ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1117 เก็บไว้เป็นที่ระลึก / ตอนที่ 1118 ไม่มีทายาท
ตอนที่ 1117 เก็บไว้เป็นที่ระลึก / ตอนที่ 1118 ไม่มีทายาท
ตอนที่ 1117 เก็บไว้เป็นที่ระลึก
เซี่ยผิงกั่งไม่อาจเข้าใจได้เลยจริงๆ ว่ามีคนที่พกของแพงขนาดนี้ออกจากบ้านมาได้อย่างไร
แล้วมันก็ไม่ได้เหมือนกับอาวุธด้วยที่เอาไว้ปกป้องคุ้มครองตัวเอง มันก็แค่เครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่สามารถดีดออกมาเป็นเสียง ‘ติงๆ ตังๆ’ น่าหนวกหูได้เท่านั้น เขาฟังไม่รู้เรื่อง ได้ยินแล้วก็รู้สึกง่วงนอน…
ซังโหยวได้ยินที่เขาพูด
ก็ยิ่งทิ่มแทงใจ
“ไม่กี่สิบตำลึง? ใต้เท้าเซี่ย ข้าว่าดาบของท่านที่ตัดเหล็กได้ราวกับตัดดินเหนียวอย่างนี้ก็คงมีค่าแค่ไม่กี่สิบตำลึงสินะ?!” ซังโหยวโกรธจัด
“ใช่แล้ว” จากนั้นเซี่ยผิงกั่งก็พนักหน้า “ดาบด้ามนี้ราคาถูกนะ ข้าซื้อมาด้วยราคายี่สิบเจ็ดตำลึง ด้วยราคานี้ข้ายังคิดว่าเถ้าแก่เจ้าของร้านทำเงินได้ไม่น้อยแล้ว”
ตัดเหล็กได้ราวกับตัดดินเหนียว? นั่นเป็นเพราะเขามีความสามารถ ไม่เกี่ยวอะไรกับดาบเลย!
“!!!” ซังโหยวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ถูกขนาดนั้นเลย…
ว่ากันว่าเซี่ยผิงกั่งคลั่งไคล้อาวุธไม่ใช่หรือ! เขาเห็นประกายคมดาบวาบออกมาก็ยังนึกว่ามันคงมีราคาไม่น้อยเสียอีก เดิมทีเขาก็นึกว่าจะใช้เรื่องนี้มาเยาะเย้ยเซี่ยผิงกั่ง แต่กลับนึกไม่ถึงว่า…เขาจะถูกตีกลับมาทั้งกองทัพแบบนี้!
มันทำให้ดูเหมือนว่าที่เขานำพิณนั้นออกมาจากบ้านด้วยเป็นเรื่องที่โง่เง่ามากอย่างนั้น…
ในใจเขารู้สึกหนาวเหน็บไปหมด
ลมที่พัดมาแทบจะพัดเอาหัวใจของเขาไปด้วยแล้ว
เขาไม่มีพิณแล้ว แล้วยังต้องมาเผชิญหน้ากับเซี่ยผิงกั่งคนไม่มีเหตุผลผู้นี้อีก ไม่สู้เขาตามพิณไปให้มันจบๆ เลยดีกว่า…
สีหน้าของเขาสับสน ชุดขาวของเขาพลิ้วไหวท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิเล็กน้อยจนทำให้เขาดูเหมือนกับจะกลายเป็นเซียนลอยขึ้นสวรรค์ไปแล้วกระนั้น
“เจ้าอย่าได้ยืนรับลมอย่างนั้นเลย เดิมทีเจ้าก็โมโหมากอยู่แล้ว หากปล่อยให้ร่างกายโดนลมจนป่วยก็ต้องใช้เงินรักษาอีก” เซี่ยผิงกั่งอดเตือนขึ้นมาไม่ได้
เขารู้สึกว่าชั่วชีวิตนี้เขาคงไม่สามารถที่จะเข้าใจพวกบัณฑิตได้อีกแล้ว
อารมณ์อ่อนไหวง่ายอย่างนี้ไม่ดีกับสุขภาพเลย
เฮ้อ!
เวลานั้นซังโหยวรู้สึกเลือดพุ่งขึ้นศีรษะ เขาหันกลับไปมองสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ของเซี่ยผิงกั่ง แล้วก็ตาลายขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ จากนั้นก็เป็นลมลงไปทันทีทั้งที่โกรธอยู่อย่างนั้น!
“ข้าว่าแล้วอย่างไรเล่า ลมแรง สถานที่ชั่วร้าย จะต้องระวังร่างกายไห้มาก พวกเจ้าคิดว่าร่างกายของพวกเจ้าแข็งแกร่งเหมือนกับข้าหรือ” เซี่ยผิงกั่งส่ายหน้าพลางเดินเข้าไป เขาเอื้อมมือเข้าไปจับรักแร้ของซังโหยวและยกขึ้นอย่างง่ายดาย จากนั้นก็จับเขายัดเข้าไปในรถม้าอย่างกับกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง
“ศิษย์น้องซัง…” เซียวอวี้หรง
“ศิษย์พี่ซัง!” เจียงจิ้นลู่
ทั้งสองคนมึนงงไปหมด และมองเซี่ยผิงกั่งด้วยสายตาหวาดกลัวเล็กน้อย
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก เป็นลมไปก็ดีแล้ว สูญเงินไปตั้งมากขนาดนั้นจะไม่ให้เสียใจได้หรือ” เซี่ยผิงกั่งสั่นศีรษะ “จริงสิ…พอเขาฟื้นขึ้นมาแล้ว รบกวนพวกเจ้าบอกเขาด้วยว่า ที่บ้านข้าไม่ได้มีทรัพย์สมบัติอะไรมากมายนัก แถมยังมีน้องสาวน้องชายคู่หนึ่งที่ต้องเลี้ยงดูอีก ข้าคงชดใช้พิณที่แพงอย่างนั้นไม่ไหว เห็นแก่ที่ข้าช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เรื่องนี้ก็ให้แล้วๆ กันไปเถอะนะ!”
“หากไม่ได้จริงๆ ก็ให้…ฝังพิณนั้นไปเสีย แล้วคิดว่ามันเป็นแค่ฝันร้ายตื่นหนึ่ง ต่อไปก็ให้หลอกเขาว่า พิณราคาแพงตัวนี้ได้ฝึกฝนจนกลายเป็นภูตและบินหนีไปแล้ว! ฮ่าๆๆๆ” เซี่ยผิงกั่งแต่งเรื่องไปเรื่อย
ถึงอย่างไร เขาก็ชดใช้เป็นเงินให้ไม่ได้
เขายอมตัดนิ้วชดใช้ให้เขาเสียยังดีกว่า!
“……” เซียวอวี้หรงรู้สึกตกใจกลัวและติดอ่างเล็กน้อย “ไม่ ไม่ได้นะ…เก็บ…เก็บไว้เป็นที่ระลึกเถอะ…”
“หากเจ้าไม่ให้ข้าฝังมัน ต่อไปพอเขาเห็นมันเข้าแล้วร้องไห้ขี้มูกโป่ง ก็ไม่ใช่เรื่องของข้าแล้วนะ เจ้าปลอบเขาเอาเองก็แล้วกัน” เซี่ยผิงกั่งดึงตัวเองออกมาจากเรื่องนี้ทันที
“……” เซียวอวี้หรงหวาดกลัวท่าทางของเซี่ยผิงกั่งจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงเจียงจิ้นลู่ที่เหมือนลูกนกกระทาเลย เขารู้สึกเห็นอกเห็นใจศิษย์พี่ซังจริงๆ
ศิษย์พี่ซัง…ไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น ใต้เท้าเซี่ยช่วยเขาไว้ เขาจะต้องไม่วอแวคิดถึงพิณตัวนั้นอีกแน่ๆ แต่ใต้เท้าเซี่ยผู้นี้กลับยั่งโมโหเก่งจริงๆ…
หากเหมือนตัวซวยของศิษย์พี่ซัง!
เมื่อเขารู้อย่างนี้ก็คงจะตามรัชทายาทกับศิษย์พี่ใหญ่ไปแล้ว เขาจะอยู่ตรงนี้ทำไมนี่!
พลาดไปแล้ว!
ตอนที่ 1118 ไม่มีทายาท
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้รู้สึกผิดเลย หลังจากที่เขาโยนซังโหยวขึ้นรถม้าไปแล้วก็ยังไม่ลืมที่จะเตือนคนอื่นอย่างอารมณ์ดี
“ที่แห่งนี้ไม่มีคนอยู่มาตั้งนานหลายปีแล้ว เจ้าเด็กตระกูลเมิ่งนั่นก็นับว่าดวงแข็งเหมือนกันนะที่อยู่ที่นี่ทั้งคืน แต่ก็ไม่โดนพวกงูแมลงอะไรกัดตายเอา พวกเจ้าต้องระวังตัวเองด้วย ข้ามีตาแค่สองดวงเท่านั้น ใช่ว่าจะโชคดีไปทุกครั้ง” เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็ทำอะไรของเขาต่อไป
เซียวอวี้หรงและเจียงจิ้นลู่พยักหน้าอย่างว่าง่ายเหมือนเด็กๆ
พวกเขาทั้งสองคนไม่กล้านั่งสุ่มสี่สุ่มห้าในป่าอีกแล้ว ทั้งสองพากันปีนขึ้นไปนั่งรอบนรถม้า ท่าทางน่าสงสารยิ่งนัก
ส่วนทางเมิ่งจี๋ฟังก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรนัก
เขาเดินตามรัชทายาทด้วยความกดดันค่อนข้างมาก
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่ารัชทายาทเป็นแค่คนพิการคนหนึ่ง ไม่มีอะไรต้องกลัว…
ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงเรือนหลังนั้น จ้าวเสวียนจิ่งนิ่วหน้าเล็กน้อยขณะที่มองภาพที่อยู่ตรงหน้า เขาสูงโปร่งแตกต่างจากเมิ่งจี้ฟังที่ตัวเตี้ย หากจะเข้าไปข้างในเขาก็ต้องค้อมตัว และหลังจากที่เข้าไปแล้ว เขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก ไม่แน่ก็อาจจะเหยียบย่ำทำลายบ้านหลังนี้ไปอีก
และข้างนอกก็น่าสนใจกว่าข้างใน
“เจ้าเข้าไปข้างในกับศิษย์พี่โม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยกับโจวเว่ยจง
โจวเว่ยจงมองไปรอบๆ “แล้วฝ่าบาทเล่า”
กลางป่าเขาทุรกันดารอย่างนี้ หากเขาไม่คอยอยู่ปกป้องข้างกายรัชทายาทก็รู้สึกไม่วางใจ?
“ไม่เป็นไร ข้ายังมีทักษะในการป้องกันตัวอยู่บ้าง” สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งดูสบายๆ
เมิ่งจี๋ฟังแอบชำเลืองมองรัชทายาทเล็กน้อย สายตาของเขาหยุดลงที่มือข้างนั้นของรัชทายาทโดยไม่รู้ตัว เท่าที่เขารู้ไม่ว่ารัชทายาทจะเสด็จไปที่ไหน เขาก็จะพาคนไปด้วยเสมอ องครักษ์ของเขาก็มีจำนวนไม่น้อยเลย
หากมีอันตรายขึ้นมาจริง มือที่ไร้ประโยชน์ของรัชทายาทจะต้องเป็นภาระอย่างแน่นอนสินะ?
ทั้งๆ ที่รู้ว่ามือของตนเองใช้การไม่ได้ แต่เขาก็ยังให้โจวเว่ยจงติดตามโม่ชูเซิงไปอีก เขาปกป้องโม่ชูเซิงมากเกินไปจริงๆ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่า หากเซี่ยเฉียวที่อยู่ในจวนเห็นว่ารัชทายาทเสี่ยงชีวิตของตนเองเช่นนี้ นางจะรู้สึกเช่นไร
“รัชทายาท ท่านยังมีพระชายารออยู่ที่จวนนะ!” เขาคิดอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น
ทันทีที่เขาพูดจบจ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยเฉียวก็อดหันมามองเขาไม่ได้
“เกี่ยวอะไรกับพระชายาด้วย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถามด้วยใบหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
“พระชายา…” เมิ่งจี๋ฟังอยากจะพูดว่าพระชายารัชทายาทน่าสงสารขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ แต่พอมาคิดดูแล้วก็เอ่ยขึ้นว่า “ถ้าหากรัชทายาทเป็นอะไรไป พระชายาก็จะต้องเป็นห่วงกังวล ท่านเพิ่งจะแต่งงาน ยังไม่มีทายาท…”
หากคำพูดเช่นนี้ล่วงรู้ไปถึงฮ่องเต้ ตระกูลเมิ่งจะต้องถูกลงโทษอีกครั้งอย่างแน่นอน
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเมิ่งจี๋ฟังผู้นี้หยิ่งยะโสในตัวเองจนถึงขั้นไร้ความคิดไปเสียแล้ว
ต่อให้เขาจะเป็นห่วงรัชทายาทก็ไม่ควรที่จะพูดออกมาตรงๆ อย่างนี้?
จ้าวเสวียนจิ่งดูเหมือนจะเคยชินกับการกระทำของเมิ่งจี๋ฟังแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกโกรธ “เรื่องของข้า ต่อให้เป็นบิดาของเจ้าก็ไม่มีสิทธ์มาเป็นห่วงกังวล ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าเลย”
ถ้าหากเขาเดาไม่ผิด เจ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขาดูเหมือนคิดอะไรกับพระชายาของเขาอยู่บ้างนะ?
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองเซี่ยเฉียวอย่างเงียบๆ
เขารู้สึกหึงหวงเล็กน้อย
แต่คนที่เขาถูกใจย่อมเป็นคนที่ดีที่สุดอยู่แล้ว หากคนธรรมดาอย่างเมิ่งจี๋ฟังจะเกิดความรู้สึกชื่นชมขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรอยู่แล้ว
เมิ่งจี๋ฟังยังอยากจะพูดอะไรอีกสักสองสามคำก็จริง แต่เมื่อรัชทายาทจ้องมองมา เขารู้สึกร้อนตัวจนไม่กล้าพูดอะไรแล้ว
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าจ้าวเสวียนจิ่งเป็นห่วงนาง นางจึงพาโจวเว่ยจงเข้าไปด้วยกันแต่โดยดี
มีเสียง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ ดังขึ้นจากประตูจนดูเหมือนว่าหากพวกเขาใช้แรงอีกเล็กน้อย มันก็คงจะแตกเป็นชิ้นๆ อย่างไรอย่างนั้น
หลังจากที่เข้าไปข้างในแล้ว สภาพแสงภายในก็ไม่ค่อยดี
ด้านบนทรุดโทรมมาก หลังคามุงหญ้าแผกนั้นอมฝุ่นนานหลายปีจนกลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีวัชพืชและดอกไม้น้อยๆ ขึ้นอยู่นั้นมากมาย ระบบรากที่สลับซับซ้อนกลายเป็นเชือกที่ยึดบ้านทั้งหลังไว้ด้วยกัน แต่มันก็ปิดกั้นแสงแดดส่วนใหญ่เอาไว้ด้วย