ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1123 ผู้มีพระคุณและศัตรูคู่แค้น / ตอนที่ 1124 คนงาม
ตอนที่ 1123 ผู้มีพระคุณและศัตรูคู่แค้น / ตอนที่ 1124 คนงาม
ตอนที่ 1123 ผู้มีพระคุณและศัตรูคู่แค้น
เซียวอวี้หรงหน้าแดงและส่ายศีรษะอย่างเงียบๆ เด็กหนุ่มนี่ช่างสรรหามาเล่นกันจริงๆ เขาไม่เข้าใจเลยว่านี่พวกเขากำลังเล่นอะไรกัน…
ส่วนซังโหยวก็ยังเป็นลมอยู่เลย
“ไม่ได้ ข้าทำผมไม่เป็น และไม่รู้ว่าต้องแต่งหน้าอย่างไรด้วย ดูขี้เหร่จริงๆ” โจวเว่ยจงนิ่วหน้าด้วยความลำบากใจ
เขาอายุเท่านี้แล้วยังไม่เคยวาดคิ้วให้ภรรยา แต่กลับจะต้องมาเขียนคิ้วให้ผู้ชายทั้งแท่งแบบนี้?
โจวเว่ยจงมือไม้สั่นและรู้สึกอยากอาเจียนจริงๆ
ดีที่เขายังทนไว้ได้
เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกว่าเขาแต่งหน้าออกมาได้ไม่น่าดูเลยจริงๆ
เมิ่งจี๋ฟังอายุประมาณสิบแปดสิบเก้า ที่จริงก็ควรจะมีหนวดได้แล้ว แต่ใบหน้าเขากลับสะอาดสะอ้าน แม้จะมีไรหนวดครึ้มๆ เล็กน้อย แต่ปกติเขาก็จะคอยจัดการมันทุกวัน จึงไม่ได้ดูสกปรกอะไร แต่คิ้วของเขาหนาและเข้มเกินไปเต็มไปด้วยความองอาจ ใบหน้าของผู้ชายก็ค่อนข้างใหญ่ พอเติมแป้งแต่งหน้าลงไปจึงดูไม่เข้าท่า
“ปรมาจารย์โม่ หรือท่านมาลองหน่อยไหม หากข้าเป็นวิญญาณตนนั้นแล้วมาเห็นหน้าตัวเองเป็นแบบนี้ ข้าก็คงไม่พอใจเหมือนกัน” โจวเว่ยจงอดบ่นพึมพำไม่ได้
เซี่ยเฉียวกำลังก้าวเข้าไปขณะที่จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้น “ซังโหยวเล่า”
“เด็กนั่นช่างไร้ประโยชน์ พอพิณของเขาพังไปก็ปวดใจจนเป็นลมไปแล้ว” เซี่ยผิงกั่งพูดไปเรื่อย
“รอให้เขาฟื้นก่อน เขาแต่งได้ดีกว่าใครทั้งนั้น” จ้าวเสวียนจิ่งจัดแจงเรียบร้อย
พอทุกคนนึกถึงความสามารถของซังโหยวแล้วก็ไม่รู้สึกติดใจสงสัยแต่อย่างใด
ซังโหยวยังคงอยู่ในความฝันของตนเอง
ขณะที่เขากำลังฝันก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง พอลืมตาขึ้นเขาก็เห็นแววตาทรงพลังคู่นั้นของเซี่ยผิงกั่งทันที
“ตื่นๆๆ” เซี่ยผิงกั่งเก็บไม้เก็บมือ “ข้าบอกแล้วว่าเขาไม่เป็นไร น่าจะแค่นอนหลับสบายเกินไปมากกว่า”
เวลานี้พระอาทิตย์ก็ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว
เดิมทีเซี่ยผิงกั่งก็อยากจะรอให้ซังโหยวตื่นขึ้นมาเอง แต่เขาก็กังวลว่าคนๆ นี้จะนอนจนถึงพรุ่งนี้เช้า เขาจึงได้เริ่มหยิกไปตามเนื้อตัวของซังโหยว แต่เนื่องจากเขามีแรงมาก เนื้อตัวของซังโหยวจึงเริ่มแดงปวดแสบปวดร้อนขึ้นมา มันเจ็บเอาการ
ซังโหยวนึกเรื่องพิณของเขาขึ้นมาได้ทันที
และไม่อยากเห็นหน้าเซี่ยผิงกั่งอีกแล้ว
คนผู้นี้เป็นทั้งผู้มีพระคุณของเขาและยังเป็นศัตรูคู่แค้นตัวฉกาจของเขาด้วย!
พิณที่น่าสงสารของเขาโปรดอภัยที่เขาไร้ความสามารถ ไม่สามารถที่จะแก้แค้นเขามันได้แล้ว!
“ตื่นแล้วก็ดี เจ้าเด็กตระกูลเมิ่งนั่นรอเจ้านานแล้ว” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยเสริมขึ้นมา
เขามึนงงเล็กน้อย แล้วเจียงจิ้นลู่ก็รีบเล่าสถานการณ์ให้ซังโหยวฟังอย่างละเอียด ซังโหยวได้ยินแล้วรู้สึกว่า…
ตนเองดูเหมือนจะไม่ได้น่าอนาถขนาดนั้น หากเทียบกันแล้วเมิ่งจี๋ฟังยังดูจะซวยมากกว่าเขาเสียอีก
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เชิญเมิ่งจี๋ฟังมาทางนี้และจัดการแต่งหนาแต่งตาให้เขา
ซังโหยวปัดแปรงในมือด้วยสีหน้าจริงจัง และหยิบบางอย่างสำหรับแต่งขนคิ้วออกมาจากอกเสื้อค่อยๆ จัดการคิ้วเป็นจังหวะ
ลมหายใจของเขาแทบจะโดนหน้าของเมิ่งจี๋ฟัง
ใบหน้าของเมิ่งจี๋ฟังแดงก่ำด้วยความละอายอย่างยิ่ง
ทั้งเซี่ยผิงกั่งและโจวเว่ยจงต่างก็อยากรู้อยากเห็นมาก ชายร่างใหญ่สองคนพากันมายืนซ้ายคนขวาคนข้างๆ พวกเขาด้วยกลัวว่าจะพลาดขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ ไป
“จิ๊ๆๆ เป็นผู้หญิงนี่ยุ่งยากจริงๆ ยังต้องมาวาดคิ้วด้วย…ทั้งเล็กทั้งโค้งแบบนี้สวยตรงไหนกัน” เซี่ยผิงกั่งทำท่าทางรังเกียจเล็กน้อย
“เจ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ ใบหน้าผู้หญิงมีความอ่อนโยน คิ้วแบบนี้สิถึงจะดูดี ใบหน้าของคุณชายเมิ่งก็พอจะถูไถไปได้ โครงร่างก็ไม่ได้ใหญ่โตเกินไปนัก ข้าว่าประเดี๋ยวก็จะกลายเป็นสาวงามคนหนึ่งได้แล้ว” โจวเว่ยจงวิพากษ์วิจารณ์ตามๆ กัน
“ข้าว่าอาจารย์อวี๋ไม่น่าจะชอบแต่งหน้าวาดคิ้วอะไรแบบนี้” เซี่ยผิงกั่งอดพูดขึ้นมาไม่ได้
“เหลวไหล น้องสาวของข้าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกัน ทำไมนางจะไม่วาดเล่า จะต้องเป็นเพราะเจ้าสายตาไม่ดีแน่ๆ ก็เลยมองไม่ออก อีกอย่าง…น้องสาวของข้าทำงานให้บ้านเจ้า นี่ไม่คิดจะซื้อแป้งซื้อชาดให้นางใช้บ้างเลยหรือ หากนางขายไม่ออกจะทำอย่างไร!”
ตอนที่ 1124 คนงาม
พอพูดถึงอวี๋เซียน โจวเว่ยจงก็มีอคติกับเซี่ยผิงกั่งค่อนข้างมากทีเดียว
เซี่ยผิงกั่งไม่เคยซื้อของใช้สำหรับสตรีให้อวี๋เซียนเลยจริงๆ
เขาคิดว่าอวี๋เซียนฝึกยุทธ ดังนั้นสิ่งที่เขาเคยส่งให้ก็จะเป็น…ผ้าเช็ดเหงื่อสำหรับผู้ชาย หินลับมีด พู่สำหรับทวน…
สำหรับเขาแล้วของเหล่านี้ใช้งานได้จริง ไม่ใช่ของที่เอาไว้อวดโอ่
พอเขาได้ยินที่โจวเว่ยจงพูดอย่างนั้นแล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ และคิดว่าตนเองยังทำได้ไม่ดีพอหรือไม่
ผู้หญิง…
ต่างก็ชอบแต่งหน้าทาปากกันใช่ไหม เมื่อก่อนเขาก็เคยคิดที่จะให้นาง แต่ก็ลังเลอยู่พักหนึ่งและไม่ได้ซื้อให้นางในที่สุด
“หากอย่างนั้นครั้งหน้าข้าลองส่งให้นางดูดีไหม” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
“……” มุมปากโจวเว่ยจงสั่นเทาเล็กน้อย “ไม่ต้องแล้ว ของพวกนี้จะให้คนนอกส่งให้ได้อย่างไร มันไม่เหมาะสม ข้าส่งให้เองดีกว่า!”
น่าเสียดายที่เขาไม่ได้สนใจแล้วว่าโจวเว่ยจงพูดอะไรในตอนหลังบ้าง เขาเป็นคนที่ยึดตัวเองเป็นหลักมาตลอด สนใจก็แต่ความคิดของตัวเองเท่านั้น ถ้าเขามัวแต่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรจะไม่เหนื่อยตายหรือ
เซี่ยเฉียวเองก็ได้ยินที่เซี่ยผิงกั่งพูด นางใจเต้นแรงขึ้นมาทันที
พี่ชายของนางไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอย่างนี้มาก่อน หรือว่า…เขากับอวี๋เซียน…
ตั้งแต่ที่นางกลับไปอยู่บ้านตระกูลเซี่ย นางก็ได้วางค่ายอาคมเอาไว้ทั่วบ้านเพื่อปรับพลังหยินหยางธาตุทั้งห้า แต่ดวงชะตาอันโดดเดี่ยวไร้คู่ของพี่ชายใหญ่นั้นยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้และต้องใช้เวลานาน ในเวลาสั้นๆ เช่นนี้คงไม่น่าที่จะได้ผลอะไร
นอกเสียจากว่าจะมีของที่มีพลังรุนแรงอะไรมาข่มดวงชะตาของเขา
และของที่จะสามารถข่มดวงชะตาโดดเดี่ยวไร้คู่ได้ก็มีไม่มาก
หรือไม่ก็ต้องหาคนที่ดวงชะตาแบบเดียวกัน…
นางไม่ทราบแปดอักษรของอวี๋เซียน หลังจากกลับไป…นางจะต้องไปคำนวณดูให้ดีเสียหน่อยแล้ว…
จริงสิ ยังมีดวงชะตาของนางเองอีก…
ตอนนี้นางก็แต่งงานออกเรือนแล้ว หากมีลูกขึ้นมาก็กลัวว่าจะรักษาไว้ไม่ได้ นางต้องคิดหาวิธีเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า
ในขณะที่เซี่ยเฉียวกำลังคิดสะระตะอยู่นั้นซังโหยวก็ทำงานเสร็จแล้ว
ทุกคนเห็นเข้าก็ตกตะลึงไปทันที
พื้นฐานของเมิ่งจี๋ฟังนั้นดีจริงๆ ผิวของเขาขาวสะอาด อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าก็ดูดี
เวลานี้เขาสวมชุดกระโปรงสีเขียวดอกบัว รองเท้าพื้นนุ่มประดับด้วยลูกปัดลวดลายนกยูงและดอกพุดตาน คิ้วเรียวยาวราวทิวเขาห่างไกล ใบหน้าเป็นสีชมพูระเรื่อราวฤดูใบไม้ผลิ งาม งดงามจริง!
เมิ่งจี๋ฟังอ้าปากราวกับมีอะไรจะพูด
“ไม่ต้องพูด!” โจวเว่ยจงเอ่ยปากห้ามทันใด “เจ้าไม่พูดแบบนี้ดีแล้ว”
เซียวอวี้หรงอดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้
มันยากที่จะจินตนาการได้ว่าเสียงที่หยาบกระด้างออกมาจากความงามเช่นนี้จะเป็นภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวแค่ไหน ดังนั้นปล่อยพวกเขาไปเถอะ!
เมิ่งจี๋ฟังกลอกตาหนึ่งที
“แบบนี้ค่อยดีหน่อย หากอย่างนั้นข้าจะให้สะใภ้ไช่เข้าสิงร่างแล้วนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ทุกคนพร้อมใจกันพยักหน้า
เซี่ยเฉียวหยิบยันต์ออกมาพลางพึมพำคาถาเล็กน้อย หลังจากผ่านไปสักพักวิญญาณตนนั้นก็เข้าสิ่งร่างอย่างราบรื่น จิตวิญญาณของเมิ่งจี๋ฟังก็หลับใหลไปทันที
เซี่ยเฉียวไม่ได้กังวลว่าวิญญาณตนนี้จะสิ่งร่างเมิ่งจี๋ฟังตลอดไป เมิ่งจี๋ฟังเป็นคนที่ยังมีชีวิต พอถึงเวลาเขาจะรู้สึกตัวขึ้นมา แล้วจิตวิญญาณของเขาก็จะขับวิญญาณนางออกมาเอง
เจียงจิ้นลู่ไม่เคยเห็นการเข้าสิงร่างมาก่อน
ตอนนี้เขาได้เห็นมันกับตาตัวเองแล้ว
เขาถึงกับปากอ้าตาค้างไปเลย
ในขณะที่เขากำลังตกตะลึงอยู่นั้นก็มีวิญญาณลอยเข้ามาในระยะใกลๆ เขาจึงยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่
อย่างไรก็ตามมันก็แค่วิญญาณที่ผ่านทางมาเท่านั้น ไม่มีอะไรพิเศษ แต่เจียงจิ้นลู่กลับรู้สึกหลากหลายอามรมณ์ มันทั้งแปลก น่ากลัว น่าตื่นเต้นและน่าตกใจเสียจนเขาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้
“ข้อน้อยคารวะทุกท่าน” ไช่เอ้อเหนียงติดตามเมิ่งจี๋ฟังเป็นเวลาหลายวันขนาดนี้แล้ว นางจึงนับได้ว่าเป็นวิญญาณที่พอจะมีประสบการณ์และค่อนข้างรู้มารยาทดีทีเดียว
หลังจากที่แสดงความเคารพแล้ว ไช่เอ้อเหนียงก็แย้มยิ้มและนั่งลงเพื่อรอดื่มกิน
นางอยากจะเป็นคนไม่มีศีลธรรมดูบ้าง ดังนั้นวันนี้นางจึงไม่ต้องทำงานใดๆ แค่รอสัมผัสประสบการณ์ที่ได้รับการปรนนิบัติรับใช้จากคนอื่นก็พอแล้ว!