ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 457 เจ้าไม่คู่ควร / ตอนที่ 458 ละครโรงใหญ่
ตอนที่ 457 เจ้าไม่คู่ควร / ตอนที่ 458 ละครโรงใหญ่
ตอนที่ 457 เจ้าไม่คู่ควร
รัชทายาทมองเขาด้วยกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม และดูอดทนอย่างยิ่ง “เจ้ามาเป็นอาจารย์ที่นี่ทำให้ข้าแปลกใจจริงๆ นึกไม่ถึงว่าคนที่เมื่อก่อนได้แต่เลียนแบบข้าจะเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้ ซวีจือ การเป็นอาจารย์นั้นไม่ง่ายนะ เจ้ามีความสามารถเพียงพอแล้วหรือ”
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าตอนนี้รัชทายาท…
แอบร้ายตาใส ดูน่ารักอยู่บ้าง
ไม่รู้เขากลายเป็นคนผึ้งมีพิษที่ไล่กัดคนไม่ปล่อยแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร
นี่เขากำลังตบหน้าจ้าวซวีจืออยู่ชัด?!
ไม่ใช่สิ เขาตบหน้านั้นไปแล้ว ตอนนี้กำลังทำร้ายจิตวิญญาณของจ้าวซวีจืออยู่ต่างหาก
“ฝ่าบาท แม้แต่ฮ่องเต้ก็มักจะชมเชยว่าตัวอักษรและภาพวาดของข้าเทียบได้กับปรมาจารย์นะ” ทั้งเนื้อทั้งตัวของจ้าวซวีจือในเวลานี้เต็มไปด้วยความต่อต้าน
ในใจเขายิ่งโกรธเคือง ทุกครั้งที่รัชทายาทปรากฏตัว เขาก็จะกลายเป็นคนอ่อนแอที่ไร้พลังต้านทานอยู่เสมอ!
“เสด็จพ่อของข้าไม่เชี่ยวชาญด้านอักษรและวาดภาพ แม้ว่าเจ้าจะวาดภาพปศุสัตว์สักตัว เขาก็จะยกย่องทิวทัศน์ที่สวยงามในภาพวาด เจ้าจะถือเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไร” รัชทายาทเอ่ยพลางเยาะ
เขายืนพิงประตู ขณะที่มือของเขาเล่นเครื่องประดับที่แขวนอยู่กับเอว มีรอยยิ้มแต้มมุมปาก สายตาของเขาทั้งเย็นชาและเต็มไปด้วยความรังเกียจ ร้ายกาจมาก…อย่างเห็นได้ชัด
ถูกต้อง เวลานี้ทุกคนต่างก็รู้สึกได้ถึงความเป็นปรปักษ์ที่รัชทายาทมีต่อจ้าวซวีจือ
ชัดเจนแจ่มแจ้ง
“ฝ่าบาท ท่านคิดจะพูดอะไรกันแน่ หรือท่านคิดว่าแม้แต่อาจารย์ข้าก็ไม่คู่ควรที่จะเป็น” จ้าวซวีจือโมโหแล้ว
รัชทายาทสาวเท้าก้าวเข้าไป “ถูกต้อง ข้าคิดเช่นนั้น”
เขาเงยหน้ายิ้มตาหยี สีหน้าท่าทางราวกับจะเย้ยหยัน แล้วจ้าวซวีจือจะทำอะไรเขาได้ มันทำให้จ้าวซวีจือโกรธจนแทบบ้า
เซี่ยเฉียวมึนงงไปหมด
ลูกพี่ลูกน้องสองคนนี้…ทำอะไรกันน่ะ
รัชทายาทกลายเป็นเด็กน้อยอย่างนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่าทางของเขาตอนนี้ราวกับมีความแค้นลึกซึ้งใหญ่โตกับจ้าวซวีจือกระนั้น
“ซวีจือทำอะไรผิดไปหรือ ฝ่าบาทจึงต้องดูหมิ่นข้าเช่นนี้” จ้าวซวีจือกำหมัดของเขา
รัชทายาทเก็บรอยยิ้มของเขาและแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย “อาจารย์ของฝั่งศิษย์หญิงต้องมีคุณสมบัติอย่างไรเจ้าไม่รู้หรือ! จะต้องอายุมากกว่าสี่สิบขึ้นไปหรือไม่ก็เป็นผู้หญิงจึงจะได้ ถ้าหากเป็นผู้ชายที่อายุต่ำกว่าสี่สิบปีก็จะต้องมีความประพฤติที่ถูกต้อง ชื่อเสียงที่ชอบธรรม เจ้าเหมาะสมหรือ ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของเจ้านี้ กลับกล้าติดสินบนผู้ดูแลให้โยกย้ายเจ้ามาที่นี่ เจ้ามีเจตนาอะไรกันแน่”
เขารู้ว่า หนิงเป่ยอ๋องเป็นคนใช้เส้นสายของตนจัดการเรื่องนี้ แต่เดิมทีผู้ดูแลสำนักศึกษาจัดให้เขาไปสอนที่ฝั่งนักเรียนชายนั้นต่างหาก
ทว่าหลังจากที่จ้าวซวีจือมาถึงแล้ว เขาก็ได้ใช้ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงเพื่อแลกเปลี่ยนกับการมาที่นี่!
เหตุใดเขาถึงได้โกรธอย่างนั้นหรือ ถ้าหากจ้าวซวีจือทำอย่างถูกต้อง เขาก็คงจะไว้หน้าหนิงเป่ยอ๋องอยู่บ้างหรอก!
“ซวีจือคิดว่าชื่อเสียงของตนเองไร้ข้อบกพร่อง!” จ้าวซวีจือยืนหยัดอย่างแข็งกร้าว
“ติดสินบนเป็นการส่วนตัวก็นับว่าไม่เหมาะสมแล้ว” จ้าวซวีจือเอ่ยอย่างเย็นชา “อีกอย่าง ด้วยความสามารถของเจ้าจะมาเป็นอาจารย์? ไม่คู่ควร เจ้าไม่ต้องพูดอะไรให้มากความหรอก ทางฝั่งเสด็จพ่อของเจ้า ข้าจะไปอธิบายด้วยตัวเอง เจ้าไปเก็บของ แล้วออกจากสำนักศึกษาไปเถอะ”
จ้าวซวีจือนึกไม่ถึงว่าจ้าวเสวียนจิ่งจะไร้ความปรานีเช่นนี้
ถึงกับโจมตีเขาต่อเนื่องสองครั้งในวันเดียว
ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากในขณะนี้ เขารู้สึกว่าความภาคภูมิใจในตนเองของเขากำลังถูกเหยียบย่ำและไม่สามารถกู้คืนมาได้
“ฝ่าบาทบอกว่าความสามารถของข้าไม่พอ ข้าไม่ยอมรับ” จ้าวซวีจือกลับไม่ยอมไป
หากเขาไม่พิสูจน์ความสามารถของตนเอง แล้วในอนาคต…เขาจะมีหน้าอยู่ในเมืองหลวงนี้ได้อย่างไร
รัชทายาทส่งเสียงเยาะออกมาหนึ่งที “เดิมทีข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว แต่ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการมัน ก็อย่าได้โทษว่าข้าทำให้เจ้าไร้ที่ยืนเลย” หลังจากสิ้นเสียงของรัชทายาท โจวเว่ยจงที่อยู่ด้านหลังเขาก็โยนภาพวาดสามม้วนลงตรงหน้าจ้าวซวีจือทันที “ภาพวาดทั้งสามนี้เป็นผลงานของศิษย์เรือนคงกู่สามคน เจ้าดูสิว่าฝีมือของตัวเองเทียบกับภาพไหนได้บ้าง”
ความรังเกียจเดียดฉันท์ทั้งหมดแสดงอยู่บนใบหน้าของรัชทายาท
ตอนที่ 458 ละครโรงใหญ่
จ้าวซวีจือรับภาพวาดมาก็พบว่าเป็นภาพวาดดอกกล้วยไม้ทั้งสามภาพ
แนวคิดทางศิลปะของภาพวาดนี้งดงามยิ่ง ดอกกล้วยไม้ราวกับสาวน้อยอ่อนช้อยอรชร ภาพวาดหนึ่งจังหวะลงพู่กันนุ่มนวลและอ่อนโยน สีสันสดใส ความหอมนั้นราวกับจะลอยออกมาแตะจมูกได้กระนั้น อีกภาพฝีพู่กันเฉียบคม หมึกดำนั้นพลิกพลิ้วสร้างเค้าโครงรูปร่างที่เหมือนจริงราวกับธรรมชาติ อีกภาพมีแนวคิดสดใสมีชีวิตชีวา หน้าผาสูงชัน แนวหินตะปุ่มตะป่ำไม่ราบเรียบ ปลาสีฟ้าตัวหนึ่งมองลงมายังเบื้องล่าง ราวกับจะดึงดูดผู้คนให้เข้าไปในภาพวาดนี้เพื่อดูความน่าสนใจเหล่านั้นด้วยตาของตัวเอง
จ้าวซวีจือตกตะลึงไปชั่วขณะ
เขาจับภาพวาดแน่นขึ้น
เขาไม่ค่อยวาดภาพดอกไม้และนกพวกนี้ เพราะลวดลายมีขนาดเล็กเกินไป เขาจึงไม่ชอบมัน
เขาวาดภาพทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำมากมาย ซึ่งตระหง่านตระการตา
แต่เขาก็ยอมรับว่าภาพวาดกล้วยไม้ทั้งสามนี้ดีมาก มันอยู่ในระดับเดียวกับภาพนกและดอกไม้ที่เขาวาดเป็นครั้งคราวพวกนั้น
“ทั้งๆ ที่ฝ่าบาทก็รู้ว่าซวีจือชอบภาพทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำที่สุด แต่ท่านกลับนำภาพนกและดอกไม้พวกนี้มาสร้างความลำบากใจให้ข้า? อีกอย่าง…” ในใจซวีจือเริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้ว “ฝ่าบาทบอกว่าภาพทั้งสามนี้เป็นของศิษย์เรือนคงกู่ก็แปลว่าใช่แล้ว?”
แม้ว่าจ้าวเสวียนจิ่งจะเป็นรัชทายาท แต่จะมาดูหมิ่นเขาแบบนี้ไม่ได้
เสด็จพ่อของเขาคือหนิงเป่ยอ๋อง ลูกผู้พี่ของฮ่องเต้!
ส่วนรัชทายาท…
จ้าวซวีจือยิ้มเยาะในใจ วันนี้เป็นรัชทายาท พรุ่งนี้ก็ไม่แน่ว่าจะยังเป็นอยู่!
ไม่ว่าจ้าวซวีจือจะไร้ความสามารถเพียงใด เขาก็ยังสามารถเป็นจวิ้นอ๋องได้ในอนาคต แต่รัชทายาทเล่า แต่ไหนแต่ไรมามีรัชทายาทที่ถูกปลดสักกี่คนที่มีจุดจบที่ดี
ไม่ติดคุกก็อาจจะตายไว แม้แต่ทายาทก็ไม่แน่ว่าจะมีได้!
ตอนนี้รัชทายาทสูงศักดิ์กว่าเขา แต่อีกไม่กี่ปีก็จะต่างออกไปแล้ว!
“ดูท่าทางเจ้าจะยอมรับแล้วว่าภาพวาดดอกไม้และนกของเจ้าเทียบไม่ได้กับสามภาพนี้” มุมปากรัชทายาทเผยรอยยิ้มเยาะ ท่าทีแข็งแกร่งราวกับนกอินทรีโดดเดี่ยวที่มองเห็นทุกสิ่งตรงหน้าเขาเป็นเหยื่อของเขากระนั้น
“ปกติข้าไม่ค่อยวาดภาพดอกไม้และนกมากนัก ซึ่งพวกมันดีกว่าภาพวาดทั้งสามนี้เล็กน้อย อย่างไรก็ตามข้าเชี่ยวชาญการวาดภาพทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำมากกว่าด้วย และแม่นางทุกท่านก็น่าจะวาดภาพทิวทัศน์ได้ไม่ดีพอ หากได้ข้ามาคอยชี้แนะก็จะเหมาะสมยิ่ง ข้าก็รู้มาด้วยว่าการสอนของอาจารย์คนก่อนนั้นไม่ครอบคลุม ข้าจึงได้ออกตัวมาที่นี่เองเพื่อจะได้เสริมในส่วนที่ขาด” พลังของจ้าวซวีจือดูเพิ่มขึ้นทันที
สายตาของเขาฉายแววดุร้าย แผ่นหลังตั้งตรง ทุกประโยคของเขาไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย
รัชทายาทนั่งลงบนที่นั่งของอาจารย์ เย็นชาหยิ่งผยอง เคร่งครัดทรงภูมิ สง่างามเยือกเย็น แน่วแน่แข็งแกร่ง
เวลานี้หญิงสาวทั้งหมดในเรือนคงกู่แตกสลายและหลอมละลายไปหมดแล้ว
วันนี้…มีละครโรงใหญ่อะไรกัน!
ชายสองคนที่มีจิตวิญญาณราวกับหยกเวลานี้กำลังจะต่อยตีกันในชั้นเรียนของพวกนาง?
พวกนางรู้สึกประหม่า
และตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ถูก
รัชทายาทนั้นเจิดจรัสดั่งดวงจันทร์ที่ไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้
แต่จ้าวซวีจือคนนี้ก็ไม่ได้แย่ งดงามดั่งดวงดาราให้อารมณ์ที่แตกต่างออกไป
รัชทายาทนั่งอยู่ที่นั่น ท่าทางอันเหมาะสมและสงบนิ่งของเขาทำให้คนรู้สึกสบายใจ และให้บรรยากาศที่สง่างามมากกว่าจ้าวซวีจือเล็กน้อย
สายตาของเขาเย็นชาและไม่แยแสสนใจเมื่อเหลือบมองพวกนางในบางครั้ง ดูไม่มีความรู้สึกล่วงเกินเลยใดๆ ส่วนจ้าวซวีจือ…
คำพูดที่เขาพูดกับพวกนางก่อนหน้านี้ฟังดูใจร้อนเล็กน้อย ถึงแม้ว่าพวกนางจะรู้สึกหวั่นไหว แต่พวกนางก็เป็นกุลสตรีที่รู้มารยาท และพวกนางก็รู้ว่าคนที่เป็นอาจารย์ไม่ควรจะขาดความมั่นคงขนาดนั้น
“เจ้ากับข้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน หากพูดกันต่อไปก็จะเป็นที่ขบขันไปเปล่าๆ ในเมื่อเจ้าเชี่ยวชาญภาพวาดทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำ เช่นนั้นก็เลือกศิษย์หญิงใครก็ได้สักคนออกมา แล้วให้ทั้งสองวาดรูปต่อหน้าทุกคน แล้วเชิญเซียวอวี้หรงมาให้คะแนน หากเจ้าสู้ไม่ได้ก็ต้องยอมจากไปเสียแต่โดยดี ตกลงไหม” รัชทายาทท้าทาย
จ้าวซวีจือพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งที “ได้”
“เอาล่ะ…จะเลือกใครดีล่ะ” รัชทายาทกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม