ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 142 สร้างงาน
บทที่ 142 สร้างงาน
“เนื้อแห้ง?”
ผู้นำหมู่บ้านงุนงง แสดงว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ท่านผู้นำหมู่บ้านวางใจได้ วิธีทำเนื้อแห้งนี้ข้ารู้ ข้าสามารถสอนให้ชาวบ้านทำได้เจ้าค่ะ”
ผู้นำหมู่บ้านกลับไม่รู้สึกวางใจเท่าไหร่ ขมวดคิ้วถามต่อ “ไม่ทราบว่าเป็นแผนการอย่างไรหรือ?”
อวิ๋นเถียนเถียนยิ้มน้อย ๆ “หากจะให้ข้ามอบวิธีการทั้งหมดให้หมู่บ้าน คงเป็นไปไม่ได้ แต่ข้าสามารถจ้างชาวบ้านมาทำงาน ข้าจะสร้างบ้านที่ใช้ทำงานขึ้นมา ด้วยวิธีนี้ชาวบ้านไม่ต้องออกจากหมู่บ้านก็สามารถหาเงินได้บ้าง ท่านผู้นำหมู่บ้านคิดเห็นอย่างไรเจ้าคะ?”
ผู้นำหมู่บ้านพยักหน้าทันที การช่วยงานแล้วได้ค่าจ้างนั้นง่ายกว่ามาก ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุน
“แต่การจ้างคนทำงานอย่างกะทันหันเช่นนี้ เจ้ามั่นใจหรือ?”
“ถึงไม่มั่นใจ ขาดทุนก็เป็นของข้าเอง ท่านผู้นำหมู่บ้านไม่ต้องกังวล ค่าจ้างเหล่านี้ข้าจ่ายไหว”
“ดี ๆ แต่เจ้าจะจ้างใครบ้างล่ะ? ให้ทำงานอะไร? เรื่องพวกนี้ต้องชัดเจน ข้าจะเลือกคนที่ขยันให้เจ้าสักหน่อย”
อวิ๋นเถียนเถียนพยักหน้า “ข้าต้องการคนไปรับซื้อเนื้อหมูและเนื้อไก่จากที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะซื้อมาราคาเท่าไหร่ ข้าจะรับซื้อในราคายี่สิบตำลึงต่อชั่ง มีเท่าไหร่ข้าก็รับหมด”
ราคานี้ถือว่าคุ้มค่า แม้ในตลาดจะขายกันชั่งละยี่สิบตำลึงเช่นกัน แต่การขายปลีกย่อยจะเทียบกับการรับซื้อจำนวนมากได้อย่างไร?
“แต่คุณภาพเนื้อต้องดี ต้องสด ต้องพูดให้ชัดเจน อย่าให้ภายหลังมาโทษว่าข้าไม่ได้บอก แล้วเอาเนื้อไม่สดมาหลอกข้า”
ผู้นำหมู่บ้านพยักหน้ารัว ๆ “แน่นอน”
อวิ๋นเถียนเถียนคิดอย่างละเอียด พลางกล่าว “การทำเนื้อแห้งต้องใช้ฟืนมาก ชาวบ้านทุกคนสามารถไปตัดฟืนให้ข้าได้ ราคาสองตำลึงต่อมัด ต้องเป็นฟืนเปียก ไม่เอาฟืนแห้ง รำข้าวหรือแกลบที่ไม่ได้ใช้ในหมู่บ้านข้าก็รับซื้อ ราคานั้น ท่านก็รู้ว่าของพวกนี้ไม่มีราคา สองตำลึงต่อร้อยชั่ง”
ของพวกนี้ไม่มีประโยชน์จริง ๆ ปกติทุกคนใช้เลี้ยงหมู หมูกินไม่หมดก็โยนทิ้งเป็นปุ๋ย
หากสามารถแลกเป็นเงินได้ ก็เป็นเรื่องดีแน่นอน
“นอกจากนี้ข้ายังต้องหาคนงานหนุ่มแข็งแรงสองคนมาทำงานที่บ้านข้า ค่าจ้างวันละสิบตำลึง ที่นี่ไม่มีอาหารให้ ให้พวกเขากลับบ้านไปกิน แต่จะให้ค่าอาหารเพิ่มอีกสองตำลึง”
ในช่วงว่างเว้นจากงานเกษตร ย่อมมีชายหนุ่มขยันออกไปหางานทำ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะหางานในเมืองได้ ถึงหาได้ ก็ได้น้อย แน่นอนว่าสู้อยู่ในหมู่บ้านแล้วได้เงินมากขนาดนี้ ราคานี้หลายคนย่อมยินดี
“หากต้องการสร้างที่ทำงาน ก็ต้องมีที่ดินก่อน บ้านของข้าที่ถูกไฟไหม้ก็ต้องสร้างขึ้นใหม่ เรื่องนี้ขอให้ท่านผู้นำหมู่บ้านช่วยด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
ท่านผู้นำหมู่บ้านรีบตอบตกลงทันที อวิ๋นเถียนเถียนทิ้งเงินสามสิบตำลึงไว้ให้ท่านผู้นำหมู่บ้านช่วยสร้างบ้านที่ถูกไฟไหม้ขึ้นใหม่ อวิ๋นเถียนเถียนวางใจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น แล้วกลับไปบ้านอวิ๋นเคออย่างสบายอกสบายใจ
หลี่ซื่อหัวสั่งให้เกวียนที่มารับสินค้าเข้าไปในหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน เกวียนจอดอยู่นอกลานบ้านของอวิ๋นเคอ
จากนั้นทุกคนได้เห็นกับตาว่าเนื้อแห้งที่มีกลิ่นหอมฉุยถูกขนขึ้นเกวียนแล้วถูกลากออกไป
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย ท่านผู้นำหมู่บ้านก็เรียกประชุมที่ศาลบรรพชน
ที่นั่น ทุกคนได้รู้ว่าเนื้อแห้งที่อวิ๋นเถียนเถียนทำ ถูกคุณชายหลี่ซื้อไปในราคาสูง
หลังจากนี้ ไม่ว่าอวิ๋นเถียนเถียนจะนำอะไรออกมา ก็จะไม่มีใครรู้สึกประหลาดใจอีกต่อไป เพราะนางมีที่มาของเงินอย่างชัดเจนแล้ว
ผู้นำหมู่บ้านจัดการประชุมอย่างไร และสั่งการชาวบ้านอย่างไร อวิ๋นเถียนเถียนไม่สนใจเลย
วันรุ่งขึ้น บนที่ดินที่เคยถูกไฟไหม้ก็เริ่มมีคนมาทำงาน ยกซากปรักหักพังขึ้นมา และสร้างเป็นบ้านขึ้นใหม่
เนื่องจากมีคำสั่งจากท่านผู้นำหมู่บ้าน จึงไม่มีใครมารบกวน นางจึงมีความสุขตามอิสระ
ส่วนเฉินผิงอัน แม้อวิ๋นเถียนเถียนจะไม่ได้สนใจมากนัก แต่ข่าวคราวจากทางนั้นก็ยังคงเล็ดลอดมาถึงหูของนางเป็นระยะ
เฉินผิงอันไม่ได้สร้างบ้านใหม่ เพราะบ้านหลังนั้นเป็นบ้านอิฐมุงกระเบื้องอยู่แล้ว สร้างไว้ค่อนข้างแข็งแรง แม้ว่าคานบ้านจะถูกไฟไหม้ แต่ภายในเวลาเพียงสองวัน เฉินผิงอันก็จ้างคนมาจัดการให้เรียบร้อย ภายในก็พอจะอยู่อาศัยได้
ไม่มีใครสนใจว่าภายในบ้านหลังนั้นเป็นอย่างไร
แม้ว่าตอนนี้เฉินผิงอันจะไม่หมกมุ่นกับการพนันอีกต่อไป แต่เขาก็จมดิ่งลงสู่ห้วงลึก
หลินชุนฮวาพาเฉินเฉิงเยี่ยจากไปแล้ว บุตรชายแท้ ๆ ของตนก็ถูกขายไป เฉินผิงอันอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่เหลืออะไรเลย
หลังจากเมามายครั้งใหญ่ เขาก็ติดใจในรสชาติของการเมาสุรา นับแต่นั้นมาก็ดื่มสุราอยู่แต่ในบ้านทุกวัน ไม่สนใจเรื่องภายนอกอีกเลย
บ้านสร้างเสร็จแล้ว ผู้นำหมู่บ้านจัดให้บุตรชายของตน เฉินป๋อ ช่วยรับซื้อเนื้อหมู งานแบบนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นงานที่สบายที่สุด ผู้นำหมู่บ้านย่อมต้องดูแลคนในครอบครัวของตนเองก่อน
ภรรยาของผู้นำหมู่บ้าน นางหวัง เป็นคนเฉลียวฉลาด เห็นว่าเด็กสาวคนนั้นมีแววมากขึ้นเรื่อย ๆ จะไม่รีบเข้าไปสนิทสนมด้วยได้อย่างไร?
ตอนนี้แม้จะเพียงแค่ช่วยทำงานให้เด็กสาวคนนั้น แต่ถ้าทำงานอย่างซื่อสัตย์และทำมานาน จะกลัวอะไรว่าเด็กสาวจะลืมบุญคุณของตน
นางหวังพาลูกสะใภ้ เฉินหลิง มาช่วยหมักเกลือบนเนื้อหมู และรับซีอิ๊วจากมือของอวิ๋นเถียนเถียน ช่วยรมควันเนื้อแห้งให้ดี
ผู้นำหมู่บ้านก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย เขาจึงไม่กล้ายุ่งกับพวกที่ไม่น่าไว้ใจ
เฉินซงผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นน้องชายของผู้นำหมู่บ้าน เมื่อใดที่เกวียนวัวของเขาว่าง เขาก็จะไปขนของให้อวิ๋นเถียนเถียน ด้วยเหตุนี้จึงทำเงินได้ไม่น้อย
ส่วนคนอื่นที่ได้รับผลประโยชน์ก็มีเพียงป้าหวังและลูกสะใภ้ของนางเท่านั้น
เนื่องจากป้าหวังเคยช่วยเหลืออวิ๋นเถียนเถียนมาบ้างก่อนหน้านี้ ดังนั้นอวิ๋นเถียนเถียนจึงสามารถเอ่ยปากต่อหน้าผู้นำหมู่บ้านได้
เมื่อผู้นำหมู่บ้านให้ป้าหวังไปช่วย ก็มีชาวบ้านหลายคนคัดค้าน แต่พอได้ยินว่าเป็นคำสั่งของเด็กสาวโดยตรง พวกเขาจึงไม่มีความเห็นมากนัก
หลังจากนั้นทั้งหมู่บ้านก็เริ่มวุ่นวาย คิดว่าฟืนจากภูเขาไม่จำเป็นต้องไปขายที่ตลาดแล้ว แต่สามารถขายได้ราคาดีในหมู่บ้าน
สองตำลึงต่อมัด วันหนึ่งสิบกว่าตำลึง นั่นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ
แต่ทางอวิ๋นเถียนเถียนก็บอกว่าต้องการเท่าไหร่ก็จะรับเท่านั้น ส่วนที่เกินจะไม่รับ
เมื่องานดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อสัตว์จากหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่งก็ถูกส่งมาที่บ้านหลังนี้ แต่การจะบรรลุเป้าหมายสองพันชั่งนั้น ยังคงไม่เพียงพอ
อวิ๋นเถียนเถียนกังวลเรื่องนี้อยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจถางที่รกร้างใกล้เคียงออกมาส่วนหนึ่ง เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ
อวิ๋นเคอรีบดับความฝันของนางทันที “เด็กคนนี้ คิดอะไรก็ทำอย่างนั้นเลยนะ”