ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1045 ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี / ตอนที่ 1046 พูดถูกต้อง!
ตอนที่ 1405 ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี / ตอนที่ 1046 พูดถูกต้อง!
ตอนที่ 1405 ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวโชคดีมาก
อาจารย์ถึงกับบอกเป็นนัยอย่างชัดเจนขนาดนี้แล้ว แต่ศิษย์พี่ศิษย์น้องกลับยังไม่รู้อีก
แต่ก็โชคดีที่ตัวตนของเซี่ยเฉียวไม่ค่อยได้พบกับคนอื่นมากนัก นางจึงถูกมองข้ามไปได้ง่าย
แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะอยู่ที่สำนักศึกษามาระยะหนึ่ง แต่ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว แม้แต่เซียวอวี้หรงก็ยังไม่นึกถึงนางขึ้นมา ไม่เช่นนั้นหากเขาหวนนึกถึงว่าคนทั้งสองมีร่างกายอ่อนแอเหมือนกัน บวกกับสิ่งที่เซี่ยผิงไหวพูดเมื่อครู่นี้แล้ว…
เขาก็ควรจะรู้ความจริงไปแล้ว
น่าเสียดายจริงๆ ที่เซี่ยเฉียวรอดพ้นไปได้อีกแล้ว ตอนนี้พวกเขาแค่เพิ่งรู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่คืออวิ๋นเวยเท่านั้น แต่ก็กระทบกระเทือนขนาดนี้แล้ว ถ้าหากพวกเขารู้ตัวตนจริงๆ ของนาง เกรงว่าพวกเขาคงจะต้องหาเต้าหู้มาทุบหัวฆ่าตัวตายด้วยความโกรธและอับอายแน่
เวลานี้ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่ยอมรับนับถือในตัวศิษย์พี่ใหญ่คนนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว
เมื่อก่อนพวกเขาได้แต่ฟังอาจารย์ชมเชยนาง เดิมทีพวกเขาก็คิดว่าศิษย์พี่ใหญ่เก่งกาจมาก แต่หลังจากที่ได้พบกันแล้วศิษย์พี่ใหญ่กลับเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่พูดมาก พวกเขาจึงมองไม่เห็นความสามารถของนาง เพียงแค่รู้สึกว่าอาจารย์รักนางมาก และความสามารถของศิษย์พี่ใหญ่ก็ไม่มีอะไรมาก
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
แต่ตอนนี้…
เจียงจิ้นลู่ถึงกับรู้สึกว่าความคาดเดาไม่ดีต่างๆ นานาที่เขามีต่อศิษย์พี่ใหญ่เป็นเพราะเขาไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี…
ตอนที่พวกเขาดูภาพวาดเสร็จแล้วและต้องการไปคารวะศิษย์พี่ใหญ่ พวกเขาก็เพิ่งรู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ออกไปเดินเล่นเสียนานแล้ว
ทั้งสามคนต่างก็รู้สึกละอายเล็กน้อย
เป็นเพราะเมื่อครู่นี้พวกเขามัวแต่มองภาพเพลินไปหน่อยจนลืมว่าอวิ๋นเวยตัวจริงอยู่ข้างๆ ด้วย
“ศิษย์พี่ใหญ่เล่า…” เซียวอวี้หรงรู้สึกว่าหัวใจเขากลับมาเต้นเป็นปกติแล้ว
ศิษย์พี่ใหญ่ที่ร้ายกาจขนาดนี้ เขา…ปล่อยไปไม่ได้จริงๆ!
สายตาของเขามีประกายเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“บางทีอาจจะเป็นเพราะท่าทางที่พวกเจ้ามองดูภาพวาดนั้นดูน่าเกลียดมาก แต่ละคนน้ำลายไหลตาลุกวาว ช่างน่ากลัวจริงๆ ศิษย์พี่ใหญ่ก็เลยทนไม่ไหวต้องหนีไป” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเนิบช้า
เซียวอวี้หรงลูบคางตนเองโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
เมื่อสักครู่นั้นเขาเอาแต่มองภาพวาดไม่ได้คุยอะไรกับศิษย์พี่ใหญ่เท่าไรเลย น่าเสียดายจริงๆ!
ส่วนซังโยวในเวลานั้นกลับหยิบกระจกทองแดงขนาดเล็กออกมาจากอกเสื้อของเขาด้วยความไม่อยากเชื่อก่อนจะจ้องมองใบหน้าตนเองในกระจกอย่างพินิจพิจารณา
ไม่มีทางที่เขาจะแสดงสีหน้าอัปลักษณ์เช่นนั้นได้…
“นึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์พี่ใหญ่จะเชี่ยวชาญการวาดภาพขนาดนี้ ทิวทัศน์นี้ดีจริงๆ ข้าคิดว่าหลังจากกลับไปข้าจะพิจารณามันอย่างถี่ถ้วนและแต่งบทกวีและจารึกไว้ในภาพวาด…”
เขาพูดยังไม่ทันจะจบ จ้าวเสวียนจิ่งก็เอ่ยแรกขึ้นทันที “ศิษย์พี่ใหญ่อนุญาตแล้วหรือ”
“…” เซียวอวี้หรงเงียบไปทันที
ยังไม่ได้อนุญาต
“รอให้ศิษย์พี่ใหญ่อนุญาตก่อนค่อยว่ากัน บางทีศิษย์พี่ใหญ่อาจจะอยากขายมันก็ได้” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
ก็ต้องดูว่าใครจะจ่ายมากกว่าเท่านั้น
เซียวอวี้หรงถอนหายใจ เขาอยากจะวาดภาพร่วมกับศิษย์พี่ใหญ่จริงๆ แม้จะไม่ใช่การวาดภาพก็ขอทำเรื่องอื่นๆ ก็ได้เหมือนกัน จะดีดพิณเป่าขลุ่ย เป็นคู่หูที่รู้ใจกัน หรือต่อให้เขาเป็นคนจูงม้าให้ศิษย์พี่ใหญ่ก็ตาม ภาพที่เกิดขึ้นจะต้องงดงามมากแน่ๆ…
เขาหน้าแดงเล็กน้อย
ส่วนเซี่ยเฉียวที่เวลานี้ออกไปเดินเล่นที่อื่นกับเซี่ยผิงไหวก็บังเอิญพบแม่นางโจวผู้นั้น
แน่นอนว่านางไม่ได้พบแค่แม่นางโจว แต่ยังมีคนอื่นๆ จากสำนักศึกษาใหญ่ทั้งสามแห่งอีกด้วย น่าจะเป็นเพราะที่นี่กำลังจัดงานชุมนุมกวี บรรยากาศจึงค่อนข้างครึกครื้น
เซี่ยเฉียวรู้จักคนจากสำนักศึกษาหลวงไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกผู้หญิงซึ่งมีอายุเท่าๆ กันกับนาง เดิมทีพวกนางก็อยู่ขั้นตอนของการเตรียมตัวที่จะแต่งงานอยู่แล้ว นางออกจากสำนักศึกษามาได้ไม่กี่เดือน การแต่งงานของพวกนางส่วนใหญ่ก็ถูกกำหนดขึ้นแล้วเช่นกัน
หลังจากที่กลับมาจากป้อมเหมิงจยาแล้วนางเองก็ได้รับจดหมายมาไม่น้อย
และได้รู้ว่าเพื่อนสนิทของนางบางคนก็อยู่ที่บ้านเพื่อเตรียมตัวที่จะออกเรือนไม่ไปเรียนหนังสือแล้วเช่นกัน
อย่างเช่นฟังมู่เสวี่ยก็มีกำหนดแต่งงานกับซื่อจื่อตระกูลท่านโหว แม้ว่าจะเป็นซื่อจื่อ แต่คนผู้นั้นก็เรียนหนังสือเก่งและมีอนาคตที่สดใส
ส่วนฉินหลิวก็บอกว่าจะแต่งกับบ้านขุนนางบู๊ซึ่งเป็นลูกหลานของวีรบุรุษผู้มีชื่อเสียงมาก่อน
พวกนางตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเมื่อนางมีสุขภาพดีขึ้น ทุกคนจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพียงแต่หลังจากนางกลับมาแล้วก็ยุ่งไม่หยุด จึงยังไม่มีโอกาสได้พบเจอกัน
ตอนที่ 1046 พูดถูกต้อง!
สถานที่จัดงานชุมนุมกวีของหนุ่มสาวเช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะกับนักพรตอย่างนางเท่าไรนัก
ในงานก็มีคนที่นางรู้จักไม่กี่คน ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงเตรียมตัวจะเดินอ้อมไป แต่นางยังไม่ทันจะได้ไปไหนก็มีใครบางคนหยุดเซี่ยผิงไหวเอาไว้ก่อน
เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
เขาแค่ออกมาเพื่อปกป้องอาจารย์ป้าเท่านั้น
“ข้าได้ยินว่าอาจารย์หลีผู้เฒ่ามาที่นี่ คุณชายรองเซี่ยมากับอาจารย์ผู้เฒ่าอย่างนั้นหรือ ไม่ทราบว่าข้าจะมีบุญได้รับการแนะนำจากคุณชายรองให้รู้จักอาจารย์ผู้เฒ่าบ้างหรือไม่” คนที่เข้ามาเอ่ยขึ้น
เซี่ยเฉียวเข้าใจแล้ว
การชุมนุมในวันนี้น่าจะเกิดขึ้นชั่วคราวเพราะอาจารย์ของนางมาที่นี่
“อาจารย์ปู่อยู่ที่ศาลาพังๆ นั้นแหละ หากพวกเจ้าอยากจะไปพบก็ไปสิ แต่คนจะเยอะหน่อยนะ” เซี่ยผิงไหวเองก็พยายามอดทนอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ
หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงชักสีหน้าไปนานแล้ว แต่เมื่อเขาพิจารณาแล้วว่าเมื่อตนเองเป็นฝ่ายเริ่มก่อน พอเขากลับไปแล้ว และพี่สาวเขารู้เข้าก็จะต้องโมโหเขาอีก
เขาจึงระงับอารมณ์ของตนเอาไว้
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เขายังเด็กแต่ตัวค่อนข้างสูง และใบหน้าของเขายังดูไม่เป็นผู้ใหญ่นัก เวลาที่เขาไม่โกรธจะดูเหมือนคนที่รังแกง่าย
“ก็เพราะมีคนเยอะน่ะสิ พวกเราก็เลยอยากจะให้เจ้าช่วยพาทุกคนไปหน่อย คนอื่นน่ะช่างเถอะเพราะพวกเขาไม่ได้อยู่สำนักศึกษาเดียวกับพวกเรา แต่พวกเราทั้งหมดนี้…” คนผู้นั้นยิ้มเล็กน้อย “เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น คุณชายรองคงจะไม่ได้ดูถูกพวกเราและคิดว่าพวกเราไม่มีคุณสมบัติจะได้เจออาจารย์หลีผู้เฒ่าหรอกใช่ไหม”
เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้วนิ่วหน้า “เจ้ารู้แล้วยังจะถามอีก?”
“ว่าไงนะ” คนผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย
“ข้าบอกว่า ในเมื่อเจ้ารู้ว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติแล้วจะพูดเรื่องนี้ออกมาทำไม” เซี่ยผิงไหวเริ่มรำคาญแล้ว “คนที่อยากจะพบอาจารย์ผู้เฒ่ามีเยอะแยะจะตายไป ข้าเองที่เป็นศิษย์หลานก็ยังเพิ่งจะได้พบวันนี้ พวกเจ้าไม่ได้พบก็เป็นเรื่องปกตินี่? เจ้าขอให้ข้าพาไปแนะนำ เขาก็ขอให้ข้าพาไปแนะนำ พวกเจ้าแต่ละคนล้วนแต่มาหาข้า แล้วข้าจะทำอย่างไร จะเลือกใครเล่า”
“หากข้าเลือกเจ้า คนอื่นก็ไม่พอใจ เลือกคนอื่น เจ้าก็คิดว่าข้าดูถูกเจ้า จะมาจ่ายเงินให้ข้าก็คงไม่ดีกระมัง ใครให้เงินเยอะ ข้าก็ให้คนนั้นได้พบอย่างนั้นหรือ”
“ข้าไม่หลงกลเจ้าหรอก!” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าคนผู้นี้ต้องการทำร้ายเขา
ก็เหมือนกับคนที่เคยให้บ้านกับตั๊กแตนเขาก่อนหน้านี้นั่นแหละ มันจะทำให้เขาถูกทุบตีอีก
เซี่ยเฉียวพอใจมากเมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยผิงไหว
คำพูดของเขาทำให้คนอื่นขุ่นเคือง แต่เขาพูดถูกต้อง!
นางปลาบปลื้มใจนัก!
คุณชายท่านนั้นได้ยินที่เซี่ยผิงไหวพูดก็โกรธจนหัวเราะออกมา เขานึกไม่ถึงว่าตนเองจะไม่ได้รับการไว้หน้าแม้แต่น้อยเช่นนี้ แล้วเซี่ยผิงไหวก็ยังพูดรุนแรงออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายอีก เขาหน้าแดงเล็กน้อย “คุณชายรอง แล้วเรื่องที่พวกเรา…พูดคุยกันก่อนหน้านี้เล่า”
วิชาขี่ม้าวันนั้นมีศิษย์จากหลายชั้นเรียนเรียนรวมกัน
พวกเขาบางคนรวมตัวกันพูดคุยเรื่องหญิงคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง เขาที่อยู่ใกล้เซี่ยผิงไหวหน่อยจึงได้พูดคุยกันอยู่หลายคำ
“ข้ารู้ ตอนนั้นเจ้าบอกว่าหญิงคณิกาผู้นั้นจะต้องใช้ยาเพื่อบำรุงความงาม ข้าก็เลยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น” เซี่ยผิงไหวพยักหน้ายอมรับว่ารู้จักเขา” แต่หญิงคณิกาก็ส่วนหญิงคณิกา อาจารย์ปู่ก็ส่วนอาจารย์ปู่ ข้าพาใครไปไม่ได้ทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นข้าถูกหักขาแน่”
เซี่ยผิงไหวมีสติเป็นอย่างมาก
การพาคนไปจะเป็นการล่วงเกินอาจารย์ปู่ เขาจะถูกอาจารย์เซียวตีมือ ตอนนี้รัชทายาทก็ยังเป็นอาจารย์อาของเขา หากต่อไปรัชทายาทเกิดพูดเรื่องนี้กับพี่สาวของเขาขึ้นมา พี่หญิงใหญ่ของเขาจะต้องร้องไห้ด้วยความผิดหวัง ทำลายสุขภาพตนเองไปอีก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาจารย์ป้าโม่ชูเซิงที่ยืนอยู่ข้างเขาตอนนี้ก็อาจจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องเซี่ยผิงกั่งได้ด้วย
คุณชายผู้นั้นชื่อว่าติงเม่า ตอนนี้เขารู้สึกอับอายมากจริงๆ
“นักพรตท่านนี้” จู่ๆ โจวซือจินก็ยืนขึ้นพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “สองสามวันก่อนหน้าลูกพี่ลูกน้องของข้าได้ช่วยท่านไว้ที่ถนน ไม่ทราบท่านยังจำได้หรือไม่”