ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1091 ดื้อจริงๆ / ตอนที่ 1092 จุดสูงสุดในชีวิต
ตอนที่ 1091 ดื้อจริงๆ / ตอนที่ 1092 จุดสูงสุดในชีวิต
ตอนที่ 1091 ดื้อจริงๆ
เพราะฮองเฮารู้จักรัชทายาทดี นางจึงไม่คิดที่จะสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องบ้านของเขา
ลูกชายของนางมีความคิดเป็นของตัวเอง ถ้าหากนางยังอยากเข้าไปยุ่มย่ามอีก ลูกชายของนางก็จะเอาใจออกห่างในไม่ช้าก็เร็ว รัชทายาทไม่เคยเหลวไหลเลอะเลือนในเรื่องสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้ก็สำคัญเพียงพอแล้ว เขาคงไม่ปล่อยให้บ้านเมืองไม่มีทายาทสืบทอดหรอก
พอฮองเฮาคิดได้เช่นนั้นก็ยิ่งปล่อยวางใจกว้างมากขึ้น
หรงเฟยคิดว่าฮองเฮาโง่เขลา
ทรงเลือกแล้วเลือกอีกกลับได้ผู้หญิงที่ไม่มีแรงหนุนจากครอบครัวทั้งยังปากเสียแบบนี้มาเป็นลูกสะใภ้
แต่ในเมื่อตอนนี้ฮองเฮาไม่ยอมแสดงท่าทีอะไร นางเองก็ไม่ควรจะพูดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว
ส่วนทางฝ่ายเซี่ยเฉียว เมื่อนางพบจ้าวเสวียนจิ่ง นางก็พูดเรื่องที่หรงเฟยพุ่งเป้านางกับเขาทันทีโดยไม่เกรงใจ “ท่านเคยล่วงเกินหรงอ๋องบ้างหรือไม่”
“เขาถูกขับออกจากเมืองหลวงไปพร้อมกับเสด็จลุงตอนที่ขี่ม้าและทำคนตายกลางถนน ที่ที่ถูกให้ไปครองศักดินาก็ไม่ค่อยดีนัก” จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “เขาไม่ค่อยกลับเข้ามาในเมืองหลวง ในช่วงหลายปีมานี้เขาก็กลับมาแค่ประมาณสามครั้งเห็นจะได้ และเคยโกรธข้าด้วย”
“เคยโกรธ?” เซี่ยเฉียวสงสัยใคร่รู้
จ้าวเสวียนจิ่งน่าจะไม่ใช่คนประเภทที่จะหาเรื่องใครก่อน
“หรงอ๋องอายุยังไม่มาก ตอนที่เขาถูกไล่ออกไปตอนนั้นยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นเท่านั้น หลังจากผ่านไปหลายปี เขาถึงได้รับอนุญาตกลับมาครั้งหนึ่ง ข้าเห็นว่าคนผู้นี้ยังค่อนข้างดุร้ายเจ้าอารมณ์ ทำอะไรก็ไม่มีความยับยั้งชั่งใจก็เลยให้สั่งให้คนจัดการเขาเสียหน่อย เดิมทีเขาก็สามารถอยู่ฉลองปีใหม่ในเมืองหลวงได้อยู่หรอก แต่คราวนั้นก็ถูกไล่กลับไปอีก”
“เขากลับมาอีกครั้งในภายหลังก็นับว่าทำตัวดีขึ้นมาก เสด็จพ่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้องก็เลยไม่ค่อยจะดุเขานัก แถมยังให้รางวัลจำนวนมากด้วย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
ถึงอย่างไรตอนที่หรงอ๋องก่อเรื่อง เขาก็อายุยังน้อยนัก ที่ทำเรื่องต่างๆ ลงไปก็เพราะถูกชี้นำโดยท่านอ๋องผู้เป็นบิดา ก็ถือว่าเขาต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
ฮ่องเต้เองก็รู้สึกว่าพระองค์เข้มงวดกับเขามากเกินไป ครั้งแรกที่พระองค์เรียกตัวเขากลับเข้าเมืองหลวงเดิมทีก็คิดว่าจะให้เขากลับมาอยู่เมืองหลวงนั่นแหละ แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาจะทำผิดซ้ำซากอีกครั้ง
ท่านอ๋องชราผู้เป็นบิดาเสียชีวิตเพราะความผิดของตน และหากเขาที่ทำผิดเช่นกันไม่ยอมแก้ไขตัวเอง ฮ่องเต้ก็ไม่ควรที่จะใจอ่อน มิฉะนั้นคนในจวนหย่งหลินอ๋องเองก็คงไม่ศรัทธาในตัวพระองค์
“ข้าเห็นว่าโหงวเฮ้งของชายาหรงอ๋องไม่ค่อยจะดีนัก นางน่าจะเป็นคนขี้อิจฉาและไร้สาระพอดู” เซี่ยเฉียวเอ่ยออกมาโดยสัญชาตญาณ
“ต่อไปก็ไม่จำเป็นจะต้องติดต่อไปมาหาสู่กับนางอีก” จ้าวเสวียนจิ่งบีบมือนาง
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
“จริงสิ สีหน้าขององค์หญิงใหญ่ไม่ค่อยดีนัก ข้าว่านางน่าจะมีเคราะห์รักนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
จ้าวเสวียนจิ่งได้ยินเช่นนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ “นิสัยเจ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เข้าวังมาทีเดียวก็รู้เห็นอะไรๆ หมดแล้ว”
“ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะดูนี่” เซี่ยเฉียวเองก็จนใจเหมือนกัน
หากอยู่ข้างนอกวัง เมื่อนางไม่อยากเงยหน้าไปมองโหงวเฮ้งใคร นางก็แค่ก้มหน้าลงเท่านั้น แม้ว่าคนอื่นจะมองว่านางไม่ใส่ใจไม่ให้เกียรติก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมาก แต่ในวังนางจะทำอย่างนั้นไม่ได้
แต่หากเป็นฮ่องเต้กับฮองเฮาจะมองหน้าตรงๆ ไม่ได้เพราะเป็นการเสียมารยาท แต่เมื่อเป็นคนอื่น หากนางไม่มองบ้างก็จะเป็นปัญหาใหญ่ได้
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่อยากที่จะไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่นี่ไหนๆ นางก็เห็นแล้ว ถ้าหากทำเป็นไม่เห็นไม่ยอมพูดออกมาก็จะดูใจจืดใจดำเกินไป
“หากจะขอให้องค์หญิงใหญ่เอาเหรียญอีแปะทองแดงมาให้ข้าสักสองเหรียญจะได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยกับเขา
จ้าวเสวียนจิ่งอดยิ้มออกมาไม่ได้
เขาคิดว่าเซี่ยเฉียวคงไม่อยากจะปิดบังอีกต่อไปแล้ว
“ข้ารู้ว่านักพรตจากวัดสุ่ยเย่ว์อย่างพวกเจ้าจะต้องเก็บเงินสำหรับการทำนายดวงชะตา ประเดี๋ยวข้าจะสั่งให้คนไปเอาเหรียญทองแดงมาสองเหรียญ เจ้าก็เก็บเอาไว้แล้วกัน” จ้าวเสวียนจิ่งตามใจนาง
สีหน้าเซี่ยเฉียวดูสับสนเล็กน้อย
การทำนายดวงชะตาเป็นการเปิดเผยความลับสวรรค์ ถ้าหากนางไม่เก็บเงินบ้างสักเล็กน้อย นางจะสบายใจได้อย่างไรเล่า
นางแค่กลัวว่ายิ่งนางเปิดเผยมากเกินไป ตัวตนของนางก็คงยากที่จะปิดบังขึ้นไปทุกที
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นว่านางยังไม่ยอมพูดความจริงก็รู้สึกยอมใจนาง
นางดื้อจริงๆ เขาเอ่ยเป็นนัยกับนางมาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่นางก็ยังแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจอีก?
ตอนที่ 1092 จุดสูงสุดในชีวิต
ระหว่างทางกลับวังตะวันออก จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดในขณะที่เซี่ยเฉียวเดินสำรวจไปรอบๆ แล้วจู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา
“ข้าได้รับจดหมายจากเจียงจิ้นลู่ ตอนนี้เขาหาน้ำตาวัวได้แค่หกหยดเท่านั้น ใช้ความพยายามไปมากทีเดียว เขาอยากจะกลับมาก่อนทั้งที่ยังหาได้ไม่ครบตามจำนวนที่เจ้าบอก ก็เลยไม่กล้ากลับมา เขาขอให้ข้าช่วยพูดกับเจ้าหน่อย”
“หาได้หกหยดแล้วหรือ เร็วอย่างนั้นเชียว? เขาโชคดีอยู่นะเนี่ย นี่เพิ่งจะสามสี่เดือนเอง คงจะหาหมดทั่วทุกหมู่บ้านแล้วกระมัง ได้มาเท่านั้นก็นับว่าไม่น้อยแล้วล่ะ หากเขาอยากจะกลับมาก็ให้กลับมาเถอะ” เซี่ยเฉียวตอบโดยสัญชาตญาณ
จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะอย่างอึดอัดเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวหันกลับไปมองเขา แล้วทันใดนั้นนางก็ได้สติขึ้นมา!
นางคือเซี่ยเฉียว!
ไม่ใช่โม่ชูเซิง!
เจียงจิ้นลู่ไม่รู้จักเซี่ยเฉียวเลยสักนิด แล้วนางยิ่งไม่มีสิทธิ์สั่งให้เขากลับหรือไม่กลับด้วย!
ใบหน้าของเซี่ยเฉียวซีดขาว นางกุมหน้าอกทันใด “ท่านหลอกข้า!”
แล้วนางก็ทำหน้าราวกับได้รับความสะเทือนใจอย่างยิ่ง
“เฉียวเฉียวเจ้าพูดอะไรน่ะ ข้าไม่เข้าใจ?” จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะเสียงดัง พอเขาเห็นว่านางจงใจทำท่าทางน่าสงสารเช่นนั้น เขาก็อดใจอ่อนไม่ได้ “ศิษย์พี่ก็คือศิษย์พี่ เจ้าก็คือเจ้า แบบนี้ได้ไหม ข้าสามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้ต่อไปได้”
“ท่านไม่เคยรู้อะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!” เซี่ยเฉียวท่าทางจริงจัง
นางเองก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าเขารู้แล้วต่อไปได้!
ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า ต่อไปนี้ตอนที่นางเรียกเขาว่าศิษย์น้องก็จะไม่มีความสุขเหมือนเดิมแล้ว
“โกรธหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเก็บอาการเล็กน้อย “ข้าเห็นว่าเจ้าต้องแสร้งทำแบบนั้นต่อหน้าข้าน่าจะลำบากมาก”
“ข้าไม่ลำบากสักนิด ข้ามีความสุขมาก” เซี่ยเฉียวเอ่ยท่าทางจริงจัง
“……” จ้าวเสวียนจิ่งจนปัญญาจริงๆ “ต่อไปเจ้าอยู่บ้านก็เป็นเซี่ยเฉียว พออยู่ข้างนอกก็เรียกข้าว่าศิษย์น้องไม่ต่างอะไรจากเมื่อก่อน”
“ท่านอยากจะมีทั้งสองคนเลยหรือ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วและเริ่มทำตัวไม่มีเหตุผล “วันนี้ข้าอารมณ์ดีจึงลดเกราะป้องกันตัวลง มิฉะนั้นด้วยความสามารถอย่างท่านหรือจะหลอกข้าได้”
“ข้าผิดเอง” จ้าวเสวียนจิ่งทำหน้าโอนอ่อน แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ ใบหูนาง “เพียงแต่ในเมื่อเกราะป้องกันนี้ลดลงมาแล้วก็ไม่ต้องใส่กลับเข้าไปอีกไหม พวกเราเป็นสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันวันแรก สามีอย่างข้าก็อยากที่จะปฏิบัติต่อกันอย่างตรงไปตรงมากับเจ้าน่ะ”
“……” เซี่ยเฉียวหน้าแดงด้วยความเขินอาย
ปฏิบัติต่อกันอย่างตรงไปตรงมาอะไรน่ะ พูดอะไรออกมาน่าอายไหมเนี่ย
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ไม่รู้ว่านางเขินอายอะไร
เขารู้สึกว่านางเหม่อลอย ท่าทางเขินอายมาก หลังจากที่ผ่านไปสักพัก พอพวกเขาเข้าไปถึงห้องชั้นใน จู่ๆ เขาก็เข้าใจขึ้นมา และจัดการกลืนกินนางทั้งตัว
ชีวิตแต่งงานนี้เป็นอะไรที่ช่าง…ไร้ยางอายจริงๆ
โชคดีที่ตอนนี้สุขภาพของนางดีขึ้นแล้ว ไม่อย่างนั้น…เกรงว่าวันละสามมื้ออย่างนี้ นางคงจะทนไม่ไหว
……
พริบตาเดียวก็ถึงวันที่นางต้องกลับบ้าน
……
เซี่ยเฉียวพาจ้าวเสวียนจิ่งกลับบ้านตระกูลเซี่ย
ถ้าหากเป็นคนอื่น เมื่อรัชทายาทมาบ้านอย่างนี้ก็คงจะประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก แต่เซี่ยหนิวซานเป็นพวกทำอะไรไม่ค่อยคิดอยู่แล้ว หลังจากที่เขาเห็นหน้ารัชทายาทก็ฉีกยิ้มออกมาทันที “ลูกเขย! วันนี้หากไม่เมาไม่กลับ!”
“……” เซียวเฉียวเกือบเซล้ม
ใครจะไม่เมาไม่กลับกับท่าน…
“ตกลง ท่านพ่อตา วันนี้ต้องรบกวนท่านแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งกลับตอบรับอย่างเบิกบานยิ่ง
เซี่ยหนิวซานได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งดีอกดีใจหัวเราะออกมาเสียงดัง
มือใหญ่ยังตบบ่าจ้าวเสวียนจิ่งอีกต่างหาก “เมื่อก่อนข้าไม่ได้ดูแลท่านให้ดี วันนี้ท่านมาแล้ว พวกเราพ่อตาและลูกเขยก็มาพูดคุยกันสักหน่อย สุราบ้านนี้ก็มีเพียงพอ จริงสิ ข้าเรียกลูกบุญธรรมของข้ามาดื่มด้วยกันสักกี่จอกดีกว่า! มีลูกชาย ลูกบุญธรรม และลูกเขย อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาหมดแล้ว!”
เซี่ยเฉียวเชื่อว่า นั่นถือเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของบิดานางแล้ว
เป็นเรื่องดีที่นางแต่งงานออกเรือนไปกับรัชทายาท แต่ในประวัติศาสตร์ทุกราชวงศ์ที่ผ่านมาคงไม่มีพ่อตาของรัชทายาทคนไหนใจกล้าบ้าบิ่นและไม่เกรงใจใครแบบนี้อีกแล้ว