ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1005 ศิษย์อาจารย์ / ตอนที่ 1006 บอกมาดีๆ
ตอนที่ 1005 ศิษย์อาจารย์ / ตอนที่ 1006 บอกมาดีๆ
ตอนที่ 1005 ศิษย์อาจารย์
กระดิ่งของหอส่องชะตายังดังไม่หยุด
วิญญาณตระกูลไป๋หลี่ที่อยู่บนชั้นสองว่างจนรู้สึกเบื่อ พวกเขาบางคนนั่งอยู่ตรงประตูมองคนที่ผ่านไปผ่านมา
ผู้ดูแลร้านฉังพยายามทำให้หัวใจที่กระวนกระวายของเขาสงบลงอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มไม่เปลี่ยน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาเคยชินกับมันแล้ว
เขากระทั่งจ่ายเงินซื้อของกินเซ่นไหว้มาเองราวกับจะกลัวว่าวิญญาณที่หอส่องชะตานี้จะหิวโซ
พอเซี่ยเฉียวมา วิญญาณที่อยู่รายรอบก็กระจัดกระจาย
“จิ๊ๆๆ ผู้ชายที่มีพลังหยางเข้มข้นพวกนั้นมาอีกแล้ว มันรุนแรงเกินไปจริงๆ พวกเราเป็นวิญญาณอ่อนแอคงจะอยู่กับเจ้าไม่ได้แล้ว” วิญญาณที่ไม่ได้มีพลังร้ายกาจพูดกับเซี่ยเฉียวอย่างมีเมตตาก่อนจะหลบไปอยู่ในขวดกระเบื้องบนชั้นสอง
เซี่ยเฉียวเดินตึกตักขึ้นไปชั้นบน
นางนั่งลงบนเก้าอี้และดื่มชา
ก่อนหน้านี้พวกองครักษ์จะไม่ขึ้นมายังชั้นสอง แต่คราวนี้พวกเขาจับคนมาจึงต้องตามนางมาด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้นักพรตผู้นี้คลุ้มคลั่งทำร้ายปรมาจารย์ได้
เหล่าองครักษ์พากันตกตะลึงเมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงชั้นสองและได้เห็นเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ แล้ว
ชั้นสองกว้างขวางแต่กลับวางตู้ไว้ไม่กี่หลัง และยังมีแท่นบูชาเทพ และเกือบจะไม่มีอะไรที่เกินความจำเป็นเลย
นักพรตหลิวหมิงถูกกดให้คุกเข่าลงทันที
“ข้าขอถามเจ้า ใครเป็นคนจัดวางค่ายอาคมที่บ้านเจ้ากันแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
นางตรงมาไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม ส่วนหลิวหมิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตัวสั่นเล็กน้อยขึ้นมาทันที “เป็น เป็นข้าเอง…เจ้าถามเรื่องนี้ทำไม…นั่นเอาไว้เรียกทรัพย์ ไม่ ไม่ได้ทำร้ายคนเสียหน่อย…”
“อย่างนั้นหรือ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน” เซี่ยเฉียวพูดจบก็ดีดนิ้วทันที ที่นี่มีวิญญาณมากมาย พวกเขาจุดไฟขึ้นทันที และเทียนพวกนั้นก็มีพลังหยิน พวกเขาจึงสามารถทำได้ไม่ยาก
ในชั่วพริบตา ตะเกียงที่อยู่รอบๆ ก็สว่างขึ้นทันที
เหล่าองครักษ์พากันตกใจ
ความสามารถเช่นนี้…พวกเล่นกลก็ยังทำไม่ได้กระมัง
“ในเมื่อเจ้ารู้จักผู้วิเศษเช่นนั้น เจ้าก็น่าจะรู้ว่าบนโลกใบนี้เหนือฟ้ายังมีฟ้า คนผู้นั้นสามารถวางค่ายอาคมรวมวิญญาณเรียกทรัพย์ให้เจ้าได้ ข้าก็จะทำลายมัน แล้วก็วางค่ายกลพิฆาตเสือขาวกลืนดาวทำให้เจ้าตายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก” เซี่ยเฉียวข่มขู่เขา
หลิวหมิงได้ยินเช่นนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เสือขาวกลืนดาว เขาเคยได้ยินมาก่อน…
มันเป็นค่ายกลอย่างหนึ่งที่หากทำสำเร็จคนที่อยู่ข้างในนั้นจะอยู่ในตำแหน่งดาวที่รายล้อมไปด้วยเสือดุร้าย คนที่อยู่ในตำแหน่งดาวจะถูกพลังชั่วร้ายของเสือขาวรบกวนทุกวันและต้องตายอย่างอนาถ!
“ไม่ ไม่ใช่ข้าหรอกที่ทำ เป็นอาจารย์ต่างหากที่ทำขึ้นมาเพื่อให้ข้ามีโชคลาภได้เงินมาใช้” หลิวหมิงเอ่ย
“อาจารย์ของเจ้าเป็นใคร” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวก็แค่พูดเรื่องค่ายกลพิฆาตไปอย่างนั้นเอง
ของที่ทำร้ายคนอื่นล้วนแต่ต้องรับผลกรรม ทำเรื่องชั่วร้ายก็จะต้องชดใช้กรรมเองหรือไม่กรรมนั้นก็จะไปตกอยู่กับคนในครอบครัวหรือทายาทลูกหลาน นางไม่ทำเรื่องโง่ๆ อย่างนั้นหรอก
“ก็คือ ก็คือนักพรตน้อยที่พวกเจ้าเห็นนั่นแหละ…หลายเดือนก่อนหน้านี้ วัดของข้าอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าก็เลยลงเขามาและคิดว่าจะหาเงินสักหน่อย ข้าไม่เพียงหาเงินไม่ได้ แต่ยังเกือบจะถูกคนทุบตีเสียอีกต่างหาก ต่อมาโชคดีที่ข้าได้อาจารย์มาคอยชี้แนะจึงได้โชคดีขึ้นมานี่แหละ” ยามพูดถึงอาจารย์สีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใส
เซี่ยเฉียวกลับหัวเราะเสียงดังออกทันที “ดูท่าแล้วเจ้าคงคิดว่าอาจารย์ของเจ้าดีกับเจ้าไม่น้อยเลยสินะ”
“แน่นอน! หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ดูอ่อนวัยเหมือนเด็กอย่างนั้นจนทำอะไรต่างๆ ไม่สะดวก ไหนเลยจะต้องการข้า?” หลิวหมิงเอ่ยทันที
“ดูท่าแล้วเจ้าก็ไม่ได้มีความสามารถมากมายอะไรถึงได้ไม่รู้ว่าค่ายอาคมรวมวิญญาณเรียกทรัพย์นี้จะต้องใช้บุญกุศลของตัวเจ้าเองด้วย ตอนนี้เจ้าได้เงินมาเล็กน้อย แต่มันก็จะเป็นอย่างนี้ได้ไม่นานหรอก ค่ายกลนี้อย่างมากก็อยู่ได้สามปี ภายในสามปีนี้เจ้าจะต้องมั่งคั่งร่ำรวยแน่ แต่เมื่อหมดเวลาแล้ว เมื่อก่อนเจ้าโชคดีแค่ไหน ต่อไปก็จะต้องทนทุกข์เป็นสิบเท่าร้อยเท่า ผลประโยชน์ตกอยู่แก่ตัวเจ้า เช่นนั้นแล้วความโชคร้ายในอนาคตก็ย่อมจะเป็นของเจ้าด้วย มันเป็นของที่จะทำให้เจ้าอายุสั้นลงอย่างแท้จริง…”
ตอนที่ 1006 บอกมาดีๆ
เซี่ยเฉียวไม่จำเป็นต้องขู่เขา
ใต้หล้านี้มีของดีที่ได้มาฟรีๆ เสียที่ไหน ถึงอย่างไรโชคลาภที่ได้มาโดยการใช้วิญญาณแย่งชิงก็ไม่ใช่ของตนเอง หากยืมโชคลาภมาแล้วทำบุญและทำความดีมากขึ้นก็ยังพอจะชดเชยได้ ผลกระทบก็คงจะไม่มาก
แต่เมื่อมองโหงวเฮ้งของหลิวหมิงแล้วก็เกรงว่าเขาคงจะไม่ทำเรื่องดีๆ ทำแต่เรื่องชั่วๆ มากกว่า เช่นนั้นแล้วเขาก็จะต้องได้รับผลจากการกระทำโดยไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่
หลิวหมิงได้ยินเช่นนั้นกลับรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “เป็นไปไม่ได้! อาจารย์ไม่โกหกข้าหรอก!”
“เฮอะ” เซี่ยเฉียวยิ้มเยาะ “ไร้เดียงสาจริงๆ”
เซี่ยเฉียวไม่คิดที่จะพิสูจน์พลังของค่ายกลรวมวิญญาณเรียกทรัพย์นี้ เพราะมันไม่จำเป็น
หลิวหมิงจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญสำหรับนาง
ท่าทางดูหมิ่นเช่นนี้ของนางกลับทำให้หลิวหมิงตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย “อาจารย์ อาจารย์ของข้ารับรองว่าโชคลาภนี้ไม่มีผลเสีย…”
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะมีผลเสียหรือไม่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างสำหรับเจ้าแล้ว” เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างเฉยเมยราวกับมองศพอย่างไรอย่างนั้น “อาจารย์ของเจ้าเป็นมาอย่างไรพูดมาให้ละเอียด จะได้ไม่ต้องเดือดร้อน”
หลิวหมิงไม่คิดที่จะพูด
แต่เขาไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้น
ในหัวเขานึกถึงที่เมื่อครู่นี้นักพรตหญิงดีดนิ้วเพียงทีเดียวก็ทำให้ตะเกียงในห้องสว่างขึ้นได้ในพริบตา ความสามารถนี้อาจหาที่เปรียบไม่ได้ และเขารู้สึกว่าไม่สามารถทำให้นางขุ่นเคืองได้จริงๆ
ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
เขาโชคร้ายเกินไปแล้ว…
“ทำไมเจ้าถามแบบนี้ล่ะ อาจารย์ของข้าเป็นคนดีมากนะ เขาไม่ทำร้ายใครเลย เขาตัวเล็กเหมือนเด็กอย่างนั้น ถึงเขาอยากจะทำก็ทำไม่ได้” หลิวหมิงเอ่ยหัวหด
“ของที่อยู่ในบ้านเจ้าเห็นได้ชัดว่าเป็นค่ายกลรวมวิญญาณเรียกทรัพย์ แต่เมื่อข้าไปที่นั่นกลับไม่เห็นวิญญาณเลยสักตน เจ้ารู้ไหมว่าทำไม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
หลิวหมิงส่ายหน้า เขาจะรู้ได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้เขาก็ได้รับสืบทอดวัดเต๋ามา แต่มันทรุดโทรมมาก แทบไม่มีใครเข้าไปเหยียบที่นั่นเลย และป่าโดยรอบก็ไม่มีใครอยู่ แท้จริงแล้วเป็นเพียงบ้านทรุดโทรมหลังหนึ่งเท่านั้น
เขาไร้ความสามารถจริงๆ เขาสามารถท่องจำคัมภีร์ได้เพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น
“ค่ายกลแบบนี้จะดึงดูดวิญญาณให้เข้ามาใกล้ นักพรตที่มีความสามารถสามารถใช้วิญญาณเพื่อความมั่งคั่งมาให้ได้ เจ้าก็คงจะได้เงินมาไม่น้อย ตอนนี้หากเจ้าไม่ต้องการเงินมากเกินความจำเป็น อาจารย์ของเจ้าก็สามารถเก็บวิญญาณพวกนั้นทั้งหมดไปได้”
ไม่ใช่แค่ภายในค่ายกลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภายนอกด้วย
พวกที่ถูกค่ายกลดึงดูดมาน่าจะเป็นวิญญาณที่ตายเพราะความโลภทั้งนั้น
วิญญาณตระกูลไป๋หลี่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ในเมื่อคนผู้นี้ต้องการที่จะเก็บวิญญาณอยู่แล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะมีความคิดอยากจะสะสมวิญญาณตนอื่นๆ ด้วย
หลิวหมิงเองก็มองไม่เห็นวิญญาณ เขาจึงไม่รู้และไม่เข้าใจในสิ่งที่เซี่ยเฉียวพูด
องครักษ์เห็นว่าเขาไม่ได้ให้ความร่วมมือแต่โดยดีก็เลยนำดาบไปพาดคอเขาเสียเลย
เมื่อหลิวหมิงสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของใบมีด ร่างของเขาก็สั่นสะท้านทันที เขาไม่มีความกล้าใดๆ เหลืออยู่แล้วและรีบเอ่ยขึ้นทันที “ข้า ข้าไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้…เป็นอาจารย์ข้าจัดการทั้งนั้น…”
“อาจารย์ของข้าเขา เขามีชื่อว่าวั่นจิ่วเหลย ทั้งหมดที่ข้ารู้คือเขายังดูเด็กอยู่ แต่ความจริงเขาอายุสี่สิบปีแล้ว อาจารย์เป็นผู้บำเพ็ญตนผู้วิเศษ ว่ากันว่าเขาฝึกวิชาเต๋าสำเร็จตั้งแต่ยังเด็กจนทำให้สามารถรักษาใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างนั้นเอาไว้ได้…อาจารย์เก่งมากจริงๆ…”
“ข้าเองก็เพิ่งพบอาจารย์เมื่อสองเดือนก่อน ข้ารู้แค่ชื่อสมญานามของอาจารย์ อย่างอื่นข้าไม่รู้เลยจริงๆ…” หลิวหมิงปาดเหงื่อจากหน้าผากของตนเอง เขาเกือบจะเป็นลมเพราะความกลัว
เจ้าหน้าที่พวกนี้คิดจะทำอะไรกันแน่!
“แล้วก่อนหน้านี้เจ้าเคยมาที่หอส่องชะตาหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามขึ้นมาอีก
“เคย เคยมา” นักพรตหลิวหมิงใจสั่นสะท้านทันที “อาจารย์เป็นคนให้ข้ามา และบอกว่ามีของที่อยากจะมอบให้เจ้าของที่นี่…”