ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 242 หญิงถ่อย
การที่ฮูหยินหลี่ออกไปข้างนอกเช่นนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา หญิงผู้นี้แต่เดิมก็ไม่ใช่คนที่อยู่นิ่ง ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้ใด มีเพียงยายเฒ่าที่เฝ้าประตูหลังเรือนที่รู้ว่าฮูหยินของตนออกไปข้างนอก
แม้ว่าหลี่ซื่อหัวจะรู้สึกร้อนใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านพ่อยังไม่จัดการกับหญิงต่ำช้าผู้นั้นเสียที แต่เมื่อมีเรื่องที่โรงเตี๊ยม ก็คงต้องรอท่านพ่อกลับมาก่อนจึงจะว่ากล่าวได้
หลี่จินกลับมาในช่วงเย็นของวันนั้น แต่เขายังไม่ทันได้ไปหาฮูหยินหลี่ ก็ถูกอนุภรรยาคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้าเรือนเรียกตัวไป บอกว่าตั้งครรภ์แล้ว
การมีลูกในวัยชราถือเป็นเรื่องดี หลี่จินจึงรีบไปที่ห้องของอนุภรรยาด้วยความยินดียิ่ง
ที่จริงการรับหญิงคนนั้นเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร เอาแต่ครองตำแหน่งแต่ยังไม่มีลูก ผ่านมาหลายปีมีแต่เห็นนางช่วยเหลือครอบครัวเดิม แต่กลับไม่เคยให้กำเนิดบุตรสักคน
หญิงต่ำช้าผู้นั้นสามารถจัดการทีหลังได้ แต่ทางด้านอนุภรรยายังต้องปลอบประโลมอีก เพราะเพิ่งบอกข่าวมาว่าทารกในครรภ์ไม่ค่อยมั่นคงนักหลี่จินเดินเข้าไปในห้อง มองดูท่าทางเขินอายและหวาดกลัวของอนุภรรยา ทำให้จิตใจของเขาเริ่มวอกแวก แต่เนื่องจากคำนึงถึงเด็กที่ยังไม่มั่นคงนั่น เขาจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวมากนัก
กลิ่นหอมในห้องของอนุภรรยานั้นช่างหอมยิ่งนัก ทำให้เขาเกิดแรงปรารถนาขึ้นมา ความรู้สึกเช่นนี้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยสำหรับหลี่จิน เพราะเขาก็เคยไปหอนางโลมมาก่อน
ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายส่วนล่างได้ หลี่จินจึงพุ่งเข้าหาอนุภรรยาอย่างบ้าคลั่ง
ชั่วครู่ต่อมา หลี่จินก็หยุดนิ่ง
อนุภรรยาลุกขึ้นมาอย่างเขินอาย คอยปรนนิบัติสวมเสื้อผ้า แล้วส่งถ้วยชาให้เขา
หลี่จินดื่มชาพลางยิ้ม แล้วเดินออกไป คราวนี้ไม่มีใครสามารถขัดขวางเขาในการจัดการกับหญิงต่ำช้านั่นได้
หลี่จินเตะประตูเปิดอย่างแรง เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องน่าอับอายนี้ ดังนั้นการมาสอบสวนครั้งนี้ เขาจึงไม่ได้พาใครมาด้วย
ฮูหยินหลี่หันหน้ามา ใบหน้าเย้ายวนมีรอยยิ้ม
“นายท่านเกิดอะไรขึ้นหรือ หรือว่าอนุภรรยาปรนนิบัติท่านไม่ดีพอ”
หลี่จินก้าวเข้าไปคว้าคอเสื้อของฮูหยินหลี่แล้วเหวี่ยงนางลงพื้นอย่างแรง”ฮึ นังหญิงถ่อย บัดนี้เจ้ามีความกล้าที่จะมาจัดการเรื่องในบ้านของข้าเช่นนี้ ข้าดูแลเจ้าไม่ดีหรือ เจ้าถึงไปยุ่งกับผู้ดูแลบ้านหวัง!”
หลี่จินคิดว่าหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ภรรยาของเขาอย่างน้อยก็จะตกใจและคุกเข่าร้องขอความเมตตา
แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะให้ภรรยาของเขาตาย แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามของนาง ความเกลียดชังทั้งหมดก็หายไปในทันที ตราบใดที่หญิงถ่อยคนนี้ยังรู้จักกลับตัว เขาก็พร้อมจะไม่ถือสาอะไร อย่างไรเสียในอนาคตเขาก็จะยกมรดกให้กับซื่อหัว ให้เขาเลี้ยงดูหญิงคนนี้ไปจนแก่เฒ่าก็พอ
ใครจะรู้ว่าภรรยาของเขากลับหัวเราะและพูดว่า “ฮึ! ทำไมท่านถึงได้โกรธมากขนาดนี้ ท่านมีนางบำเรอในเรือนหลังน้อยไปหรือ ข้างนอกก็คงจะมีดอกไม้ให้เชยชมอีกมากสินะ! ท่านมีได้ แล้วทำไมข้าจะมีไม่ได้!”
“อีกอย่าง ท่านก็มักจะยุ่งอยู่กับงานภายนอก ไม่ค่อยมีเวลามาอยู่กับข้าที่บ้าน และหญิงเจ็ดแปดคนในเรือนหลังของท่านก็แบ่งท่านไปทุกวัน ทั้งเดือนข้าก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้าท่านเลย! ท่านเป็นคนทอดทิ้งข้าก่อน แล้วจะมาโทษข้าได้อย่างไร!”
คราวนี้หลี่จินโกรธจัด นังหญิงถ่อยคนนี้! นางนอกใจแล้วยังมีเหตุผลอะไรอีก!
“นังหญิงถ่อย เจ้าขาดผู้ชายไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรือ! มาถึงตอนนี้ เจ้ายังไม่ยอมสำนึกผิดอีก กล้าดีนักที่จะให้ข้าใส่หมวกเขียว!”
หลี่จินพูดพลางกระโจนเข้าใส่ มือทั้งสองข้างบีบคอภรรยาของตน
พละกำลังนั้นช่างน่ากลัว ตอนนี้ฮูหยินหลี่ตกใจจริง ๆ นางก็ไม่แน่ใจว่าสาวใช้คนนั้นได้ให้ยาแก่หลี่จินกินหรือไม่ ทำไมตอนนี้ตาแก่คนนี้ยังมีแรงมากขนาดนี้
เห็นได้ชัดว่านางกำลังจะหายใจไม่ออกแล้ว ดวงตาก็เริ่มเหลือกขึ้นมา ในขณะนั้นเอง แรงที่คอก็พลันคลายลง หลี่จินรีบเอามือกุมหน้าอกตัวเอง หน้าเขียวคล้ำ
ฮูหยินหลี่รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที ตาแก่นี่เมื่อครู่ยังจะเอาชีวิตนางอยู่เลย ตอนนี้กลับนอนเหมือนสุนัขตายอยู่บนพื้นเสียแล้ว
“ท่านหลี่ ท่านว่าการหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งไม่ดีกว่าหรือ จำเป็นต้องมาถามด้วยหรือ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ชีวิตของท่านตอนนี้คงจะหมดแล้วกระมัง”
หลี่จินแน่นอนว่าไม่อยากตาย เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไปจับชายกระโปรงของหญิงผู้นั้นแน่น
“เรียกหมอ… เรียก…”
หลี่จินไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติบนร่างกายตนเองว่าเป็นเพราะถูกวางยาพิษ เขาเริ่มหายใจไม่ออก
“เรียกหมองั้นหรือ ท่านคิดว่าข้าจะโง่ขนาดนั้นรึไง ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าก็ต้องตายน่ะสิ ท่านหลี่ ท่านก็มีชีวิตอยู่มาหลายสิบปีแล้ว แต่ข้าตอนนี้กลับอยู่ในวัยเบ่งบาน อายุก็ไม่ได้มากกว่าลูกชายของท่านสักเท่าไหร่ เพื่อข้า ท่านก็ยอมลำบากอีกสักหน่อยเถิด!”
“นี่เป็นของดีที่น้องชายข้าไปหามาจากหอนางโลม แล้วก็เพิ่มยาบางอย่างที่ขัดกันเข้าไป รอให้ลูกชายของท่านกลับมา เขาต้องคิดว่าท่านเป็นโรคหัวใจแน่ ๆ ไม่มีทางคิดได้หรอกว่าข้าเป็นคนทำ”
แม้ว่าหลี่จินจะหายใจไม่ออก แต่สติก็ยังคงแจ่มชัด เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ยิ่งโกรธหนักขึ้นไปอีก
“นังหญิงแพศยา! เจ้าจะฆ่าสามีตนเองงั้นหรือ!”
หลี่จินยังพูดได้ ทำให้ฮูหยินหลี่ตกใจ แต่นางก็รู้ว่านี่คงเป็นอาการฟื้นคืนสติก่อนตาย ดังนั้นนางจึงยิ่งรู้สึกดี
“แต่เดิมท่านก็รู้อยู่แล้วว่าข้าได้ทำสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องต่อท่าน หากท่านจัดการข้าแต่เนิ่น ๆ ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ท่านคงคาดไม่ถึงสินะ ว่าอนุภรรยาคนโปรดล่าสุดของท่านนั้น นางเป็นสาวใช้ของข้ามาตลอด สัญญาขายตัวของนางยังคงอยู่ในมือของข้า เป็นอย่างไรบ้าง ยาพิษคงทำให้ท่านเคลิบเคลิ้มมากสินะ”
หลี่จินมีอาการกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเพียงชั่วครู่ แต่ตอนนี้ก็อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว สีแดงบนใบหน้าของเขาจางหายไปนานแล้ว เหลือเพียงสีซีดเหมือนคนตาย
“นังปีศาจ! นังหญิงเลว!”
“โอ้ ท่านหลี่ชมข้าเกินไปแล้ว หลังจากท่านตายไป ลูกชายของท่านมีนิสัยเช่นไร ข้าคิดว่าท่านคงรู้ดี เพียงแค่ข้าลงมือ เขาก็จะยอมคุกเข่าต่อหน้าข้าในไม่ช้า เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลหลี่ทั้งหมดก็จะตกเป็นของข้า เป็นอย่างไรบ้างท่านสามี แผนการของข้าไม่มีข้อผิดพลาดเลยใช่ไหม”
หลี่จินรู้สึกร้อนใจ ตัวเขาเองคงไม่รอดแน่ แต่ลูกชายยังต้องมีชีวิตอยู่ หากตกหลุมพรางของนังปีศาจผู้นี้ ครั้งนี้ตระกูลหลี่คงจบสิ้นเป็นแน่
เขาพยายามจะคลานออกไปเพื่อเตือนลูกชายของตน แต่น่าเสียดายที่ร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้ว