ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 469 ชดใช้ / ตอนที่ 470 จิกเขา!
ตอนที่ 469 ชดใช้ / ตอนที่ 470 จิกเขา!
ตอนที่ 469 ชดใช้
วิญญาณจ้องมองเขาด้วยสีหน้ามืดมน
มีลมพัดปกคลุมรอบตัวเขา ไอแค้นก่อตัวเป็นชั้นๆ แทบจะกลืนกินจ้าวซวีจืออยู่แล้ว
เซี่ยเฉียวไม่ได้สนใจว่าจ้าวซวีจือจะเป็นอย่างไร แต่วิญญาณตนนี้น่าสงสารมากพอแล้ว ถ้าหากเขากลายเป็นวิญญาณแค้นไปอีก เขาก็จะยิ่งน่าอนาถเข้าไปใหญ่
ต้องรู้ว่า ตอนที่วิญญาณแค้นขจัดความแค้นออกไปจากจิตใจ ร่างกายของเขาก็ต้องเจ็บปวดทรมานเช่นกัน
จึงต้องพยายามไม่ให้วิญญาณตนนี้คิดไม่ตกจึงจะดีที่สุด
“คุณชายใหญ่ ต่อไปหากเจ้าต้องการที่จะทำเรื่องดีๆ อะไร ขอให้เจ้าตรวจสอบที่มาที่ไปอย่างละเอียดก่อนจะได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอย่างกดดัน
จ้าวซวีจือกำหมัดของเขาเบาๆ “ได้ ข้าบอกแล้วว่ามันเป็นความผิดของข้า ปรมาจารย์โม่คิดว่าข้าควรที่จะชดใช้ชีวิตให้เขาหรือ”
เขาเป็นถึงบุตรชายของท่านอ๋อง จะให้ไปขอโทษพ่อลูกธรรมดาๆ สองคนนั้นหรือถึงขั้นชดใช้ด้วยชีวิต?
โม่ชูเซิงผู้นี้มีน้ำเข้าสมองไปแล้วหรืออย่างไร!
ถึงกับมาเขาถึงที่นี่เพราะเรื่องแค่นี้
จ้าวซวีจือมองนางด้วยสายตามืดมน
เขารู้ว่าโม่ชูเซิงเป็นศิษย์พี่ของรัชทายาท รัชทายาทต่ำช้าเช่นนี้ เกรงว่าเขาจะจงใจส่งโม่ชูเซิงออกหน้ามาสร้างความอับอายให้เขากระมัง?!
“ชดใช้ด้วยชีวิต? หากเอาตามความเห็นของข้า เดิมทีก็ควรจะให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต แต่น่าเสียดายที่มันทำไม่ได้เท่านั้น” เซี่ยเฉียวหัวเราะเล็กน้อย “ข้าแค่ถามเจ้าว่า ต่อไปยังจะทำความผิดเช่นนี้อีกหรือไม่”
สายตาของจ้าวซวีจือเย็นชา
ราวกับเขากำลังมองดูคนตายอยู่กระนั้น
เซี่ยเฉียวไม่ได้กลัวเขา นางยังคงนั่งหลังตรงอย่างมั่นคง
“ไม่แล้ว” จ้าวซวีจือกัดฟันตอบ
“ดี” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ข้าต้องการให้เจ้าทำเรื่องหนึ่ง ข้าจะเชิญวิญญาณออกมา และเปิดแท่นบูชาทำพิธี หากเจ้ามีความจริงใจอยู่ในหัวใจ เพียงแค่คุกเข่าคำนับสี่ครั้ง แล้วบอกพูดสิ่งที่อยู่ในใจของเจ้าออกมาก็พอแล้ว”
พระชายารู้สึกว่าเรื่องนี้ออกจะลำบากเล็กน้อย
ว่ากันตามหลักแล้ว เขาทำให้พ่อลูกทั้งสองเสียชีวิต การโขกศีรษะก็นับว่าสมควรแล้ว เพียงแต่แต่ไหนแต่ไรมาจ้าวซวีจือ…หยิ่งผยอง เกรงว่าเขาคงไม่ยอม
“จะให้ข้าโขกศีรษะให้วิญญาณ?” จ้าวซวีจือยิ้มเยาะออกมาทันใด “ปรมาจารย์โม่ ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่ คนผู้นั้นก็แค่ชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น!”
“ตอนนี้เจ้าก็เป็นคนธรรมดา หนึ่ง เจ้าไม่มีตำแหน่งราชการ สอง ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ให้เจ้าโขกศีรษะไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสม” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
วิญญาณชายพยักหน้า
เขาแค่ต้องการเห็นท่าทีของเขาเท่านั้น หากผู้สูงศักดิ์คนนี้ยอมตกลง ก็ไม่จำเป็นจะต้องให้เขาโขกศีรษะจริงๆ หรอก
จ้าวซวีจือหัวเราะออกมาทันที “ท่านปรมาจารย์โม่ช่างล้อเล่นเก่งนัก เรื่องโขกศีรษะนี้ข้าไม่สามารถยอมรับได้ ฟ้าดินฮ่องเต้บิดามารดาข้าโขกศีรษะให้ได้ แต่คนอื่นไม่ได้”
ยิ่งไปกว่านั้น คนอื่นที่ว่านั้นยังเป็นแค่คนชั่วที่ไร้ประโยชน์คนหนึ่งเท่านั้น
“อีกอย่าง ปรมาจารย์โม่ ข้าเองก็ทำผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ จะนับไม่ได้ว่าข้าเป็นคนฆ่าชายผู้นั้น พูดขึ้นมาแล้ว ข้าก็แค่ขังเขาไว้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น เพื่อให้เขาไม่หุนหันพลันแล่นเช่นนั้นอีกในอนาคต แล้วหากเขาเขาหุนหันพลันแล่นจนทำร้ายคนอื่นขึ้นมาเล่า จะทำอย่างไร หรือบางที หากข้าไม่ขังเขาในวันนั้น เขาคงฆ่าผู้หญิงคนนั้นด้วยความโกรธแค้นไปแล้วก็ได้”
หลังจากที่จ้าวซวีจือพูดจบ เขายังรู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลมาก “ปรมาจารย์โม่จิตใจดีมีเมตตา ข้าเข้าใจ เพียงแต่คนตายก็ตายไปแล้ว จะขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้ไปทำไม หากท่านปรมาจารย์ยังยืนกรานที่จะเอาเรื่อง เช่นนั้นข้าจะเอาเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกไปให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของเขาเป็นการชดใช้ ดีหรือไม่”
จ้าวซวีจือรู้สึกว่าตนเองให้เกียรติโม่ชูเซิงมากแล้ว
เงินหนึ่งร้อยตำลึงสำหรับบ้านของคนธรรมดานับได้ว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาล
หากไม่เต็มใจยอมรับก็พูดได้อย่างเดียวว่า โลภไม่รู้จักพอ!
สีหน้าของจ้าวซวีจือประชดประชด
พระชายาก็ไม่พอใจขึ้นมาแล้วเช่นกัน “ซวีจือ เหตุใดเจ้าจึงพูดกับปรมาจารย์เช่นนั้น ขอโทษปรมาจารย์เสีย!”
เวลานี้จ้าวซวีจือลุกขึ้นยืนตรงราวกับว่าเขากำลังจะเขาไม่มีอะไรจะเสียแล้วกระนั้น “คนๆ นั้นโชคร้ายเอง จะโทษใครได้? เกิดมาเป็นชาย แม้แต่ภรรยาตนเองก็ยังไม่สามารถที่จะสั่งสอนให้ดีได้ ภายหลังยังมาฆ่าตัวตายไปอย่างคนขี้ขลาด ตามความเห็นของข้าแล้ว ที่ท่านปรมาจารย์ต้องการล้างมลทินให้คนผู้นี้ก็เป็นการเสียเวลาเปล่า หรือว่าคนผู้นี้จะตามหาท่านในชาติหน้าเพื่อตอบแทนท่าน”
ตอนที่ 470 จิกเขา!
พระชายาได้ยินคำพูดของเขาก็โกรธจัดจนต้องยืนขึ้นทันที
ปรมาจารย์โม่ผู้นี้เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตลูกชายของนางไว้ จะต้องปฏิบัติต่อนางด้วยมารยาทสิ แต่วันนี้เด็กคนนี้กลับเกรี้ยวกราดไม่รู้ความเอาเสียเลย!
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
ในที่สุดก็ล้มเหลว
นางคิดว่าหากจ้าวซวีจืออดทนได้ และสามารถโขกศีรษะต่อหน้าวิญญาณได้ ต่อให้เขาจะไม่เต็มใจก็ตาม ความคับข้องใจของวิญญาณตนนี้ก็จะสามารถคลี่คลายไปได้
น่าเสียดายที่ตอนนี้จ้าวซวีจือดูหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก
และในเวลานี้ที่ยิ่งหงุดหงิดกว่า…ก็อยู่ข้างๆ นางนี่เอง
เมื่อวิญญาณได้ยินคำพูดของจ้าวซวีจือก็เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับความสะเทือนใจอย่างมาก ดวงตาทั้งคู่ของเขาก็ดำมืดลง พริบตานั้นไอแค้นของเขาก็หนักหน่วงรุนแรงขึ้น
เซี่ยเฉียวรีบพูดขึ้นทันทีว่า “เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้ข้ามาทำอะไรที่นี่”
ทั้งพระชายาและจ้าวซวีจือต่างก็มองนางด้วยความประหลาดใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระชายาที่ตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินน้ำเสียงดุดันของปรมาจารย์
เหตุใดลักษณะอย่างเซียนของปรมาจารย์จะเปลี่ยนเป็น…เกรี้ยวกราดขึ้นมาในชั่วพริบตาเช่นนี้ได้
เซี่ยเฉียวยืนขึ้น นางเช็ดมือน้อยๆ ของนางกับเสื้อผ้าของตนเองก่อนจะถอนหายใจ ทันใดนั้นนางก็ก้าวเข้าไปข้างหน้าและตบหน้าจ้าวซวีจือทันที
จ้าวซวีจือสูงมาก เซี่ยเฉียวแทบจะต้องกระโดดขึ้นเลยทีเดียว
ช่วงนี้นางบำรุงมามาก พลังเต็มเปี่ยม ให้ทุบตีใครคนสักคนก็ไม่เป็นปัญหา!
ถึงอย่างไรนางก็เรียนวิชากระบี่มาตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งยังไม่ใช่สาวน้อยอ่อนแอ
หลังจากเซี่ยเฉียวออกหมัดเสร็จแล้ว นางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ สองครั้ง และลูบแขนเสื้อของนาง จากนั้นนางก็นึกถึงต้าสยงของตนเองขึ้นมาได้จึงรีบเอ่ยสั่งมันทันที “จิกเขา!”
ตอนที่เซี่ยเฉียวพุ่งเข้าไป ต้าสยงก็เริ่มกระพือปีกอย่างรุนแรงแล้ว
เมื่อมันได้ยินคำว่า ‘จิก’ ในเวลานี้จึงรีบยืดคออกไปพุ่งเข้าหาจ้าวซวีจือในทันที
จ้าวซวีจือก็เคยฝึกศิลปะการต่อสู้
จึงทำอะไรเขาได้ยากมาก
เซี่ยเฉียวอาศัยจังหวะที่เขาไม่สังเกตต่อยไปอีกสองทีก่อนจะรีบถอยห่างออกไป นางกุมหน้าอกตนเองหอบหายใจด้วยใบหน้าซีดขาว ท่าทางราวกับจะหมดแรงตายแล้วกระนั้น
พระชายาตกใจมากที่เห็นจ้าวซวีจือกำลังต่อสู้กับไก่แจ้ตัวใหญ่นั่น นางรีบเรียกคนเข้ามา “เร็วเข้า แยกพวกเขาออกจากกันเร็ว!”
แต่อย่าทำให้ไก่โต้งของปรมาจารย์ตายนะ!
ไก่โต้งตัวใหญ่ตัวนี้ดูเหมือนจะมีพลังจิต ตอนที่โม่ชูเซิงทำพิธีก่อนหน้านี้ ไก่ตัวนี้ก็อยู่ข้างๆ ท่าทางก้าวร้าวดูน่ากลัวมาก
นางสงสารจ้าวซวีจือ?
บอกตามตรงว่าตอนนี้พระชายาก็ยังเลิกเล่นละครไม่ได้จริงๆ
ถึงอย่างไรเขาไม่ใช่ลูกชายของนางเอง แค่นางไม่ปฏิบัติไม่ดีต่อเขาก็ไม่เลวแล้ว
ยิ่งกว่านั้น ทั้งที่เด็กคนนี้ทำผิดอย่างเห็นได้ชัด แต่ตัวเขาเองกลับไม่ยอมรับ คำพูดที่เขาพูดกับปรมาจารย์ก็เกินไปจริงๆ สมควรถูกตีแล้ว
สิ่งที่ปรมาจารย์ทำนั้นถูกต้อง แม้ว่านางจะทุบตีเขาแต่ก็มีเหตุผล
ถึงอย่างไร เด็กคนนี้ก็จะต้องไม่ทำให้ปรมาจารย์และไก่ของนางบาดเจ็บอย่างเด็ดขาด
คนที่อยู่ด้านนอกรีบวิ่งเข้ามาทันที คุณชายผู้หนึ่งตะลุมบอนอยู่กับไก่โต้งตัวหนึ่ง พวกเขาพยายามแยกไก่โต้งตัวนั้นออกมาทันที
พระชายาเห็นเช่นนั้นก็ทนไม่ได้ “อย่าทำร้ายไก่ตัวนั้น!”
ในห้องวุ่นวายไปหมด ขนไก่ปลิวว่อน
ต้องโทษเซี่ยเฉียวด้วยที่หลังจากมาเมืองหลวงแล้ว นางก็ไม่ได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพิ่มอีกสักหลายตัว ไม่เช่นนั้นแล้ววันนี้ต้าสยงก็จะไม่ต้องลำบากขนาดนี้ การรวมตัวกันโจมตีเป็นกลุ่มนั้นง่ายกว่ามาก
เซี่ยเฉียวเอนหลังพิงเก้าอี้ นางดูย่ำแย่มาก
พระชายายิ่งร้อนใจมากขึ้นไปอีก
องค์ชายน้อยถูกแม่นมพาตัวออกไปแล้ว เขาจึงไม่ได้เห็นฉากที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้
ในไม่ช้าจ้าวซวีจือก็ถูกลากตัวออกมาได้
ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าสกปรก
จ้าวซวีจือโกรธจัดจนดูเหมือนเขาอยากจะเอามีดมาฆ่าคน เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางเช่นนั้นของเขาก็พูดอย่างดุเดือด “เจ้ามองอะไร หากยังมองอีกข้าจะควักลูกตาของเจ้าออกมาเสีย…แค่กๆ…”
“…” พระชายาอึ้งงัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบนางก็หันไปมองที่วิญญาณอีกครั้ง แล้วก็เป็นอย่างที่คาด วิญญาณสงบลงแล้วในเวลานี้
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ให้ความเป็นธรรมแก่ข้า… เมื่อครู่นี้ ข้าทำให้ท่านเป็นห่วงแล้ว…” วิญญาณชายรู้สึกผิดอย่างมาก