ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1049 ต่อไปเขาก็คือเซี่ยผิงกั่ง / ตอนที่ 1050 เหตุผลผิดๆ
ตอนที่ 1049 ต่อไปเขาก็คือเซี่ยผิงกั่ง / ตอนที่ 1050 เหตุผลผิดๆ
ตอนที่ 1049 ต่อไปเขาก็คือเซี่ยผิงกั่ง
เวลานี้ทั้งสองคนไม่ได้หยิ่งยโสเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว
ส่วนกลุ่มผู้ชมที่ดูเรื่องสนุกอยู่ข้างหลังก็แทบอยากจะเอามือปิดหน้า
“เป็นพวกเราที่ดวงตามืดบอด ไม่เคยรู้จักท่านปรมาจารย์…หวังว่าท่านจะไม่ถือสาผู้น้อย อย่าได้หาความนักเรียนอย่างพวกเราเลย” ติงเม่ายอมรับความขี้ขลาดของตนเองทันที หลังจากที่เขาได้สติแล้วก็รีบก้มศีรษะโค้งคารวะเซี่ยเฉียวทันที
ยอมก้มหัวในเวลานี้ยังจะรอดได้ หากเขาอาละวาดต่อไปคงไม่ดีแน่
ใบหน้าเซี่ยเฉียวไม่ได้มีแววโกรธเคืองปรากฏ นางเพียงแต่กวาดตามองเขาเล็กน้อย “คุณชายรองเซี่ยเป็นแค่ศิษย์หลานของอาจารย์หลีเท่านั้น เมื่อเทียบกับเขาแล้วข้าที่เป็นศิษย์คนโตพาพวกเจ้าไปแนะนำยังดีกว่าเสียอีก ไม่คิดจะออกปากขอข้าแล้วหรือ”
“ข้าไม่กล้า…” เหงื่อเย็นของติงเม่าไหลลงมาทันที
“นี่เจ้าคือรังแกคนที่อ่อนแอกว่า แต่กลัวคนที่แข็งแรงกว่าอย่างนั้นหรือ ดีมาก ทุกคนมีความทะเยอทะยานของตัวเองและคนที่ไม่เหมือนใครอย่างเจ้าก็หาได้ยากในโลก ใช้ชีวิตไม่เหมือนคนอื่นก็ดีเหมือนกัน” เซี่ยเฉียวเอ่ยยิ้มๆ
คำพูดของเซี่ยเฉียวทำให้ติงเท่าโมโหขึ้นมาทันที
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
นักพรตผู้นี้…ปากร้ายนัก!
เขาเบิกตาแดงโตดูท่าทางจะโกรธเคืองมาก แต่เซี่ยเฉียวกลับยิ้มอย่างเมตตา เดิมทีนางเตรียมที่จะไปเดินเล่นให้ทั่ว แต่ก็นั่งลงบนเก้าอี้ม้าหินข้างๆ ที่อยู่ไม่ไกลแทน นางโบกมือเรียกเซี่ยผิงไหวให้เข้าไปหาเพื่อทดสอบวิชาความรู้ของเขา
เซี่ยผิงไหวเองก็ตื่นเต้นมาก
เมื่อก่อนเขาคิดว่าการที่เขามีอาจารย์นั้นไม่มีอะไรดีเลย ไม่ต้องพูดถึงการถูกควบคุมหรอก เขายังมักจะถูกคนอื่นยั่วยุและถูกเกลียดโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งมันเป็นปัญหาอย่างมาก
แต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็นว่าอาจารย์ป้าแค่พูดอย่างสบายๆ ออกมาประโยคเดียวก็ทำให้ติงเม่าโกรธจนหายใจไม่ออกได้แล้ว เขาก็ยิ่งเลื่อมใสมากขึ้นไปอีก
“อาจารย์ป้า ท่านดูสิว่าเขาโกรธแค่ไหน พวกเราก็ควรจะโจมตีต่อไปจนเขายอมคุกเข่ายอมรับผิดไหม!” เซี่ยผิงไหวตาเป็นประกาย
“หากเขายอมรับผิดแล้วเจ้าจะรู้สึกสะใจอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวอดยิ้มออกมาไม่ได้
“แน่นอนสิ ให้เขาคุกเข่าลงแล้วพูดว่าข้าทำผิดไปแล้ว! ต่อไปหากเขาเห็นข้าก็ให้เขาหันหน้าหนีไปเลยไม่กล้าหาเรื่องข้าอีกจึงจะดี!” เซี่ยผิงไหวรีบตบอกตัวเองทันทีท่าทางราวกับว่าวันนั้นได้มาถึงแล้วกระนั้น
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกจนใจ “หากอย่างนั้นก็แปลว่าเจ้าอยากเอาอย่างพี่ชายใหญ่ของเจ้า ต่อไปก็อยากจะเป็นคนเหมือนเขา”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย! ข้าก็เป็นของข้าสิ ใครจะอยากเหมือนเขา!” เซี่ยผิงไหวไม่พอใจขึ้นมาแล้ว
คนที่เขาเกลียดมากที่สุดบนโลกใบนี้ก็คือเซี่ยผิงกั่งนั่นแหละ!
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาเบาๆ “พี่ชายใหญ่ของเจ้าก็เป็นเช่นนี้ โมโหก็แค่นเสียง ไม่ชอบขี้หน้าใครก็บอกว่าตนเองเป็นบิดาของคนผู้นั้น พอโมโหขึ้นมาก็จะพุ่งเข้าไปต่อยตีเขา หากพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ข้าเกรงว่าเขาก็จะต้องเหยียบติงเท่าให้จมดินไปก่อนถึงจะยอมเลิกรา ต้องใช้กำลังจนเหนื่อยแทบตายเสียก่อนถึงจะพอใจ ถ้าหากเจ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพี่ชายใหญ่ของเจ้าไม่ใช่หรือ”
เซี่ยผิงไหวนิ่งเงียบไปเล็กน้อย
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่าตนเองเป็นอย่างนั้นจริงๆ
หากเป็นอย่างนั้นต่อไปเขาก็จะเป็นเหมือนเซี่ยผิงกั่งน่ะสิ?
น่ารังเกียจนัก
“จะโจมตีคนก็ให้โจมตีที่ใจ บางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือถึงจะสะใจก็ได้” เซี่ยเฉียวมองเขาพลางเอ่ยอย่างจริงจัง “เจ้าดูสิ ตอนนี้ข้านั่งอยู่ตรงนี้ คนที่ยโสโอหังพวกนั้นคิดจะไปแต่ก็ไม่ยอมจากไปทันที กลับอยู่ต่อแต่จะทำอะไรก็ต้องคอยดูสีหน้าของข้า ไม่กล้าเอะอะเสียงดัง ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา ความคิดเห็นของข้าประโยคเดียวนั้นสามารถทำให้เขาถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปอีกหลายปีได้เลย วิธีนี้ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าถูกทุบตีเสียอีก” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
หากนางให้อีกฝ่ายคุกเข่าลงและยอมรับผิดอีกก็จะหมายความว่านางเป็นผู้อาวุโสที่จู้จี้และรังแกผู้น้อยเกินไป
เซี่ยผิงไหวครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วก็ต้องยอมรับ
“ก็เหมือนกับที่แม่เล้าโยนข้าออกมาตอนนั้น นางแค่พูดออกมาประโยคเดียวก็ทำให้ข้าถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปตั้งหลายปีใช่ไหม” เซี่ยผิงไหวเอ่ย
เรื่องนี้ยังคงทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่เลย!
“เป็นอย่างนั้นแหละ ลองมาอีกตัวอย่างหนึ่ง พี่ชายใหญ่…พี่ชายใหญ่ของเจ้าเคยต่อยอาจารย์ของสำนักศึกษาหลวง แม้ว่าเขาจะสบายอกสบายใจในตอนนั้น แต่หลังจากที่เขาทำลงไปแล้ว มันก็กลายเป็นความผิดของเขา ต่อมาเขาก็กลายเป็นผู้แพ้ คนที่ขาดทุนในเรื่องนี้ก็คือพี่ชายใหญ่ของเจ้า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ตอนที่ 1050 เหตุผลผิดๆ
ตอนที่เซี่ยผิงกั่งมาถึงเมืองหลวงใหม่ๆ เคยมีคนพูดจาไม่น่าฟัง เขาทนไม่ไหวก็เลยลงไม้ลงมือ
เพราะเรื่องนั้นเซี่ยผิงกั่งจึงไม่สามารถไป ‘ชุบตัว’ ที่สำนักศึกษาได้ แต่เรื่องนั้นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาทำให้บัณฑิตทั้งหลายพากับกันเกลียดคนหยาบคายใช้แต่กำลังอย่างเขา
หากจะพูดให้รุนแรงหน่อยก็คือ แม้แต่ขุนนางฝ่ายบุ๋นภายในราชสำนักเองก็มีอคติกับเขาเพราะเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
“หากจะพูดอย่างนั้นก็ดูเหมือนจะมีเหตุผล” เซี่ยผิงไหวพยักหน้า” นึกถึงตอนนั้นที่ข้าไปหอนางโลมกับคนอื่นอีกตั้งหลายคนแท้ๆ แต่คนพวกนั้นทำดีกับข้าต่อหน้า ลับหลังกลับให้แม่เล้ามาดูถูกข้า ทำให้ข้ากลายเป็นตัวตลก…”
ต่อมาเขาเองก็ต่อยตีกับคนพวกนั้นอีกหลายครั้ง มีบางครั้งก็หนักหนาจนพวกเขาต้องร้องหาพ่อแม่ ก็นับว่าเขาได้แก้แค้นแล้ว
แต่…มันก็สะใจแค่ตอนนั้น
หลังจากเรื่องเกิดขึ้นแล้วพวกเขาก็แสร้งทำตัวน่าสงสาร แล้วทุกคนก็มาด่าเขาว่าเป็นโจร
“อาจารย์ป้า ข้าจะไม่เหมือนพี่ชายใหญ่ของข้าได้อย่างไร” เซี่ยผิงไหวนั่งลงอย่างเรียบร้อยพลางยื่นคอถาม
“ความสุขหรือความโกรธเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น จงควบคุมความต้องการ มีไหวพริบและอ้อมค้อม ทำไปนานๆ จะต้องเกิดผล” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“…” เขาไม่เข้าใจ
ความสุขก็คือความสุข ความโกรธก็คือความโกรธ แล้วจะแสดงมันออกมาไม่ได้หรือ!
“เจ้าคิดว่าอาจารย์ของเจ้าชอบเจ้าหรือฉู่เจี้ยนมากกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ต้องเป็นฉู่เจี้ยนแน่นอนอยู่แล้ว เด็กนั่นประจบสอพลอเก่ง พอเห็นหน้าอาจารย์ที่ไรเขาก็ยิ้มหน้าบานออกมาทันที มีบ้างครั้งที่อาจารย์ลงโทษเขา เขายังมีความสุขไปเสียอีก คุกเข่าอย่างเต็มใจเชียวล่ะ!” เซี่ยผิงไหวถอนหายใจ
เขาไม่เหมือนกับฉู่เจี้ยน หากอาจารย์ลงโทษเขา เขาก็จะต้องเปลืองแรงอีกแล้วก็เลยมีความสุขไม่ไหวจริงๆ
“เจ้าคิดว่าฉู่เจี้ยนชอบถูกลงโทษอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วถาม
“ไม่ชอบอยู่แล้ว” เซี่ยผิงไหวตอบอย่างไม่ลังเล
“ก็นั่นน่ะสิ เขาไม่ชอบแต่กลับแสดงตัวอย่างรู้มารยาทได้ นั่นก็เป็นความสามารถของเขา หากเจ้าสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ต่อให้ต่อไปเจ้าเรียนไม่เก่งเท่าเขา แต่อาจารย์ก็จะชอบเจ้ามากกว่าอย่างแน่นอน” เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าการให้เหตุผลที่ไม่ถูกต้องของนางนี้ไม่เลวเลย
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
สอนให้น้องชายโง่เง่าของนางเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย
แม้ว่าฉู่เจี้ยนจะมีความทะเยอทะยาน แต่เขาก็เป็นบัณฑิตที่รู้ความ และที่เขาสุภาพมีมารยาทกับเซียวอวี้หรงไม่ใช่เพราะเขาทนได้ แต่เพราะเขาได้เรียนรู้แนวทางของขงจื๊อและเมิ้งจื๊อ เขามีความกตัญญูและชอบธรรมอยู่ในใจ
เพียงแต่ไม่ว่านางพูดเรื่องหลักการที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้กับเซี่ยผิงไหวมากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยใส่ใจ
ฉันถูกสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าตอนนี้ฉันจะควบคุมตัวเองได้มากแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่ค่อยมีสติสัมปชัญญะเมื่อเทียบกับคนทั่วไป
สอนซ้ำๆ แล้วก็ยังทำไม่ได้ เกรงว่าแม้เขาจะเก็บอาการบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยรู้ความเท่าไรนักเมื่อเทียบกับคนทั่วไป
หากนางพูดเรื่องเหล่านี้ไป แล้วเขาพอจะเข้าใจบ้าง ไม่ทำให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นคนโง่ที่หลอกได้ง่าย แค่นั้นก็พอแล้ว
“ดังนั้นเมื่อครู่นี้อาจารย์ป้าก็โกรธมากเหมือนกัน เพียงแต่ไม่แสดงออกมาเท่านั้นหรือ พวกเขาเองก็มองไม่ออก แล้วยังกลัวท่านอีก” เซี่ยผิงไหวเอ่ยถาม
“…”เซี่ยเฉียวหยักหน้าอย่างจนปัญญา
ความจริงแล้วนางไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย
นางไม่โกรธเพราะว่าสุขภาพร่างกายของนางไม่ดี นางจึงเรียนรู้ที่จะปรับอารมณ์ของตนเองได้ตั้งนานแล้ว และจะไม่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เพราะเรื่องเล็กน้อยเท่านี้หรอก
“หากอย่างนั้นต่อไปข้าจะเรียนรู้จากท่าน” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าอาจารย์ป้าที่อยู่ตรงหน้าเขานี้เก่งกว่าอาจารย์เขามากเลย “อาจารย์ป้า ท่านมีเหตุผล ไม่ชอบดุด่าข้า ท่านพูดเสียงเบา ฟังแล้วสบายใจจริงๆ!”
“เซียวอวี้หรงทำให้เจ้าไม่ชอบขนาดนั้นเลยหรือ” เซี่ยเฉียวจนใจจริงๆ
น้องชายงี่เง่าของนางไม่รู้จริงๆ ว่าราคาของการที่ไม่เคารพอาจารย์นั้นเป็นอย่างไร
เป็นเพราะเซียวอวี้หรงอดทนอกลั้นกับเขาด้วย จึงได้ยอมให้เขาติดตามเรียนรู้อยู่ข้างกายต่อไป หากเปลี่ยนเป็นอาจารย์คนอื่น เขาก็คงจะถูกไล่ออกจากสำนักไปนานแล้ว
“อาจารย์ชอบเทศน์ข้า ใช้คำลึกซึ้งเกินไป ข้าไม่เข้าใจ หากข้าเริ่มอ้าปากถาม อาจารย์ก็จะให้ข้าคัดลอกหนังสือเพื่อให้ข้าจำถ้อยคำเหล่านั้นให้ได้ หากข้าไม่ถาม แล้วทำผิดอีก ก็จะถูกลงโทษหนักกว่าเดิม…” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าตนเองก็ลำบาก!