ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1031 น้ำใจยากปฏิเสธ / ตอนที่ 1032 ดีกับนางหน่อย
ตอนที่ 1031 น้ำใจยากปฏิเสธ / ตอนที่ 1032 ดีกับนางหน่อย
ตอนที่ 1031 น้ำใจยากปฏิเสธ
โจวเว่ยจงหดหู่จนอยากจะต่อยตีกับเซี่ยผิงกั่งสักยกเลยทีเดียว
แต่เขากลับไม่รู้ว่าในเวลานี้ในหัวอวี๋เซียนกำลังคิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของเซี่ยผิงกั่งอยู่
ปรมาจารย์…และแม่นางเซี่ยมีจุดที่เหมือนกันมากจริงๆ!
สุขภาพร่างกายไม่ดี มาจากวัดเดียวกัน และดูเหมือนว่าจะรู้แจ้งหยินหยางกันทั้งคู่ด้วย!
นางอยู่บ้านตระกูลเซี่ยมานานขนาดนี้แล้ว และนางก็เคยพูดคุยเรื่องพี่น้องของเซี่ยผิงกั่งด้วยกันไม่น้อย ดังนั้นนางจึงรู้จักนิสัยและความสามารถของแม่นางเซี่ยพอสมควร พอมาคิดดูให้ดี…
ก่อนหน้านี้ช่วงหนึ่งนางก็ได้ยินมาว่าปรมาจารย์ไปป้อมเหมิงจยา แต่เวลานั้นแม่นางเซี่ยเองก็ไม่อยู่บ้าน ว่ากันว่านางไปอยู่ที่หอส่องชะตาเพื่อพักฟื้น
แต่การพักฟื้นก็ไม่ต้องถึงขนาดกับว่าจะไม่พบใครเลยสักคนนี่
ใบหน้าของปรมาจารย์นี้ก็เป็นของปลอม…
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
หรือว่า…หรือว่า…
อวี๋เซียนรู้สึกว่าคำตอบนั้นรออยู่แล้ว!
แต่นางกลับรู้สึกไม่อยากเชื่อ!
ถึงอย่างไรในเรื่องนี้ก็ยังมีรัชทายาทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย!
ฝ่าบาทใกล้ชิดสนิทสนมกับปรมาจารย์ และยังเป็นว่าที่สามีของแม่นางเซี่ย หากว่าทั้งสองคนนี้เป็นคนคนเดียวกัน แล้วฝ่าบาทรู้เรื่องนี้หรือไม่ หากไม่รู้ แล้วปรมาจารย์จะแบ่งแยกตัวตนทั้งสองเพื่อหลอกคนอื่นได้อย่างไร!
อวี๋เซียนทั้งรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าเล็กน้อย
แต่นางไม่กล้าพูดมาก เพราะถึงอย่างไรคนที่รู้มากก็ล้วนแต่มีจุดจบไม่ดีกันทั้งนั้น ความลับของคนอื่นจึงต้องถูกเก็บเป็นความลับต่อไป ไม่สามารถแพร่งพรายออกไปได้ กระทั่งว่ายังไม่สามารถให้คนผู้นั้นรู้ตัวด้วยว่าตนเองรู้เรื่องนี้เข้าแล้ว มิฉะนั้นก็จะเป็นการทำให้คนอื่นกลัวและรังเกียจเสียเปล่าๆ
นางรู้มารยาทดี
แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เหตุการณ์นี้ทำให้นางตกใจมาก ตอนนี้นางจึงรู้สึกเหมือนมีมดเป็นร้อยตัวกำลังกัดกินหัวใจของนางอยู่และนางก็คันคะเยอะไปทั้งตัว!
อวี๋เซียนทนไม่ไหวอีกต่อไป ประเดี๋ยวนางก็มองเซี่ยเฉียว ประเดี๋ยวก็หันไปมองรัชทายาท ประเดี๋ยวก็มองไปยังเซี่ยผิงกั่งที่ยืนโง่อยู่ข้างๆ สายตาของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและตื่นเต้น ตื่นเต้นและถูกกระตุ้น กระสับกระส่ายเล็กน้อยแล้วก็ห่อเหี่ยว มันช่างซับซ้อนจริงๆ
โจวเว่ยจงพบว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาเหมือนไก่ที่เป็นโรค
ไม่รู้ว่าทำไม
นางเอาแต่ยุกยิกไม่อยู่นิ่ง
เมื่อหมอมาดูอาการให้เซี่ยเฉียวก็พบว่าไม่ได้มีอะไรต่างอะไรจากก่อนหน้านี้มากนัก สำหรับอาการปวดหัว…ท่านหมอก็ไม่กล้ายืนยันว่าไม่จริง แต่บอกว่าร่างกายของนางอ่อนแอเกินไป ไม่ควรได้รับการกระทบกระเทือนใดๆ อีก
ประโยคนี้ทำให้จ้าวเสวียนจิ่งหมดเรี่ยวแรงในทันที พอเขาสบตาเซี่ยเฉียวก็ไม่ได้รู้สึกโมโหอะไรอีกแล้ว
“ข้าไม่ควรต่อว่าสั่งสอนท่าน เพียงแต่สุขภาพของท่านไม่ดี ต่อไปท่านต้องระวังหน่อย ต่อไปหากไม่ได้มีเรื่องสำคัญอะไรก็พยายามให้คนอื่นไปทำแทนดีกว่า จะเป็นซังโหยวหรือเจียงจิ้นลู่ก็ได้ หากเขาไม่เชื่อฟัง ข้าจะออกหน้าให้ท่านเอง” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งเหมือนกับแสงแดดในวันที่หิมะตก
ทั้งเย็นชาและอ่อนโยน
เซี่ยเฉียวไม่กล้าสบตาเขา นางจึงได้แต่พยักหน้า “ข้ารู้แล้ว”
นางยิ่งเริ่มรู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อยๆ บนโลกใบนี้น้ำใจและความหวังดีของคนอื่นนั้นหนักอึ้งที่สุดแล้วและก็ยากจะปฏิเสธที่สุดด้วย
“ยังต้องทำอะไรอีกไหม หากท่านไม่วางใจ ข้าจะไปทำให้ท่านเอง ตอนนี้ท่านต้องกลับไปพักผ่อนเท่านั้น” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้น หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็กลัวว่านางกลับไปหอส่องชะตาแล้วจะไม่ยอมอยู่ดีๆ จึงได้เอ่ยเสริมขึ้น “ไปสำนักศึกษาหลวง ข้าจะส่งคนไปบอกอาจารย์ให้ท่านคอยจับตาดูท่านไว้”
“…” เซี่ยเฉียวรู้ตัวว่านางหนีไปไหนไม่ได้แล้ว
นางไม่กล้ายั่วโมโหจ้าวเสวียนจิ่ง ส่วนอาจารย์…นางก็ยิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่
อาจารย์ก็เหมือนบิดา นางไม่กล้าล่วงเกินท่านหรอก
ตาเฒ่าโม่หลิงจื่อนั่นช่างเถอะ เดิมทีเขาก็เป็นคนที่เย่อหยิ่ง ทำตามอำเภอใจ และสบายๆ ไม่เป็นทางการอยู่แล้ว ต่อหน้าเขานางยังต่อปากต่อคำได้ แต่กับหลีซื่อเหยี่ยนนั้นต่างออกไป ท่านนิ่ง แก่ชรา และเที่ยงตรง ในใจของอาจารย์นางว่าง่ายและรู้ความมาตลอด นางไม่อยากทำลายความประทับใจอันดีนี้ลงด้วยมือของนางเอง
“ก็ได้ ตามใจเจ้าก็ได้” เซี่ยเฉียวคล้ายกับว่าวที่ถูกดึงกลับลงมา นางไม่ดิ้นรนที่จะเล่นลมต่อไปแล้ว
ตอนที่ 1032 ดีกับนางหน่อย
เซี่ยเฉียวไม่ลืมมอบหมายธุระให้จ้าวเสวียนจิ่งไปจัดการให้ก่อนที่จะไปสำนักศึกษา
อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เมื่อจ้าวสเวียนจิ่งเห็นรายการซื้อของของนางแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อย
เรื่องเล็กน้อยพวกนี้นางก็ต้องวิ่งวุ่นไปทำเองหรือ
อย่างไรก็ตาม…พอเขานึกถึงภาพตอนที่นางไปขุดกระดูกขึ้นมา เขาก็ไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว
นางจริงจังและให้ความสำคัญในเรื่องที่เกี่ยวกับวิญญาณอยู่เสมอ นางคงจะรู้สึกว่าการลงมือทำด้วยตัวเองจึงจะเป็นการแสดงความจริงใจ ทำให้วิญญาณพึงพอใจได้มากกว่า เช่นนั้นแล้ววิญญาณพวกนั้นก็จะได้จากไปด้วยความสบายใจหน่อย
เซี่ยเฉียวขึ้นรถม้า แล้วนางก็ถูกองครักษ์ของจ้าวเสวียนจิ่งส่งตัวไปยังสำนักศึกษาหลวงทันที
อวี๋เซียนเองก็ไม่ควรจะอยู่นาน นางกล่าวคำอาลาแล้วจากไปแต่โดยดี
อย่างไรก็ตามนาง ไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับไปบ้านตระกูลเซี่ย แต่กลับไปหาเฝิงหยิงหยิงก่อน
นางคงจะไม่กล้าบอกเรื่องของปรมาจารย์กับเฝิงหยิงหยิง แต่ตอนนี้นางจำเป็นจะต้องหาใครสักคนมาพูดคุยด้วยเพื่อบรรเทาความตื่นเต้นในใจของนาง
จ้าวเสวียนจิ่งนั่งรถม้า ในขณะที่เซี่ยผิงกั่งและโจวเว่ยจงขี่ม้าไป
ทั้งสองขี่ม้าเคียงข้างกัน โจวเว่ยจงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าว่าลูกพี่ลูกน้องของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“ทำไมหรือ” เซี่ยผิงกั่งขึงตาไส่เขา “เกิดอะไรขึ้น เจ้าเพิ่งรู้ว่าลูกพี่ลูกน้องเจ้าเก่ง แล้วแกจะมาแย่งตัวอาจารย์กับข้าหรือ! ข้าบอกเจ้าเลยนะว่าไม่มีทาง ข้าเซ็นสัญญากับนางแล้วห้าปี ห้าปีนี้นางต้องเป็นของข้าเท่านั้น!”
“…” โจวเว่ยจงโมโหจนหน้าแดง “หน้าด้านจริงๆ!”
“แล้วยังไง ใครที่มันจะมาแย่งอาจารย์กับข้าก็ถือเป็นศัตรูของข้า ข้าถือว่าหน้าด้านๆ ของข้าก็เป็นอาวุธอย่างหนึ่งใช้ไล่คนไปไกลๆ ได้ สหายโจว เจ้าต้องคิดให้ดีนะ ไม่ว่าคนหรืออาวุธอะไรก็ตามที่อยู่ในมือของข้าแล้ว เจ้ายังคิดจะแย่งไปอีกหรือ นอกเสียจากเจ้าจะเป็นบิดาของข้าเท่านั้นล่ะ!”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ข้าอยากจะเป็นบิดาของเจ้า…” ตอนที่เจ้าเกิดมาจะได้รีบบีบคอให้ตายไปเสียเลย!
ยั่วโมโหเก่งจริงๆ!
“ตอนที่บิดาข้าแย่งของกับข้า เขายังต้องถูกข้าฟันเอาสักแผลก่อนเลย!” เซี่ยผิงกั่งยิ้มอย่างห้าวหาญ “หรือไม่อย่างนั้นเจ้ามาเป็นน้องสาวข้าไหมเล่า นางอ่อนแอนุ่มนิ่ม ลมพัดทีเดียวก็ล้มลงแล้ว ข้าไม่ทำอะไรนางหรอก!”
“หากอย่างนั้นข้าขอถามเจ้าหน่อย ในวันใดวันหนึ่งมีโจรมาจับตัวลูกพี่ลูกน้องของข้ากับน้องสาวของเจ้ามัดไว้ทั้งคู่ เจ้าจะช่วยใคร!”
เขาสงสัยว่าเซี่ยผิงกั่งจะทำเรื่องไม่ดีไม่งามกับน้องสาวของเขา!
มิฉะนั้นเข้าจะพูดคำว่า ‘คนของข้า’ ออกมาได้เต็มปากเต็มคำอย่างนั้นหรือ
แล้วยังมีสายตาของน้องสาวเขาอีก มันช่าง…มีความหมายมากมาย แค่ดูก็รู้ว่าระหว่างคนทั้งสองจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ!
น้องสาวที่น่าสงสารของเขา!
“วันนี้เจ้าเป็นบ้าอะไรของเจ้าเนี่ย ข้าก็เป็นโจรไง ใครจะกล้ามาจับตัวคนในบ้านข้าต่อหน้าข้ากัน” เซี่ยผิงกั่งมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่า พอโจรคนอื่นๆ ได้ยินชื่อตระกูลเซี่ยของข้าแล้วก็จะต้องตกใจจนขวัญบิน?”
เขามันเป็นบรรพบุรุษของพวกโจรทั้งหลาย!
“ข้าก็แค่สมมุติ!” โจวเว่ยจงพยายามทำตัวให้เหมือนคนมีมารยาท
เขาจะไม่ถือสาหาความผู้ชายที่หยาบคายไม่มีการศึกษาเช่นนี้
“บ่นอะไรงึมงำอย่างกับพวกผู้หญิง” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเยาะ “พวกนางทั้งสองต่างก็ถูกจับ…อย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าจะต้องช่วยน้องสาวของข้าแน่นอนอยู่แล้วสิ?”
“ทำไม! น้องสาวของข้าไม่สำคัญขนาดนั้นเลยหรือ!” โจวเว่ยจงโมโหแล้ว
เซี่ยผิงกั่งมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ และรังเกียจ “น้องสาวของข้าไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ จะวิ่งก็ไม่ไหว จะหนีก็ไม่ได้ นางหน้าตาราวกับเทพเซียนอย่างนั้น หากตกอยู่ในเงื้อมือของพวกโจรแล้วจะรอดหรือ หากข้าช่วยได้ก็ต้องช่วยนางก่อนอยู่แล้วนี่? อาจารย์อวี๋ดุดันและมีแรงมาก ความสามารถของนางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้า นางจะต้องช่วยตัวเองได้แน่! นางไม่ใช่พวกไม่เอาไหนเสียหน่อย!”
“อีกอย่าง หรือเจ้าลืมไปแล้วว่าต่อไปน้องสาวของข้าจะต้องแต่งเข้าวัง หากข้าไม่สนใจช่วยนางก่อน แต่ไปช่วยอาจารย์ อาจารย์รอดมาได้ก็ต้องตายอยู่ดี”
โจงเว่ยจงได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจ
ใช่ เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าเซี่ยเฉียวเป็นว่าที่พระชายารัชทายาท ในฐานะขุนนางจะต้องเสียสละตัวเองอยู่แล้ว…
“เช่นนั้นแล้วต่อไปเจ้าก็ต้องดีกับน้องสาวของข้าหน่อย” น่าเสียดายจริงๆ ที่น้องสาวของเขาต้องมาอยู่กับหมีโง่ที่ไม่รู้จักแม้แต่จะโกหกเพื่อเอาใจคน