ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 461 สกปรก / ตอนที่ 462 ภาพวาดของแม่นางครึ่งเซียนมีกลิ่นไอเซียน!
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 461 สกปรก / ตอนที่ 462 ภาพวาดของแม่นางครึ่งเซียนมีกลิ่นไอเซียน!
ตอนที่ 461 สกปรก / ตอนที่ 462 ภาพวาดของแม่นางครึ่งเซียนมีกลิ่นไอเซียน!
ตอนที่ 461 สกปรก
เขากล้าโกหกต่อหน้าเขาเช่นนี้?
เซียวอวี้หรงผู้นี้เสียแรงที่ผู้คนภายนอกบอกว่าเขาสูงส่ง และมีศีลธรรมอันแน่วแน่ดั่งไม้บรรทัดหยกที่ไม่อาจโค้งงอได้ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเลียแข้งเลียขาตามก้นคนอื่นได้ขนาดนี้!
รัชทายาทจะต้องให้คนส่งข้อความถึงเขาก่อนแน่ๆ เขาจึงได้กล้าพูดโกหกแบบนี้!
ส่วนคนอื่นๆ กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
ก่อนหน้านี้เซี่ยเฉียวได้ที่หนึ่งถึงแปดวิชา ถ้าหากนางจะเชี่ยวชาญเรื่องภาพทิวทัศน์อีกก็ย่อมเป็นไปได้
เพียงแต่พวกนางไม่เคยคิดว่าจะเทียบกับจ้าวซวีจือได้
เนื่องจากจ้าวซวีจือผู้นี้ได้รับการยกย่องชมเชยจากฮ่องเต้อยู่หลายครั้งหลายครา และภายนอกเขาก็มีชื่อเสียงที่ดีมากด้วย
“ฝ่าบาท เพื่อที่จะขับไล่ข้าแล้ว ท่านกลับร่วมมือกับอาจารย์เซียวได้ทำเรื่องน่ารังเกียจเช่นนี้ได้ ท่านไม่รู้สึกว่าทำเกินไปหน่อยหรือ” จ้าวซวีจือส่งเสียงเยาะ “ภาพวาดของข้าจะด้อยกว่าของแม่นางเซี่ยได้อย่างไร”
“ดูถูกข้า?” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรื่อยเฉื่อยพลางขมวดคิ้ว “ภาพวาดของข้าดีมากนะ”
จ้าวซวีจือชะงักไปทันที “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…”
“แต่เจ้าแพ้แล้ว กลับไม่ยอมรับ ไร้คุณธรรม” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
นางไม่ยินดีที่จะพูดกับเขามากมาย
โชคดีที่จ้าวซวีจือสวมหน้ากากอยู่ในขณะนี้ ไม่เช่นนั้นเวลานี้ผู้คนก็คงจะเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขาแล้ว
“ข้าผู้แซ่เซียวไม่ได้สกปรกอย่างที่เจ้าคิด หากภาพวาดของเจ้าดี แม้ว่ารัชทายาทจะพาดดาบลงบนคอของข้า ข้าก็ไม่มีทางที่จะพูดจาทำลายท่านแม้สักครึ่งประโยค” เซียวอวี้หรงไม่พอใจมาก “แสดงให้ทุกคนดู สิ่งที่ดูก็รู้ในแวบเดียว จะมาโต้เถียงกันทำไม”
ผู้ดูแลทั้งสองรีบทำตามคำสั่งทันที
พวกเขาแสดงภาพวาดให้จ้าวซวีจือและศิษย์ทั้งหมดได้เห็น
เมื่อได้เห็นภาพแล้ว หัวใจของทุกคนก็บีบรัดขึ้นมาทันที จากนั้นพวกนางก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
ภาพวาดของจ้าวซวีจือดีมาก ดีจริงๆ
ภูเขาก็คือภูเขา น้ำก็คือน้ำ แนวคิดทางศิลปะระหว่างภูเขากับแม่น้ำก็ดีเช่นกัน เรียกได้ว่า เป็นทิวเขาที่มีสีสันสดใส มีความเรียบง่าย อลังการ สงบ และเอาจริงเอาจัง นับเป็นภาพวาดที่ดีแล้ว
แต่ภาพวาดของเขานั้นธรรมดามาก ไม่ต่างกับภาพวาดทิวทัศน์ที่พบเห็นได้ข้างนอกส่วนใหญ่ แทบมองไม่ออกว่ามีอะไรพิเศษ พูดได้เพียงว่ารูปแบบของภาพวาดของเขานั้นเป็นผู้ใหญ่ และเขาพอมีทักษะอยู่บ้างจริงๆ
แต่อีกภาพหนึ่ง…
บรรยากาศเบาบาง เมฆหมอกเลือนราง ไร้ขอบคมชัด ทางหมึกประณีต…
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแนวความคิดทางศิลปะของภาพวาดนี้หาได้ยากจริงๆ!
เรียบง่ายและสง่างาม ผืนน้ำและท้องฟ้าเป็นสีเดียวกัน อบอุ่นและสะอาด พืชพรรณเติบโตมีชีวิตชีวาในบึงน้ำ โครงร่างของน้ำหมึกแฝงความรู้สึกของความเป็นอมตะอันล่องลอย ทำให้ภาพวาดนี้สวยงามจนใครก็ละสายตาไม่ได้ จู่ๆ หัวใจก็เบิกบานขึ้นราวกับได้เห็นดินแดนเทพเซียนอันเลื่องชื่อกระนั้น
แทบไม่ต้องเปรียบเทียบก็บอกได้ในทันทีว่าใครเป็นผู้ชนะ
จ้าวซวีจือตกตะลึงอึ้งไปทันที
“เป็นไปไม่ได้ ภาพนี้…” จ้าวซวีจือแค่อยากจะพูดว่าไม่มีทางที่เซี่ยเฉียวจะเป็นคนวาดภาพนี้
แต่เขาจำได้ว่าภาพวาดนี้ไม่เคยหลุดออกไปจากสายตาเขาเลย
ดังนั้น…ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เซี่ยเฉียวผู้นี้ชนะแล้ว และยังชนะได้อย่างหมดจดงดงามด้วย เมื่อเทียบกับภาพของนางแล้ว ภาพของเขาดูธรรมดามากอย่างเห็นได้ชัด
คนอื่นๆ ต่างก็พากันนิ่งเงียบไปหมด
ฉินหลิวแอบปิดปากของนาง และมองไปที่เซี่ยเฉียวด้วยความตื่นเต้นและความนับถือ
จ้าวซวีจือคิดถึงคำพูดของเซี่ยเฉียวในตอนแรก…
‘หากข้าชนะ เขาก็จะไม่สามารถเป็นอาจารย์ได้แล้ว?’
เมื่อครู่เขาคิดว่าเซี่ยเฉียวเป็นห่วงเขา นึกไม่ถึงว่า…
นางพยายามอย่างหนักเช่นนี้ กลับกลายเป็นว่า…เพราะไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่?! ทำไมเล่า
ใบหน้าที่เขียวสลับแดงของจ้าวซวีจือนั้นแสดงความอับอายอย่างยิ่งออกมา และตอนนี้หน้ากากก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
“แม่นางเซี่ย ครั้งนี้ข้ารบกวนให้เจ้าแข่งกับเขา กระนั้นก็ทำให้เจ้าลำบาก” รัชทายาทสงสารนางมากก่อนจะหันไปมองจ้าวซวีจือ “แม่นางเซี่ยสุขภาพร่างกายไม่ดี นางต้องลำบากตรากตรำเช่นนี้ เจ้าอย่าได้บิดพลิ้ว ทำให้ความตั้งใจของแม่นางเซี่ยต้องสูญเปล่า ข้าเตรียมที่จะนำภาพวาดของเจ้าและของแม่นางเซี่ยมอบให้เสด็จพ่อ เพื่อให้เสด็จพ่อด้วยทราบด้วยว่า หลายปีมานี้เจ้ากลวงโบ๋เพียงใด”
ตอนที่ 462 ภาพวาดของแม่นางครึ่งเซียนมีกลิ่นไอเซียน!
จ้าวเสวียนจิ่งรีบพูดขึ้นมาก่อน แต่เซียวอวี้หรงกลับรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
เขากำลังจะพูดขอให้แม่นางเซี่ยขายภาพนี้ ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า รัชทายาทก้าวนำหน้าเขาไปอีกแล้ว
แต่พูดถึงภาพนี้แล้ว…
ภาพวาดมีรูปแบบคล้ายคลึงกับของอาจารย์เขา ล้วนแล้วแต่สง่างาม โดดเด่น เต็มไปด้วยบรรยากาศเช่นนี้
บัดนี้จ้าวซวีจือไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ อีกแล้ว
“วันนี้ฝ่าบาททำให้ข้าอับอาย ซวีจือจะจดจำไว้” จ้าวซวีจือเอ่ยอะไรออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปด้วยอัปยศอดสู
รัชทายาทได้ยินเช่นนั้นกลับเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่รู้จักเคารพผู้อาวุโส แล้วจะคู่ควรกับตำแหน่งจวิ้นอ๋องได้อย่างไร ยังต้องได้รับการบ่มเพาะอีกมากทีเดียว”
แม้จ้าวซวีจือจะลุกออกไปแล้ว แต่เขาก็ยังได้ยินอยู่ดี
ร่างกายของเขาแข็งเกร็งเล็กน้อย
ถ้าหากวันใดวันหนึ่งรัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์ เขาก็จะไร้ที่ยืนอย่างแน่นอน!
จ้าวซวีจือแอบเก็บความเกลียดชังไว้ในใจ ในขณะที่เซี่ยเฉียวก็กำลังมองภาพวาดของตนเองพลางขมวดคิ้ว นางรู้สึกทำใจไม่ได้เล็กน้อย หากนางวาดภาพนี้ด้วยชื่ออวิ๋นเวย มันน่าจะมีค่าไม่น้อยทีเดียว แต่ตอนนี้นางคือเซี่ยเฉียว ดังนั้นอย่างมาก็คงขายได้สักร้อยตำลึง?
น่าสงสารจริงๆ นางต้องลงแรงไปไม่น้อยเลยนะ
แถมมันยังถูกรัชทายาทแย่งไปอีก
“ข้าจะไม่เอาภาพวาดของแม่นางเซี่ยไปเปล่าๆ หรอก ภาพวาดนี้ดูแล้วก็ไม่ได้ใช้ความสามารถที่มีทั้งหมด ดังนั้นข้าจะให้ราคาต่ำลงมาหน่อย สองพันตำลึงเป็นอย่างไร” รัชทายาทเอ่ยราวกับรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
ตอนที่พบกันครั้งแรก แค่เขาคิดจะให้นางพูดยังต้องจ่ายเงินก่อนเลย
ตอนนี้นางวาดภาพขนาดใหญ่เท่านี้แล้ว หากเขาไม่จ่ายเงิน แม่นางเซี่ยครึ่งเซียนนี้ก็คงจะแค้นเคืองเขาไปอีกสิบปี ไม่แน่อาจจะนานกว่านั้นด้วยซ้ำ
“ตกลง” เซี่ยเฉียวตอบรับอย่างร่าเริงอย่างที่คาดไว้จริงๆ
รัชทายาทยิ้มมุมปากก่อนจะม้วนภาพเก็บ และรวบขึ้นมาถือด้วยตนเองพร้อมกับภาพเหมือนเล็กๆ ที่เขาร่างไว้ตามอารมณ์ก่อนหน้านี้
สำหรับภาพวาดของจ้าวซวีจือ…เขาพูดแล้วว่าจะนำไปให้เสด็จพ่อทอดพระเนตร…เขาโยนมันลงในอ้อมแขนของโจวเว่ยจงอย่างนึกรังเกียจ
“…” โจวเว่ยจงดูน่าสงสาร
เขาเองก็อยากถือภาพของแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนนะ!
แม่นางครึ่งเซียนนี้น่าจะเคยเห็นภูเขาเซียนมาก่อนจริงๆ สินะ? ไม่เช่นนั้นจะวาดออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร!
โอ้ เป็นรัชทายาทก็ดีอย่างนี้เอง ยันต์ของนางก็ได้มาตั้งปึกใหญ่ ภาพวาดของนางก็ยังไม่ปล่อยให้หลุดมือไปอีก
เซียวอวี้หรงไม่ได้รีบร้อนจากไป เขามองเซี่ยเฉียว “เจ้ามีพรสวรรค์ดีมาก ข้าอยากจะรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าจะยินดีหรือไม่”
เด็กสาวคนนี้เป็นอัจฉริยะ
อายุน้อยแค่นี้แต่กลับวาดภาพที่ดีเช่นนี้ออกมาได้แล้ว ไม่เลวเลยจริงๆ
อีกอย่าง นางเองก็เป็นคนที่ศิษย์พี่อยากจะดูแล
ดีอย่างยิ่งที่เขาจะรับเป็นศิษย์
คนอื่นๆ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
เซียวอวี้หรงแตกต่างจากจ้าวซวีจือ เขามีพรสวรรค์และความสามารถที่แท้จริง และยังเป็นศิษย์คนรองของหลีซื่อเหยี่ยน หากกราบเขาเป็นอาจารย์ก็เท่ากับได้เป็นศิษย์หลานของหลีซื่อเหยี่ยน เพียงแค่ให้ข้อชี้แนะเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วที่ผู้อื่นจะได้รับประโยชน์ไม่รู้จบไปตลอดชีวิต!
เซี่ยเฉียวโชคดีมากจริงๆ!
เซียวอวี้หรงไม่ค่อยรับศิษย์ ผ่านมานานขนาดนี้ก็ยังมีแค่ฉู่เจี้ยนเป็นศิษย์เพียงคนเดียว เซี่ยผิงไหวน้องชายของเซี่ยเฉียวก็ยังเป็นแค่เด็กรับใช้ข้างโต๊ะหนังสือเท่านั้น!
อิจฉา! อิจฉาเหลือเกิน!
ส่วนเซียวอวี้หรงก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย หากศิษย์พี่ให้เขารับเซี่ยเฉียวเป็นศิษย์แต่แรกก็ดีสิ
เซี่ยผิงไหวเจ้าเด็กหัวแข็งนั่น เพิ่งจะนิสัยดีขึ้นมาบ้างเมื่อไม่นานมานี้เอง
อย่างไรก็ตามเวลานี้เซี่ยเฉียวก็มึนงงไปในทันที
ถ้าหากเวลานี้นางรับปากไปแล้วล่ะก็ นางเชื่อว่า พออาจารย์กลับมา เขาก็จะต้องขับไล่เซียวอวี้หรงออกจากสำนักเป็นแน่!
เซียวอวี้หรงยังคงมองนางอยู่ด้วยสายตาบริสุทธิ์แจ่มใส แค่เห็นก็รู้ได้ว่าเขาเป็นอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง
แต่ว่า เซี่ยเฉียวหัวเราะแห้งๆ หนึ่งที จากนั้นก็ส่ายศีรษะปฏิเสธ “อาจารย์เซียว ข้า…มีอาจารย์อยู่แล้ว ดังนั้น…”
เซียวอวี้หรงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ตอแย “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็น่าเสียดายจริงๆ ภาพวาดของเจ้ามีจิตวิญญาณมาก ดูท่าอาจารย์ของเจ้าก็คงจะเป็นผู้วิเศษท่านหนึ่งเช่นกัน ไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร ข้าเองก็อยากจะไปเยี่ยมเยียนขอคำชี้แนะจากเขาบ้าง”