ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1053 ของสกปรก / ตอนที่ 1054 หญิงสาวที่น่าสงสาร
ตอนที่ 1053 ของสกปรก / ตอนที่ 1054 หญิงสาวที่น่าสงสาร
ตอนที่ 1053 ของสกปรก
ซังโหยวยืนขึ้นอย่างแข็งๆ
ผ่านไปสักประมาณหนึ่งเค่อเซี่ยผิงกั่งก็ตรวจสอบศพเสร็จ แล้วเขาก็ปัดไม้ปัดมือเข้ากับเสื้อผ้าของตนเองทันที ซังโหยวเห็นภาพนี้แล้วทนไม่ได้จริงๆ เขารีบเดินเข้าไปยื่นผ้าเช็ดหน้าสีเขียวให้ “คุณชายเซี่ย ใช้นี่เถอะ”
เซี่ยผิงกั่งหันหน้ามามองเขา
แล้วก็เห็นผ้าเช็ดหน้า
“ไม่ต้องหรอก เสื้อผ้าของข้าใช้การได้ดี” เซี่ยผิงกั่งพูดตรงมาก
เขามองผ้าเช็ดหน้านั้นแล้วก็จิ๊ปาก มันเหมือนของที่พวกผู้หญิงใช้จริงๆ ไม่เพียงแต่สะอาด แต่ยังปักลายดอกไม้ด้วย?
เซี่ยผิงกั่งกวาดตามองเล็กน้อย เขาแทบจะโยนคนที่จุกจิกวุ่นวายเหมือนกับผู้หญิงคนนี้โยนลงน้ำแล้ว ยังดีที่เขารู้ว่ารัชทายาทก็อยู่ด้วย จึงไม่ได้ลงมือ
“ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้” ซังโหยวกัดฟันเล็กน้อย
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
คนจากศาลตัดสินคดีตรวจสอบศพก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร ศพนี้เดิมทีก็เป็นคนมาก่อนและก็เพิ่งตาย หนึ่งคือไม่มีลมหายใจ สองคือไม่ได้เน่าเปื่อยก็ไม่มีปัญหา
แต่ศพจมน้ำและมีโคลนและทรายจำนวนมากอยู่ในปาก เซี่ยผิงกั่งยื่นมือไปล้วงมันออกมา และนอกจากโคลนและทรายแล้ว เขายังเห็นว่าคนผู้นี้ล้วงเอา…เมือกแปลกๆ ออกมาด้วย…
“แล้วจะ…แค่เช็ดบนเสื้อผ้าง่ายๆ อย่างนี้ได้อย่างไร!”
เซี่ยผิงกั่งอยากจะโวยวายออกมาจริงๆ “ข้าไม่อยากใช้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย…”
แต่หลังจากที่เขาคิดอย่างรอบคอบแล้วก็คิดว่า ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นพี่ภรรยาของรัชทายาทอยู่ดี เขาไม่ควรทำให้รัชทายาทอับอายต่อหน้าคนอื่น ก็เลยรับผ้าเช็ดหน้ามาอย่างอดทน “ก็ได้”
เขาถือผ้าเช็ดหน้า ชำเลืองมองเล็กน้อย แล้วก็เช็ดๆ ถูๆ มือแค่ครู่เดียว ผ้าเช็ดหน้าที่เดิมทีเรียบกริบและมีกลิ่นหอมก็กลายเป็นก้อนสกปรกๆ ก้อนหนึ่ง
“ขอบคุณเจ้ามาก” เซี่ยผิงกั่งเช็ดเสร็จแล้วก็ไม่ลืมกล่าวขอบคุณ แล้วก็เอาผ้าเช็ดหน้ายัดกลับใส่อกเสื้อของซังโหยวทันที “สหาย เจ้าชื่อว่าอะไร เป็นศิษย์น้อง…ของฝ่าบาทใช่ไหม”
เขาสามารถยืนอยู่กับฝ่าบาทได้ก็น่าจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกันแล้ว
สีหน้าซังโหยวซีดลงไปทันที
ผ้าเช็ดหน้าแขวนอยู่กลางหน้าอกของเขาแบบนี้ จะเอามันออกหรือจับมันไว้ก็ไม่ได้ เขารู้สึกว่ามีสิ่งสกปรกจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังคืบคลานและก่อความหายนะบนตัวเขา ทำให้เขาต้องลุกขึ้นยืนด้วยอาการขนลุก
แต่ด้วยมารยาททางสังคมทำให้เขาไม่สามารถจะโยนมันทิ้งได้
เจียงจิ้นลู่ที่ทนดูไม่ไหวอีกต่อไปเอาผ้าเช็ดหน้าออกให้เขา เขาจึงสามารถกลับมาหายใจเป็นปกติได้อีกครั้ง
เวลานี้ซังโหยวยิ้มไม่ออกจริงๆ เขามองเซี่ยผิงกั่งเหมือนกับว่าเขาได้เห็นภูเขาพิชิตได้ยากที่สุดในชีวิต และมีความคิดขึ้นมาอย่างกะทันหันว่าในชั่วชีวิตนี้เขาไม่อยากจะพบเจอคนผู้นี้อีกเป็นครั้งที่สอง
“ฝ่าบาท เป็นการจมน้ำตายพ่ะย่ะค่ะ วันนี้ทะเลสาบเย็นเป็นน้ำแข็ง เขาสวมเสื้อผ้าหนักและหนา จึงไม่สามารถลอยขึ้นมาได้พักหนึ่ง” เซี่ยผิงกั่งทำงานอยู่ที่ศาลตัดสินคดีมานานขนาดนี้แล้ว ความสามารถในการแยกแยะสาเหตุการตายของเขาจึงพอมีอยู่บ้าง “แต่ไม่รู้ว่าคนผู้นี้ไปที่ริมทะเลสาบทำไม ตกลงไปได้อย่างไร โชคดีที่วันนี้มีคนอยู่ที่นี่มาก อาจจะมีคนเห็นเหตุการณ์บ้าง”
“แม้ว่าวันนี้มีจะมีคนมาก แต่สายตาของทุกคนโดยรอบต่างจับจ้องไปที่ศาลากันหมด ที่ตรงนี้…อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ” เจียงจิ้นลู่อดพูดขึ้นมาไม่ได้
เซี่ยผิงกั่งสังเกตอยู่เงียบๆ และพบว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
สถานที่ตรงนี้เงียบสงบก็จริง แต่ทิวทัศน์ไม่ได้ดีที่สุด
เขาไม่ใช่บัณฑิต เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าที่ศาลานั่นมีอะไรแปลกประหลาดมหัศจรรย์หรือจึงทำให้ผู้คนมากมายแห่กันไปที่นั่น แต่รัชทายาทเองก็ไปที่นั่นด้วย คนอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว
“ข้าจะให้คนมาตรวจร่างกายของเขาสักหน่อย” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้ย
อันที่จริงก็ไม่ต้องตรวจสอบหรอก
หลังจากเกิดเรื่องใหญ่โตแล้ว คนที่รู้จักผู้ตายก็ยืนอยู่ในฝูงชนด้วย ทั้งยังโดดเด่นเป็นพิเศษอีกต่างหาก
นางเป็นผู้หญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวหน้าตาดีน่ารักมาก แต่ในขณะนี้ดวงตาของนางบวมแดง ร่างของนางสั่นเทาเล็กน้อย สีหน้าของนางแตกสลาย เซี่ยเฉียวเคยวาดภาพนางมาก่อน ตอนที่นางวาดภาพก็ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวผู้นี้จะต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ที่ชวนใจสลายเช่นนี้
ตอนที่ 1054 หญิงสาวที่น่าสงสาร
ในใจเซี่ยเฉียวอดที่จะเห็นใจหญิงสาวคนนี้เล็กน้อยไม่ได้ นางถอนใจเบาๆ
เวลานี้แม่นางน้อยก็ถูกเชิญตัวไปสอบถาม
เซี่ยผิงกั่งขึงตาใส่พวกคนมุงและไล่พวกเขาไปที่ศาลาทันที เพื่อไม่ให้มีผลกระทบใหญ่โตเกินไป
ซังโหยวเกือบจะหัวใจวายตายเพราะสายตาดุดันของเซี่ยผิงกั่ง
“สมกับเป็นคุณชายเซี่ยผู้โด่งดังจริงๆ…ดุดันไม่เกรงใจใครเสียยิ่งกว่าที่เขาลือกันอีก” ซังโหยวเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก พอพูดจบแล้วเขาก็เลือกที่จะไปที่ศาลา ไม่กล้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว
คุณชายเซี่ยผู้นี้เหมือนกับจะกินคนอย่างนั้น เขารู้สึกว่าเซี่ยผิงกั่งอาจจะลงไม้ลงเมื่อเมื่อไรก็ได้ตลอดเวลา
แต่ก่อนที่เขาจะจากไปก็ยังไม่ลืมรัชทายาทและศิษย์พี่ใหญ่ ซังโหยวมองทั้งสองด้วยแววตาลึกซึ้ง “ฝ่าบาท ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราไปรอที่ตรงโน้นกันดีกว่า…พวกเราอยู่ก็ช่วยเรื่องคดีไม่ได้หรอก…”
“ศิษย์น้องไปก่อนเถอะ ไม่ต้องสนใจพวกเรา” เซี่ยเฉียวโบกมือให้เขา ไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวไปไหน
“ศิษย์พี่ซิง ข้าจะอยู่ดูอะไรหน่อย” เจียงจิ้นลู่รีบเอ่ย
ซังโหยวรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับฉากที่โหดร้ายอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่รัชทายาทและคนจากศาลตัดสินอยู่ใกล้ๆ ในฐานะปรมาจารย์สอนศิลปะ เขาอยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงเลือกที่ไปรอที่อื่นดีกว่า
ส่วนในเวลานี้เซี่ยผิงกั่งก็จ้องหน้าหญิงสาว “เจ้ารู้จักคนผู้นี้? พวกเจ้ามาด้วยกันหรือ”
เขาพยายามเต็มที่ที่จะทำให้ตนเองดูใจดีขึ้นมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาเกิดมาพร้อมกับใบหน้าที่ดุร้าย และคุณลักษณะนี้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ มันก็ยังทำให้นางหวาดกลัวอยู่ดี แม่นางน้อยยิ่งตัวสั่นมากขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของเขา และนางก็ประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก
เซี่ยผิงกั่งจนปัญญาจริงๆ
ผู้หญิงนี่น่ารำคาญจริงๆ ขี้กลัวยิ่งกว่าหนูเสียอีก คนใกล้ตัวตายไปแล้วทั้งคนก็ยังไม่สามารถจะพูดอะไรได้ เสียเวลาจริงๆ
แม้ว่าเขาจะคิดเช่นนั้น แต่เซี่ยผิงกั่งก็หาลูกน้องที่หน้าตาดูใจดีหน่อยมาออกหน้าถามนางอีกรอบ
เขาหันหลังให้เพื่อไม่ให้หญิงสาวเห็นหน้าเขา
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
แล้วหญิงสาวก็อารมณ์ดีขึ้นมากอย่างที่คาดจริงๆ…
“ฟู่ฮั่นเหวิน…เขาคือพี่ฮั่นเหวิน…อยู่ข้างบ้านข้า ไม่กี่วันก่อนมีคนส่งเทียบเชิญของสวนแปดทิศมาให้ข้า ข้าก็เลยเอาไปให้พี่ฮั่นเหวิน ได้ยินมาว่าวันนี้ที่นี่คึกคักมาก พวกเราก็เลยมาดูกัน…เมื่อครู่นี้พวกเราได้ยินคนอื่นพูดว่า ตรงโน้นมีคณะงิ้วมาร้องเพลงอยู่ เดิมทีพวกเราจะไปที่นั่นด้วยกัน แต่พี่ฮั่นเหวินบอกข้าว่าเขาพบคนรู้จักแล้ว ให้ข้าไปก่อน แต่ข้ารออยู่ตั้งนานเขาก็ยังไม่มา…” แม่นางน้อยพูดจบก็สะอื้นอย่างหนัก
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาจะไปพบใคร” ลูกน้องของเซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
หญิงสาวส่ายหน้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ข้าไม่รู้…พี่ฮั่นเหวินบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้น…”
เพื่อนร่วมชั้น?
“ให้คนไปตรวจสอบหน่อย ไม่ว่าใครก็ตามในสวนนี้ที่เคยพบกับผู้ตายให้นำตัวมาให้หมด ไปตามหาอาจารย์ของคนผู้นี้ เอารายชื่อผู้ร่วมชั้นเรียนมาด้วย”
นอกจากนี้แล้วก็ต้องตรวจสอบหญิงสาวคนนี้ด้วย ถึงอย่างไรคนทั้งสองก็มาด้วยกัน นางเองก็ใช่ว่าจะรอดพ้นข้อสงสัยไปได้
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจใดๆ ให้กับหญิงสาวผู้นี้ สายตาที่เขามองทุกคนก็เหมือนกับสายตาที่มองผู้ต้องสงสัย ไม่มีความแตกต่างเลยสักนิด
เมื่อสวนแปดทิศเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นเช่นนี้ ความคึกคักก็หยุดลงไปด้วย
เซี่ยเฉียวและคนอื่นๆ นั่งพักผ่อนอยู่ห่างๆ สักระยะหนึ่ง และหลังจากผ่านไปสองชั่วยามก็มีคนกลับมารายงาน
บ้านของฟู่ฮั่นเหวินมีฐานะไม่เลว ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยทั่วไป ข้างบ้านเป็นบ้านของหญิงสาวผู้นี้ซึ่งแซ่พาน นางมีชื่อว่าพานเจียว ครอบครัวของทั้งสองนับว่าทัดเทียมเหมาะสมกัน ทั้งสองเป็นคู่รักในวัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน
และยังมีเจตนาจะแต่งงานกันด้วย
ตอนนี้ฟู่ฮั่นเหวินเสียชีวิตไปแล้ว บิดามารดาของทั้งสองครอบครัวต่างก็มากันหมด พวกเขาพากันร้องไห้ด้วยความด้วยความโศกเศร้าเสียใจ
และในเวลานั้นเองเซี่ยเฉียวก็ได้พบวิญญาณของฟู่ฮั่นเหวิน
ตอนที่บิดามารดาของเขามา ในที่สุดเขาก็โผล่ขึ้นมาจากก้นทะเลสาบ…