ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1119 ป้ายวิญญาณ / ตอนที่ 1120 เข้าฝัน
ตอนที่ 1119 ป้ายวิญญาณ / ตอนที่ 1120 เข้าฝัน
ตอนที่ 1119 ป้ายวิญญาณ
มีกลิ่นฝุ่นดินเข้มข้นโชยมาปะทะหน้า
ภายในบ้านมีใยแมงมุมเต็มไปหมดให้บรรยากาศแปลกๆ
สิ่งของที่วางระเกะระกะกลับไม่ได้มากมาย เพราะเท่าที่ฟังจากที่เอ้อเหนียงบอกก็คือ ตอนที่คนในบ้านนี้จากไป พวกเขาก็ได้ขนย้ายของไปหมดแล้ว แม้แต่โต๊ะเก้าอี้ม้านั่งต่างๆ ก็มีน้อยจนน่าสงสาร
“คืนนั้นข้าอยู่ในห้องด้านในตลอด” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยเสียงเบา
เซี่ยเฉียวก้มศีรษะลงเล็กน้อยและก้าวผ่านประตูแคบๆ เข้าไปด้านใน
บนพื้นมีไม้กระดานวางกระจัดกระจาย แผ่นไม้บางแผ่นเคยถูกหนูกัดแทะ ดูค่อนข้างไร้ระเบียบ พอเหยียบลงไปก็มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังเสียดหู ฟังแล้วน่าอึดอัด
“ไม่มีอย่างอื่นแล้วหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ไม่มีแล้วจริงๆ” เมิ่งจี๋ฟังเองก็ทุกข์มากเช่นกัน “ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าไปล่วงเกินวิญญาณตนนี้ที่ตรงไหน วันนั้นตอนที่ข้าเข้ามาก็ค่อนข้างจะสุภาพเกรงใจอยู่ หลังจากที่ข้าเข้ามาแล้วก็ยังกราบไหว้เทพเจ้าด้วยนะ ใครจะรู้ว่าจะมีวันดวงตกที่ไม่สามารถอธิษฐานขอพรจากเทพเซียนด้วย ในวัดประจำเมืองนั้นยังมีคนมากราบไหว้ตั้งมากมายทุกวันเลย…”
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมตัวเองถึงได้ไปยั่วยุวิญญาณชั่วร้ายเสียได้
เซี่ยเฉียวมองไปรอบๆ
การตกแต่งภายในห้องนี้เรียบง่ายมาก มีแค่เตียงกับโต๊ะอย่างละตัวเท่านั้น บนเตียงนั้น…ไม่มีมุ้ง แต่มีผ้าผ่มที่ขาดรุ่งริ่งจนแทบดูไม่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว
เซี่ยเฉียวข้ามเตียงแล้วมองไปที่พื้นอีกครั้ง
ทันใดนั้นนางพบว่าท่ามกลางกระดานไม้ที่ระเกะระกะมากมายมีกระดานไม้สั้นๆ อยู่แผ่นหนึ่ง นางหยิบมันขึ้นมาดู…
“ป้ายวิญญาณของหงไช่สะใภ้เอ้อเหนียง” เซี่ยเฉียวอ่านมันออกมาด้วยความรู้สึกจนใจ จากนั้นก็ส่งมันให้เมิ่งจี๋ฟัง “วันนั้นเจ้าเหยียบนางหรือเปล่า”
เดิมทีป้ายวิญญาณนี้ก็มีฐานตั้งอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปี ไม้ผุผังไปบ้าง ฐานไม้นั้นจึงหลุดแยกออก ทำให้ป้ายวิญญาณนี้วางอยู่บนพื้นเหมือนกับแผ่นไม้ทั่วไปอื่นๆ
ตอนที่เมิ่งจี๋ฟังมาถึงที่นี่ในวันนั้นก็มืดค่ำแล้ว เขาคงไม่ได้มองของพวกนี้ให้ละเอียดหรอก
ต่อให้เป็นเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็จะต้องรีบร้อนที่จะจากไปจนเพิกเฉยมัน
เมิ่งจี๋ฟังเองก็งุนงงไปหมดแล้ว “ข้า ข้าไม่รู้จริงๆ นี่”
“ไม่ใช่เพราะเจ้าตาบอดมองไม่เห็นหรอก แต่นางก็อยู่ที่นี่ของนางคนเดียวมานาน จู่ๆ เจ้าก็โผล่มาเหยียบนาง ใครจะมันจะไปพอใจได้” เซี่ยเฉียวพูดช้าๆ แต่แทงใจดำ
ยิ่งไปกว่านั้นไช่เอ้อเหนียงคนนี้ยังมีความแค้นอยู่ในใจ นางรู้สึกว่าตนเองถูกคนอื่นเพิกเฉยอยู่เสมอ จึงได้ไม่ยอมไปเกิดใหม่เสียที
ตอนนี้นางก็ตายไปแล้ว เมิ่งจี๋ฟังก็ยังมาเพิกเฉยมองข้ามนางไปอีก
นางระบายความแค้นไม่ได้จึงได้ติดตามเขาไป
อันที่จริงวิญญาณตนนี้ก็ยังพอพูดจารู้เรื่องอยู่
ตอนที่นางถามก็ตอบแบบจริงใจไม่มีการโกหก กับเมิ่งจี๋ฟังนางก็แต่ติดตามเฉยๆ ไม่ได้สร้างปัญหาอื่นใด ไอแค้นมากมายขนาดนี้แต่นางก็ยังสามารถระงับยับยั้งได้ นั่นก็ถือว่าหาได้ยากแล้ว
เซี่ยเฉียวสั่งให้เมิ่งจี๋ฟังถือแผ่นป้ายนั้น แล้วพากันเดินออกไปข้างนอก
“เร็วอย่างนี้เลย?” ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อเลยนะ?
“บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โต จะใช้เวลานานได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม สายตาที่มองจ้าวเสวียนจิ่งก็อ่อนโยนมากเช่นกัน
เมิ่งจี๋ฟังแค่นเสียงเหมือนแมวขู่ออกมาสองที
เดิมทีจ้าวเสวียนจิ่งคิดว่าอาจมีวิญญาณอยู่ข้างใน ไม่แน่พวกเขาอาจจะถูกกักไว้ข้างในสักพัก แต่ก็คิดว่าในเมื่อเมิ่งจี๋ฟังสามารถออกไปจากที่นี่ได้ ปัญหาที่นี่ก็คงจะไม่ได้ใหญ่นัก เซี่ยเฉียวจะต้องจัดการได้แน่ แค่อาจจะใช้เวลาหน่อยเท่านั้น
เขาแค่นึกไม่ถึงว่าจะเร็วขนาดนี้
ภายใต้แสงอาทิตย์ป้ายวิญญาณนั้นยิ่งดูเย็นเยือกยิ่งขึ้น
เงาของเมิ่งจี๋ฟังกลายเป็นสองเงาอีกครั้ง
อีกเงาหนึ่งก็ยังเป็นเงาที่ไร้ศีรษะ
โจวเว่ยจงเองก็ตกใจเช่นกัน เขาเคยเห็นปรมาจารย์จับวิญญาณมาก่อนก็จริง แต่ก็ยังไม่เคยเห็นปรากฏการณ์จริงๆ และแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน!
ตอนที่ 1120 เข้าฝัน
วิญญาณตนนี้ปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่ที่เซี่ยเฉียวนำป้ายวิญญาณออกมาแล้ว นางมองป้ายวิญญาณด้วยท่าทางโดดเดี่ยวและอ้างว้างมาก
“แผ่นป้ายวิญญาณนี้เก่าแล้ว ข้าเอาอุปกรณ์แกะสลักมาด้วย ประเดี๋ยวข้าจะหาไม้ดีๆ มาแกะสลักป้ายให้เจ้าใหม่สักอัน ถ้าหากเจ้ารู้ว่าครอบครัวของตัวเองชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร หลังจากที่กลับไปแล้ว พวกข้าจะตามหาพวกเขาให้แล้วส่งป้ายวิญญาณกลับไป ดีหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
ไช่เอ้อเหนียงส่ายหน้า
“ตอนนั้นพวกเขายังจำข้าไม่ได้ ตอนข้าตายไปพวกเขาจะสนใจป้ายวิญญาณได้อย่างไร” อันที่จริงนางเข้าใจดี
นอกจากนี้ ลูกๆ ของนางก็แก่ชราแล้ว พวกเขาคงจะลืมนางหมดสิ้นไปนานแล้ว
หลังจากเป็นวิญญาณมาหลายปี อันที่จริงนางเองก็คิดอะไรได้หลายอย่าง
เมื่อนางมองย้อนกลับไปในชีวิตของตนเอง นางก็พอจะเข้าใจได้ว่า ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นางโง่เกินไป
“เมิ่งจี๋ฟัง คุกเข่า!” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็ตะคอกใส่เมิ่งจี๋ฟัง
เปลือกตาของเมิ่งจี๋ฟังกระตุก แข้งขาเขาอ่อนลง แต่เขาก็ยังกัดฟันถาม “มีสิทธิ์อะไร…”
เขาเป็นถึงคุณชายเมิ่ง ทำไมจะต้องคุกเข่าง่ายๆ อย่างนี้…และมันยังเป็นคำสั่งของนักพรตอย่างโม่ชูเซิงด้วย…
เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างเย็นชา จ้าวเสวียนจิ่งเตะเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ พริบตานั้นเข่าของเขาก็งอพับลง แล้วตัวเขาก็ล้มกระแทกลงกับพื้นทันที
“เจ้ามายืมบ้านคนอื่นอาศัยค้างคืน แล้วยังไปเหยียบป้ายวิญญาณของเขาอีก จะต้องขอบคุณและขอโทษเขาด้วย” เซี่ยเฉียวเอ่ยเหตุผล
วิญญาณตกตะลึงไปเล็กน้อย
“ไม่ต้องหรอก…” ไหนเลยจะต้องขอโทษนาง…
แม้ว่านางจะพูดออกมาอย่างนั้นก็จริง แต่เมื่อเห็นว่าเขาคุกเข่าให้ นางก็รู้สึกมีความสุขเล็กน้อย
สีหน้าของเมิ่งจี๋ฟังดูไม่จืด แต่ด้วยอำนาจของรัชทายาทเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้มศีรษะให้นาง “ข้าขอโทษท่าน และขอบคุณที่ให้ที่พักพิง ข้าจึงไม่ต้องนอนในป่าวันนั้น”
“เจ้าจะต้องขอบคุณนาง” เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างจริงจัง “สถานที่นี้มีพลังหยินและไอแค้นไม่น้อย จะต้องมีพวกงูหนูมดแมลงมากมาย แม้ว่าเจ้าจะเข้าไปในห้องแล้วก็ตาม ข้าเกรงว่าคงไม่พ้นต้องเดือดร้อนประสบเหตุจากสิ่งเหล่านั้นเป็นแน่ แต่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดมิดอย่างนั้น เจ้ากลับสามารถผ่านพ้นค่ำคืนนั้นไปได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น…”
“หากข้าเดาไม่ผิด คืนนั้นสะใภ้ไช่ได้คอยขับไล่อันตรายมากมายให้เจ้า และคุ้มครองให้เจ้าปลอดภัย” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เมิ่งจี๋ฟังได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ “เป็นไปได้อย่างไร”
เซี่ยเฉียวกลับมองไปที่สะใภ้ไช่
สะใภ้ไช่พยักหน้าอย่างเงียบๆ
“ไม่มีใครอยู่ที่นี่มานานแล้ว แค่เห็นแวบแรกข้าก็รู้แล้วว่าคุณชายเมิ่งผู้นี้เป็นคุณชายผู้บอบบาง เขาคงจะพบกับเรื่องลำบากจึงมาอาศัยพักพิงในบ้านข้า แค่หนูตัวเดียวก็ทำให้เขาตกใจจนตัวสั่น ดูน่าสงสารอยู่” น้ำเสียงสะใภ้ไช่สงบมาก
“เจ้าปกป้องคุ้มครองเขา แต่เจ้าไม่คิดว่าเขาจะเหยียบแผ่นป้ายวิญญาณของเจ้าอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
สะใภ้ไช่ส่ายศีรษะ “ข้า…ข้าเข้าฝันเขา”
“???” เซี่ยเฉียวชะงักไปครู่หนึ่ง “เข้าฝัน?”
ปกติแล้วจะต้องเป็นคนในครอบครัวเท่านั้นจึงจะเข้าฝันกันได้
อย่างไรก็ตาม วิญญาณตนนี้มีพลังมาก และเมิ่งจี๋ฟังก็อยู่ในอาณาเขตของนางด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“อืม ข้าบอกให้เขาระวังหน่อย อย่าเหยียบข้า แต่เขาก็ไม่ฟัง” นั่นเป็นเหตุผลที่นางแค้น เช่นเดียวกับที่นางแค้นสามีและลูกๆ ของนางเองนั่นแหละ ทั้งๆ ที่นางทุ่มเทอย่างมาก แต่กลับไม่มีใครให้ความสำคัญกับคำพูดของนางเลย!
เซี่ยเฉียวถามเมิ่งจี๋ฟังเกี่ยวกับความฝัน
พอเมิ่งจี๋ฟังได้ยินเช่นนั้นเขาก็อยากร้องไห้ขึ้นมาทันที
“วันนั้นข้ากลัวแทบตาย แล้วจะนอนหลับลงได้อย่างไร ข้าแค่งีบหลับไปนิดหน่อยเท่านั้น ในระหว่างที่กำลังเคลิ้มข้าก็อาจจะฝันไป แต่ข้าจำไม่ได้นี่?” เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าในใต้หล้านี้ไม่มีใครที่ถูกปรักปรำหนักเท่าเขาแล้ว
“เจ้าเองก็ได้ยินแล้ว เมิ่งจี๋ฟังเองก็ไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจแทนเจ้าได้ว่าจะยกโทษให้เขาหรือไม่ แต่การตามติดคนเป็นก็จะมีผลต่อบุญกุศลวาสนาของเจ้า ตอนนี้ก็คลี่คลายความเข้าใจผิดได้แล้ว เอาอย่างนี้ดีไหม ให้ข้านำป้ายวิญญาณของเจ้าไปที่วัดอวี้ซวี ให้นักพรตดูแลให้ แล้วหากเจ้ายังมีความปรารถนาอะไรก็ขอให้บอกข้า ข้าจะช่วยทำให้แทน”