ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1035 ดงภิกษุ / ตอนที่ 1036 คนพิการคิดจะหัวเราะเยาะคนแคระ
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 1035 ดงภิกษุ / ตอนที่ 1036 คนพิการคิดจะหัวเราะเยาะคนแคระ
ตอนที่ 1035 ดงภิกษุ / ตอนที่ 1036 คนพิการคิดจะหัวเราะเยาะคนแคระ
ตอนที่ 1035 ดงภิกษุ
เซี่ยเฉียวไม่ชอบรับศิษย์จริงๆ มันเหนื่อยจนทำให้นางรู้สึกตื่นตระหนก
แต่นางได้รับคำชี้แนะจากผู้อื่นแล้วจะให้ไม่ตอบแทนบ้างเลยก็คงไม่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตระกูลไป๋หลี่ให้ความสำคัญกับการสืบทอดมาก หากนางรับผลประโยชน์แต่ไม่ยอมเหน็ดเหนื่อยบ้าง ไปตัดทางสืบทอดความรู้ของพวกเขา นางก็ไร้คุณธรรมแล้ว
ตอนนี้หลีซื่อเหยี่ยนยังอยู่ในอารมณ์ตื่นเต้น และคอยถามนางเรื่องตระกูลไป๋หลี่มากมาย
เมื่อหลีซื่อเหยี่ยนรู้ว่าต่อไปเซี่ยเฉียวจะต้องจดบันทึกตามคำบอกเล่าของตระกูลไป๋หลี่แล้ว เขาก็ไปที่คลังเพื่อนำกระดาษและหมึกดีๆ เอาสมบัติมาให้เซี่ยเฉียวจนแทบจะหมดแล้ว
ตอนที่ศิษย์คนอื่นๆ มานั้น พวกเขาก็ได้เห็นตอนที่อาจารย์กำลัง ‘เอาอกเอาใจ’ ศิษย์พี่ใหญ่อยู่พอดี
สายตาที่พวกเขาแต่ละคนมองศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้ยิ่งซับซ้อนเข้าไปอีก
จนถึงตอนนี้ พวกเซียวอวี้หรงก็ยังไม่รู้ถึงความสามารถของศิษย์พี่ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี หมาก อักษร หรือภาพวาดก็ยังไม่มีใครเคยแข่งกับศิษย์พี่ใหญ่เลย ส่วนศิษย์พี่ใหญ่เองก็ไม่เคยดึงดันกับเรื่องพวกนี้ นางยังไปหมกหมุ่นทางวิชาเต๋าอีกต่างหาก มันเลยทำให้พวกเขางุนงง…
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ศิษย์พี่ใหญ่ทำอย่างไรกันแน่ถึงทำให้อาจารย์รักใคร่เอ็นดูได้มากขนาดนี้
“อวี้หรง วันนี้เจ้าให้ศิษย์ของเจ้าสองคนนั้นเข้ามาให้ข้าดูหน้าหน่อยสิ” หลีซื่อเหยี่ยนไม่ลืมเรื่องนี้
เซียวอวี้หรงใจเต้นกระตุกทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เขาเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาแล้ว “ขอรับ ศิษย์จะให้พวกเขาสองคนเข้ามาพบอาจารย์”
“ให้ไปที่สวนแปดทิศ ข้าจะทดสอบพวกเขาหน่อย” หลีซื่อเหยี่ยนจัดแจง
เซียวอวี้หรงพยักหน้ารับ
สวนแปดทิศเป็นหนึ่งในสถานที่ที่บันฑิตชอบไปกันมาที่หนึ่งในเมืองหลวง ทิวทัศน์ภายในไม่เลว เหมาะแก่การประชันต่อบทกวี และดีดพิณเป่าขลุ่ย
นอกจากนี้ในสถานที่นั้นยังมีดอกไม้ นก ปลา ผีเสื้อ และเรือนกระจก แม้ในฤดูหนาวที่หนาวเย็นก็ยังสามารถเห็นภาพทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนซึ่งหาดูได้ยากที่สุด
เพียงแต่บัณฑิตที่ไปที่นั่นมักจะอยู่ในภาวะตึงเครียด เพราะข้างในนั้นมียอดฝีมือมากมาย ไม่แน่พวกเขาอาจจะพบเข้าสักคนโดยบังเอิญ แล้วจะนำไปสู่การแข่งขันโต้บทกวี ดังนั้นพวกที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนก็จะไม่กล้าไปที่นั่น
แน่นอนว่าที่นั่นย่อมเป็นที่สร้างชื่อเสียงที่ดีได้ด้วยเช่นกัน
หลีซื่อเหยี่ยนพูดคำไหนคำนั้น เซียวอวี้หรงเองก็ไม่กล้าจะโตแย้งอะไร เขารีบไปหาศิษย์ทั้งสองทันที
ศิษย์อาจารย์กินมื้อเช้าอย่างง่ายๆ แล้วก็ออกเดินทาง
เซี่ยเฉียวมาถึงเมืองหลวงนานขนาดนี้แล้วแต่กลับไม่เคยไปที่สวนแปดทิศ เวลานี้นางจึงอยากไปสัมผัสประสบการณ์บรรยากาศที่นั่นเสียหน่อย
อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเพราะข่าวที่หลีซื่อเหยี่ยนจะมาได้แพร่ออกไป ตอนที่เซี่ยเฉียวไปถึงที่นั่น นางก็พบว่าภายนอกสวนแปดทิศก็ยังคึกคักมากแล้ว
คุณหนูคุณชายหลั่งไหลกันมาไม่ขาดสาย
นอกจากพวกบุตรของผู้มีฐานะดีทั่วไปแล้ว ผู้หญิงที่ร้องรำทำเพลงขายศิลปะก็ไปๆ มาๆ กันเป็นปกติ
เซี่ยผิงไหวขี่ม้ามาถึงทางเข้าสวดแปดทิศ เขามองซ้ายมองขวา “ฉู่เจี้ยน! เจ้าดูคนนั้นสิ เป็นนางรำใช่ไหม ช่างงามหยดจริงๆ!”
“…” ฉู่เจี้ยนตกใจทันที เขาแทบอยากจะเอามือปิดปากเซี่ยผิงไหว “เจ้าพูดเบาๆ หน่อย อาจารย์ปู่ก็อยู่ด้วยนะ!”
“อยู่ก็อยู่สิ กลัวอะไรเล่า นางรำพวกนี้ออกมาก็เพื่อให้คนมองไม่ใช่หรือ คนอื่นดูได้ แล้วทำไมข้าจะดูไม่ได้เล่า เขาจะไล่ข้าออกจากสำนักแค่เพราะข้ามองสาวงามพวกนี้นิดหน่อยเนี่ยนะ จะคิดเล็กคิดน้อยอะไรขนาดนั้น” เซี่ยผิงไหวมีสีหน้าภาคภูมิ
เขาคิดว่าตนเองเก่งที่สุดแล้ว
ช่วงนี้เขาทุ่มเทอ่านหนังสือไม่กินไม่นอน มีความก้าวหน้ามากแล้ว!
เขามองสาวงามพวกนี้แล้วไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ตั้งใจเรียนเสียหน่อย มันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรนี่
สีหน้าของฉู่เจี้ยนแดงก่ำด้วยความลำบากใจ “เจ้าทำอย่างนี้ไม่ดี เจ้าดูสิว่าอาจารย์ปู่ อาจารย์และอาจารย์อาคนอื่นๆ เขาต่างก็สุมขุมนุ่มลึกกันทั้งนั้น ไม่มีใครบ้ามองของสวยๆ งามๆ เจ้าเอะอะโวยวายแบบนี้ไม่เหมาะสมนะ”
เซี่ยผิงไหวห่อเหี่ยวเล็กน้อย
ก็จริง พวกอาจารย์อาทั้งหลาย…ดูเหมือนจะเป็นพวกไร้อารมณ์กันทั้งนั้น
พวกเขาดูเหมือนพระภิกษุแก่ๆ กลุ่มหนึ่ง ส่วนเขาก็เข้าไปในดงของพระภิกษุ เกรงว่าต่อไปเขาก็ต้องกลายเป็นภิกษุไปด้วย ช่างน่าสงสารจริงๆ!
ตอนที่ 1036 คนพิการคิดจะหัวเราะเยาะคนแคระ
เซี่ยผิงไหวหมดความกระตือรือร้นไปชั่วขณะ
ภายในรถม้านั้น เซียวอวี้หรงแทบจะเอาหน้าฝังลงไปที่พื้นอยู่แล้ว เขาอับอายเพราะศิษย์ไม่เอาไหนผู้นี้จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
รถม้าคันนี้ใหญ่โต ภายในกว้างขวางเป็นพิเศษ นอกจากซังโหยวที่นั่งชมทิวทัศน์ข้างนอกแล้ว คนอื่นๆ ก็นั่งอยู่ข้างในทั้งหมด
เซียวอวี้หรงไม่กล้าพูดอะไร
ส่วนเซี่ยเฉียวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน แต่นางหน้าหนา เวลานี้นางจึงกระแอมไอเล็กน้อย “อาจารย์ ท่านดูสิศิษย์หลานของท่านคนนี้ช่างเป็นเด็กดีที่ตรงไปตรงมาจริงๆ!”
“…” เซียวอวี้หรงจ้องหน้าศิษย์พี่ใหญ่ของเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ!
“…” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้ม “มีแต่ศิษย์พี่เท่านั้นที่จะเอ่ยคำวิจารณ์…เช่นนี้ออกมาได้”
นางต้องหน้าหนาไร้ยางอายพอควรทีเดียวจึงจะเอ่ยปากแทนน้องชายตนเองออกมาอย่างสง่าผ่าเผยอย่างนี้!
สีหน้าเจียงจิ้นลู่ยิ่งซับซ้อน “ที่แท้ศิษย์พี่ก็ชอบเด็กแบบนี้…”
มิน่านางถึงไม่ชอบหน้าเขามาตลอด
ที่แท้ก็เป็นเพราะเขาไม่ปากกล้าไม่เกรงใจใครมากพอ
“การพูดตรงไปตรงมาเป็นหนึ่งในข้อดีไม่กี่อย่างของเด็กคนนี้ เขายังมีสายตาที่ดี เด็กอย่างนี้ล้วนสามารถค้นหาความเป็นเลิศของเขาได้” หลี่ซื่อเหยี่ยนวิจารณ์อย่างไม่เป็นกลาง จากนั้นเขาก็เห็นสายตาของศิษย์ทั้งหลายแสดงความรังเกียจออกมา “พวกเจ้ามีอคติเช่นนี้ไม่ดีเลย ในเมื่อวันนี้มาแล้ว อาจารย์ก็จะให้การบ้านพวกเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน พวกเจ้าก็เป็นอาจารย์หรือไม่ก็เป็นอาจารย์กันได้แล้วทั้งนั้น ก็ควรที่จะเรียนรู้การดูนิสัยใจคอและความเป็นเลิศของเด็กรุ่นหลังด้วย”
“อาจารย์หมายความว่าจะให้พวกเรา…หาข้อดีของศิษย์หลานทั้งสอง?” เจียงจิ้นลู่ตกใจแล้ว
“ถูกต้อง” หลีซื่อเหยี่ยนรู้สึกว่าการที่ศิษย์ของเขาพูดเรื่องดีๆ หน่อย ตนเองฟังแล้วบางทีก็จะได้รู้สึกว่าเด็กทั้งสองคนนี้ก็มีข้อดี จะได้สบายใจหน่อย
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“นี่มันยากไปหรือเปล่า…” เจียงจิ้นลู่สับสนจริงๆ
ฉู่เจี้ยนผู้นั้นยังพอว่า เขาดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย แม้ว่าวิธีการที่เขาเข้าสำนักมาจะไม่ถูกต้อง แต่ตัวเขาเองก็นับว่าใช้ได้ แต่เซี่ยผิงไหว…
“ตอนนี้ศิษย์น้องเองก็ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ คนพิการยังคิดจะหัวเราะเยาะคนแคระอีกหรือ” เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขา
“…” เจียงจิ้นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าด้วยความน้อยใจ “ขอรับ”
“เจ้าอย่าได้คิดว่าข้ารังแกเจ้า แต่มันเป็นเพราะศิษย์น้องเจียงใจแคบไป” เซี่ยเฉียวยังคงพูดอะไรไร้สาระได้อย่างหน้าตาเฉย “เจ้าดูเซี่ยผิงไหวนี่สิ เดิมทีเขาก็เป็นหนุ่มน้อยที่ดีที่มุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง บิดาและพี่ชายของของเขามีคุณธรรม ทั้งที่พวกเขาเกิดมาเป็นโจร แต่ตอนนี้ก็รู้จักที่จะเรียนหนังสือรักความก้าวหน้าแล้ว นี่ยังไม่ใช่ว่าหายากกว่าศิษย์ทั่วไปอีกหรือ”
เจียงจิ้นลู่ไม่อยากยอมรับจุดนี้จริงๆ
เขาได้ยินมาว่าเซี่ยผิงไหวเข้าไปหอนางโลมใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย
แล้วยังได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เซี่ยผิงไหวเคยใช้สถานะโจรมาข่มขู่เด็กน้อยที่อายุไล่เลี่ยกันมาก่อน…
ต่อให้เป็นตอนนี้เด็กคนนี้ก็ไม่ได้นับว่าทำตัวดีนักตอนที่อยู่ในสำนักศึกษา หากเขามีความขัดแย้งกับคนอื่นก็อาจจะลงไว้ลงมือต่อสู้กับคนอื่นได้ในทันที
ไม่มีเหตุผล ไม่รู้ความ บ้าคลั่ง ก็คือเขา
อาศัยข้อเท็จจริงที่ว่าพี่สาวของเขาคือว่าที่พระชายารัชทายาทและอาจารย์ของเขาคือเซียวอวี้หรง เด็กคนนี้วางอำนาจบารมีไม่เบาทีเดียว
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าน้องชายของตนเองเกเรเล็กน้อย แต่หากเด็กคนนี้ทำผิดจริงๆ เขากลับบ้านไปก็จะต้องถูกลงโทษ เขาเองก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาทำลงไป
นางมีน้องชายเช่นนี้จะใช้ความเด็ดขาดเกินไปก็ไม่ได้ ได้แต่ต้องใช้ความอดทนสอนเขา
และช่วงนี้นางก็มั่นใจว่าเขาดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว…
“ในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่ชมเขาอย่างนี้ หากอย่างนั้นมาดูกันดีกว่า อาจมีบางอย่างเกี่ยวกับเด็กคนนี้ที่ทำให้พวกเรารู้สึกเลื่อมใสได้” เจียงจิ้นลู่พ่นลมหายใจออกมา เขาคิดว่าตนเองก็จะต้องคอยสังเกตดีๆ แล้ว
ความกดดันของเซียวอวี้หรงยิ่งมากขึ้นไปอีก
นิสัยของศิษย์เขาเป็นอย่างไร เขาจะไม่รู้หรือ
เด็กนั่นไม่ใช่คนดีอะไรจริงๆ…