ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1041 คำพูดแปลกๆ / ตอนที่ 1042 ประเมินภาพวาด
ตอนที่ 1041 คำพูดแปลกๆ / ตอนที่ 1042 ประเมินภาพวาด
ตอนที่ 1041 คำพูดแปลกๆ
เซียวอวี้หรงมองเซี่ยผิงไหวด้วยความรู้สึกแปลกใจ เขานึกไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะเชื่อฟังศิษย์พี่ใหญ่ขนาดนี้…
เซี่ยเฉียวยังคงไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ต่อไปหากข้ายังเห็นว่าเจ้าไม่เคารพอาจารย์อีก ข้าจะบอกพี่ชายใหญ่ของเจ้าให้จับเจ้าโยนลงทะเลสาบน้ำแข็งให้หัวเย็นลงหน่อย”
“…” เซี่ยผิงไหวไม่กล้าเถียงนาง เขามองเซี่ยเฉียวเล็กน้อย แล้วก็บ่นพึมพำ “รู้แล้ว…”
“ดีมาก ทำตัวให้มันรู้เรื่องหน่อย พี่สาวของเจ้าใช้เส้นสายช่วยเจ้ามาก็ไม่ง่ายนะ” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้วมุ่น เขาเกาศีรษะเล็กน้อย “อาจารย์ป้า ทำไมข้ารู้สึกว่า…ท่านเหมือนพี่สาวของข้านะ”
“!!!” เซี่ยวเฉียวตกใจทันที
นางขึงตาจ้องหน้าเขา
กลางวันแสกๆ…ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ เจ้าเด็กบ้านี่พูดเหลวไหลอะไรออกมา!
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ท่านดูสิ ท่านเหมือนกับพี่สาวของข้าเลย ท่านทั้งคู่ต่างสามารถยกเอาพี่ชายใหญ่มาขู่ข้าได้ นิสัยเหมือนกันจริงๆ” เซี่ยผิงไหวพูดตามจริง “แล้วยังมีสายตาที่ท่านมองข้าเมื่อครู่นี้อีก มันเหมือนกับตอนที่พี่สาวข้าจ้องหน้าข้าไม่มีผิด! หากท่านไม่เชื่อ ข้าเอากระจกมาให้ท่านส่องตัวเองดูก็ได้ ดวงตาคู่นั้นเหมือนกันมากจริงๆ…” ข้าสงสัยว่า พี่สาวของข้าน่าจะไม่ได้เป็นลูกของแม่ใหญ่ แต่เป็นลูกของท่านต่างหาก!”
“…” เซี่ยเฉียวสำลักทันที
นางไอไม่หยุดและรู้สึกร้อนตัวเล็กน้อย
ส่วนเซียวอวี้หรงก็หวนนึกถึงท่าทางของแม่นางเซี่ย จากนั้นก็หันไปมองศิษย์พี่ใหญ่อย่างพินิจพิจารณา “ก็เหมือนกันบางส่วน…”
ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่ไม่เคยเห็นเซี่ยเฉียว แต่ก็รู้ว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้เป็นคู่หมั้นของรัชทายาท
ดังนั้นพวกเขาจึงอดหันไปมองรัชทายาทไม่ได้
“อาจารย์ป้า หรือว่าท่านเป็นญาติพี่น้องกับแม่ใหญ่ของข้า” เซี่ยผิงไหวเอ่ยถามอีก
เซี่ยเฉียวอดกลั้นจนหน้าแดงเล็กน้อย แม้ว่านางจะแต่งหน้า แต่ตอนนี้ก็ยังพอมองออกว่าสีหน้านางไม่ปกติ
“ฝ่าบาท แม่นางเซี่ยกับปรมาจารย์โม่หน้าตาเหมือนกันขนาดนั้นจริงๆ หรือ” ซังโหยวสงสัยใคร่รู้ “ข้ากลับมานานขนาดนี้แล้ว ก็ได้ยินมาบ้างว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้งดงามมาก…”
แต่ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตา…ธรรมดาไปหน่อย
“เหมือน! เหมือนกันมากเลย! แค่แก่กว่าพี่สาวของข้าหน่อยเท่านั้น” เซี่ยผิงไหวยืนยันหนักแน่น
เซี่ยเฉียวทุบเขาให้สลบและไม่ต้องพูดอะไรอีกไปเสียเลย
หลีซื่อเหยี่ยนมองยิ้มๆ เขาพบว่าสายตาของเซี่ยเฉียวดูสับสนและมีท่าทางโกรธเคือง เขาก็รู้สึกว่าศิษย์คนโตของเขาน่ารักมากจริงๆ
“ก็มีส่วนคล้าย เซี่ยเฉียวเองก็นับว่าโตมากับข้า เด็กโตมากับใครก็คล้ายคนผู้นั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเคร่งขรึมจริงจัง
เจียงจิ้นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ “หากจะมีนิสัยและการกระทำคล้ายๆ กันก็เป็นเรื่องปกติจริงๆ แต่หน้าตาคล้ายกันก็บังเอิญเกินไปหน่อย ข้าได้ยินมาว่าศิษย์พี่เอาใจใส่ตระกูลเซี่ยมาก หากคุณชายรองยังรู้สึกว่าหน้าตาของศิษย์พี่ใหญ่คล้ายกันเช่นนี้ เกรงว่าหากตอนนี้ไม่ได้เป็นญาติกัน แต่บรรพบุรุษอาจจะมีความเกี่ยวข้องกันก็ได้”
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาทันที “เรื่องของบรรพบุรุษคงไม่มีใครบอกได้หรอก จะเชิญบรรพบุรษขึ้นมาเพื่อถามไถ่ก็คงไม่ดีกระมัง”
เจียงจิ้นลู่รู้สึกว่าการแสดงออกของศิษย์พี่ใหญ่แปลกๆ อยู่บ้าง
ตามหลักแล้ว ต่อให้ผู้น้อยหน้าตาคล้ายกันบ้าง นางก็ไม่น่าที่จะใส่ใจขนาดนี้สิ
ส่วนเวลานี้อาจารย์เซียวก็มีความสงสัยอยู่ในใจ
เขาและรัชทายาทใกล้ชิดสนิทสนมกันอยู่ระดับหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงรู้ว่ารัชทายาทเองก็รักและเอาใจใส่ดูแลศิษย์พี่ใหญ่มากเหมือนกัน การปฏิบัติต่อแม่นางเซี่ยก็เป็นเช่นนี้ ภายในเมืองหลวงนี้มีข่าวลือเรื่องรัชทายาทและศิษย์พี่ใหญ่ไม่น้อย ซึ่งล้วนแล้วแต่เกินเลยไปมาทั้งนั้น แต่เขาก็ไม่เคยเห็นทั้งสามคนโตแย้งหรือไม่พอใจอะไร…
แล้วยังมีอาจารย์อีก…
ของขวัญที่ท่านให้ศิษย์พี่ใหญ่แปลกใหม่มาก
บางชิ้นเป็นปากกา หมึก กระดาษ และแท่นหมึก แต่บางชิ้นเป็นเครื่องประดับศีรษะที่ราคาแพงมาก แถมยังดูสวยและดูอ่อนเยาว์อีกด้วย เมื่อก่อน…อาจารย์ก็เคยพูดอะไรเอาไว้ แต่ตอนนี้พอเขามาคิดดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าแปลก…
ตอนที่ 1042 ประเมินภาพวาด
อาจารย์รักศิษย์พี่ใหญ่ ของขวัญที่ท่านเตรียมไว้ให้นางล้วนแต่เป็นของดีที่สุด ตอนที่พวกเขากลับมาเมืองหลวง เมื่อตรวจสอบรายการต่างๆ เขาก็เห็นผ้าจำนวนหนึ่งที่อาจารย์ซื้อมาตอนพเนจรไปตามที่ต่างๆ ผ้าพวกนั้นงดงามและพิเศษมาก ทว่าแม้ว่าพวกมันจะสวยงาม แต่ก็ไม่เหมาะกับศิษย์พี่ใหญ่เลย
แล้วตอนนั้นอาจารย์ก็พูดว่า ของพวกนี้ไม่เลวเลย มอบให้ศิษย์พี่ใหญ่ใช้เป็นสินเดิม…
เขาแทบจะมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ฟังผิดไป
ต่อมาเขาก็ถามอาจารย์ด้วยความงุนงง อาจารย์ยังไม่ยอมรับว่าตนเองพูดอย่างนั้นออกไป…
แปลก! แปลกมาก!
ท่าทางปลาบปลื้มดีใจและเห็นเรื่องขับขันของอาจารย์ในตอนนี้นั้นแปลกยิ่งกว่า!
พวกเขามีความลับ…
เซียวอวี้หรงใจเต้นตึกตัก เขาพยายามคิดถึงประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ ส่วนในเวลานี้บรรดาศิษย์ที่อยู่ข้างนอกก็พร้อมที่จะเคลื่อนไหวเช่นกัน พวกเขายิ่งสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับโม่ชูเซิงศิษย์คนโตคนนี้มากขึ้นไปอีก
ทันใดนั้นก็มีใครบางคนยืนขึ้นและแสดงความต้องการที่จะแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องประดิษฐ์อักษรภาพวาดกับเซี่ยเฉียว
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าใครอยากจะขอความรู้จากเซี่ยเฉียวก็ได้ทั้งนั้น คนที่แข่งเดินหมากกับเซี่ยเฉียวเมื่อครู่นี้เป็นอาจารย์หนุ่มท่านหนึ่งจากสำนักศึกษากู่หลัน ส่วนคนที่ก้าวออกมาในเวลานี้ค่อนข้างมีความสามารถและมีชื่อเสียงในเมืองหลวง และดูเหมือนว่าเขาจะอายุประมาณสี่สิบปี
เซี่ยเฉียวตอบรับเช่นกัน
เพียงแต่พลังของนางมีจำกัด ดังนั้นนางจึงแจ้งกับคนภายนอกไว้ก่อนว่าการแข่งครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หากมีผู้มีความสามารถคนใดสนใจอีกก็ให้เข้าร่วมพร้อมกันเสียเลย
โจทย์คือทิวทัศน์ทะเลสาบตรงหน้า
เซี่ยเฉียวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย นางกังวลว่าสายตาของคนที่นี่จะดีเกินไป และจะมองออกในทันทีว่างานของนางและอวิ๋นเวยมีความคล้ายกัน
ถึงอย่างไรรูปแบบการวาดภาพก็เปลี่ยนแปลงได้ยาก ต่อให้เปลี่ยนจากมือขวาเป็นมือซ้ายก็ตาม ความเคยชินที่ซ่อนอยู่ก็จะปรากฏในภาพวาดอยู่ดีและทำให้คนเกิดความสงสัยได้
โชคดีที่…
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ตัวตนโม่ชูเซิงของนางนี้มีอายุไม่น้อยแล้ว ต่อให้คนอื่นจะพบว่านางเป็นคนคนเดียวกับอวิ๋นเวย ราคาของผลงานก็น่าจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก…
เซี่ยเฉียวเองก็จนปัญญา หากเป็นยามปกตินางก็จะเก็บเนื้อเก็บตัวระมัดระวัง แต่อาจารย์อยู่ที่นี่ด้วย อีกทั้งท่านก็ไม่ได้ทดสอบวิชาความรู้ของนางมานานหลายปีแล้ว นางไม่อยากทำให้อาจารย์ขายหน้าจริงๆ
นางถอนหายใจ คนอื่นๆ ที่มองดูก็จะเห็นเหมือนว่านางกำลังลำบากใจ
เซี่ยเฉียวมองทิวทัศน์ทะเลสาบ นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจรดพู่กัน
เซี่ยผิงไหวรู้มารยาทดี เขาอาสาที่จะฝนหมึกให้กับเซี่ยเฉียวเอง เขาเป็นเด็กฝนหมึกข้างกายเซียวอวี้หรงมาเป็นเวลานาน ทักษะการฝนหมึกของเขาจึงค่อนข้างดี
ไกลและใกล้เหมือนจริงเหมือนฝัน ตวัดไปมาอย่างอิสระ
จ้าวเสวียนจิ่งมองฉากที่เซี่ยเฉียวกำลังสร้างผลงานแล้วก็อดรู้สึกผ่อนคลายไม่ได้
นางมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบและสบายใจ
ภาพวาดของเซี่ยเฉียวคราวนี้นั้นเป็นภาพเหมือนจริง ในเมื่อต้องการภาพทะเลสาบ นางก็วาดภาพทะเลสาบ นางลงพู่กันราวกับเมฆลอยน้ำไหลและเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากนางวาดเสร็จแล้ว นางก็รอคนอื่นๆ อยู่เป็นเวลาหนึ่งเค่อก่อนจะนำภาพมาแสดงให้แต่ละคนประเมิน
ต้องบอกว่าคนที่มาสวนแปดทิศและกล้าแสดงฝีมือนั้นล้วนเก่งกาจกันทั้งนั้น ภาพวาดของพวกเขา บางภาพก็ยิ่งใหญ่อลังการ บางภาพก็เน้นความประณีต เส้นสายลายหมึกนั้นยอดเยี่ยมมาก
แต่แทบจะทุกคนมองไปที่ภาพวาดของเซี่ยเฉียวก่อน
ความสามารถของนางทำให้ผู้คนอยากรู้อยากเห็น และทุกคนก็อยากรู้ว่าช่องว่างระหว่างตนเองกับศิษย์คนโตของหลีซื่อเหยี่ยนนั้นใหญ่โตแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องตกตะลึงทันทีที่ได้เห็น
ภาพวาดนั้น…มองแวบแรกก็ธรรมดา ภาพทิวทัศน์ไม่ได้มีตรงไหนที่เกินจริง ทุกอย่างล้วนธรรมดาไปหมด
แต่หลังจากที่พวกเขาพินิจดูให้ดีกลับรู้สึกว่าองค์ประกอบของภาพนั้นสวยงามมาก และไม่มีข้อบกพร่องในทุกรายละเอียด!
ที่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบ มีชายชราคนหนึ่งกำลังกวาดใบไม้พลางถอนหายใจ ชายชรากำลังก้มตัว ท่าทางเศร้าสร้อยของเขาดูเหมือนจะเห็นได้อย่างชัดเจน และไม่ไกลจากชายชราสายลมพัดหวน เป่าใบไม้ที่ร่วงหล่นปลิวว่อน ทำให้ผู้คนอดรู้สึกเศร้าไปกับชายชราด้วยไม่ได้