ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1047 แย่งความสนใจ / ตอนที่ 1048 นักพรตกราบนักปราชญ์
ตอนที่ 1047 แย่งความสนใจ / ตอนที่ 1048 นักพรตกราบนักปราชญ์
ตอนที่ 1047 แย่งความสนใจ
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “จำได้ โชคดีที่มีแม่นางอวี๋ ไม่เช่นนั้นกระดูกกระเดี้ยวแก่ๆ ของข้าก็คงจะหักไปแล้ว”
“ท่านนักพรตอยู่ด้วยกันกับคุณชายรองก็น่าคุ้นเคยกันดี คงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกระมัง ไม่ทราบท่านพอจะพูดแทนได้หรือไม่ พาพวกเขาไปพบอาจารย์ผู้เฒ่าหน่อยไป” โจวซือจินลองโยนหินถามทาง
ถึงอย่างไรก็ถือได้ว่าเป็นบุญคุณที่ช่วยชีวิตได้อยู่
เรื่องเป็นลมหมดสติเช่นนี้จะว่าเล็กก็เล็ก แต่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้
“เรื่องนั้น…” เซี่ยเฉียวยิ้ม “เท่าที่ข้ารู้การจะเข้าพบอาจารย์ผู้เฒ่าก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก”
พอนางเอ่ยออกมาอย่างนั้นทุกคนก็ตั้งใจฟังทันที
แล้วเซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้นอีก “หลังจากที่อาจารย์กลับมาเมืองหลวงแล้ว ท่านก็ทราบว่าบัณฑิตมากมายอยากจะพบท่านสักครั้งก็เลยให้อาจารย์ทุกท่านของสำนักศึกษาใหญ่ทั้งสามแห่งช่วยคัดเลือกศิษย์ที่มีผลการเรียนดี โดดเด่นเหนือคนอื่น สอบได้อันดับดีๆ ก็สามารถเข้ารับคำชี้แนะจากอาจารย์ได้”
การมีชื่อเสียงมากเกินไปบางทีก็ไม่ใช่เรื่องดี
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
หลังจากที่อาจารย์กลับมาแล้วก็ไม่ได้ออกไปไหนสบายๆ เลย มักจะมีคนมาตัดขวางทางท่านอยู่เสมอๆ
ได้ยินว่าเมื่อหลายปีก่อนตอนอาจารย์นั่งเกี้ยวออกไปข้างนอกก็ได้เจอละครหลายเรื่องระหว่างทาง ส่วนใหญ่เป็นพวกบัณฑิตที่อยากดึงดูดความสนใจของอาจารย์ ถึงขนาดหาคนมาแสดงละครเป็นตัวประกอบ บ้างถูกครอบครัวไล่ออกจากบ้านเพราะเรื่องเรียน บ้างเรียนมากเกินไปจนละเลยภรรยา ภรรยาจึงไปอยู่กับคนอื่น…
ตอนนั้นอาจารย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่านนึกไม่ถึงว่าบนโลกใบนี้…ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์แค่ไหนก็ล้วนมีทั้งนั้น!
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอาจารย์ก็ชอบที่จะท่องเที่ยวไปโดยปิดปังตัวตนมากกว่า
นั่นก็หมายความว่าเซี่ยเฉียวไม่ได้ดูถูกคนพวกนี้ แต่อาจารย์ได้ตั้งกฎเกณฑ์เอาไว้แล้ว
“ถ้าหากทุกท่านอยากจะพบสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการไปถึงจุดนั้นก่อนคนอื่น หรือไม่ก็เอาชนะหาโอกาสมาอย่างชอบธรรม ตราบใดที่พวกเจ้าเรียนรู้และขยันมากพอ ใช่เพียงแต่การพบเจอสักครั้ง ต่อให้เป็นการรับเป็นศิษย์ด้วยตัวเองก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ท่าทีของเซี่ยเฉียวนับว่าสุภาพอ่อนโยนมากแล้ว
แต่ติงเม่าก็ยังเบ้ปากใส่นางเล็กน้อย
นักพรตบ้ามากจากไหนกันถึงได้พูดมากขนาดนี้!
ใครบ้างจะไม่รู้ว่ามีกฎหากต้องการจะพบอาจารย์ผู้เฒ่า
แต่เพราะพวกเขาไม่สามารถทำตามข้อกำหนดของสำนักศึกษาได้ต่างหาก จึงได้มาขอให้คุณชายรองเซี่ยช่วย
คุณชายรองเซี่ยเซี่ยเป็นศิษย์หลานของท่าน! ทางลัดนี้จึงสั้นกว่าทางอื่นมิใช่หรือ
“เมื่อครู่นี้ท่านบอกว่าลูกพี่ลูกน้องของแม่นางโจวช่วยชีวิตท่านไว้ แต่ตอนนี้ท่านไม่แม้แต่จะช่วยนางด้วยเรื่องเล็กๆ แค่นี้ เฮ้อ โลกกำลังตกต่ำลงทุกวันจริงๆ บุญคุณที่ช่วยชีวิต กลับเนรคุณเสียแล้ว!” ติงเม่าตะโกนออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “พวกเราล้วนแต่มีใจรักความก้าวหน้า หากได้พบอาจารย์ผู้เฒ่าแล้วก็ย่อมจะต้องพยายามแสดงความสามารถ ไม่ทำให้ตนเองต้องขายหน้า คุณชายรองระแวดระวังเช่นนี้ หรือว่าเจ้ากังวลว่าในบรรดาพวกเราคนใดคนหนึ่งจะได้รับความกรุณาจากอาจารย์ผู้เฒ่าหรือพวกอาจารย์เซียว แล้วแย่งความสนใจไปจากเจ้า?”
เซี่ยเฉียวกวาดตามองคนอื่นเล็กน้อย
พวกเขาบางคนนิ่วหน้าและถอยออกไปข้างๆ เล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดที่เกินเลยพวกนั้นของติงเม่า
แต่ก็ยังมีพวกที่เหลือบางส่วนที่ยังสนุกตื่นเต้นกับเรื่องนี้หรือไม่ก็แอบรอคอยผลประโยชน์จากสถานการณ์ที่ติงเม่าสร้างขึ้น
อย่าได้เห็นว่าเป็นแค่การพบกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น มันอาจดูไม่มีอะไรก็จริง แต่ความจริงแล้วมันอาจพลิกชีวิตของคนคนหนึ่งได้เลยทีเดียว
สถานะของอาจารย์สูงส่ง ทั้งยังเป็นอาจารย์ของรัชทายาท คนที่ถูกอาจารย์วิจารณ์ไม่ว่าจะดีหรือร้ายแม้จะเป็นเพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น แต่หากคนผู้นั้นหน้าหนา แล้วไปพูดกับคนภายนอกว่าตนเองได้รับการชี้แนะจากหลีซื่อเหยี่ยน คนภายนอกที่ไม่รู้ความจริงก็อาจจะมองเขาสูงขึ้นอีกหน่อย
นอกจากนั้นพวกเขายังเด็กกันมากขนาดนี้
ถ้าหากพวกเขาบังเอิญโชคดี อาจารย์เห็นแล้วถูกใจ ไม่ว่าจะรับมาเป็นศิษย์หรือศิษย์หลาน ก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงอนาคตแล้ว
หลังจากที่เจียงจิ้นลู่กราบอาจารย์แล้ว จากนักเรียนที่ยากจนคนหนึ่งกลายเป็นคนหนุ่มที่มีพรสวรรค์ เขาเป็นที่ต้องการอย่างมาก
เซี่ยผิงไหวเป็นลูกชายโจรที่ทำเรื่องน่าอับอายมาแล้วหลายครั้ง หลังจากที่เขากราบอาจารย์แล้ว แม้หลายคนจะรู้สึกว่าตอนนี้เขาเอาแต่ห่วงเล่น แต่ก็ยังเชื่อว่าหลายปีหลังจากนี้เขาจะต้องมีอนาคตไม่ตกต่ำย่ำแย่จนเกินไป
แม้แต่บ้านตระกูลเซี่ยเองทั้งบ้านก็เหมือนกับถูกปิดด้วยทองอีกชั้นหนึ่ง และไม่ได้ดูเป็นตระกูลนักรบที่หยาบกระด้างอีกต่อไปเพราะหลีซื่อเหยี่ยน
ตอนที่ 1048 นักพรตกราบนักปราชญ์
เซี่ยเฉียวเป็นที่ชื่นชอบของอาจารย์ ปกติแล้วไม่ว่านางจะทำอะไรอาจารย์ก็จะเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ถือสาอะไรกับนาง
ต่อให้ตอนนี้นางจะพาพวกเขาไปหาอาจารย์อย่างเอิกเกริก อาจารย์ก็จะไม่โกรธนางหรอก
แต่นางก็ไม่อยากจะทำให้ความรักใคร่โปรดปรานของอาจารย์ลดลง
ยิ่งไปกว่านั้น คนพวกนี้…บางคนนางก็ไม่คุ้นเคย นางคนก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำ!
“เจ้าหาว่าข้าเนรคุณ?” เซี่ยเฉียวยิ้มออกมาทันที “ข้าขอถามแม่นางโจวหน่อย คนที่ช่วยชีวิตข้าคือเจ้าอย่างนั้นหรือ”
โจวซือจินหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า
“ในเมื่อไม่ใช่ แล้วบุญคุณจะมาจากไหน” เซี่ยเฉียวยืนตัวตรงด้วยท่าทางที่มั่นคงสง่างาม แล้วเอ่ยกับติงเม่าสบายๆ ว่า “เด็กน้อย ปากเก่งไม่เบา หากมีเวลาว่าง ไม่สู้เอาเวลาไปเขียนบทความแล้วส่งมาจะดีกว่าไหม”
“ท่านกำลังเสียดสีข้า!” ติงเม่าขมวดคิ้ว ท่าทางเหมือนอยากจะต่อยคนกระนั้น
เซี่ยผิงไหวคว้าตัวเซี่ยเฉียวหลบไปด้านหลังแล้วไปยืนขวางด้านหน้าแทน “จะทำอะไร”
“คุณชายรอง ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า” แม้ว่าติงเท่าจะไม่ค่อยถูกชะตากับเซี่ยผิงไหวนัก แต่หากจะให้พูดความจริงเขาก็ไม่กล้ายุ่งกับคนคนนี้ “คุณชายรองไม่พาพวกเราไป พวกเราเองก็ไม่กล้าจะเรียกร้องอะไร ที่นี่ก็มีสุรามีของว่าง ข้าก็อยากจะเชิญคุณชายรองมานั่งพูดคุยผูกมิตรกัน แต่นักพรตบ้านี่…”
“น่ารังเกียจไปหน่อย สวนแปดทิศนี่เป็นสถานที่ของบัณฑิต ไม่ได้เป็นสถานที่ให้นักพรตเข้ามาใช้ต้มตุ๋นหลอกลวงคน น่าจะให้คนจับโยนออกไปเสียเลยไม่ใช่หรือ” ติงเม่าเอ่ย
“เหลวไหล! ข้ายังเข้ามาได้ แล้วทำไมอาจารย์ป้าของข้าจะต้องถูกโยนออกไปด้วย” เซี่ยผิงไหวระเบิดโทสะออกมาทันที
“นางเป็นนักพรต โยนนางออกไปแล้วจะเป็นอะไร!” ติงเม่าตะคอกออกมา
แต่หลังจากที่เขาพูดจบก็เพิ่งจะสังเกตว่าเซี่ยผิงไหวพูดอะไรออกมา
อย่างไรก็ตามในเวลานั้นก็มีคนแอบสะกดรอยตามเซี่ยเฉียวมาตลอดทาง
เมื่อพวกเขาได้ยินที่ติงเม่าพูดก็ตกใจยิ่งนัก และรีบก้าวเข้าไปทันที
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“พวกเจ้าทะเลาะอะไรกัน นี่คือปรมาจารย์โม่ศิษย์คนโตของอาจารย์หลีผู้เฒ่า พวกเจ้าอายุน้อยเท่านี้ แต่ทำกลับทำตัวไม่เคารพผู้อาวุโสอย่างนี้ได้อย่างไร ยังกล้าเอะอะโวยวายอีก!?”
“เป็นนักพรตแล้วอย่างไร แม้ว่าปรมาจารย์โม่จะเป็นนักพรต แต่กลับวาดภาพได้ยอดเยี่ยมนัก! พวกเจ้าเทียบไม่ติดเลย!”
ส่วนชื่อปรมาจารย์อวิ๋นเวยนั้น คนพวกนี้อยู่ข้างนอกจึงไม่ได้ยินด้วย
คนอื่นๆ เองก็พบว่าภาพวาดของนางใช้วิธีที่คล้ายกับปรมาจารย์อวิ๋นเวยอยู่บ้าง แต่เนื่องจากพวกเขาไม่ได้มองภาพวาดนานเท่าไรนัก จึงไม่ได้ศึกษามันอย่างละเอียด แม้ในใจจะเกิดความสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เวลานั้นติงเม่าเองก็รู้สึกตกใจ
โจวซือจินก็หันไปมองเซี่ยเฉียวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “ท่าน ท่านเป็นศิษย์ก้นกุฏิของอาจารย์หลีผู้เฒ่า?”
อวี๋เซียนจะไปรู้จักกับศิษย์ของอาจารย์หลีผู้เฒ่าได้อย่างไรเล่า!
สถานะเช่นนี้……
ถ้าหากอวี๋เซียนไปขอให้ปรมาจารย์ผู้นี้ช่วย และอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างรัชทายาทกับศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้ แล้ว…สัญญางานแต่งของนางนั้นก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลยนี่!
ไม่ว่าคนทางตงอันจะอาละวาดขนาดไหน แต่ใครจะกล้าล่วงเกินรัชทายาทเล่า!
โจวซือจืนหน้าซีดลงทันที นางรู้สึกว่าตนเองก็แย่แล้วหมือนกัน
ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้นางล่วงเกินอวี๋เซียนไปมาก ไม่ว่าคำพูดไม่น่าฟังอย่างไรนางก็พูด ชักสีหน้าก็บ่อย กระทั่งขนาดทำให้นางโมโหจนกลับบ้านตระกูลเซี่ยไป…
แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนางคิดว่าอวี๋เซียนเป็นญาติจนๆ คนหนึ่ง
บิดามารดาของอวี๋เซียนตายไปหมดแล้ว นางไม่มีที่พึ่งใดๆ แล้วยังทำมาอวดอ้างเป็นลูกพี่ลูกน้องอีก ช่างน่ารำคาญจริงๆ นางจึงได้ไม่ชอบหน้าอวี๋เซียนเลย!
แต่หากนางรู้จักคนใหญ่คนโตพวกนี้…
โจวซือจินอยากจะร้องไห้แล้ว
ติงเม่าในเวลานี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร เขาถึงกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะ หลังจากอดกลั้นไว้ครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ข้า ข้าไม่รู้…”
บนโลกใบนี้นักพรตสามารถกราบนักปราชญ์เป็นอาจารย์ได้ด้วยหรือ!