ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1029 ท่านโง่หรือเปล่า / ตอนที่ 1030 วีรบุรุษผู้เสียสละ
ตอนที่ 1029 ท่านโง่หรือเปล่า / ตอนที่ 1030 วีรบุรุษผู้เสียสละ
ตอนที่ 1029 ท่านโง่หรือเปล่า
จ้าวเสวียนจิ่งแผ่กลิ่นอายที่ไม่น่าเข้าใกล้ออกมาทั่วร่าง พอเซี่ยผิงกั่งเห็นว่าเขาโมโหขึ้นมาก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที เขาจะได้ไม่ถูกลูกหลงไปด้วย
เมื่ออวี๋เซียนเห็นท่าทางเช่นนั้นของเซี่ยผิงกั่งก็รู้ได้ในทันทีว่าไม่ควรยั่วโมโหคนผู้นี้
นางลูบจมูกแล้วยืนขึ้นอย่างทำตัวไม่ถูกก่อนจะไปยืนเบียดอยู่ระหว่างเซี่ยผิงกั่งกับโจวเว่ยจง
เซี่ยเฉียวจนปัญญาแล้ว
ปฏิกิริยาของพี่ชายใหญ่และอวี๋เซียนจะสมจริงไปหน่อยไหม!
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็มีมิตรไมตรีที่ดีต่อกันไม่น้อย แต่ตอนนี้พวกเขากลับยอมยืนเฉยๆ ดูนางถูกดุว่าอยู่คนเดียว?
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก ศิษย์น้องก็ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ เจ้าดูสิ ข้าแค่เป็นลมไปครู่เดียวเท่านั้น ไม่นานก็ฟื้นแล้ว ตอนนี้มีพลังแจ่มใสขึ้นเป็นร้อยเท่า ไม่มีตรงไหนที่รู้สึกไม่ดีเลย” เซี่ยเฉียวยืดคอแสดงท่าทางในฐานะศิษย์พี่
“ท่านคิดว่าข้ายุ่งเรื่องของท่านมากเกินไป” จ้าวเสวียนจิ่งได้ยินคำพูดของนางแล้ว ความรู้สึกของเขาก็ผสมปนเปไปหมดราวกับเขาถูกโยนลงในหม้อผสมอาหารกระนั้น
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ย่อมไม่ใช่เช่นนั้นอยู่แล้ว” ใช่ว่าเซี่ยเฉียวไม่รู้ผิดชอบชั่วดี เมื่อนางเห็นว่าเขาโกรธมากขนาดนี้ก็รีบเอ่ยทันที “เหตุใดฝ่าบาทจึงโกรธนัก เป็นข้าเองที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ท่านอย่าได้ขุ่นเคืองใจไปเลย เป็นเพราะช่วงนี้ข้ายุ่งมากด้วย ก็เลยไม่ได้ใส่ใจเรื่องพักผ่อน แต่พอศิษย์น้องเตือนข้าแบบนี้แล้ว ข้าก็เข้าใจในทันที วันนี้ข้าจะไม่ทำอะไรแล้ว กลับไปข้าจะต้องนอนสักสิบสองชั่วยาม…”
นางทำงานจนเคยชิน
ตอนที่นางอยู่ที่วัดสุ่ยเย่ว์ แม้ว่าชายชราจะดูแลนาง แต่เขาก็ตามใจนาง ใจร้อนน้อยกว่านาง พอบวกกับสุขภาพร่างกายของนางที่มีความพิเศษด้วยแล้ว ทุกครั้งที่นางเป็นลมหมดสติก็จะผ่านมันไปได้ตลอด พอเป็นเช่นนี้หลายๆ ครั้งเข้า ชายชราก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากอีก
แต่รัชทายาทดุมาก
นางเป็นศิษย์พี่ของเขานะ แต่เขากลับทำให้นางไม่มีทางลงต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ มันน่าตีจริงๆ
“ไม่นะ ข้ารู้สึกว่าท่านจะต้องกำลังด่าข้าอยู่ในใจแน่ๆ” จ้าวเสวียนจิ่งเห็นแววตาของนางสั่นไหวจึงได้เอ่ยหยั่งเชิงดู
“ข้าสาบานต่อสวรรค์! หากข้าด่าเจ้า ขอให้ข้าไม่ได้แต่งงานตลอดชีวิตนี้เลย” เซี่ยเฉียวยกมือขึ้นสาบาน นางค่อนข้างโหดร้ายกับตนเองทีเดียว
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะทันที “ปรมาจารย์ ท่านอายุตั้งขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่ได้แต่งอยู่แล้วนี่…”
อวี๋เซียนยื่นศอกออกไปกระทุ้งเอวเซี่ยผิงกั่งเล็กน้อย “พี่ใหญ่เซี่ยท่านโง่หรือเปล่า”
“ข้าพูดจริงนี่ ฝ่าบาทไม่ได้โง่เสียหน่อย ข้าเชื่ออย่างนั้น ฝ่าบาทจะไม่เชื่ออย่างนั้นหรือ อีกอย่าง ฝ่าบาทหวังดีกับปรมาจารย์นะ อาจารย์อวี๋เจ้าไม่รู้อะไร พวกนางที่มาจากวัดสุ่ยเย่ว์ ไม่ว่าจะแก่จะเด็กล้วนแต่มีสุขภาพร่างกายไม่ดีกันทั้งนั้น จะเอาเรื่องสุขภาพร่างกายมาล้อเล่นได้อย่างไร!”
“โชคดีที่เป็นปรมาจารย์ หากเป็นน้องสาวของข้าที่กล้าสร้างเรื่องเช่นนี้ ทำแต่งานไม่รู้จักกลางวันกลางคืน ข้าจะต้องหักขานางทิ้งแน่ๆ! ถึงนางป่วยตายก็ไม่เป็นไรหรอก แต่หากเหนื่อยตาย…ข้ายังต้องรักษาหน้าตานะ หากเรื่องแบบนี้แพร่ออกไป คนเขาจะนึกว่าข้าที่เป็นพี่ชายไม่เอาไหนน่ะสิ แม้แต่น้องสาวคนหนึ่งก็ยังเลี้ยงดูไม่ไหว ปล่อยให้นางเหน็ดเหนื่อยจนหมดลม!” เซี่ยผิงกั่งลองคิดว่าหากเป็นเขาเอง “ท่านดูสิ ฝ่าบาทเองก็เป็นศิษย์น้องของท่าน ท่านทำอย่างนี้ก็แปลว่าท่านไม่ได้เห็นฝ่าบาทอยู่ในสายตาเลย…”
เซี่ยวเฉียวแทบอยากจะหาอะไรยัดปากเซี่ยผิงกั่งทันที!
รัชทายาทกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “ท่านก็ได้ยินแล้ว ความคิดของขุนนางเซี่ยนั้นถูกต้อง หรือว่าศิษย์น้องชายทั้งห้าของท่านกินแต่ข้าวไม่ทำงาน ล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์อย่างนั้นหรือ”
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าตอนนี้ตนเองไม่ใช่ศิษย์พี่แล้ว แต่เป็นหลานชายคนหนึ่งมากกว่า
“ใช่ เจ้าพูดถูก ต่อไปถ้าข้ามีเรื่องอะไรก็ควรจะเรียกพวกเจ้ามาช่วยทำธุระแทนข้า” เซียวเฉียวเองก็ไม่โต้แย้งอะไรแล้ว นางเอ่ยอย่างว่าง่ายไปเสียอย่างนั้น
นางคิดที่จะเรียกศิษย์น้องเหล่านี้มาใช้งาน แต่นางก็รู้สึกละอาย
ศิษย์น้องทั้งลายล้วนแต่เป็นบัณฑิตกันทั้งนั้น เซียวอวี้หรงและซังโหยวก็เป็นอาจารย์ ปกติพวกเขาต้องสอนศิษย์อยู่แล้ว จะให้นางรบกวนพวกเขาด้วยเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ได้อย่างไร…
ตอนที่ 1030 วีรบุรุษผู้เสียสละ
แต่ตอนนี้รัชทายาทพูดอะไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น เซี่ยเฉียวเองก็ไม่มีความสามารถและความกล้าที่จะไปโต้แย้งอะไร
ทั้งหมดเป็นเพราะอาจารย์นั่นแหละที่สายตาไม่ดี ทำไมท่านถึงรับศิษย์ที่ขี้โมโหอย่างนี้มาได้นะ
นี่มันศิษย์น้องที่ไหน บรรพบุรุษชัดๆ!
เซี่ยเฉียวสูดลมหายใจเข้าและลูบศีรษะ “เวียนหัว”
“…” จ้าวเสวียนจิ่งรีบสะกดโทสะที่แน่นอกเอาไว้อย่างเต็มที่ พูดก็ผิด ไม่พูดก็ผิด เขาจ้องมองนางมาตั้งนาน แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธงว่านางเวียนหัวจริงหรือไม่ เขาจึงได้แต่ต้องกล้ำกลืนโทสะนั้นกลับลงไปอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะหันไปมองเซี่ยผิงกั่ง “เจ้าจะโกรธอะไรนักหนา มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม! ยังไม่รีบไปตามหมอมาอีก”
“…” หนังตาเซี่ยผิงกั่งกระตุกเล็กน้อย
ไม่น่ารังแกกันอย่างนี้เลย
เขาชักช้าอืดอาดแล้วก็ออกไปตามหมอด้วยท่าที่เกรี้ยวกราดเล็กน้อย จากนั้นก็กลับมายืนตรงหน้าโจวเว่ยจงพลางพึมพำกับเขา “รัชทายาทของเจ้าทำอะไรปรมาจารย์ไม่ได้สินะ”
“เจ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ…” โจวเว่ยจงเป็นพวกรู้ความมาตลอด อะไรที่ไม่ควรพูดเขาก็จะไม่พูดอย่างเด็ดขาด
จากที่เขาเห็นโทสะในใจฝ่าบาทตอนนี้จะต้องหายไปแล้วแน่ๆ
ฝ่าบาทไม่ได้เป็นคนใจเย็นนิสัยดีมาแต่ไหนแต่ไร คนที่ล่วงเกินเขาในราชสำนักพวกนั้นล้วนแต่ถูกลากใส้ออกมาจนหมด ตราบใดที่พวกเขาเคยทำเรื่องไม่ดีเรื่องผิดกฎหมายอะไรเอาไว้ จะมีเพียงไม่กี่คนที่จบลงด้วยดี
แต่ตอนนี้อารมณ์เหมือนอยากจะกินคนของเขาดูเหมือนจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว…
เป็นเรื่องที่หาดูได้ยากจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ หลังจากนั้นไม่นานท่านหมอก็มา
เซี่ยผิงกั่งอาศัยจังหวะที่ท่านหมอกำลังจับชีพจรให้ปรมาจารย์เข้าไปหารัชทายาท และเอ่ยขึ้นด้วยความเคารพนบนอบ “เฮ้อ ถึงอย่างไรปรมาจารย์ก็เป็นผู้หญิง แถมสุขภาพร่างกายก็ยังไม่ดีด้วย ยอมถอยให้นางหน่อยก็สมควรแล้ว น้องสาวของกระหม่อมก็เป็นอย่างนี้ โกรธแต่ก็ทำอะไรนางไม่ได้ แต่หากต่อไปฝ่าบาทโกรธขึ้นมาก็อย่าได้เก็บกดเอาไว้เลย หากน้องสาวของกระหม่อมทำให้ท่านโกรธอย่างนี้ ท่านก็อย่าได้ดุด่าลงไม้ลงมือกับนางเลย ข้าน้อยผิวหยาบและเนื้อหนา ฝ่าบาทก็มาลงกับกระหม่อมก็แล้วกัน…กระหม่อมไม่ถือสา…”
อวี๋เซียนและโจวเว่ยจงต่างก็ได้ยินที่เขาพูด
พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าเซี่ยผิงกั่งช่างเป็นวีรบุรุษผู้เสียสละนัก
รัชทายาทกริ้วอยู่แล้ว แต่หมีโง่ตัวนี้ดันมาพูดกับฝ่าบาทว่าต่อไปก็ให้ยอมถอยให้แม่นางเซี่ยบ้างเข้าไปอีก…
ฝ่าบาทเองก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่มีพี่ภรรยาที่ไม่ค่อยมีความคิดแบบนี้
ในขณะที่โจวเว่ยจงรู้สึกจนเหนื่อยหน่ายใจ แต่หลังจากที่เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกว่าพี่ภรรยาผู้นี้อาจจะไม่ได้ไร้ความคิดจริงๆ ก็ได้
เขาเห็นว่าเวลานี้ท่าที่ทีรัชทายาทมีต่อปรมาจารย์ดูเหมือนจะเป็นห่วงเป็นใยและเคร่งเครียดเกี่ยวกับนางมากเกินไป เซี่ยผิงกั่งก็เอ่ยถึงแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนขึ้นมาทันที ประการแรกคือการเตือนฝ่าบาทว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว และประการที่สองคือ หากฝ่าบาทไม่เอาใจใส่แม่นางเซี่ย แต่ต่อไปเขาอาจจะเห็นแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนอ่อนแอขนาดนั้น ก็อาจจะนึกถึงปรมาจารย์ขึ้นมา และอาจจะผ่อนปรนกับนางบ้างก็ได้
โจวเว่ยจงเองก็ไม่รู้ว่าตนเองคิดมากเกินไปหรือไม่
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เขาแอบมองเซี่ยผิงกั่งอยู่ตลอดเวลา
คิดว่าเซี่ยผิงกั่งผู้นี้…
อยู่ข้างกายรัชทายาทมานานขนาดนี้แต่กลับไม่เคยทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินล้ำเส้นรัชทายาทเลย เขาทำอะไรเรียบร้อยจนไม่มีใครสามารถหาจุดผิดได้…
ที่แท้แล้ว…คือความบังเอิญหรือเป็นความฉลาดโดยกำเนิด
โจวเว่ยจงแอบมองอยู่พักใหญ่ แล้วเขาก็พบว่าสายตาของลูกพี่ลูกน้องของตนเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง
นางเองก็จ้องมองเซี่ยผิงกั่งอยู่เหมือนกัน!
ใจเขาจึงเต้นกระตุกเล็กน้อย
เขาเข้าใกล้นางอย่างเนียนๆ “น้องหญิง หากเจ้าไม่มีเรื่องอะไรก็กลับไปก่อนเถอะ…อีกอย่างวันนี้เจ้าออกมาข้างนอกกับน้องหญิงคนอื่นไม่ใช่หรือ พวกนางรอเจ้าอยู่ที่ร้านไหนหรือเปล่า”
อวี๋เซียนชะงักไปครู่หนึ่ง “อือ? อา ข้าไม่มีเรื่องอะไรก็เลยจะอยู่ที่นี่น่ะ! ข้าเพิ่งจะต่อปากต่อคำกับน้องหญิงมายกหนึ่ง และก็ไม่อยากเห็นหน้าพวกนางด้วย พี่ชาย วันนี้ให้ข้ากลับไปอยู่ที่บ้านตระกูลเซี่ยเถอะ?”
“…” หัวใจโจวเว่ยจงเย็นเยียบ
เซี่ยผิงกั่ง! เจ้าให้น้องหญิงของข้ากินน้ำแกงหลงใหลอะไรกันแน่!