ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1039 ขอคำชี้แนะ / ตอนที่ 1040 ปรมาจารย์ลึกลับ
ตอนที่ 1039 ขอคำชี้แนะ / ตอนที่ 1040 ปรมาจารย์ลึกลับ
ตอนที่ 1039 ขอคำชี้แนะ
เซี่ยผิงไหวไม่ได้รู้สึกอับอายขายหน้าอะไร เขาไม่ได้ตอบตกลงอะไรกับใครตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เป็นคนพวกนี้ต่างหากที่อยากจะท่องกลอนขึ้นมาเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย
จากนั้นคนเหล่านั้นต่างก็พากันหัวเราะขึ้นมา “คุณชายรองไม่ยอมแพ้ แต่ก็ไม่แต่งกลอนด้วย แบบนี้ไม่ใช่ว่าโกงหรอกหรือ”
“ทั้งๆ พวกเจ้าต่างหากที่โกง แล้วยังมากล่าวหาข้าอีก ข้าไม่สนใจพวกเจ้าหรอก!” เซี่ยผิงไหวแค่นเสียงเยาะออกมาเล็กน้อย “พวกเจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ ข้าไม่มีตำแหน่งอะไรทั้งนั้น พวกเจ้าเรียนหนังสือกันมาตั้งกี่ปีแล้ว จะต้องเก่งไม่ธรรมดาอยู่แล้วนี่? จะมาแข่งกับข้า เดิมทีก็เป็นการรังแกกันอยู่แล้ว! แน่จริงก็มาแข่งต่อยตีกับข้าสิ?
เซี่ยผิงไหวพูดเช่นนั้นออกมาก็ยิ่งทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกจุก สายตาที่พวกเขามองเซี่ยผิงไหวยิ่งเต็มไปด้วยอาการดูถูก
“ในเมื่อคุณชายรองเป็นศิษย์ของอาจารย์เซียวแล้วก็ควรที่จะมีความสามารถเหนือคนอื่นสิ ตอนนี้แค่กลอนสักคำยังแต่งออกมาไม่ได้ ทำไมถึงไม่ยอมถอยออกมาเสียล่ะ จะได้ไม่ต้องทำลายชื่อเสียงของอาจารย์เซียว!” ใครบางคนเอ่ยขึ้นทันที
“ถูกต้อง! ความสามารถธรรมดาทั่วไปอย่างเจ้าเข้าสำนักอาจารย์เซียวไปได้อย่างไร!”
“ข้าได้ยินมาว่าที่เจ้าเข้าไปได้เพราะการแนะนำของศิษย์พี่ใหญ่ของอาจารย์เซียว?” ไม่รู้ว่าใครเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นแล้วก็ยืดหลังตรงเล็กน้อยและพยายามตั้งใจฟัง
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร
ตอนที่เซี่ยผิงไหวกราบอาจารย์ เซียวอวี้หรงทดสอบเขาอยู่นาน เขาก็เคยเอ่ยถึงโม่ชูเซิงที่อาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเซี่ยเป็นบางครั้ง และก็คงมีคนในสำนักศึกษาเคยได้ยินเข้าบ้าง
แม้แต่เซี่ยผิงไหวเองก็รู้เรื่องนี้ดี
แรงปะทะนั้นเปลี่ยนไปในทันที คนภายนอกอดไม่ได้ที่จะมองเข้ามาในศาลา
ในนั้นมีผู้หญิงอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น นางห่อตัวอย่างแน่นหนา ผู้คนมากมายไม่รู้ว่านางมีสถานะเช่นไรกันแน่ แต่ก็มีบางคนที่ไปสืบเสาะมาก่อนแล้ว
“ได้ยินว่าเป็นศิษย์คนโตของอาจารย์หลีผู้เฒ่า และเป็นเจ้าของหอส่องชะตา นักพรตโม่ชูเซิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนนั้น…” ใครบางคนซุบซิบเสียงเบา
ทั้งหมดพากันประหลาดใจไปชั่วขณะ
เป็นนักพรตคนหนึ่ง?
“ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินมาว่านักพรตผู้นี้กับรัชทายาท…คงไม่ใช่นางหรอกนะ?” มีคนซุบซิบถามอีกแล้ว
ความคาดหวังที่บัณฑิตมีต่อบัณฑิตด้วยกันนั้นสูงมากที่สุดแล้ว
โดยเฉพาะความคาดหวังที่มีต่อหลีซื่อเหยี่ยนนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาหวังว่าศิษย์อาจารย์หลีผู้เฒ่าจะสะอาดบริสุทธิ์ เพิ่มความน่าเลื่อมใสให้กับนักปราชญ์ไม่ใช่ทำให้ชื่อเสียงของเขาแปดเปื้อน
“พวกเขากำลังว่าข้า!” เซี่ยเฉียวค่อนข้างตื่นเต้นทีเดียว
“ศิษย์พี่ใหญ่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก” เซียวอวี้หรงรีบตอบทันที
หลีซื่อเหยี่ยนรีบถอนหายใจทันที “นังหนูนี่ทั้งที่มีความสามารถแท้ๆ แต่เจ้ากลับไม่โอ้อวดตัวเองบ้างเลย ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า คนรุ่นหลังพวกนี้กำลังวิพากษ์วิจารณ์เจ้ามั่วๆ น่าฟังที่ไหน”
อันที่จริงเซียวอวี้หรงและเจียงจิ้นลู่เองก็ค่อนข้างสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับศิษย์พี่ใหญ่อยู่เหมือนกัน
“ที่จริงแล้วข้าก็อยากรู้ว่าความสามารถของศิษย์พี่ใหญ่เป็นอย่างไร…” เจียงจิ้นลู่เองก็พูดขึ้นมา
ถึงอย่างไรเขาก็ล่วงเกินศิษย์พี่ใหญ่ไปแล้ว ตอนนี้ก็แสดงออกไปเลย ไม่ต้องมาเก็บมาซ่อนไว้ให้ดูน่าเกลียด
“เรื่องที่เจ้าอยากรู้มีมากจริงๆ แต่ละเรื่องจะเป็นไปอย่างที่เจ้าต้องการได้หรือ” เซี่ยเฉียวแค่นเสียงเยาะ
“…” เจียงจิ้นลู่ถูกนางโต้กลับไป แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกสิ้นหวัง กระทั่งว่ารู้สึกเคยชินเสียแล้ว
ท่าทางเอาแต่ใจของศิษย์พี่ใหญ่ยังน่ารักเสียจริง
น่าเสียดายที่เวลานี้คนภายนอกยิ่งสงสัยเกี่ยวกับตัวเซี่ยเฉียวมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็มีใครบางคนที่กระตือรือร้นเลือดร้อนเกินใครยืนขึ้นมาก่อนจะเดินมาหยุดที่หน้าศาลา เขาทำท่าแสดงความเคารพแล้วก็เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนน้อมหรือแข็งกร้าวเกินไป “ผู้น้อยอยากจะขอคำชี้แนะจากผู้อาวุโสโม่สักครั้ง ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่”
เดิมทีสวนแปดทิศก็เป็นสถานที่ที่นักเรียนทุกคนแข่งขันกันอยู่แล้ว การกระทำเช่นนี้ของพวกเขาก็ไม่นับว่าเป็นการล่วงเกินอะไร
“เจ้าอยากจะขอคำชี้แนะจากข้าเรื่องวิชาเต๋าหรือ” เซี่ยเฉียวถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วด้วยสีหน้าใจดีมีเมตตา
“มิกล้า ผู้น้อยไม่มีความรู้เรื่องนั้น…ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีความสามารถอย่างอื่นหรือไม่…”
ตอนที่ 1040 ปรมาจารย์ลึกลับ
ศิษย์คนโตของหลีซื่อเหยี่ยนทั้งคน หากนางมีความสามารถแค่วิชาเต๋า ไม่รู้เรื่องอะไรอื่นอีกเลยก็ช่างน่าขันนัก
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย ตนเองก็ใช่ว่าจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากคนพวกนี้ไม่ได้
นางแค่ต้องรู้ขอบเขตเท่านั้น
อีกอย่างต่อหน้าอาจารย์เช่นนี้ นางก็ไม่สามารถทำให้อาจารย์ขายหน้าได้ด้วย
แต่แล้วในเวลานั้นจ้าวเสวียนจิ่งก็หันไปด้านข้างเล็กน้อย “ปกติแล้วการแลกเปลี่ยนความรู้ที่สามารถชักนำผู้คนมาได้มากเช่นนี้ก็จะต้องมีของเดิมพันอะไรบ้าง ข้าวของเงินทองทั่วไป กระดาษ หมึก เครื่องเขียนต่างๆ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น ดูสิว่าทางสวนเตรียมอะไรไว้บ้าง”
เซี่ยเฉียวรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาก นางหันไปพูดกับคนข้างนอกว่า “ข้าได้หมด เจ้าเสนอมาเถอะ”
พอนางพูดเช่นนั้นออกมา ทุกคนก็อดตกตะลึงไม่ได้
คำพูดของนางฟังดูหยิ่งยโสเสียยิ่งกว่าเซี่ยผิงไหวเสียอีก
“หากอย่างนั้น…แข่งเดินหมากเป็นไง” คนผู้นั้นครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมา
บรรดาศิษย์ของหลีซื่อเหยี่ยน รัชทายาทเป็นอย่างไรพวกเขาไม่รู้ได้ แต่อาจารย์เซียวนั่นเก่งเรื่องอักษรและบทกวีที่สุด อาจารย์ซังยอดเยี่ยมเรื่องดนตรีและศิลปะ คุณชายเจียงมีไหวพริบมากความสามารถ ศิษย์คนโตผู้นี้จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเชี่ยวชาญเรื่องหมาก
ยิ่งไปกว่านั้น บทกวีและการประดิษฐ์ตัวอักษรนั้นเรียนรู้ได้ยากและใช้เวลานาน ส่วนทักษะหมากรุกนั้นนับว่าค่อนข้างเรียนรู้ได้ง่าย ดังนั้นแม้ว่าปรมาจารย์โม่ผู้นี้จะแพ้ แต่ก็จะไม่ถึงกับเป็นเรื่องน่าอายเกินไป
“ได้” เซี่ยวเฉียวตอบเบาๆ
พ่อบ้านของสวนแปดทิศรีบไปจัดการทันที
ไม่นานนัก เขาก็เชิญคนผู้นั้นเข้ามาในศาลา และจัดให้มีคนแสดงการวางหมากให้คนที่อยู่ภายนอกดู
เซี่ยเฉียวขดตัวกลมซุกตัวอยู่ข้างหนึ่ง นางถือหมากขาว สายตาของนางกวาดมองกระดานหมาก ท่าทางทางจริงจังขึ้นมาก
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เซี่ยผิงไหวเองก็เข้าไปดูด้วย
เขาดูรู้ว่าเป็นหมากดำหมากขาว
แค่เขาเพิ่งจะเรียนรู้วิธีการเล่นมันเท่านั้น แต่ยังไม่เข้าใจมันเสียทีเดียว
หลักจากที่เกมเริ่มขึ้นแล้ว ผู้คนที่อยู่ภายนอกก็ไม่ได้สนใจความหนาวเย็นแล้ว พวกเขาต่างกันรวมตัวอยู่ที่จุดเดียวเพื่อชมการพัฒนาของหมากอย่างตื่นเต้น
เซี่ยเฉียวสงบนิ่งไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นประหม่าแต่อย่างใด แต่คุณชายที่อยู่ตรงข้ามกลับรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นหลีซื่อเหยี่ยนและรัชทายาทกับคนอื่นๆ นั่งมองอยู่ข้างๆ หน้าผากเขาถึงกับมีเหงื่อเย็นๆ ซึม
ของเดิมพันที่สวนแปดทิศจัดไว้นั้นเป็นหมึกอย่างดีและเงินห้าร้อยตำลึง…
การเรียนหนังสือนั้นต้องใช้เงิน สวนแห่งนี้จัดการได้เข้าท่าดีทีเดียว
เมื่อมีเงินเป็นตัวเร่งเซี่ยเฉียวจึงวางหมากอย่างรวดเร็ว นางดูเหมือนกับไม่ได้คิดก่อนด้วยซ้ำ เพียงแต่ถึงจะดูรวดเร็ว การวางหมากแต่ละครั้งของนางก็ไม่มีข้อผิดพลาดบกพร่อง หมากของนางยังทำให้คนที่ดูอยู่ภายนอกตระหนักรู้ได้ในทันทีจนในใจพวกเขารู้สึกหนาวเหน็บตามไปด้วย
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย
เขาเห็นทักษะการเดินหมากของเซี่ยเฉียวมาก่อนแล้ว พวกเขาต่างก็ทัดเทียมกัน
เซี่ยเฉียวชนะได้อย่างรวดเร็วอย่างที่คาด
กระทั่งว่าคุณชายที่วางหมากกับเซี่ยเฉียวผู้นั้นหน้าซีดจนน่ากลัว มือของเขาสั่นเทา แต่เขาก็ยังรู้ความ “เป็นผู้น้อยที่ไม่รู้…ล่วงเกินผู้อาวุโสแล้ว…”
“ไม่เป็นไรๆ แค่ศึกษาศิลปะการเดินหมากเท่านั้น” เซี่ยเฉียวยิ้ม
คนผู้นั้นหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต
คนภายนอกมองดูการจบเกมบนกระดานหมากแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
เซี่ยผิงไหวดูอยู่นานก็ยังไม่ได้เข้าใจอะไร แต่เขาก็ยังประหลาดใจอยู่ดี “ปรมาจารย์ท่านสุดยอดจริงๆ! หากข้ารู้อย่างนี้ ข้าจะกราบอาจารย์คนอื่นทำไม ข้าไปเรียนกับท่านไม่ดีกว่าหรือ! ท่านและพี่สาวของข้าเป็นอาจารย์อาและศิษย์หลานกัน มาจากวัดเดียวกันด้วย!”
นางยังเหมาะกว่าตาเฒ่าเซียวนั้นมากโข!
ดูตาเฒ่าเซียวเอาแต่พูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง พอมาดูปรมาจารย์โม่สิ นางสงบนิ่งและลึกลับ!
ปรมาจารย์โม่เก่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด!
“มีอาจารย์สักคนก็ไม่เลวแล้ว เจ้ายังกล้าเลือกมากอีก?” เซี่ยเฉียวได้ยินที่เขาพูดแล้วก็รังเกียจนัก “ไม่รู้ความเช่นนี้ ยังไม่ไปคุกเข่าขอโทษอาจารย์เจ้าอีก!”
“ทำไมข้าต้อง…” ฟังท่านด้วย!
เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างเงียบๆ
ไม่รู้เพราะอะไรใจของเซี่ยผิงไหวตกวูบลงทันที เขารู้สึกคุ้นเคยกับอารมณ์นี้เล็กน้อย แล้วเขาก็ยอมโอนอ่อนโดยไม่รู้ตัวและคุกเข่าลงตรงหน้าเซียวอวี้หรงทันที “อาจารย์ ข้าไม่ควรรังเกียจท่าน ข้าสำนึกผิดแล้ว!”
เซี่ยผิงไหวพูดจบก็โขกศีรษะลงทันที