ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1121 สิงร่าง / ตอนที่ 1122 ไม่มีที่ให้หนี
ตอนที่ 1121 สิงร่าง / ตอนที่ 1122 ไม่มีที่ให้หนี
ตอนที่ 1121 สิงร่าง
ที่เซี่ยเฉียวทำได้ก็แค่ทำความปรารถนาสุดท้ายของนางให้เป็นจริง
แต่นางกลัวว่าวิญญาณตนนี้จะยังไม่ยอมจากไปเหมือนเดิม
หากนางไม่ให้ความร่วมมือ นางก็มีแต่จะต้องใช้กำลังบังคับเท่านั้น เมื่อเป็นอย่างนั้นก็คงจะต้องมีการบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แล้วจะทำอย่างนั้นไปทำไม
เซี่ยเฉียวค่อนข้างสับสน โชคดีที่หลังจากที่สะใภ้ไช่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางก็พยักหน้าตกลง “ข้าอายุสั้น ไม่ค่อยได้มีประสบการณ์อะไรมากมาย ความสามารถก็มีน้อย ข้าไม่มีความปรารถนาอื่นใดนอกจาก…ทำตัวเป็นคนไม่มีศีลธรรมสักวัน”
“หมายความว่าอย่างไร” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น
“ตลอด…ตลอดชีวิตของข้า ข้าเป็นคนว่าง่าย ทำงานงกๆ ทุกวัน เป็นห่วงแต่คนอื่น หากถามว่าความปรารถนาสุดท้ายของข้าคืออะไร ข้าอยากจะเป็นตัวของตัวเองสักครั้งตอนที่ยังมีชีวิตอยู่” วิญญาณเอ่ยอีกครั้ง
ครามปรารถนานี้ออกจะยุ่งยากเล็กน้อย
หากสะใภ้ไช่อยากเป็นตัวของตัวเอง นางคงไม่สามารถทำแทนได้อย่างแน่นอน
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือจะต้องให้วิญญาณตนนี้สิงร่างนางเพื่อกลับมามีชีวิตสักวันหนึ่ง
แต่แบบนี้ก็แปลว่านางจะต้องยอมสละร่างกาย?
เซี่ยเฉียวไม่ยินดีจะทำอย่างนั้น
นางทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้วจริงๆ เพื่อที่จะมีชีวิตรอด แต่การสิงร่างนี้กลับเป็นสถานการณ์ที่นางไม่ชอบที่สุดแล้ว
นางเองก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นมาแล้ว นางจึงรู้ว่ามันเป็นอะไรที่นางรู้สึกไม่ดีเลย อีกอย่าง หากเป็นการให้คนอื่นใช้ร่างนางในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกก็แล้วไปเถอะ แต่นี่…มันน่าอึดอัดใจ
ไม่ดีเลย
“เกิดอะไรขึ้น” จ้าวเสวียนจิ่งถามเมื่อเห็นว่าเซี่ยเฉียวนิ่วหน้า
เซี่ยเฉียวจึงเล่าสถานการณ์ให้เขาฟัง
จ้าวเสวียนจิ่งได้ยินแล้วก็คลายคิ้วที่ขมวดมุ่น “ง่ายๆ เมิ่งจี๋ฟังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้หรือ แม้ว่าวิญญาณเข้าสิ่งร่างคนทั่วไปจะมีผลกระทบ แต่ท่านเป็นปรมาจารย์ ท่านจะต้องทำให้ผลกระทบนี้เกิดขึ้นน้อยที่สุดได้ไม่ใช่หรือ”
“ทำได้กระมัง…การเข้าสิงร่างคนอื่นอาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่สะใภ้ไช่ติดตามเมิ่งจี๋ฟังมานานแล้ว ทั้งสองคนมีเวรกรรมต่อกัน ถ้าหากให้นางสิงร่างเขาก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จริงๆ” นางใช้ยันต์คาถาหน่อยก็สามารถรับรองได้ว่า จะไม่มีผลเสียต่อร่างกายของเมิ่งจี๋ฟัง และทำลายบุญกุศลของวิญญาณ
“ก็ได้แล้วนี่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยสบายๆ
“แต่เขาเป็นผู้ชายนี่” เซี่ยเฉียวจนปัญญาเล็กน้อย สะใภ้ไช่ต้องการเป็นผู้หญิงที่ไร้ศีลธรรม!
“ให้เขาเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าผู้หญิงก็พอแล้ว ก็แค่วันเดียวเท่านั้น ให้ถือว่าเขาเป็นผู้หญิงสักวัน” จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “ประเดี๋ยวค่อยบอกคนอื่นทีหลังว่าให้ทุกคนทำเป็นหูหนวกตาบอดมองไม่เห็นไปเสียก็ได้แล้ว”
อย่างไรก็ตาม จะให้นางสิงร่างเซี่ยเฉียวก็เป็นไปไม่ได้แน่นอน
เขาเคยเห็นเซี่ยเฉียวถูกสิงร่างกับตาตัวเองมาแล้ว และเขาไม่อยากที่จะเห็นภาพนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง
ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของนางก็ไม่ดีเอาเสียเลย หากนางถูกสิงครั้งหนึ่ง แล้วก็ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนจึงจะบำรุงฟื้นฟูกลับมาได้
เซี่ยเฉียวมองไปที่วิญญาณ “เจ้าคิดว่า…ได้ไหม”
“……” เมิ่งจี๋ฟังตกตะลึงเมื่อได้ยินที่พวกเขาพูดกัน
เขาอยากตะโกนออกมาสักครั้งเพื่อแสดงการปฏิเสธ!
แต่โจวเว่ยจงกลับวางมือบนไหล่ของเขา “คุณชายเมิ่ง หากเรื่องนี้ต้องลำบากถึงปรมาจารย์โม่ รัชทายาทก็จะไม่พอพระทัย ใต้เท้าเซี่ยก็คงไม่พอใจ ยังมีอาจารย์เซียว อาจารย์ซัง และคุณชายเจียง พวกเขาจะต้องจดจำเจ้าไปตลอดแน่ๆ”
“……”เมิ่งจี๋ฟังมีสีหน้าสิ้นหวัง
เขาไม่ควรตามเดรัจฉานพวกนี้มาคนเดียวจริงๆ!
รังแกเขาที่อ่อนแอและไม่มีใครหนุนหลัง!!
แต่โจวเว่ยจงรู้สึกว่าเดิมทีมันก็เป็นการแก้ไขปัญหาให้กับเมิ่งจี๋ฟังอยู่แล้ว เขาต้องทำอะไรบ้างก็เป็นสิ่งที่สมควรแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกันแล้วหากปรมาจารย์ถูกสิ่งร่างจะมีอันตรายมากกว่า เขารู้ว่าคนที่รู้แจ้งหยินหยางนั้นแตกต่างจากคนทั่วไป หากวิญญาณตนนี้ออกไป แล้วมีวิญญาณตนอื่นที่อยู่ใกล้ฉวยโอกาสเข้ามาเล่าจะเป็นอย่างไร
พอถึงเวลานั้นพวกเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว!
สะใภ้ไช่ลังเลเล็กน้อย
แต่กลิ่นอายของเซี่ยเฉียวทำให้นางหวาดกลัวเล็กน้อย ดังนั้นนางจึงพยักหน้าตกลงในที่สุด
ตอนที่ 1122 ไม่มีที่ให้หนี
เซี่ยเฉียวรู้สึกโล่งใจในทันที แต่สายตาของเมิ่งจี๋ฟังกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
สายตาใจดีมีเมตตาของนางจ้องหน้าเมิ่งจี๋ฟัง และมุมปากของนางยกยิ้มที่สมบูรณ์แบบ น้ำเสียงของนางอ่อนโยนราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิกระทบกับก้อนกรวด มันช่างเบาและไพเราะ “คุณชายเมิ่ง เจ้าตัวไม่สูงมาก ในเมื่อเจ้าเหยียบป้ายวิญญาณของนางแล้ว หากขอให้เจ้าช่วยทำความปรารถนาให้ไช่เอ้อเหนียงสักหน่อย ก็คงจะไม่ทำให้เจ้าลำบากมากเกินไปใช่ไหม”
“ลำบาก…” เมิ่งจี๋ฟังขึงตาใส่นาง
“เฮ้อ ไช่เอ้อเหนียงช่างน่าสงสารจริงๆ ทั้งชีวิตของนางไม่เคยมีประสบการณ์ชีวิตที่มีความสุขมาก่อนเลย ไม่เหมือนเจ้า คุณชายเมิ่งที่เกิดมาพร้อมกับเสื้อผ้าหรูหรา อาหารรสเลิศ และบ่าวรับใช้เต็มบ้าน เจ้ายังเป็นคนใจกว้างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตาและน่ารัก” เซี่ยเฉียวพูดอะไรเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างหน้าด้านๆ
เมิ่งจี๋ฟังโชคดีเกิดจากโชคชะตาของเขาเอง
เซี่ยเฉียวกำลังใช้ศีลธรรม…เพื่อกดขี่เขา
หากเขาไม่ตกนรกแล้วใครจะลงนรก
“ท่าน…นักพรตอย่างท่าน….” แอบร้าย!
เมิ่งจี๋ฟังตกตะลึงเล็กน้อย และถอยห่างครั้งแล้วครั้งเล่า
จากนั้นเขาก็พบว่าตนเองไม่มีที่ให้หนีไปไหนแล้วจริงๆ
รัชทายาทและโจวเว่ยจงกำลังจ้องเขาอยู่! แม้ว่าเขาจะกล้าเอ่ยเรื่องซุบซิบนินทารัชทายาท แต่ความจริงแล้วเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่า ท่านอาของเขาเป็นคนมีคุณธรรมไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร รัชทายาทก็ไม่เคยทำอะไรเขาเพราะเห็นแก่หน้าของท่านอาหญิงและองค์ชายสี่…
อย่างมากก็แค่ลงโทษเล็กน้อยเท่านั้น
แต่เขาไม่กล้าปฏิเสธความประสงค์ของรัชทายาท
“ข้า…ข้าทำอย่างไรได้…” เขาไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนจริงๆ ได้แต่ต้องกัดฟันอุทิศตนให้พวกเขา
“น่าจะมีเสื้อผ้าที่ข้ายังไม่ได้ใส่อยู่ในรถม้าของข้า เจ้าแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าก็พอ” เซียวเฉียวเอ่ยอีก
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าเขาถูกลบหลู่
เปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าผู้หญิง!?
หากคนอื่นรู้เข้าจะเป็นอย่างไร!
“เจ้าวางใจได้ อย่างมากพวกเราก็แค่ค้างอยู่ข้างนอกอีกสักวัน พอถึงพรุ่งนี้เวลาเดียวกันนี้เจ้าก็ถือว่าทำความปรารถนาของสะใภ้ไช่สำเร็จแล้ว จากนั้นก็ค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นผู้ชาย หลังจากที่กลับไปแล้วพวกเราจะไม่บอกญาติและสหายของเจ้าแน่นอน ไม่ทำให้เจ้าอับอายแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวเกรงใจเมิ่งจี๋ฟังมากไปหน่อย
เจ้าเด็กนี่ไม่ยอมคิดดูให้ดีๆ บ้างว่าทั้งหมดนี้เป็นการทำเพื่อใครกันแน่
เขาถูกวิญญาณติดตาม หากเขาไปหานักพรตที่วัดอื่นก็คงจะไม่สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้อย่างนี้ คงทำได้เพียงแต่บังคับเก็บวิญญาณไป และหลังจากที่เก็บวิญญาณไปแล้ว เขาก็อย่าได้หวังเลยว่าจะได้แข็งแรงกระโดดโลดเต้นได้เหมือนเดิมในทันที
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งที่เขาโตมาขนาดนี้แล้ว แต่คาดว่าคงจะไม่เคยได้ทำกุศลอะไรมากมาย ไร้ความคิดและไร้คุณธรรม ตอนนี้เขามีโอกาสได้ทำให้วิญญาณจากไปอย่างสบายใจร่วมกับเซี่ยเฉียว มันจะต้องเป็นผลดีต่อเขาอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเขาเป็นรัชทายาท
สิ่งที่เขาไม่พอใจยิ่งกว่าก็คือ การที่ตระกูลเมิ่งสั่งสอนให้เมิ่งจี๋ฟังกลายเป็นคนเอาแต่ใจอย่างนี้
เขาโตขนาดนี้แล้วแต่ก็ยังไม่รู้ความ ไม่รู้หรือว่าตนเองไม่สามารถขัดคำสั่งของเขาได้
พอเห็นสีหน้าน่าทุบตีของเขาแล้ว เขาก็อยากที่จะมีประสบการณ์เป็นฮ่องเต้ทรราชขึ้นมาสักครั้ง และตัดหัวเขาเป็นคนแรก
สายตาที่อึมครึมของรัชทายาททำให้เมิ่งจี๋ฟังมีลางสังหรณ์ไม่ดี ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าคร่ำครวญอีกต่อไป และพยักหน้าแต่โดยดี
เซี่ยเฉียวกลับไปที่รถม้าค้นดูเสื้อผ้าอยู่สักพัก
นางมักจะต้องเปลี่ยนตัวตนของตนเองอยู่เสมอ ดังนั้นจึงมีเสื้อผ้าทั้งเก่าและใหม่หลายชุดเตรียมไว้บนรถม้า จะให้เมิ่งจี๋ฟังใส่ชุดที่นางเคยใส่แล้วก็คงไม่ดี นางจึงได้แต่ต้องหยิบชุดใหม่เอี่ยมออกมา
อาจารย์เซียวและคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องราวอะไรทั้งนั้น
พวกเขาเห็นว่าโจวเว่ยจงพาเมิ่งจี๋ฟังเข้าไปในรถม้าด้วยกันทำไมก็ไม่รู้
ไม่เพียงแต่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังต้องแต่งหน้าแบบผู้หญิงด้วย
หลังจากที่โอเอ้กันอยู่นาน เมิ่งจี๋ฟังก็ลงจากมารถม้าในที่สุด
พรืด… เซี่ยผิงกั่งที่กำลังดื่มน้ำจากถุงหนังพ่นน้ำออกมาทันที เจียงจิ้นลู่เองก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาจ้องมองเมิ่งจี๋ฟัง ตาค้างด้วยความมึนงงเล็กน้อย