ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1133 วางท่าข่ม / ตอนที่ 1134 คนพาลได้อำนาจ
ตอนที่ 1133 วางท่าข่ม / ตอนที่ 1134 คนพาลได้อำนาจ
ตอนที่ 1133 วางท่าข่ม
สีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งเคร่งขรึมจริงจัง ดูท่าทางเคร่งเครียด
เซี่ยผิงกั่งมึนงงเล็กน้อยก่อนที่จะได้ยินจ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นมาอีก “ข้าโมโหว่าพระชายาปกปิดเรื่องใหญ่โตเช่นนั้นต่อใต้เท้าเซี่ยได้อย่างไร ใต้เท้าเซี่ยเป็นพี่ชายของนาง ทั้งรักและปกป้องดูแลนาง ข้าเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีและรู้สึกซาบซึ้งใจมาตลอด ข้าเองก็พูดกับนางหลายครั้งแล้วว่ารีบบอกเสียแต่เนิ่นๆ แต่ความเป็นจริงแล้วนาง…เป็นห่วงใต้เท้าเซี่ยนะ?”
“???” เซี่ยผิงกั่งตกตะลึงไปทันที
เป็นห่วงเขา?! เหลวไหลทั้งเพ!
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถพูดออกมาได้ว่ารัชทายาทเหลวไหลทั้งเพ…
“เฮ้อ เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าโชะตาของตัวเองไม่ค่อยจะดี” จ้าวเสวียนจิ่งถอนหายใจก่อนจะเอ่ยต่อไป
“รู้พ่ะย่ะค่ะ น้องสาวของกระหม่อม…” เซี่ยผิงกั่งเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด “ก็นางนั่นแหละที่บอกกระหม่อมก่อนหน้านี้ว่าดวงชะตาของกระหม่อมต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย เป็นกาลกิณีต่อภรรยา และไม่เข้าใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อะไรทำนองนั้น”
“ใช่แล้ว เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าปัญหานี้ของเจ้าร้ายแรงและเป็นห่วงมาตลอด พยายามคิดหาวิธีแก้ไขให้เจ้า จึงไม่สามารถที่จะบอกความจริงแก่เจ้าได้ ถ้าหากนางบอกว่านางก็คือโม่ชูเซิง เจ้าก็คงไม่อนุญาตให้นางออกจากบ้าน และไม่ให้นางคิดกังวลมากเกินไป…” จ้าวเสวียนจิ่งแต่เรื่องไปเรื่อย
เซี่ยเฉียวพยักหน้าทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น “ใช่แล้วพี่ชายใหญ่ ข้าเป็นห่วงท่านนะ!”
เซี่ยเฉียวมองเขาตาปริบๆ
สายตาทั้งคู่ของเซี่ยเฉียวดูสดใสมีชิวิตชีวา เวลานี้มันยังส่องประกายวิบวับจนทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกใจอ่อนขึ้นมา
“ปัญหาเล็กน้อยแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก หาภรรยาไม่ได้แล้วจะทำไม ใครจะสนใจกัน” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาทีหนึ่ง
“เจ้าไม่สนใจ น้องสาวของเจ้ายิ่งต้องเป็นห่วงเข้าไปใหญ่” จ้าวเสวียนจิ่งตบไหล่ของเขา “แม้ว่าข้าจะเป็นสามีของนาง แต่เรื่องระหว่างพวกเจ้าสองพี่น้อง ข้าก็นับว่าเป็นคนนอก จึงไม่ควรยื่นมือเข้าไปแทรก มีอะไรพวกเจ้าก็คุยกันดีๆ ไม่ควรที่จะลงไม้ลงมือ เจ้าเองก็รู้ว่าสุขภาพร่างกายของนางไม่ดีแค่ไหน เมื่อวานก็วุ่นวายทั้งคืน คงจะเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ”
“เจ้าพูดจาให้มันอ่อนโยนหน่อย อย่าได้ทำให้นางตกใจ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสริมขึ้นมาอีก
คำพูดของเขาทำให้เซี่ยผิงกั่งรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้หน่อย
เขาจะสั่งสอนน้องสาวของเขาอย่างไรก็ไม่อยากที่จะให้คนนอกเข้ามายุ่งด้วยอยู่แล้ว แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นรัชทายาทก็ตาม
“ขอบพระทัยฝ่าบาท กระหม่อมรับทราบพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยผิงกั่งยังพอจะรับฟังความเห็นของคนอื่นบ้าง
ส่วนเวลานี้ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่ก็เข้าใจได้ในที่สุด
อ๋อ ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่ใหญ่หายไปไหนหรอก…
แต่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ก็คือคนที่อยู่ตรงหน้านี้ และก็เป็นพระชายารัชทายาทด้วย!?
พอเป็นอย่างนั้น…
พวกเขาก็นึกขึ้นมาได้ทันที
เหมือนจริงๆ…เหมือนมาก!
พวกเขาเห็นพระชายารัชทายาทก็ในวันแต่งงานเท่านั้น ตอนนั้นนางแต่งหน้าหนาและสง่างามมาก พวกเขาเองก็อยู่ไกลจึงมองเห็นไม่ค่อยชัดนัก…
แต่หลังจากที่ได้รับรู้เช่นนี้แล้วพวกเขาก็รู้สึกว่าภาพเหล่านั้นซ้อนทับกันพอดี
ทั้งสองต่างก็คนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนราวกับก้อนหินอย่างไรอย่างนั้น
จากนั้นจ้าวเสวียนจิ่งจึงได้ผละออกจากตำแหน่งระหว่างกลางเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงกั่ง
เพื่อให้พวกเขาสองพี่น้องได้พูดจากัน
เซี่ยเฉียวฉวยโอกาสนี้รีบเอ่ยขึ้นทันที “พี่ชายใหญ่ ข้าทำไปเพื่อสุขภาพร่างกายของพวกเราทั้งนั้น ท่านดูสิ ตอนนี้สุขภาพข้าดีขึ้นมากแล้ว…ยังมีท่านอีก ท่านเองก็จะต้องได้แต่งงานมีภรรยาในไม่ช้าก็เร็ว ข้าใช้ค่ายกลหล่อเลี้ยงบ้านของเรามาตลอดเลยนะ…”
เซี่ยเฉียวไม่เคยขี้ขลาดอย่างนี้มาก่อน
นางคือโม่ชูเซิง แม่นางเซี่ยครึ่งเซียน นางต้องกลัวใครด้วยหรือ
แม้แต่กับรัชทายาท นางก็สามารถพูดคุยกับเขาได้เพราะต่างก็รู้ใจกัน แต่กับพี่ชายของนางเองคนเดียวเท่านั้น…
ที่นางจนปัญญา เป็นเพราะมารดาของนางที่ให้กำเนิดพี่ชายใหญ่ออกมาได้น่าเกรงขามขนาดนี้
หากนางแข็งแกร่งกว่าเซี่ยผิงกั่งแม้เพียงเล็กน้อย นางคงไม่ยอมให้เซี่ยผิงกั่งมาวางท่าข่มนางขนาดนี้หรอก…
ในใจเซี่ยเฉียวยังมีความกล้าอยู่บ้าง แต่ภายนอกนั้นนางกลับทำท่าทางหงอราวกับลูกแมวตัวหนึ่ง
ขณะที่เซี่ยผิงกั่งกำลังจะพูดอะไรขึ้นมา ซังโหยวกลับส่ายหน้าและเอ่ยขึ้นมาด้วยความสิ้นหวังก่อน “ท่าน ท่านไม่ได้ขี้เหร่…ศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมท่านต้องทำร้ายดวงตาของศิษย์น้องด้วย…”
ตอนที่ 1134 คนพาลได้อำนาจ
ซังโหยวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยท่าทางราวกับเซี่ยเฉียวทำอะไรที่ผิดต่อเขากระนั้น
เซี่ยเฉียวมึนงงไปหมด
วันนี้นางถือได้ว่าจบสิ้นหมดทุกอย่างแล้ว
นอกจากศิษย์น้องสี่ที่นางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนแล้ว ศิษย์น้องของนางที่เหลือต่างก็อยู่ที่นี่กันทั้งหมด พี่ชายแท้ๆ และศิษย์น้องทั้งหมดของนางต่างก็จ้องมองนางอย่างกับว่านางมีสามเศียรหกกรอย่างนั้น จะให้นางทุบพวกเขาจนสลบไปทีละคนก็ในเวลาสั้นๆ คงทำไม่ได้…
“ศิษย์พี่ใหญ่…ที่แท้ท่านก็คือพระชายารัชทายาทอย่างนั้นหรือ แต่…พระชายาอายุน้อยอย่างนั้นจะมาเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเราได้อย่างไร…” เจียงจิ้นลู่เองก็งุนงงไปหมดหลังจะที่รู้แล้ว
“……” เซี่ยเฉียวทำหน้าตาไร้เดียงสา
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าคนพวกนี้ยุ่งวุ่นวายจริงๆ
นี่มันน้องสาวของเขา เขายังไม่ทันจะได้ถามอะไรเลย พวกเขาพูดแทรกขึ้นมาได้อย่างไร!
เซี่ยผิงกั่งจ้องหน้าพวกเขา “พวกเจ้ามีเรื่องจะพูดหรือ ไปรอข้างๆ ก่อนนะ”
“……” เจียงจิ้นลู่ใจเต้นกระตุกเล็กน้อย
ทันใดนั้น ศิษย์น้องทั้งสามคนของนางก็นึกเรื่องที่สำคัญที่สุดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง ซึ่งก็คือ ศิษย์พี่ใหญ่ของเขาเป็นบุตรสาวของตระกูลเซี่ย ถ้าหากคนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเซี่ยผิงกั่ง นั่นก็หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับตระกูลเซี่ย…ก็จะไม่ธรรมดาแล้วสิ!
ยิ่งไปกว่านั้น เซียวอวี้หรงก็ยังเป็นอาจารย์ของเซี่ยผิงไหวด้วย…
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วพวกเขาทั้งสามก็รู้สึกหายใจไม่ออกเล็กน้อย
“เจ้าเช็ดอะไรพวกนี้บนหน้าเจ้าออกก่อน!” เดิมทีเซี่ยผิงกั่งคิดที่จะดุนางให้มากหน่อย แต่พอเห็นพวกเขาทั้งสามคนทำหน้าตาอึ้งงันเช่นนั้นแล้ว ความรู้สึกอึดอัดในใจเขาก็ดีขึ้นมาก!
ดูเจ้าเด็กกลุ่มนี้สิ พวกเขาก็ถูกน้องสาวของเขาหลอกมาตั้งนาเหมือนกันไม่ใช่หรือ
แถมยังเรียกน้องสาวเขาว่าศิษย์พี่ใหญ่อีก!
ก่อนหน้านี้น้องชายของเขาเป็นศิษย์ของเซียวอวี้หรง และน้องชายเขาก็ยังเป็นเด็กที่ไม่เอาไหน ดังนั้นพอเขาเห็นคนแซ่เซียวผู้นี้ทีไรก็มักจะรู้สึกตัวเล็กกว่าเขาอยู่เสมอ กระทั่งว่าพอเห็นบัณฑิตพวกนี้แล้วก็จะรู้สึกขาดความมั่นใจอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้…
แม้ว่าน้องสาวของเขาจะหลอกเขา แต่…
นางก็ดูเหมือนจะไม่ได้ทำผิดอะไรใหญ่โต แถมยังดูไม่น้อยหน้าใครด้วย
เซี่ยผิงกั่งยังคงโกรธอยู่ แต่พอเขาเห็นว่าตอนนี้มีคนโกรธนางค่อนข้างมากอยู่แล้ว เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องโกรธมากขนาดนั้นอีก นอกจากนี้เขาก็ไม่เหมือนกับบัณฑิตพวกนี้ เขาเป็นพวกทำเต็มที่ จะให้น้องสาวของเขาต้องมาขายหน้าในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ต่อหน้าคนพวกนี้ไม่ได้ หากเขาจะสั่งสอนนางก็รอให้กลับไปบ้านก่อนจะดีกว่า
พอเซี่ยผิงกั่งคิดได้อย่างนั้นก็พยายามกดข่มโทสะอย่างเต็มที่
“ยังไม่รีบช่วยศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าล้างหน้าล้างตาอีก? หากไม่จัดการล้างของพวกนี้ออกไปก่อน แล้วจะแต่งเข้าไปใหม่ได้อย่างไร” เซี่ยผิงกั่งนิ่วหน้าพลางพูดกับอาจารย์พวกนั้น
“……” พวกเจียงจิ้นลู่รู้สึกเหมือนถูกลูกธนูยิงเข้ากลางหน้าอก
คนพาลได้อำนาจ!
เซี่ยเฉียวมองเซี่ยผิงกั่งอย่างหมดคำพูด
อย่านึกว่านางจะเดาไม่ออกว่าพี่ชายใหญ่ของนางกำลังคิดอะไรอยู่!
เขาจะต้องอยากคิดบัญชีย้อนหลังเป็นแน่!
แต่…ก็ดีเหมือนกัน
ศิษย์น้องทั้งหมดก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าหากนางมีพี่ชายใหญ่อยู่ นางก็คงไม่ต้องถึงกับเสียหน้าอะไรมาก นางเป็นศิษย์พี่ใหญ่มาตั้งแต่เด็ก ช่วงเทศกาลต่างๆ ทุกปีนางจะต้องส่งเงินอั่งเปาไปให้พวกเขาไม่น้อย นางเคยชินกับการวางอำนาจบารมีกับพวกเขา ถ้าหากจู่ๆ พวกเขาไม่เห็นว่านางเป็นศิษย์พี่ใหญ่แล้ว จะต้องเกิดช่องว่างขึ้นในใจของนางเป็นแน่!
เซี่ยเฉียวนั่งลงทันที “ไปตักน้ำมาหน่อยเถอะ”
เซียวอวี้หรงและซังโหยวไม่คิดที่จะขยับเขยื้อนใดๆ เลยในเวลานี้
คนหนึ่งได้รับความเจ็บปวดทางด้านอารมณ์ เขาทั้งละอายใจและเสียใจจนเกือบจะห่อเหี่ยวซึมเศร้าไปเสียแล้ว ส่วนอีกคนก็คิดเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของโม่ชูเซิงก่อนหน้านี้อย่างบ้าคลั่ง และความรู้สึกที่ว่าตนเองโดนหลอกนั้นยังไม่หายไปไหน
มีเพียงเจียงจิ้นลู่เท่านั้นที่ยังพอจะสั่งให้ทำอะไรได้บ้าง
คนผู้นี้ยังนับว่ารู้ความอยู่บ้าง หลังจากที่เขาชักช้าลังเลอยู่พักหนึ่งก็ยอมทำตามในที่สุด