ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1125 ปรากฏการณ์ดวงดาว / ตอนที่ 1126 ไม้นี้ดีจริงๆ
ตอนที่ 1125 ปรากฏการณ์ดวงดาว / ตอนที่ 1126 ไม้นี้ดีจริงๆ
ตอนที่ 1125 ปรากฏการณ์ดวงดาว
คนปรนนิบัติรับใช้….เจียงจิ้นลู่จัดไฟทำอาหารแต่โดยดี
เซี่ยเฉียวและจ้าวเสวียนจิ่งนั่งผิงไฟอบอุ่นร่างกาย
รอบๆ บริเวณมีการสาดโรยยาผงเอาไว้แล้ว ทั้งยังมีการแปะยันต์คาถาเอาไว้ด้วยจำนวนหนึ่ง พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องแมลงและสัตว์มีพิษต่างๆ จะเข้ามาใกล้
ดวงดาวบนท้องฟ้าระยิบระยับกลายเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดที่ทำให้บรรยากาศงดงามโดยไม่รู้ตัว
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวแล้วก็ต้องตกใจเล็กน้อย
“มีอะไรหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เขาเงียบไปก่อนชั่วคราว จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ไม่ได้รู้สึกโกรธที่นางทำกริยาไม่สุภาพ แต่กลับรออย่างอดทน
เซี่ยเฉียวนับนิ้วคำนวณบางอย่าง สายตาก็จับจ้องอยู่ที่ดวงดาวบนท้องฟ้า ท่าทางจริงจังของนางทำให้คนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกงุนงง แต่ทั้งหมดก็ยังนั่งรออย่างเงียบๆ
หลังจากที่ผ่านไปสักพัก
เซี่ยเฉียวก็เอ่ย “ตำแหน่งดาว…ไม่ค่อยดีนัก”
“อย่างไรหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็มีท่าทีจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
“ข้าเห็นว่า ดาวอายุ[1] สถิตอยู่ในกลุ่มดาวเซิน[2] ดาวแดง[3] โคจรออก บ้านเมืองมีกบฏ ทหารชายแดนทนทุกข์ ธัญพืชราคาแพง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
จ้าวเสวียนจิ่งไม่เข้าใจที่นางพูดช่วงแรกก็จริง แต่ช่วงหลังนั้นเขาเข้าใจมันอย่างชัดเจน
เขารู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันที “อธิบายให้ละเอียดหน่อยได้หรือไม่ ทหารทนทุกข์เมื่อไร เรื่องกบฏเร่งด่วนหรือไม่ และธัญพืชมีราคาแพงเพราะเหตุใด”
นี่เป็นเรื่องใหญ่
เซียวอวี้หรงและซังโหยวเองก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
“ข้าเองก็ยังเห็นปรากฏการณ์ดวงดาวได้ไม่ค่อยชัดเจนนัก เรื่องกบฏอาจจะเป็นอีกสักระยะหนึ่ง ยังมีปรากฏการณ์ดาวศุกร์โคจรเข้าใกล้ดาวราศีพฤษภ…น่าจะเกิดความแห้งแล้ง…ส่วนเรื่องที่ว่าจะกี่เดือนตอนนี้ก็ยังมองได้ไม่ชัด แม้ว่าจะมีอันตราย แต่ก็มีขุนนางข้าราชบริพารคอยช่วย จะไม่เป็นภัยแก่บ้านเมือง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
พอนางพูดจบก็ไอออกมาสองครั้ง
ฝ่ามือของนางซีด
มองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะหมอกลงจัด
“ตอนนี้ข้าบอกได้แค่คร่าวๆ เท่านั้น แต่ก็พอเห็นว่าเป็นลักษณะของความวุ่นวายเล็กน้อยเท่านั้น ขอแค่เตรียมการเรื่องอาหารและทหารไว้ให้ทันก็จะไม่มีปัญหา พอรัชทายาทกลับไปแล้วก็ค่อยให้ท่านราชครูดูให้ละเอียดอีกทีก็แล้วกัน”
ทักษะในการอ่านดวงดาวของนางนั้นไม่เลว
ตั้งแต่นางยังเด็ก พอตกกลางคืนไม่มีอะไรทำนางก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ตอนนั้นที่นางสามารถบอกให้บิดาของนางลองเสี่ยงดวงดูได้ก็เพราะเช่นนี้แหละ
เพียงแต่ถึงอย่างไรนางก็ยังเด็ก ปรากฏการณ์ดวงดาวนั้นมีความซับซ้อน ใช่จะแยะแยะได้ง่ายเหมือนกับโหวงเฮ้งคน การให้ผู้อาวุโสที่มีประสบการณ์ช่วยมองให้ละเอียดอีกทีจะเป็นการดีกว่า
หากมีภัยพิบัติขึ้นมาจริงๆ ก็จะได้หาทางหลีกเลี่ยงเสียก่อนจะได้ไม่เดือดร้อนบ้านเมืองและชาวประชา
จ้าวเสวียนจิ่งจดจำเรื่องนี้ใส่ใจแล้ว หลังจากที่เขากลับไปแล้วจะต้องให้ราชครูตรวจสอบอย่างละเอียดอีกทีโดยไม่ต้องรอให้เซี่ยเฉียวเตือน
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้คิดว่าเซี่ยเฉียวไม่น่าเชื่อถือ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันถึงบ้านเมือง จึงไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ด้วยคำพูดของเซี่ยเฉียวเพียงฝ่ายเดียว ต้องรอให้ราชครูเป็นผู้เอ่ยปากเพื่อให้ขุนนางข้าราชบริพารในราชสำนักได้หารือกัน เช่นนี้จึงจะสามารถดำเนินการแผนการสะสมเสบียงอาหารและเพิ่มกำลังทหารได้
“ข้าว่าเรื่องกบฏไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมากนัก น่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ควรให้ความสนใจเรื่องภัยแล้งมากกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งแทบอยากจะรวบตัวเซี่ยเฉียวเข้าไว้ในอ้อมกอดของตน
เขามองออกว่าร่างกายของเซี่ยเฉียวน่าจะได้รับผลกระทบจากการดูดวงดาวในครั้งนี้อยู่บ้าง
มีคำกล่าวที่ว่าความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผยอยู่ไม่ใช่หรือ
เวลานางดูโหงวเฮ้งให้คนอื่นและเอ่ยทักออกมาไม่กี่คำยังต้องพยายามเก็บค่าทำนายให้ได้เลย เรื่องเงินตอนนี้…
จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบตั๋วเงินสองใบออกมาจากอกเสื้อและยัดมันให้เซี่ยเฉียว “ข้าในฐานะรัชทายาท ต้องขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ที่ช่วยไขข้อสงสัยให้”
เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย
แต่แล้ว…
นางก็รับตั๋วเงินนั้นไว้
ตั๋วเงินมาถึงมือนางแล้ว แม้จะเป็นของคนในครอบครัวก็ควรจะรับไว้นี่นะ?
นางรู้ว่าจ้าวเสวียนจิ่งกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในความเป็นจริงเมื่อครู่นี้นางไม่ได้รู้สึกอ่อนแอแต่อย่างใด เพียงแต่ว่า…นางมองดวงดาวมากไปก็เลยตาลายต่างหาก…
นางเงยหน้าอยู่ตลอด พอมีลมพัดมา มันก็พัดเอาฝุ่นควันจากกองไฟลอยเข้าจมูกนาง นางก็เลยไอออกมา…
ตอนที่ 1126 ไม้นี้ดีจริงๆ
เซี่ยเฉียวถนัดเรื่องแสร้งโง่อยู่แล้ว เวลานี้นางจึงไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก
ยามอยู่ว่างๆ เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ลืมว่านางจะต้องแกะสลักป้ายวิญญาณให้สะใภ้ไช่ใหม่ด้วย เพียงแต่นางมองซ้ายมองขวาแล้วก็ยังมองไม่เห็นไม้ที่เหมาะๆ แถมตอนนี้ก็ยังเป็นเวลามืดค่ำแล้ว นางจะออกไปหาในที่ไกลๆ ก็คงไม่ได้ ถ้าไปบังเอิญเจอพวกงูพวกแมลงต่างๆ เข้าก็คงไม่ดี
“ไม้?” เซี่ยผิงกั่งตบต้นขาของเขาทันที “มีสิ! มีพร้อมใช้เลยทีเดียว!”
เขาพูดจบก็หันไปมองซังโยว
“……” เซี่ยเฉียวรู้สึกเหมือนกับจะกระอักเลือดแล้ว
โจร ผู้ร้าย โหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนา!
“ทำไมต้องมองไปทางศิษย์น้องซังด้วย” เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย
เซียวอวี้หรงและเจียงจิ้นลู่เข้าใจความตั้งใจของเซี่ยผิงกั่ง ทันใดนั้นพวกเขาก็เข้าใจผู้ชายคนนี้อย่างลึกซึ้ง และแอบตัดสินใจแล้วว่าตั้งแต่นี้ต่อไป หากพวกเขาเห็นคนตระกูลเซี่ยคนนี้เมื่อไหร่จะต้องรีบหนีไปให้ไกลทันที!
“เจ้าเก็บไม้นี้ไว้ก็ทำอะไรไม่ได้ ของก็ตายไปแล้ว ก็ควรจะต้องตายให้คุ้มค่าที่สุดสิใช่ไหม” เซี่ยผิงกั่งค่อนข้างมีเหตุผล
ซังโหยวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ก็ลุกขึ้นอย่างเฉยเมย เขาหยิบพิณที่พังขึ้นมาแล้วยัดเข้าใส่อ้อมอกเซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวตกตะลึง “นี่…ใช่อู๋อินหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้นถึงได้พังอนาถขนาดนี้”
“……” ซังโหยวรู้สึกเจ็บปวดในใจ ไม่อยากจะพูดอะไรทั้งนั้น
“เพื่อช่วยเขาให้รอดตาย ไม่ได้รังแกอะไรเลย” เซี่ยผิงกั่งรีบเอ่ย
เขาไม่ได้ผิด!
หากจะโทษก็ต้องโทษแมงมุมพิษนั้น ตกลงไหม!
เซี่ยเฉียวเองก็ยังเดาได้ว่าเรื่องนี้คงไม่พ้นเกี่ยวข้องกับเซี่ยผิงกั่ง เพียงแต่อู๋อินนั้นล้ำค่ามากจริงๆ ตอนนั้นมันกลายเป็นอย่างนี้ไปเสียแล้ว…ก็น่าเสียดายอยู่
“เรื่องอู๋อิ๋นช่างเถอะ แม้ว่ามันจะพังจนซ่อมไม่ได้แล้ว แต่ศิษย์น้องเก็บมันไว้เป็นที่ระลึกก็ดีเหมือนกัน” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ซังโหยวได้ยินเช่นนั้นแล้วก็กลับรู้สึกไม่อยากที่จะเก็บมันไว้อีกต่อไป
“ตอนที่ยังไม่พังมันก็เป็นพิณที่มีชื่อเสียงตัวหนึ่ง ตอนนี้มันพังไปแล้วก็กลายเป็นแค่ไม้ชิ้นหนึ่ง ศิษย์พี่อยากจะเอามันไปแกะสลักเป็นป้ายวิญญาณให้วิญญาณตนนี้ก็นับเป็นเรื่องที่ดี ไม่ถือว่าเป็นการลบหลู่มัน” ซังโหยวเอ่ยอย่างจนใจ
การเก็บมันไว้ท้ายที่สุดแล้วก็มีแต่จะทำให้เขารู้สึกเสียใจมากขึ้นเรื่อยๆ
มอบออกไปจะเป็นการดีกว่า
ซังโหยวตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนั้น เซี่ยเฉียวกลับรู้สึกว่าเขาคงได้รับความสะเทือนใจไม่น้อยแน่ๆ
เขาเป็นคนที่แสวงหาความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขาสามารถกัดฟันมอบสมบัติล้ำค่าของเขาออกมาได้ก็เรียกได้ว่าใจกว้างอย่างหาได้ยากยิ่งแล้ว
ซังโหยวเองก็จนใจนี่!
ถ้าหากเขาไม่ยอมมอบมันให้ สายตาที่เซี่ยผิงกั่งผู้นี้มองเขาก็คงยิ่งแสดงความรังเกียจออกมายิ่งกว่าเดิม!
เขาอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อนและยากที่จะพูดอะไรออกมาได้ในเวลานี้
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นว่าเขายินดีก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป นางหยิบตะกร้าไม้ไผ่ของตนเองที่ภายในมีเครื่องไม้เครื่องมือบางอย่างขึ้นมา เซี่ยเฉียวไสไม้ไปพลางขณะที่ผิงไฟ ป้ายวิญญาณนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไร นางจึงทำมันเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเข้านอน
สะใภ้ไช่ซึ่งอยู่ในร่างของเมิ่งจี๋ฟังที่นั่งมองอยู่ข้างๆ ตลอดเวลายิ่งมองก็ยิ่งพอใจ
นางพึมพำเป็นครั้งคราวว่า ‘ไม้นี้ดีจริงๆ’ แต่ละคำของนางทำให้ซังโหยวรู้สึกว่าจุดฝังเข็มทั่วร่างของเขาเต้นเร่าขึ้นมาทันที
ไม้นี้…จะไม่ดีได้หรือ!
มันได้รับการเช็ดถูทุกวัน บำรุงรักษาอยู่บ่อยๆ ตอนที่มันตกทอดมาถึงมือเขาก็ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ปีแล้ว!
……
กลางดึกทุกคนหลับลึกไปหมดแล้ว
แมลงกลางป่าเขาส่งเสียงร้องไม่ขาด เสียงลมพัดผ่าน มีเสียงดังกรอบแกรบขึ้นมาเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวและสะใภ้ไช่ต่างก็มีรถม้าของตนเอง ส่วนคนอื่นๆ ก็นอนพิงบนตัวรถบ้าง ไม่ก็นอนข้างกองไฟ ช่วงนี้อากาศเริ่มอบอุ่นแล้ว และพวกเขาเองก็นำเสื้อผ้ามาอย่างพอเพียงจึงไม่นับว่าหนาวอะไร
อย่างไรก็ตาม กลางดึกกลางดื่นเสียงดังกรอบแกรบนั้นดูเหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ…
ทันใดนั้นชายชุดดำหลายคนพุ่งออกมาจากพุ่มไม้และแทงไปที่จ้าวเสวียนจิ่งโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง!
แสงเย็นวาบขึ้นในความเงียบไร้สุ้มเสียง ดวงตาทั้งคู่ของจ้าวเสวียนจิ่งลืมขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าแสงกระบี่นั้นกำลังจะทิ่มแทงเข้าสู่ร่างกายเขา มือซ้ายเขาชักกระบี่ออกมาขวางไว้อย่างฉับพลันทันใด
[1] ดาวอายุ ดาวพฤหัส
[2] กลุ่มดาวเซิน กลุ่มดาวหนึ่งทางทิศตะวันตก
[3] ดาวแดง ดาวอังคาร