ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 243 สาเหตุการตาย
ทันใดนั้น เขาก็ไม่มีแม้แต่แรงจะคลานอีกต่อไป หัวใจของเขาเกิดอาการเจ็บปวดรุนแรง ตามด้วยความมืดมิดที่ปกคลุมสายตา ภาพสุดท้ายที่ปรากฏต่อหน้าเขากลับเป็นมารดาของหลี่ซื่อหัว ใบหน้าอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความกังวล
ในที่สุด หลี่จินก็หมดลมหายใจ ฮูหยินหลี่มีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่กลับแกล้งถอนหายใจยาว ๆ พลางเอ่ยว่า “ท่านสามี บางครั้งการมีชีวิตอยู่แบบหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งไม่ดีกว่าหรือ ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ตอนนี้มาพบว่าถูกนอกใจ กลับต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง จำเป็นด้วยหรือ”
จากนั้นฮูหยินหลี่ก็จัดการสีหน้าของตัวเอง แล้วนั่งลงอย่างสงบที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบแป้งสีขาวบนโต๊ะขึ้นมาแต้มบนใบหน้าของตน
ครู่ต่อมา เสียงร้องก็ดังออกมาจากห้องของฮูหยินหลี่
“ช่วยด้วย! นายท่านตายแล้ว!”
เสียงร้องนี้ทำให้คนภายนอกต่างตกใจ
หลี่จินแข็งแรงดีมาตลอด จู่ ๆ มีคนบอกว่าคนที่แข็งแรงดีมาตลอดคนนี้ กลับตายไปเสียอย่างนั้น ทุกคนมีปฏิกิริยาแรกคือไม่เชื่อ แต่แล้วก็รู้สึกตัวในทันที วิ่งกรูกันไปที่เรือนหลัง
ผู้เป็นนายของพวกเขานอนอย่างสงบบนพื้น ใบหน้าซีดขาว
ไม่นานก็มีคนรู้สึกตัว รีบวิ่งไปทางที่หลี่ซื่อหัวอยู่
หลี่ซื่อหัวนั่งอยู่ในลาน เดิมทียังคอยฟังข่าวการตายของหญิงต่ำช้านั่น ใครจะรู้ว่าคนรับใช้วิ่งมาอย่างตื่นตระหนก เตะเข้ากับกรอบประตู เกือบล้มลงบนพื้น
“เจ้าทำอะไรของเจ้า มีสุนัขไล่เจ้ามาหรือ”
ข้ารับใช้พูดอย่างตื่นตระหนก “คุณชาย นายท่านตายแล้วขอรับ!”
หลี่ซื่อหัวลุกพรวดขึ้น มองคนรับใช้ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!”
“เป็น…เป็นเรื่องจริงขอรับ อยู่ในเรือนของฮูหยิน ถ้าไม่เชื่อท่านไปดูได้!”
หลี่ซื่อหัวมองคนรับใช้ตรงหน้าอย่างสงสัย ตอนนี้ควรจะได้ยินข่าวการตายของหญิงต่ำช้านั่นไม่ใช่หรือ ทำไมถึงเป็นท่านพ่อของเขา ชายร่างใหญ่เช่นนี้ไม่มีทางจะเสียเปรียบหญิงผู้นั้นได้
หากท่านพ่อเป็นคนเลอะเลือนเช่นนั้นจริง ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็คงเป็นเพียงนางคนนั้นแกล้งทำทีอ้อนวอน แล้วเขาก็คงจะปล่อยนางไป
หลี่ซื่อหัวก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว จนข้ารับใช้ที่ตามหลังมาแทบจะตามไม่ทัน
ในที่สุดก็มาถึงหน้าประตูห้องของนางต่ำช้านั่น ท่านพ่อของเขามักจะนอนที่นี่บ่อย ๆ แต่เขาไม่เคยก้าวเข้ามาในลานเรือนนี้เลย
บัดนี้เมื่อเดินเข้ามา ทุกหนทุกแห่งล้วนเต็มไปด้วยข้าวของหรูหรา แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะสังเกตอะไรมากนัก
เมื่อเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ นางคนนั้นคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าซีดขาว ร่างกายสั่นเทาราวกับจะล้มลง แต่หลี่ซื่อหัวรู้ดีว่า นั่นเป็นการแสร้งทำ
ส่วนท่านพ่อที่เคยตวาดใส่เขาอย่างดุดัน บัดนี้กลับนอนอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ หลี่ซื่อหัวรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
“ท่านพ่อ!”
เพียงแค่ร้องเรียกออกมาเท่านั้น หลี่ซื่อหัวก็ไม่รู้ว่าตนเองควรทำอย่างไรต่อไป
แต่เดิมเขาไม่ได้คาดหวังอะไรจากท่านพ่อที่ตาบอดไปหลงหญิงผู้นั้น แต่เมื่อเขานอนนิ่งอยู่บนพื้นเช่นนี้ หลี่ซื่อหัวก็รู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างยิ่ง
ฮูหยินหลี่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเศร้าโศก “ซื่อหัว นายท่านจากไปแล้ว สิ่งที่ท่านเป็นห่วงที่สุดก็คือเจ้า เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ…”
นางร้องไห้จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่ทุกสีหน้าที่นางแสดงออกมานั้น หลี่ซื่อหัวไม่มีทางเชื่อเลยสักนิด
แต่คำพูดของนางหลี่ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง เมื่อหญิงน่ารังเกียจคนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าของหลี่ซื่อหัว เขาก็ได้สติกลับมาในทันที
หญิงต่ำช้าน่าสาปแช่งคนนี้ เรื่องชู้สาวของนางกับผู้ดูแลบ้านเพิ่งถูกท่านพ่อของเขารู้เข้า แต่พอท่านพ่อกลับมาเพื่อจัดการกับนาง เขาก็ตายอยู่ในห้องของนางเสียแล้ว หากจะบอกว่าเรื่องของท่านพ่อไม่เกี่ยวข้องกับหญิงคนนี้ เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
เขาพุ่งเข้าไปและใช้มือบีบคอของนางหลี่อย่างแรง
“นังหญิงต่ำช้า! เป็นเจ้าใช่หรือไม่ เจ้าเป็นคนฆ่าท่านพ่อของข้า!”
แม้ว่านางหลี่จะถูกบีบคอ ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางก็แดงก่ำ แต่บนใบหน้านั้นกลับมีรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ดูสิว่าคุณชายของพวกเราพูดอะไรออกมา ทำไมข้าต้องฆ่าสามีของตัวเองด้วยเล่า หรือว่าข้าอยากเป็นหญิงม่ายกันล่ะ”
หลี่ซื่อหัวไม่สามารถพูดถึงเรื่องชู้ของหญิงคนนี้ต่อหน้าทุกคนได้ เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นลูกชาย
“ข้ารู้ว่าต้องเป็นฝีมือของเจ้าแน่ ๆ รอให้ข้าหาหลักฐานได้ ข้าจะต้องเอาชีวิตเจ้ามาชดใช้! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องเลว ๆ ที่เจ้าทำ ข้าบอกเจ้าเลยว่า เจ้า…”
คิดไปคิดมา หลี่ซื่อหัวก็กลืนคำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากลงไป ไม่ควรรีบพูดออกไป เรื่องนี้ยังต้องสืบให้ดี ๆ
ดวงตาที่เย้ายวนของนางหลี่พลันเป็นประกายวาบขึ้นมา หลี่ซื่อหัวคงจะรู้อะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สะดวกที่จะพูดออกมา
‘หรือว่าเจ้าเด็กบ้านี่จะรู้เหตุผลที่แท้จริงที่บิดาของมันมาหาข้า?’
หากเป็นเช่นนั้น เรื่องที่ผู้ดูแลบ้านหวังจะกลับมาก็คงต้องพิจารณาอีกครั้งแล้ว
หลี่ซื่อหัวยืนอยู่ตรงนั้นด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ จากนั้นก็โบกมือสั่งให้คนจัดการศพ
อวิ๋นเถียนเถียนและอวิ๋นเคอ รวมถึงเฉินเฉิน ในฐานะแขกของจวน บังเอิญมาเจองานศพเข้าพอดี ก็ยิ่งไม่สามารถจากไปได้
อวิ๋นเถียนเถียนในฐานะตำรวจ พอเดินเข้าไปในสวนก็ขมวดคิ้วทันที ที่นี่มีคนเข้าออกมากเกินไป สถานที่เกิดเหตุถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว เช่นนี้แล้วการสืบคดีก็คงไม่ง่ายเสียแล้ว
อวิ๋นเคอเมื่อเห็นสภาพศพของท่านหลี่แล้ว ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
พอดีกับที่เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบได้ยืนยันตัวตนแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้นั้นถอดถุงมือออกจากมือของตน แล้วส่งให้ลูกมือที่อยู่ข้าง ๆ
“ท่านหลี่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ น่าจะเกิดจากการได้รับความตื่นเต้นหรือตื่นตระหนกอย่างรุนแรง”
อวิ๋นเคอที่อยู่ข้าง ๆ กลับเอ่ยปากอย่างเย็นชา “ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าท่านเป็นผู้ชันสูตรศพได้อย่างไร ชัดเจนว่าตายเพราะถูกวางยาพิษ แล้วทำไมถึงกลายเป็นโรคหัวใจไปได้”
เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพรู้สึกไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนผู้นี้กำลังสงสัยในความเชี่ยวชาญของตน
“คุณชายผู้นี้ เช่นนั้นท่านลองบอกข้าสิว่ามันเป็นยาพิษชนิดใด”
อวิ๋นเคอเคยอยู่ในเมืองหลวง พบเห็นเรื่องราวลึกลับต่าง ๆ มามากมาย วิธีการฆาตกรรมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก
“ท่านหลี่ได้ใช้ยาปลุกกำหนัด แล้วในน้ำที่ดื่มก็ผสมยานอนหลับชนิดพิเศษ หากดื่มแยกกันจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าเพิ่งใช้ยาปลุกกำหนัดแล้วดื่มยานอนหลับทันที ในขณะที่ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป แต่หัวใจทำงานไม่ทัน ก็จะทำให้เกิดผลเช่นนี้”