ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1037 อับอายขายหน้า / ตอนที่ 1038 ยอมแพ้
ตอนที่ 1037 อับอายขายหน้า / ตอนที่ 1038 ยอมแพ้
ตอนที่ 1037 อับอายขายหน้า
เวลานี้ตัวการอย่างเซี่ยผิงไหวกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด เขาสนใจแต่ความสนุกสนานครึกครื้นเท่านั้น
เดิมทีทิวทิศน์ของสวนแปดทิศก็ดีอยู่แล้ว การมาถึงของหลีซื่อเหยี่ยนยิ่งทำให้ภายในสวนมีคนมากขึ้นไปอีก
คนทั้งกลุ่มอยู่ในศาลาล้อมรอบด้วยฉากกันลม และมีวิวทะเลสาบอยู่ไม่ไกล หมอกน้ำแข็งบางๆ ปกคลุมเหนือน้ำ ริมทะเลสาบเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกเหมย หลังจากที่เซี่ยเฉียวลงจากรถม้าแล้ว นางก็สวมเสื้อคลุมสีเงินเพื่อกันลมห่อตัวไว้อย่างแน่นหนา และปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่งทำให้คนอื่นมองเห็นหน้านางได้ไม่ชัดนัก
“ฉู่เจี้ยน เจ้าว่าสมองของอาจารย์ปู่เรามีปัญหาไหม” เซี่ยผิงไหวลูบแขนตนเองตัวสั่นเล็กน้อย “วันนี้อากาศหนาวจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งอย่างนี้แล้ว ท่านจะไปที่ไหนไม่ไป แต่กลับมารับลมหนาวที่นี่ ข้าจะแข็งตายอยู่แล้ว”
เขาสวมเสื้อผ้ามาน้อยชิ้น!
ฉู่เจี้ยนได้ยินเขาพูดเช่นนั้นแล้วก็เริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที “เจ้าพูดเหลวไหลอะไรนี่ อาจารย์ปู่มีเตาอุ่นมือ”
“แต่ข้าไม่มีนี่!” เซี่ยผิงกั่งโวยวาย
เซียวอวี้หรงหัวโบราณบอกเขาว่าวันนี้จะมาชมทิวทัศน์ที่สวน เขาได้ยินเช่นนั้นก็ยังคิดว่าสถานที่นี้น่าจะไม่เลว แต่สถานที่จะดีแค่ไหนก็ไม่น่าจะที่ปล่อยให้แขกต้องหนาวอยู่อย่างนี้สิ เขาไม่คิดว่ามันจะไม่เหมือนกับที่เขาจินตนาการไว้เลยสักนิด!
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
อาจารย์ปู่ อาจารย์ และอาจารย์อาล้วนแต่นั่งอยู่ในศาลาที่มีฉากกั้นกันลมโดยรอบ แต่ตอนนี้เขา…กลับอยู่ข้างนอก!
นอกจากเขาที่อยู่ข้างนอกแล้วยังมีบัณฑิตทยอยกันเข้ามาทีละคน แต่ละคนทำราวกับบังเอิญเดินผ่านไปมา แล้วก็ท่องบทกลอนบทกวีอะไรก็ไม่รู้ออกมาเป็นบางครั้ง
เดิมทีอากาศก็หนาวอยู่แล้ว พอเขาได้ยินเสียงพวกนี้แล้วก็ยิ่งหนาวสั่นขึ้นไปอีก
เมื่อฉู่เจี้ยนเห็นว่าวันนี้เขาใส่เสื้อผ้ามาน้อยชิ้นจริงๆ เขาก็ถอนหายใจ “เป็นเพราะเจ้าไม่เข้าใจมารยาทพวกนี้ อาจารย์ปู่ของพวกเราไม่ได้อยากจะให้เจ้ามาทนหนาวอย่างนี้หรอก วันนี้อากาศยังไม่ค่อยเท่าไรนัก หากหิมะตก ที่นี่จึงจะสวยมาก พอถึงตอนนั้น ต่อให้เจ้าอยากจะเข้าไปข้างในสวนแปดทิศก็คงจะไม่ง่ายแล้ว หากเจ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็ให้เด็กรับใช้ไปซื้อเสื้อผ้ามาหรือไม่เจ้าก็ไปดื่มสุราสักจอกเพื่ออบอุ่นร่างกาย แต่ตอนนี้สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือร่างบทความหรือบทกวีออกมาตามทิวทัศน์ที่เห็นอยู่นี้…”
เซี่ยผิงไหวปวดหัวจริงๆ แล้ว
อากาศเลวร้ายอย่างนี้แล้วยังจะให้เขาเขียนบทความอีก
ลำบากลำบนจริงๆ!
เวลานี้พวกเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม นอกศาลามีที่ว่างมากมาย แต่ผ่านไปเพียงไม่นานก็มีคนมายืนเต็มหมดแล้ว คนที่มาถึงช้าหน่อยก็เพียงแต่ยืนดูอยู่ไกลๆ ไม่กล้าส่งเสียงดังรบกวน
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่สักพัก สายตาของนางก็สอดส่ายมองไปรอบๆ
มันเป็นความเคยชินของนางที่จะมองไปรอบๆ ว่ามีวิญญาณอยู่หรือไม่
แล้วก็มีจริงๆ และเป็นวิญญาณที่อยู่ในน้ำ
มันอยู่ในทะเลสาบนั้นเอง ครึ่งหนึ่งของศีรษะยื่นออกมาจากน้ำแข็ง ดวงตาฟ้าสีดำคู่หนึ่งกำลังจ้องมองไปยังภาพฉากที่ครึกครื้นมีชีวิตชีวา ช่างดูน่ากลัวจริงๆ
“อาจารย์ ศิษย์ของข้าสองคนนี้…คนโตยังดีหน่อย เขาเรียนจบชั้นเตรียมเร็ว อายุตอนนี้ก็ไม่น้อยแล้ว และยังสอบชั้นต้นผ่านแล้ว แต่คนเล็กนี่…ไม่ค่อยเท่าไรนัก ตอนนี้ข้างนอกคนมาก ข้ากลัวว่าประเดี๋ยวเขาจะถูกพุ่งเป้า หากทำได้ไม่ดีก็อาจจะทำให้ท่านอับอายขายหน้า หรือว่า…ให้เขาเข้ามานั่งข้างในดีหรือไม่” เซียวอวี้หรงกังวลเล็กน้อย
“ในเมื่อไม่มีความสามารถ อับอายก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว จะกลัวปากคนอื่นไปทำไม” หลีซื่อเหยี่ยนพูดอย่างไม่สนใจ
เมื่อเซียวอวี้หรงได้ยินเช่นนั้น เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว
เขาหันไปมองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
เซี่ยเฉียวหันไปมองน้องชายงี่เง่าของนางที่อยู่ข้างนอก แล้วก็ให้เด็กรับใช้ข้างกายเซียวอวี้หรงนำเตาอุ่นมือออกไปส่งให้เซี่ยผิงไหว
เพียงแต่เด็กรับใช้ยังไม่ทันเอาของออกไปก็ถูกเจ้าเสวียนจริงเรียกกลับมาก่อน แล้วเขาก็ยัดมันกลับใส่ในมือของนาง
จ้าวเสวียนจิ่งสั่งให้คนออกไปซื้อมาใหม่อีกหนึ่งอัน ภายในสวนแปดทิศไม่ขาดของพวกนี้อยู่แล้ว มันสะดวกและรวดเร็วมาก
ตอนที่ 1038 ยอมแพ้
เซียวอวี้หรงรู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่ใส่ใจเซี่ยผิงไหวมากกว่าเขาเสียอีก
แต่ก็แค่เป็นห่วงใส่ใจเรื่องสุขภาพเขาเท่านั้น ส่วนเรื่องที่เซี่ยผิงไหวจะทำให้ทุกคนอับอายขายหน้า นางไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
เซียวอวี้หรงเองก็คิดได้แล้ว ขอแค่อาจารย์ไม่โกรธ เซี่ยผิงไหวจะทำอะไรเขาก็รับได้ทั้งนั้น เพราะถึงอย่างไรเซี่ยผิงไหวก็เป็นศิษย์ของเขา เขาเตรียมใจไว้นานแล้ว
ไม่นานนักเซี่ยผิงไหวก็ได้รับของ
เมื่อมีเสื้อคลุมและเตาอุ่นมือแล้ว เขาก็ดูอบอุ่นขึ้นมา
แต่ก่อนที่เขาจะได้ดื่มด่ำกับความอบอุ่นอย่างเต็มที่ บัณฑิตคนหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างกล้าหาญก่อนจะทำท่าแสดงความเคารพต่อเขาอย่างสุภาพ จากนั้นเขาก็เอ่ย “ข้าได้ยินมานานแล้วว่าอาจารย์เซียวรับศิษย์สองท่าน เป็นท่านทั้งสองใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว” ฉู่เจี้ยนเองก็เตรียมใจมาแล้ว เวลานี้เขาจึงดึงสติขึ้นมาเล็กน้อย
เซี่ยผิงไหวเองก็พยักหน้า “มีอะไรหรือ”
อีกฝ่ายยิ้มอย่างทำตัวไม่ถูก จากนั้นข้างหลังเขาก็มีคนเดินเข้ามาอีกจำนวนหนึ่งก่อนจะเอ่ยกับเซี่ยผิงไหว “คุณชายรองเซี่ยสามารถทำให้อาจารย์เซียวรับเป็นศิษย์ได้ย่อมจะต้องมีอะไรที่โดดเด่นกว่าคนอื่นบ้างสินะ?”
“ถูกต้อง” เซี่ยผิงไหวฟังออกว่าคนอื่นกำลังชมความสามารถของตนเองอยู่
พวกเขาเหล่านั้นยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นคุณชายรองคงจะไม่ถือสาที่จะพูดคุยเรื่องบทกลอนภาพวาดกับพวกเราสินะ?”
“ข้าว่าวันนี้ทิวทัศน์ไม่เลวเลยจริงๆ หรือว่าพวกเราต่างคนต่างก็แต่งกลอนเกี่ยวกับทิวทัศน์ทะเลสาบออกมาสักบท แต่งเสร็จแล้วก็ค่อยเอาไปอาจารย์หลีผู้เฒ่าดู คุณชายรองมีความมั่นใจเช่นนี้ย่อมจะต้องได้ที่หนึ่งแน่ๆ จะได้เป็นการสร้างชื่อให้ตัวเอง!”
“ข้าแค่เห็นคุณชายเซี่ยแวบเดียวก็รู้แล้วว่าท่านไม่เหมือนคนทั่วไป จะต้องมีความคิดทางศิลปะที่ลึกซึ้งแน่ๆ หัวข้อง่ายๆ เช่นนี้คงจะไม่ยากอะไรสำหรับทั้งสองท่าน…”
เขาพูดไปราวกับว่าเรื่องนี้เป็นที่ตกลงไปแล้วกระนั้น
พวกเขาแต่ละคนต่างก็กำลังใช้ความคิด มือหนึ่งถือพู่กันไว้ มือหนึ่งม้วนแขนเสื้อขึ้น และเริ่มลงมือขีดเขียน
เซี่ยผิงไหวงงไปหมด เขาหันไปมองฉู่เจี้ยนแล้วก็หันไปมองคนเหล่านั้นด้วยใบหน้าสับสน “ข้าไม่ได้รับปากว่าจะเขียนกลอนนี่?”
“อย่าบ่นอยู่เลย รีบคิดเข้าเถอะ หากตอนนี้พวกเขาทำขายหน้าก็คงจะไม่มีหน้าไปติดตามอาจารย์เซียวอีกแล้ว รอถูกไล่ออกจากสำนักได้เลย! เจ้าบอกว่าพี่สาวของเจ้าคาดหวังในตัวเจ้ามากไม่ใช่หรือ…” ฉู่เจี้ยนรีบเตือนสติเขา
พอพูดถึงพี่สาวสีหน้าของเซี่ยผิงไหวก็เคร่งขรึมขึ้นทันที
พี่สาวที่น่าสงสารของเขาสุขภาพร่างกายไม่ดี นางจะโกรธไม่ได้
แต่เรื่องแต่งกลอนนี้…ไม่ใช่เรื่องที่เขาถนัดจริงๆ!
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
การสอบระดับถงเซิงในปีหน้าก็ไม่ได้ตั้งเกณฑ์เรื่องการแต่งกลอนไว้สูงนี่?!
พวกคนไร้ยางอายพวกนี้อายุเท่าไรกันแล้ว ยังจะมาแข่งขันอะไรกับเด็กน้อยอย่างเขาอีก…
“ผืนน้ำนิ่งใสราวหยกสะท้อนสองเงา ยอดเขาเขียวนับพันไร้รอยกระเพื่อม เรือน้อยโดดเดี่ยวไร้เงาชายชราผมขาว กลิ่นเหมยกำซาบซึ้งจรุงใจ…”
พริบตาเดียวก็มีคนแต่งเสร็จ แล้วเขาก็ร้องตะโกนออกมาทันที
เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้วมุ่น
ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร คนอื่นๆ ก็ท่องบทกวีของตนเองออกมาทีละบท จากนั้นพวกเขาก็มองไปที่คนทั้งสอง
ฉู่เจี้ยนยังดีที่มีโอกาสได้ร่วมอยู่ในโอกาสแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เขาจึงรับมือกับมันได้
อีกอย่างคนที่โดนพุ่งเป้าก็ไม่ใช่เขา
เซี่ยผิงไหวนั้นต่างออกไป
คนอื่นไม่เลื่อมใสในตัวเขา
อาจารย์เซียวเป็นคนที่เรียนดีมีความสามารถที่สุดในหมู่คนรุ่นหนุ่มสาวนี้ ต่อไปเขาจะกลายเป็นผู้สืบทอดของอาจารย์หลี เมื่อผ่านไปอีกสิบปีเขาก็จะกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้ดูแลสำนักศึกษาหลวงคนต่อไป
คนเช่นนี้กลับรับคนอย่างเซี่ยผิงไหวเป็นศิษย์
“คุณชายรอง ท่านคิดได้แล้วหรือยัง” แต่ละคนต่างมองเซี่ยผิงไหวด้วยสายตายั่วยุ
เซี่ยผิงไหวกลอกตาใส่พวกเขา “ยัง!”
“หากอย่างนั้นคุณชายรองก็ยอมแพ้?” อีกฝ่ายยิ้มออกมา คนอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงแววตาเยาะเย้ยออกมาเช่นกัน
“ไม่ยอมแพ้” เซี่ยผิงไหวยืดคอขึ้นมา “ข้าไม่ได้จะแข่งกับพวกเจ้าเสียหน่อย แล้วจะเอาอะไรมายอมแพ้?”