ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1043 ข้อดี / ตอนที่ 1044 คือนาง
ตอนที่ 1043 ข้อดี / ตอนที่ 1044 คือนาง
ตอนที่ 1043 ข้อดี
ระยะไกลในภาพปรากฏหมอกเย็นในป่า บรรยากาศเหมือนฝัน สายลมพัดเอื่อย ตรงกลางมีทะเลสาบน้ำแข็ง ไอหมอกเบาบางปกคลุม แสงแดดก็ดูเหมือนจะเย็นตามไปด้วย ดอกเหมยถูกแช่แข็งใต้ต้นไม้ ให้อารมณ์โดดเด่นเปลี่ยวเหงา เมื่อมองส่วนใกล้ในภาพวาด เปลวไฟสีแดงในเตาและฝูงชนหนาแน่น ดื่มด่ำไปกับความมีชีวิตชีวาของมนุษย์ ประเดี๋ยวอุ่นประเดี๋ยวร้อน อารมณ์ของภาพวาดทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างมากในทันที และทำให้ผู้ที่ได้มองไม่สามารถละสายตาจากมันได้
บัณฑิตที่พาคนรู้ใจมาด้วยหลายคนอดตื่นเต้นจนหน้าแดงไม่ได้
ดูภาพวาดนี้สิ มันแสดงท่าทางของผู้หญิงที่อยู่รายรอบได้อย่างชัดเจนทุกรูปแบบ ถึงขนาดว่าทุกคนอยู่ในท่าทางต่างกันออกไป ไม่ว่าจะละเอียดอ่อนไร้เดียงสา มีเสน่ห์ หรือนุ่มนวลอ่อนโยน ก็ล้วนแต่มีความสวยงามเป็นพิเศษ
“มีคนดูแลเตาเป่าไฟอยู่ตรงนั้นด้วยตั้งแต่เมื่อไร นางทำให้ภาพวาดนี้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ” มีคนมองเข้าไปใกล้ๆ และเห็นว่ามีภาพชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนต้นเหมยที่อยู่ไกลๆ ต้นหนึ่ง เขากำลังเป่าไฟในเตา พลางมองลงสาวน้อยที่อยู่ด้านล่าง ภาพวาดจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นจริงๆ
ภาพวาดนี้มีสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเศร้าใจ แล้วยังสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกโหยหาและอบอุ่นหัวใจได้ ช่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจริงๆ
ความสามารถในการสังเกตเก็บรายละเอียดสิ่งต่างๆ ของปรมาจารย์โม่เป็นสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปไม่มี
“ข้าคิดจะวาดภาพทิวทัศน์ ดังนั้นจึงหมกมุ่นอยู่แต่กับทิวทัศน์และละเลยผู้คนไปด้วยกลัวว่าจะเป็นการแย่งความโดดเด่น แต่กลับนึกไม่ถึงว่าภาพวาดของปรมาจารย์โม่ภาพนี้ จะทำให้คนกับทิวทัศน์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและส่งเสริมกันโดยจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ ข้าน้อยนับถือจริงๆ”
“ภาพวาดนี้…มีบทกวีภายในอยู่แล้ว หากกล่าวถึงบทกวีอีกก็จะทำให้ขาดความงดงามไปอย่างเห็นได้ชัด เป็นเช่นนี้ดีแล้ว…”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“สมแล้วที่เป็นศิษย์คนโตของอาจารย์หลี ข้าน้อยเชื่อแล้ว…”
“ข้าก็ด้วย การเปรียบเทียบแข่งขันอย่างนี้ทำให้ข้ารู้สึกละอายแล้ว…”
“…”
เซี่ยเฉียวนวดข้อมือของตนเองด้วยท่าทางถ่อมตัว
หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ป้าเป็นผู้หญิง เซี่ยผิงไหวก็คงจะนวดมือให้นางไปแล้ว
“ท่านเก่งจริงๆ…พวกเราก็ใช้พู่กันเหมือนกัน ทำไมสิ่งที่พวกเราวาดออกมาถึงมีความแตกต่างกันมากขนาดนี้” เซี่ยผิงไหวอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ หรือว่าเขาเกิดมาเพื่อให้ครบจำนวนเท่านั้น?
เขาไม่สามารถแยกแยะว่าอะไรดีไม่ดีในภาพวาดเหล่านี้บางภาพได้ โดยเฉพาะภาพทิวทัศน์ซึ่งโดยทั่วไปจะเหมือนกันไปหมด มีภูเขา แม่น้ำ และต้นไม้ ไม่มีอะไรพิเศษ
แต่ภาพวาดของปรมาจารย์โม่นั้นต่างออกไป หลังจากเขามองแวบแรกแล้วก็อยากจะมองมันอีก สำหรับเขาแล้วนั่นแปลว่าดี
“แม้ว่าศิษย์ของข้าคนนี้…จะโง่ไปหน่อย แต่เขาก็มีข้อดีจริงๆ” เซี่ยวอวี้หรงเห็นท่าทีของเซี่ยผิงไหวแล้วก็ค่อนข้างพอใจ “เขารู้จักตัวเองดี รู้จักรุกและถอยโดยไม่วู่วาม ใจนักเลงไม่เลว”
“รู้จักรุกและถอย ไม่เสแสร้งจอมปลอม ก็เป็นหนึ่งในข้อดีของเขา” ซังโหยวพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
เจียงจิ้นลู่เองก็ต้องยอมรับว่า เซี่ยผิงไหวใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเลย
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องที่คนอื่นให้เขาท่องกลอนเมื่อครู่นี้
เขาทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็บอกไม่ได้ มีแต่เขาที่สามารถทำลายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหน้าตาของตัวเองได้ และเขาไม่สนใจความคิดของผู้อื่น เรื่องนี้สามารถพูดได้ว่าเขาหน้าหนา แต่ก็พูดได้ว่าเขาไม่สนใจเรื่องเล็กๆ ให้ตนเองไม่สบายใจ
นอกจากนี้หลังจากที่เซี่ยผิงไหวรู้แล้วว่าผู้อาวุโสอย่างศิษย์พี่ใหญ่มีความสามารถ เขาก็ชมออกมาอย่างไม่ลังเลและมองนางอย่างนับถือชื่นชม ซึ่งก็นับว่าเขามีใจรักที่จะก้าวหน้า
ดีกว่าคนหน้าซื่อใจคดพวกนั้น
เด็กคนนี้มีปัญหาเล็กน้อยก็จริง แต่การมีใจที่แน่วแน่และบริสุทธิ์ก็สำคัญเช่นกัน
แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ในเมื่ออาจารย์ขอให้พวกเขามองหาข้อดีของเซี่ยผิงไหว ดังนั้น…พวกเขาจึงได้แต่ต้องตัดสินจากอีกมุมหนึ่ง…ไม่มีทางเลือกโดยสิ้นเชิง!
“ภาพวาดนี้…” หลังจากการวิจารณ์ตัดสินจบลงแล้ว ภาพวาดก็ถูกนำกลับมา จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบไปมองที่ภาพนั้น แล้วเขาก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
ใจของเซี่ยเฉียวเต้นกระตุก
จ้าวเสวียนจิ่งปิดปากทันเวลาและนิ่งเงียบไปทันที
แต่เซียวอวี้หรงกลับมองแล้วมองอีก ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่…ท่านเคยพบปรมาจารย์อวิ๋นเวยหรือไม่”
ตอนที่ 1044 คือนาง
มองออกจริงๆ ด้วย!
เพียงแต่นางนึกไม่ถึงว่าเซียวอวี้หรงจะตาดีขนาดนี้ เขามองแค่ไม่นานก็รู้สึกได้แล้ว!
เซี่ยเฉียวพยายามเก็บงำอย่างที่สุดแล้ว
ตอนที่นางวาดภาพที่สำนักศึกษาก่อนหน้านี้ นางใช้วิธีที่ธรรมดากว่าเล็กน้อย และภาพนั้นไม่ใหญ่และไม่ซับซ้อนเท่าภาพนี้ ดังนั้นนางจึงสามารถซ่อนทักษะความสามารถเอาไว้ได้
แต่ภาพนี้แตกต่างออกไป มันมีรายละเอียดมากเกินกว่าที่จะซ่อนเอาไว้ได้
เซี่ยเฉียวยังคิดที่จะทำหน้าด้านไม่ยอมรับ แต่หลีซื่อเหยี่ยนก็พูดออกไปก่อน “นังหนูนี่ถ่อมตัวเก็บงำความสามารถ ผลงานภาพวาดของนางมีชื่อเสียงมานานแล้ว เพียงแต่ว่านางมักจะปิดบังเอาไว้ และไม่ยอมแสดงความสามารถออกมา”
“อาจารย์หมายความว่า…” เซียวอวี้หรงตกใจ เขายืดตัวตรงทันที “หรือว่าศิษย์พี่ใหญ่ก็คือปรมาจารย์อวิ๋นเวย!?”
“ก็…อาจจะใช่?” เซี่ยเฉียวคอหดคอย่น
“เป็นผู้อาวุโสอวิ๋นเวยจริงหรือ!” เซียวอวี้หรงสูญเสียกริยาไปชั่วขณะ แม้แต่วิธีที่เขาเรียกปรมาจารย์ก็เปลี่ยนไป หลังจากที่เขาแสดงความประหลาดใจเสร็จแล้วก็ไม่ลืมที่จะมองเซี่ยเฉียวอีกหน่อย “เป็นไปไม่ได้ ข้าได้ยินมาว่าผู้อาวุโสอวิ๋นเวยอายุตั้งหกสิบแล้ว!”
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขาทันที
นั่นเป็นเพราะผลงานของปรมาจารย์อายุหกสิบขายได้ราคาดีกว่าน่ะสิ
หลีซื่อเหยี่ยนอยากจะให้ศิษย์คนโตของเขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้า เขาไม่ได้สนใจเรื่องเงินมากนัก
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นปราชญ์อันดับหนึ่งในแผ่นดิน เขา…ไม่ขาดแคลนเงินทองอยู่แล้ว
เขาย่อมไม่สามารถเข้าใจพฤติกรรมตระหนี่ถี่เหนียวของศิษย์คนโตได้เลย
เขากระทั่งคิดว่าตนเองไม่มีลูกไม่มีครอบครัว มีแต่ศิษย์พวกนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ต่อไปหากเขาตายไปแล้ว ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่อยู่ในชื่อของเขาก็ต้องเป็นของศิษย์คนโตอยู่แล้ว ในเมื่อมีกองเงินกองทองรออยู่แล้ว แล้วเงินเล็กน้อยจากการขายภาพวาดจะไปสำคัญอะไร
“แค่ชื่อปลอมเท่านั้น ศิษย์น้องเซียวไม่ต้องยึดติดขนาดนั้นก็ได้…” โวยวายให้น้อยลงหน่อย ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไร นางก็ยังสามารถหลอกคนต่อไปได้
แต่เซียวอวี้หรงกำลังจะบ้าแล้ว
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เขาไม่ได้ยินที่เซี่ยเฉียวพูดเลยแม้แต่น้อย เขาเริ่มจ้องมองที่ภาพวาดอย่างพินิจพิจารณาและเปรียบเทียบมันกับผลงานปรมาจารย์อวิ๋นเวยในความทรงจำของตนเอง
สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งนั้นค่อนข้างซับซ้อนเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นรัชทายาทจึงยังพอจะควบคุมตนเองให้สงบนิ่งได้อยู่
ส่วนเจียงจิ้นลู่กับซังโหยวในเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับเซียวอี้หรงมากนัก
ทั้งคู่ดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไร
ทั้งสามคนสุมหัวกันพินิจพิจารณาปรึกษาหารือ
เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางเช่นนั้นของพวกเขาก็รู้สึกร้อนจนนั่งไม่ติด นางจึงหาโอกาสขออนุญาตอาจารย์พาเซี่ยผิงไหวเผ่นหนีไปเดินเล่นตรงอื่นในสวนสักพัก
สถานะของจ้าวเสวียนจิ่งนั้นพิเศษเกินไป ที่นี่มีคนมากมายเขาจึงไม่สามารถตามไปด้วยได้
“ตรงนี้คล้ายจริงๆ…”
“แค่คล้ายหรือ มันเหมือนกันเปี๊ยบเลยต่างหาก…”
“ไม่สิ…ข้าจำได้ว่า…ปรมาจารย์อวิ๋นเวยผู้นั้น…ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงเรื่องวาดภาพเท่านั้น เขายังมีฝีมือการแกะสลักที่ยอดเยี่ยมด้วย ข้ายังเคยซื้อปิ่นปักผมลายเมฆของเขา…ตอนที่ข้าซื้อมาก็ได้ยินว่า มันเป็นปิ่นที่ปรมาจารย์อวิ๋นเวยออกแบบและแกะสลักเองกับมือ…” จู่ๆ ซังโหยวก็ได้สติ
จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะออกมาทันที อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ก็ถือว่ารู้ตัวค่อนข้างเร็ว
ปรมาจารย์อวิ๋นเวย…
“จริงด้วย! ข้าเกือบจะลืมไปแล้ว! สองปีก่อนในร้านหยกร้านเครื่องเงินพวกนั้น ขอแค่บอกว่าเครื่องประดับนั้นเป็นลวดลายที่วาดโดยปรมาจารย์อวิ๋นเวย ราคาก็จะต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!”
“ที่อาจารย์เองก็มีฉากกันลมฝังหยกสะสมไว้ด้วยบานหนึ่ง ลวดลายนั้นซับซ้อนนัก…”
พวกเขาศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างก็พากันมองไปที่หลีซื่อเหยี่ยน
หลี่ซื่อเหยี่ยนดูภาคภูมิใจ “ถูกต้อง มันเป็นลวดลายที่ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าวาดขึ้น น่าเสียดายที่สุขภาพร่างกายของนางไม่ค่อยดี จึงมักจะแกะสลักของชิ้นเล็กๆ เท่านั้น ร่างกายของนางจึงทนแกะสลักฉากกันลมบานใหญ่ขนาดนั้นไม่ไหว”
ชั่วขณะนั้นเซียวอวี้หรงก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองจับอะไรบางอย่างได้แล้ว…
แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เข้าใจ ในสมองของเขาว่างเปล่า และรู้สึกอยู่เสมอว่าเขากำลังมองข้ามอะไรเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างไป