ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 489 ไม่เหลือเอาไว้บ้าง / ตอนที่ 490 ถึงเวลาตอบแทนแล้ว
ตอนที่ 489 ไม่เหลือเอาไว้บ้าง / ตอนที่ 490 ถึงเวลาตอบแทนแล้ว
ตอนที่ 489 ไม่เหลือเอาไว้บ้าง?
หญิงชราจ้องหน้าลูกชายคนโตของนางด้วยความตกตะลึง
“เจ้า…เจ้าเอาเงินไปให้เจ้ารองหมดแล้วเพราะปรมาจารย์เหลวไหลคนนั้นหรือ!” หญิงชราไม่อยากที่จะเชื่อว่า ลูกชายที่เฉลียวฉลาดมาตลอดของนางเลอะเลือนไปถึงขั้นนี้ได้อย่างไร
เซี่ยหมั่งซานถึงกับส่ายศีรษะ “ไม่ได้เหลวไหลนะ! ปรมาจารย์ผู้นั้นคำนวณดวงชะตาได้แม่นยำมาก นางยังเป็นแขกคนสำคัญของท่านอ๋องเชียวนะ คนแถวนั้นเขาก็รู้กันหมด แม้แต่พ่อบ้านจวนท่านอ๋องยังเอาของขวัญมามอบให้ด้วยตัวเอง อีกอย่าง ท่านแม่…”
“งานของข้าก็ไม่มีแล้วไม่ใช่หรือ ก่อนที่จะตกงาน ท่านปรมาจารย์ยังทำนายให้ข้าอยู่เลย เพียงแต่ตอนนั้นข้าไม่เชื่อ นางยังคำนวณออกมาได้อีกว่าในชีวิตข้ามีผู้สูงส่ง บอกว่าเงินของครอบครัวเราได้มาไม่ถูกต้อง ข้าก็เลยจะต้องประสบภัย! นางพูดเรื่องพวกนี้ไม่ผิดแม้แต่ประโยคเดียว ช่วงไม่กี่วันมานี้ดวงข้าก็ไม่ดีจริงๆ ซวยไปหมดทุกอย่าง ข้าขอร้องท่านปรมาจารย์อยู่ตั้งนานกว่านางจะยอมช่วยข้าขจัดภัยนี้!”
“อีกอย่าง…ท่านแม่ ปรมาจารย์ไม่ได้คิดเงินข้าแม้แต่อีแปะทองแดงเดียว ถ้าหากนางโลภอยากได้เงินข้าจริงๆ นางจะให้ข้าเอาเงินไปคืนผู้สูงส่งทำไม เอาให้นางก็ได้แล้วนี่” เซี่ยหมั่งซานเอ่ย
เซี่ยหมั่งซานเชื่อว่าปรมาจารย์ไม่มีทางหลอกลวงเขาแน่
เขามีอะไรให้นางต้องหลอกลวงได้เล่า และตอนนี้ปรมาจารย์ก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรทั้งนั้น!
เขาเป็นคนมีวาสนาเพียงเท่านั้นเอง
หญิงชราได้ฟังคำพูดของลูกชายก็ตกตะลึง
ปรมาจารย์ผู้นั้นแม่นขนาดนั้นเชียว?
“แต่..แต่ก็ไม่น่าเอาเงินของพวกเราไปให้เจ้ารองนี่! นังหนูบ้านเจ้ารองนิสัยเป็นอย่างไรเจ้าไม่รู้หรือ เจ้ารองยิ่งตามใจนาง หากนางเอ่ยปาก เจ้ารองหรือจะยอมคืนเงินให้พวกเรา!”
หญิงชรารีบเอ่ย
หลายวันมานี้เซี่ยหมั่งซานไม่ได้นึกถึงเซี่ยเฉียวเลย
“รอให้เจ้ารองกลับมาก่อน แล้วข้าผ่านเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้ ข้าก็จะไปหาเจ้ารอง ตอนนี้ข้าเอาเงินของข้าให้พวกเขาไปแล้ว ไม่แน่เจ้ารองอาจจะคิดว่าข้าไม่ได้โลภอยากได้เงินของเขา แล้วดีกับข้ากว่าเดิมก็ได้” ความสามารถในการคิดพิจารณาของเซี่ยหมั่งซานราวกับจะหายไปหมดแล้วในเวลานี้
ให้ทรัพย์สินเงินทองไปตั้งมากขนาดนั้นจนสมองของเขาเองก็มึนงงไปหมดแล้ว
“ไม่ได้! ไปเอากลับมาเดี๋ยวนี้!” หญิงชราดื้อดึง
นั่นไม่ใช่เงินเล็กๆ น้อยๆ เลยนะ มันคือสมบัติทั้งหมดของครอบครัว!
“ท่านแม่!” เซี่ยหมั่งซานคำรามออกมา “ท่านอยากให้ข้าตายหรือ ไปเอากลับมาไม่ได้! ก่อนที่ข้าจะพ้นเคราะห์นี้ไป ใครก็ห้ามไปทั้งนั้น!”
สีหน้าเซี่ยหมั่งซานแสดงออกว่าโกรธจัด หญิงชราได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจทันที
เซี่ยหมั่งซานก็รู้ว่าท่านแม่ของเขารักเอ็นดูเขา เมื่อพูดจบเขาก็คุกเข่าลงกับพื้นร้องไห้ออกมา พร่ำพูดว่าเขายังไม่อยากตายออกมาไม่หยุด
หญิงชราให้กำเนิดลูกมาก็ไม่นับว่าน้อยในชีวิตนี้ แต่คนที่นางรักมากที่สุดก็คือลูกคนโตคนนี้นี่เอง
ในสายตาของนาง ลูกคนโตเป็นคนฉลาด มีความสามารถ และกตัญญูที่สุด เขาคือคนที่จะดูแลนางต่อไปในอนาคต
ในใจของนางย่อมไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นกับเขา
“เจ้าพาข้าไปหา…ปรมาจารย์ที่เจ้าพูดถึงคนนั้นหน่อย” หญิงชราเอ่ย
“ท่านแม่ ท่านปรมาจารย์ผู้นี้ปกติแล้วยุ่งมาก น้อยมากที่นางจะอยู่ที่ร้าน ท่านไม่รู้หรอกว่า นานๆ ครั้งที่นางจะอยู่ที่ร้านจะมีแค่คนที่มีวาสนาเพียงสามคนเท่านั้นที่จะได้พบนาง และทุกๆ เช้าจะมีคนไปเข้าแถวรอมากกว่าร้อยคน หลายวันก่อนหน้านี้ข้าไปที่นั่นทุกวันจึงได้เห็นกับตาตัวเองมาแล้ว! อีกอย่างท่านก็ไม่ต้องกังวลใจไปหรอก นางไม่เหมือนพวกต้นตุ๋นหลอกลวงตามแผงลอยข้างถนนพวกนั้น ร้านของนางอยู่ที่ถนนตะวันออก ร้านค้าแถวนั้นแพงมาก คนที่มีเงินขนาดนั้นจะมาหลอกข้าหรือ” เซี่ยหมั่งซานอธิบาย
หญิงชราเชื่อในตัวลูกชายคนโตของนางโดยธรรมชาติ
เมื่อนางได้ยินคำพูดที่จริงใจน่าเชื่อถือของลูกชายคนโตในเวลานี้ นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
“ก่อนที่เจ้าจะทำเรื่องนี้ลงไปเหตุใดจึงไม่บอกให้แม่รู้ก่อนสักคำเล่า ยังถึงกับวางยาด้วย…” หญิงชราปรับลมหายใจของตัวเอง “เจ้าก็อย่าได้โกรธน้องสามของเจ้าเลย สมบัติเงินทองของบ้านเราเพียงเล็กน้อยนั้นได้มาไม่ง่ายเลย ตอนนี้เจ้ามอบให้เขาไปหมดแล้ว ต่อไปจะเอาอะไรกิน…”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของหญิงชราก็เปลี่ยนไปทันที “ตอนนี้พวกเรายังมีเงินเหลืออยู่เท่าไร เจ้าไม่ได้เหลือเอาไว้บ้างเลยหรือ”
ตอนที่ 490 ถึงเวลาตอบแทนแล้ว
หญิงชรารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
นางอายุมากแล้ว สุขภาพร่างกายไม่ดี นางทนความลำบากไม่ไหวแล้วจริงๆ อีกอย่างขานางก็ยังหักอยู่ จะต้องกินน้ำแกงกระดูกเพื่อบำรุงอีกมาก
“ท่านปรมาจารย์พูดแล้วว่า หากข้าไม่จริงใจ เหลือทรัพย์สินไว้กับตัว เคราะห์คราวนี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นมาก..” เซี่ยหมั่งซานขมวดคิ้ว
เมื่อหญิงชราได้ยินเช่นนั้นก็ทนไม่ไหว นางเป็นลมไปจริงๆ
ส่วนคนอื่นๆ เวลานี้แทบจะลากตัวเซี่ยหมั่งซานไปสอบถามให้ชัดเจน
แต่หลายปีมานี้เซี่ยหมั่งซานถือว่ามีสิทธิมีเสียงมากที่สุดในครอบครัว ทุกคนจึงได้แต่ร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วงเท่านั้นในเวลานี้
หลังจากร้องไห้ทั้งคืน หญิงชราก็ได้สติขึ้นมาและเรียกทุกคนไปพบ
“พวกเจ้า…อย่าได้โทษพี่ใหญ่เจ้าเลย ทุก ทุกคนไปจัดระเบียบของในบ้าน ช่วยกันดูหน่อยว่าสามารถรวบรวมเงินได้เท่าไร…แล้ว…สะใภ้ใหญ่ สะใภ้สาม เจ้ากลับไปบ้านพ่อแม่ของเจ้าขอเงินกลับมาสักเล็กน้อย” หญิงชราเอ่ย
หลายปีที่ผ่านมา ผลประโยชน์ที่ให้ทั้งสองครอบครัวไปก็ไม่น้อย ตอนนี้ครอบครัวนางกำลังมีปัญหา ก็ถึงเวลาที่พวกเขาต้องจ่ายคืนบ้างแล้ว
สีหน้าของสะใภ้จย่าและสะใภ้ซินไม่ยินดีเลยสักนิด
โดยเฉพาะสะใภ้ซิน นางรีบเอ่ยขึ้นทันที “พี่ใหญ่เอาเงินของทั้งพวกเราทั้งบ้านไปแล้ว ตอนนี้จะให้ข้าไปขอยืมมาจากบ้านท่านพ่อท่านแม่อีก ข้าจะเอาที่ไหนไปทำแบบนั้น หากท่านแม่ของข้าถามขึ้นมาว่าเกิดอะไรขึ้น จะให้ข้าตอบว่าอย่างไร!”
หญิงชราได้ยินเช่นนั้นก็ยื่นมือออกมา แล้วใช้ช้อนรองเท้าตบหน้าสะใภ้ซินทันที
“ที่เจ้าใหญ่เอาเงินไปก็เพื่ออนาคต! เงินนั่นให้ไปแล้วก็ยังสามารถเอากลับคืนมาได้! ตระกูลซินของพวกเจ้าได้ผลประโยชน์ไปตั้งมากมาย ตอนนี้พอข้าขอให้พวกเจ้าคืนกลับมาให้บ้างสักเล็กน้อยกลับไม่ได้แล้ว? เจ้ารีบออกไปขอเงินมาเดี๋ยวนี้เลย หากไม่ได้เงินกลับมาด้วย เจ้าก็อย่าได้กลับมาอีกเลย! ต่อไปครอบครัวเราร่ำรวยขึ้นมาอีกก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าแล้ว!” หญิงชราเอ่ยด้วยโทสะ
เมื่อสะใภ้ซินได้ยินคำพูดเช่นนั้น นางก็ห่อเหี่ยวลงไปทันที
ตอนนี้นางพูดอะไรไม่ออกทั้งนั้น
แม้ว่าตอนนี้ในบ้านจะไม่มีอะไรเหลือแล้วก็จริง แต่ความสัมพันธ์กับเซี่ยหนิวซานก็ยังอยู่…
เวลานี้ทุกคนในบ้านไม่พอใจเซี่ยหมั่งซาน แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรมากเพราะคำพูดที่จริงจังของเขา
ทุกคนจึงได้ทำตามคำขอของหญิงชราแต่โดยดี
ใครบ้างที่จะไม่รู้ว่าหญิงชราไม่ได้รู้สึกสบายใจนักหรอก แต่ลูกชายคนโตของนางเปรียบดั่งแก้วตาดวงใจ เวลานี้นอกจากเชื่อเขาแล้ว นางเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ทุกคนในครอบครัวต่างก็ไปจัดระเบียบข้าวของในบ้าน
พวกเขาค้นพบเศษเงินตามซอกตามมุมต่างๆ ในบ้านบ้างเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
ในที่สุดก็พบว่าเครื่องประดับและเศษเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในบ้านรวมกันแล้วมีแค่แปดสิบกว่าตำลึงเท่านั้น!
หากเป็นตระกูลเซี่ยเมื่อก่อนเงินจำนวนนี้ถือว่ามากมายแล้ว แต่ตอนนี้หญิงชราและคนอื่นๆ ต่างก็เคยชินกับการใช้เงินมือเติบไปเสียแล้ว
สำหรับชาวนาทั่วไปแล้ว เงินแปดสิบตำลึงนี้สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต แต่สำหรับหญิงชราแล้ว…
ต่อให้ประหยัดแค่ไหนก็ใช้ได้แค่เดือนเดียวเท่านั้น!
คนในบ้านมีตั้งเยอะขนาดนั้น…
หญิงชราห่อเงินไว้ด้วยมืออันสั่นเทา
เซี่ยหมั่งซานจ้องเงินพวกนั้นไม่วางตา
แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรลงไปในที่สุด เขาเองก็รู้ว่า หากไม่มีเงินเหล่านี้ มื้อถัดไปก็คงไม่มีอะไรจะกินแล้ว
เขารู้สึกว่าความจริงใจของเขาน่าจะเพียงพอแล้ว เหลือเงินไว้เพียงเล็กน้อยเท่านี้ก็ไม่น่าจะมีอะไร…
สามวันต่อมา ผู้ที่จะรับบ้านคนใหม่ก็เข้ามา ทั้งครอบครัวก็พากันออกไปอย่างอืดอาดยืดยาด
หลังจากที่พูดจนปากคอแห้ง สะใภ้จย่าและสะใภ้ซินก็ได้เงินจากบ้านพ่อแม่ของพวกนางมาเพียงห้าสิบตำลึงเท่านั้น
หญิงชราขอให้เซี่ยฉงซานออกหน้าไปเช่าบ้านราคาถูกหลังหนึ่ง
เรือนหลังนี้เทียบไม่ได้เลยกับหลังที่เซี่ยหนิวซานซื้อให้ ห้องหับเก่าโทรมไม่ว่า ขนาดห้องก็ยังเล็ก คนหลายสิบคนแออัดอยู่รวมกันข้างในไม่สบายอย่างยิ่ง
ทุกคนต่างก็ฝากความหวังไว้กับเซี่ยหมั่งซานว่า เขาจะนำเงินกลับมาได้โดยเร็วที่สุด