

ขนมเปียะ แปั้งงานึ่งลงบนโต๊ะของนางในที่สุดเขา

ก็เริ่มร้อนรน กล่าวว่า “ท่านอย่าโกรธอีกเลยได้

หรือไม่!”

อี๋หนิงเหลือบตาขึ้นมองเขา “ยื่นมือมา” ถิงเกอร์

เม้มปาก ยื่นมือออกไปอย่างน้อยเนื้อตํ่าใจ อี๋หนิง

หยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเล็บให้เขา เขาเอนซบพี่สาว

สัมผัสนุ่มละมุนหอมกรุ่น เมื่อตัดไป ๆ ก็รู้สึกง่วง

นอน รอจนอี๋หนิงตัดเสร็จก็พบว่าเจ้าเด็กน้อยพิง

ซบนางเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ยามหลับเขาจึงดู

เชื่อฟังน่ารักมากที่สุด

นางทอดถอนใจ ให้ถงมามาอุ้มเขาไปนอน

เฉิงหลางไม่มาสอนหนังสือถิงเกอร์แล้ว เขามี

ตำแหน่งเป็นองครักษ์ผู้ติดตามในกรมขุนนาง เดิม

ก็ไม่ควรมาสอนหนังสือ เว่ยหลิงหาอาจารย์คน

ใหม่ให้ถิงเกอร์ ทุกวันต้องตื่นแต่เช้าไปเข้าเรียน

ทว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของอาจารย์ เขาไม่

จำเป็นต้องตื่นแต่เช้า ถิงเกอร์นอนจนดวงตะวัน

ขึ้นสูง ครั้นนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เขาทำให้นางโกรธ

ก็เอาแต่ตามตอแยนาง จะวางหมากกับนางให้ได้

เฉิงหลางสอนเขาวางหมาก ถิงเกอร์เองก็รู้สึกสนุก

ไม่นานก็หลงใหลการวางหมาก สองพี่น้องหยิบ

กระดานหมากขึ้นมาจัดเตรียมในห้องด้านข้าง

ถิงเกอร์จะเป็นคู่ต่อสู้ของอี๋หนิงได้อย่างไร เดิน

ไม่กี่ตาก็ถูกกิน เขากอดถ้วยใส่ตัวหมาก หัวคิ้ว

น้อย ๆ ขมวดมุ่น คิดเท่าใดก็คิดไม่ออกว่าจะกู้

วิกฤตอย่างไร อี๋หนิงมองถิงเกอร์ที่กำลังยุ่งยากใจ

ก็พลันได้ยินเสียงจากด้านหลัง “น้องสาวอี๋หนิง นี่

เจ้ากำลังรังแกเด็กอยู่หรือ”

อี๋หนิงหันหน้าไปก็พบเฉิงหลางยืนอยู่เบื้องหลัง

เป็นเวลานานแล้วที่ไม่ได้พบเขา วันนี้เขาสวมชุด

ขุนนางขั้นห้า เข็มขัดผ้าไหมสีขาว ชุดคลุมสีแดง

หม่น นางไม่เคยเห็นเขาในชุดทางการเช่นนี้มา

ก่อน ชุดนี้ขับให้เขาดูสง่าหล่อเหลา หว่างคิ้วมี

ร่องรอยเหนื่อยล้าเล็กน้อย ดูท่าคงเพิ่งกลับมา

จากกรม

ถิงเกอร์ปรี่เข้าไปดึงแขนเขาไว้ “พี่สาวกินหมาก

ของข้าไปหมดแล้ว!”

เดิมเฉิงหลางเพียงผ่านมาจึงแวะมาดูเท่านั้น เพียง

ปรายตามองก็รู้ถึงความสามารถของอี๋หนิง เขา

ยิ้มพลางเอ่ย “หากน้องสาวอี๋หนิงชนะถิงเกอร์ก็ดู

ไม่ใช่เรื่องที่น่ายกย่องสักเท่าใด เจ้ามาเล่นกับข้า

เถิด”

เขาหยิบหมากสีขาวบริสุทธิ์ตัวหนึ่งออกมาจาก

ถ้วยใส่หมาก

อี๋หนิงย่อมมั่นใจในทักษะความสามารถเรื่องการ

วางหมากของตน นางยิ้มพลางยื่นมือออกไป

“เช่นนั้นก็เชิญญาติผู้พี่นั่งลงเถิดเจ้าค่ะ”

เดิมหมากของถิงเกอร์ก็เข้าตาจนแล้ว หากเดินอีก

สามตา อี๋หนิงก็สามารถเอาชนะได้ ทว่าหลังจาก

เฉิงหลางนั่งลง เดินหมากเพียงไม่กี่ครั้งสีหน้าของ

อี๋หนิงก็พลันเคร่งขรึมขึ้นมา คนผู้นี้เป็นยอดฝีมือ

จู่ ๆ นางก็ได้ยินเฉิงหลางเอ่ยถาม “ข้าได้ยินมาว่า

ท่านน้ารับเจ้าเป็นบุตรสาวบุญธรรมแล้วหรือ”

มือที่วางหมากของอี๋หนิงพลันชะงักเล็กน้อย พอ

เงยหน้าขึ้นก็เห็นสีหน้าของเฉิงหลางที่ไร้อารมณ์

ใด ๆ นางเอ่ยเสียงราบเรียบ “รับแล้วเจ้าค่ะ มีอัน

ใดหรือเจ้าคะ”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงรับเจ้าเป็น

บุตรสาวบุญธรรม”เฉิงหลางเอ่ยถาม

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 95"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds955
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น
22/06/2026
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
22/06/2026
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
62660ef8FEnVUUGD
สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
04/12/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.