ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1089 มีความเป็นคน / ตอนที่ 1090 ไม่ดูตาม้าตาเรือ
ตอนที่ 1089 มีความเป็นคน / ตอนที่ 1090 ไม่ดูตาม้าตาเรือ
ตอนที่ 1089 มีความเป็นคน
องค์หญิงทั้งสามก็อยู่ที่นั่นด้วย พวกนางต่างก็เป็นน้องสามี เซี่ยเฉียวจึงไม่ลืมที่จะมองๆ หน้าเอาไว้บ้าง อย่างน้อยๆ นางก็ต้องรู้จักและจดจำได้
องค์หญิงใหญ่อายุสิบแปดปีแล้ว พระสนมแต่ละคนก็หน้าตาดีกันทั้งนั้น ลูกๆ ของพวกนางจึงพลอยดูดีไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะอยู่ในวัยสี่สิบกว่าแล้ว แต่เขาก็ยังดูเป็นชายชราที่หล่อเหลา เมื่อมีพ่อแม่เช่นนี้ ลูกสาวลูกชายของพวกเขาแต่ละคนจึงพาหน้าตาดีกันไปหมด
แน่นอนว่ารัชทายาทต้องหน้าตาดีที่สุดอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เซี่ยเฉียวพบว่าโหงวเฮ้งขององค์หญิงใหญ่มีเกณฑ์เรื่องความรักก็จริง แต่นางก็ดูมีความกลัดกลุ้มกังวลเล็กน้อย ตรงหางตานางมีไฝสีแดงซึ่งไม่ใหญ่มากก็จริง แต่ก็อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี
เพียงแต่วันนี้นางเข้าวังเพื่อไปเยี่ยมทักทายพ่อแม่สามี จึงไม่เหมาะที่จะพูดเรื่องพวกนี้
ในเมื่อเป็นวาระของพวกผู้หญิง รัชทายาทจึงไม่เหมาะที่จะอยู่นาน หลังจากผ่านไปสักพักจ้าวเสวียนจิ่งก็จากไป ทิ้งนางไว้คนเดียว
ถึงกระนั้นเซี่ยเฉียวก็ค่อนข้างมีความมั่นใจและไม่ได้มีอาการตื่นเวทีแต่อย่างใด
โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้คนตระกูลกู้ได้มาหานาง และพวกเขาก็ยังสามารถแก้ไขเคราะห์ภัยให้ผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งเรื่องนั้นก็ต้องขอบคุณเซี่ยเฉียวที่ได้เตือนพวกเขาไปก่อนหน้านี้ ฮองเฮาจึงได้รู้สึกพึงพอใจในตัวนางมากขึ้นไปอีก
แต่น่าเสียดายที่สุขภาพร่างกายของเซี่ยเฉียวไม่ค่อยจะดี ฮองเฮาจึงเป็นกังวลว่าหากต่อไปรัชทายาทจะไม่มีทายาทสายตรงจะทำอย่างไร
“วันนี้ลูกสะใภ้ของฮองเฮาทำให้หม่อมฉันได้เปิดหูเปิดตาแล้ว นางหน้าตาโดดเด่นจริงๆ หม่อมฉันได้ยินมาว่าบิดาของนางเป็นโจรที่ยอมเข้ากับทางการใช่หรือไม่เพคะ แต่หน้าตานางดูไม่ค่อยเหมือนอย่างนั้นเลยนะนี่!” จู่ๆ ก็มีเสียงหยอกล้อดังลอยมาจากด้านหนึ่ง
คำพูดนั้นดูอ่อนโยน ฟังดูแล้วก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไร
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเดิมทีบิดาของนางก็เคยเป็นโจรจริงๆ เมื่อก่อนครอบครัวนางทำเรื่องน่าอับอายก็จริง แต่ตอนนี้พวกเขาเดินทางสว่างแล้ว ซึ่งก็คือการเป็นขุนนางรับใช้ทางการ
หากจะพูดให้รุนแรงหน่อย ฮ่องเต้องค์แรกของราชวงศ์ปัจจุบันเองก็เป็นโจรกบฏเหมือนกัน
“ชายารัชทายาท นั่นคือชายาแห่งหรงอ๋อง นางเพิ่งติดตามหรงอ๋องเข้าวังมาด้วยกันในคราวนี้จึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับเรื่องในวังมากนัก” ฮองเฮาแนะนำให้นางรู้จักเล็กน้อย
พอเซี่ยเฉียวได้ยินคำว่าหรงอ๋องแล้วก็อดที่จะมองคนผู้นั้นให้นานขึ้นอีกนิดไม่ได้
โหงวเฮ้งของนาง…ไม่ได้เป็นแบบที่เซี่ยเฉียวชอบ
หลังจากที่เซี่ยเฉียวมองได้สักพัก นางก็รู้สึกไม่สบายตาและไม่อยากจะมองอีก จึงได้นั่งหลุบตาลงเสีย
“ฮองเฮา แม้ว่าหม่อมฉันจะเพิ่งมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน แต่ก็ได้ยินเรื่องตระกูลเซี่ยมาไม่น้อยเลย และมีความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ในตัวแม่นางเซี่ยผู้นี้ยิ่งนัก ก่อนหน้านี้หม่อมฉันยังขอให้ท่านอ๋องส่งของขวัญไปให้นางมากๆ หน่อย ใครจะไปนึกว่าบ้านโจรนี้จะรู้มารยาทไม่น้อยเลย เพียงไม่นานของขวัญนั้นก็ถูกนำมาถวายให้ฝ่าบาทเสียแล้ว” พระชายาหรงอ๋องพูดไปยิ้มไป ท่าทางเหมือนนางกำลังพูดเรื่องธรรมดาๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้น
เมื่อวานเซี่ยเฉียวเพิ่งจะมีงานแต่งไป วันนี้พระชายาหรงอ๋องก็จะมาแสดงอำนาจบารมีต่อหน้านางเสียแล้ว
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก
“ชายารัชทายาทหัวเราะด้วยเรื่องอันใดหรือ หรือว่าเห็นด้วยกับที่ข้าพูด” ชายาหรงอ๋องเอ่ยขึ้นมาอีก
ฮองเฮากลับไม่ได้เอ่ยอะไร
ตอนนี้เซี่ยเฉียวไม่ได้เป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเซี่ยอีกแล้ว แต่นางเป็นชายารัชทายาท
ด้วยสถานะเช่นนี้ หากนางไม่สามารถจัดการแม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่นนี้ได้ ต่อไปก็อย่าได้คิดจะออกจากบ้านเลย ให้นางขังตัวเองไว้ในบ้านหลบซ่อนตัวจากผู้คนเสียจะดีกว่า
“พระชายาหรงอ๋องกล่าวถูกต้องแล้ว ยุคสมัยนี้โจรก็ยังเป็นขุนนางได้ แล้วยังจะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้อีก? บิดาของข้ารู้มารยาทก็เลยดูน่าขบขันและน่าแปลกใจเหมือนสัตว์ร้ายที่สามารถใช้ตะเกียบกินข้าวได้ในสายตาของพระชายาหรงอ๋อง แต่การที่พระชายาหรงอ๋องส่งของขวัญใหญ่ที่เกินไปมาให้ก็อาจจะเหมือนกับ…มนุษย์ที่ไม่ยอมทำเรื่องที่มนุษย์ควรจะทำ แต่กลับเลียนแบบสัตว์ที่คอยกัดกินคน ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากนัก”
“โชคดีที่บิดาของข้ามองความเป็นคนออก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไรพระชายาหรงอ๋องถึงจะยอมถอดหนังสัตว์บนตัวออก” เซี่ยเฉียวเอ่ยเบาๆ
“เจ้า!” พระชายาหรงอ่องได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธทันที “เจ้ากล้าว่าข้ากับท่านอ๋อง?!”
“ข้าทำอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวมองหน้านางอย่างไม่รู้ไม่ชี้ “ข้าไม่ได้พูดไปตามที่พระชายาว่าหรอกหรือ ข้าก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรนี่”
ตอนที่ 1090 ไม่ดูตาม้าตาเรือ
เซี่ยเฉียวยังคงนั่งอย่างสงบนิ่ง นางไม่ได้โกรธ และก็ไม่ได้ตื่นเต้นลนลานอะไรด้วย ใบหน้าของนางยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ
สีหน้าของพระชายาหรงอ๋องเปลี่ยนไปในทันที นางโกรธมาก แต่ก็ไม่สามารถที่จะโวยวายทำเป็นเรื่องใหญ่ได้ นางต้องคอยกดข่มโทสะเอาไว้ “ไม่รู้เหมือนกันว่าพระชายารัชทายาทมีอะไรพิเศษที่ตรงไหนจึงทำให้รัชทายาทถูกใจเจ้าได้”
“อาจจะเพราะบิดาของข้าเป็นโจรกระมัง ถึงได้ดูพิเศษไม่เหมือนใครดี” เซี่ยเฉียวตอบอย่างง่ายๆ
พอเซี่ยเฉียวพูดเช่นนั้นก็มีหลายคนอดหัวเราะออกมาไม่ได้
นั่นไม่ใช่ความพิเศษหรอกหรือ
หลายร้อยปีมานี้พวกนางก็ยังไม่เคยพบเห็นการที่โจรยอมจำนนเข้ากับทางการได้อย่างราบรื่นเช่นนี้มาก่อน แถมยังเลี้ยงดูลูกสาวมาจนได้เป็นถึงชายารัชทายาทด้วย
“ในเมื่อชายารัชทายาทแต่งงานเข้าวังมาแล้วก็ต้องหัดเรียนรู้มารยาทเสียหน่อยนะ จะเอะอะคำสองคำก็โจรออกมาอย่างนี้ไม่ได้ หรือเจ้าเห็นว่าราชวงศ์นี้เป็นอะไรไปแล้ว?” พระชายาหรงอ๋องพยายามระงับอารมณ์และทำให้ตนเองดูมากบารมีอย่างเต็มที่
นางกล้าต่อว่าเซี่ยเฉียวเพราะหรงอ๋องเป็นน้องชายแท้ๆ ของฮ่องเต้ และนางเองก็ยังถือได้ว่าเป็นผู้อาวุโสของรัชทายาทและพระชายาของเขาด้วย
การที่ผู้อาวุโสจะตำหนิอะไรสักเล็กน้อยย่อมไม่เป็นไรอยู่แล้ว
ถึงอย่างไรนางก็แค่ตำหนิชายารัชทายาทเท่านั้น ไม่ได้ตำหนิรัชทายาทเสียหน่อย
“พระชายาหรงอ๋องพูดถูกแล้ว ใครเล่าจะไม่มีอดีต บิดาของข้าเคยเดินทางผิดมาก่อน ดีที่เขากลับตัวกลับใจทัน ใช้ชีวิตเข้าแลกเพื่อไถ่บาป อดีตโจรผู้นั้นได้ตายในสนามรบไปแล้ว บัดนี้ท่านกลายเป็นคนใหม่ คือแม่ทัพชานเจี้ยง ใต้เท้าเซี่ย” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยท่าทีเห็นด้วยและเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
พระชายาหรงอ๋องมองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง
แม่นางน้อยผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
คำพูดคำจาฉลาดคมคายไม่เบา แถมยังมีรูปร่างหน้าตาที่มีเสน่ห์ รัชทายาทแต่งกับนางก็เหมาะสมแล้ว
เซี่ยเฉียวทำตัวเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางยังรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้เหมือนเดิม ไม่มีใครสามารถจับผิดท่าทางของนางได้ทั้งนั้น
เพียงแต่ตอนที่พระชายาหรงอ๋องกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรกับนางอีก เซี่ยเฉียวก็เอามือกุมหน้าอกนิ่วหน้า ท่าทางเหมือนคนมีอาการใจสั่นและอึดอัด
ฮองเฮาเห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยถามทันที “เจ้าไม่สบายหรือ”
“เสด็จแม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันค่อนข้างบอบบาง ทนโมโหไม่ค่อยได้ โชคดีที่พอแต่งกับรัชทายาทแล้วมีเสด็จพ่อกับเสด็จแม่คอยปกป้อง จึงไม่ค่อยมีคนไม่ดูตาม้าตาเรือมาทำให้หม่อมฉันโกรธจนอาการกำเริบอีก” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ
พอนางพูดอย่างนั้นออกมา พระชายาหรงอ๋องจะพูดอะไรได้อีกเล่า
นางก็คือคนที่ไม่ดูตาม้าตาเรือคนนั้นไปแล้วสิ?
“สุขภาพร่างกายของเจ้าไม่ค่อยดี รัชทายาทก็กำลังรอเจ้าอยู่ที่ตำหนักข้างนี่เอง หากอย่างนั้นเจ้ากลับไปก่อนเถอะ” ฮองเฮาเอ่ยพร้อมร้อยยิ้มก่อนจะหันไปยังสตรีสูงศักดิ์คนอื่นๆ “เด็กทั้งสองเพิ่งจะแต่งงาน กำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันน่ะ”
คนอื่นๆ ต่างก็เออออเห็นด้วยไปตามๆ กัน
เซี่ยเฉียวคารวะขอตัวจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่นางจากไปแล้ว พระชายาหรงอ๋องก็เอ่ยขึ้นอีก “หม่อมฉันได้ยินมาว่าสุขภาพร่างกายของชายารัชทายาทไม่ค่อยจะดีนัก รัชทายาทจะมีแค่นางคนเดียวอย่างนี้ก็คงไม่เหมาะ ในเมื่อแต่งตั้งชายาเอกไปแล้ว ก็น่าที่จะแต่งตั้งชายารองอีกสักสองคนมาคอยปรนนิบัติรับใช้ ถึงอย่างไรการจะแต่งตั้งชายารองนั้นอาจจะต้องใช้เวลาคัดเลือกให้ดี แต่การเลือกสนมหรือเหลียงหยวนสักจำนวนหนึ่งก็น่าจะพอทำได้นะเพคะ”
ฮองเฮาเองก็ทรงกลัดกลุ้มเรื่องนี้เช่นกัน
นางเองก็เป็นชายาเอก และมีความรักใคร่ลึกซึ้งกับฮ่องเต้ดีอยู่ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น นางก็ยังต้องยอมให้ฮ่องเต้รับสนมคนอื่นเข้ามาเลย
ถ้าหากชายารัชทายาทร่างกายแข็งแรงก็ยังพอที่จะรออีกสามปีห้าปีจึงค่อยพูดเรื่องนี้กันได้ ถึงเวลานั้นเมื่อนางมีลูกและมีความมั่นคงแล้วค่อยพิจารณารับอนุก็ยังไม่สาย แต่ตอนนี้สุขภาพของนางย่ำแย่ขนาดนี้และก็ไม่รู้เลยว่านางจะสามารถมีลูกได้หรือไม่…
ถึงอย่างไรลูกชายของนางก็เป็นถึงรัชทายาทและอายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว เรื่องนี้จึงไม่สามารถจะผัดผ่อนให้ล่าช้าออกไปได้อีก
แน่นอนว่าลูกชายของนางเพิ่งจะแต่งงาน นางจึงไม่อยากที่จะขัดความสุขของลูกชายและลูกสะใภ้ในเวลานี้
“เรื่องนี้ไม่เร่งด่วน รัชทายาทย่อมมีความคิดของเขาเอง หากเขาถูกใจแม่นางบ้านไหนขึ้นมาจริงๆ ก็คงมาขอข้าเอง ไหนเลยข้าจะต้องออกหน้าจัดการให้” สีหน้าท่าทางของนางสง่างาม
นางรู้จักลูกชายของตนเองดี
ลูกชายของนางชอบพอแม่นางเซี่ยด้วยใจจริง เขาทะนุถนอมนางอย่างกับอะไรดี
ให้เขาไปมองหาคนอื่นเวลานี้สิถึงจะแปลก