ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 641 คนอ่อนแอ / ตอนที่ 642 หัวค้อน
ตอนที่ 641 คนอ่อนแอ / ตอนที่ 642 หัวค้อน
ตอนที่ 641 คนอ่อนแอ
เซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของพี่ชายใหญ่แล้วมุมปากของนางก็กระตุกเล็กน้อย นางมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเท่าไรนัก
พี่ชายงี่เง่าของนางคงไม่ได้คิดที่จะสั่งสอนอาจารย์อวี๋เพราะดูถูกเขาหรอกนะ?
ทำไมเล่า
ท่าทางของอาจารย์อวี๋นี้ก็นับว่าไม่ธรรมดา ส่วนเรื่องศิลปะการต่อสู้นั้น…
ตุ่มไตบนฝ่ามือของนางที่ไม่ต่างไปจากของเซี่ยผิงกั่งสักเท่าไรนั้นทำให้พอมองออกว่านางก็เก่งกาจเหมือนกัน
แน่นอนว่า หลักๆ เป็นเพราะเมื่อวานเซี่ยเฉียวเป็นคนเห็นลูกเตะกลางอากาศนั้นของนางด้วยตาตัวเอง จึงทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกชื่นชอบ
สุขภาพร่างกายของนางไม่ดีมาตั้งแต่เล็ก พอนางกวัดแกว่งกระบี่ไม้ท้อไปสักรอบ อย่างหนักก็คือเป็นลมไปเลย เบาหน่อยก็คือหายใจไม่ออก ร่างกายอ่อนแอไปหมด แม้ว่าตอนนี้ร่างกายของนางจะดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว แต่เนื่องจากความเคยชินตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้นางไม่กล้าที่จะมีอารมณ์มากมายหรือออกท่าทางทำอะไรมากเกินไป
นางอิจฉาผู้หญิงที่สามารถกระโดดโลดเต้นได้อย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญเช่นนี้อย่างมาก
อวี๋เซียนไม่ได้ปฏิเสธเซี่ยผิงกั่ง นางเดินไปที่ลานบ้านอย่างสดชื่นเบิกบาน
“จะลองวิชาหมัดมวยหรือดาบก็แล้วแต่เจ้าจะเลือก ข้าจะไม่รังแกเจ้า ถึงอย่างไรบ้านเราก็ต้องการรับสมัครอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ หากเจ้าสามารถรับมือข้าได้เป็นเวลาหนึ่งเค่อ งานนี้จะเป็นของเจ้าทันที แต่หากเจ้าทนไม่ไหวก็ต้องไสหัวไป” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าเขาค่อนข้างมีเหตุผลแล้ว
หากเป็นคนอื่นที่เขาไม่ถูกชะตาด้วยล่ะก็ เขาคงไล่ตะเพิดไปแล้ว
อวี๋เซียนพยักหน้า จากนั้นนางก็ดึงผ้าขาวผืนหนึ่งที่เหมือนกับผ้าพันเท้าออกมาจากอกเสื้อ
นางพันผ้าขาวรอบฝ่ามืออย่างระมัดระวังชั้นแล้วชั้นเล่า หลังหมัดทั้งสองของนางจึงเหมือนกับมีของป้องกันอยู่อีกชั้นหนึ่ง
เซี่ยผิงกั่งรำคาญยิ่งนัก
“อ่อน” ลูกผู้ชายจะอ่อนแอบอบบางอะไรขนาดนั้น
พันมือเอาไว้แบบนี้ คนที่ไม่รู้ก็คงจะนึกว่าเขาบาดเจ็บมาก่อนแล้ว!
อวี๋เซียนรู้สถานะของตัวเองเป็นอย่างดี
ผู้หญิง
ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า มือ หรือตำแหน่งใดๆ ที่คนอื่นสามารถมองเห็นได้ก็ไม่ควรให้มีบาดแผล หากคนอื่นเห็นแล้วก็จะพากันพูดเหลวไหลไปต่างๆ นานาได้ง่าย แม้ว่า…หลายปีมานี้นางจะคุ้นเคยกับการทำเช่นนี้แล้ว แต่นางก็ยังพยายามใส่ใจกับมันไว้ก่อนดีกว่า ถือเป็นการหลอกตนเองและหลอกคนอื่นด้วย
“หมัดมวยก็พอแล้ว ใครแตะตัวได้ก่อนก็ถือว่าจบ” อวี๋เซียนก็ไม่ได้ถือสาที่เซี่ยผิงกั่งดูถูกนาง
นางอุ่นเครื่องอยู่ตรงที่เดิมอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นคนทั้งสองก็เริ่มประมือกัน
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ใต้ระเบียงทางเดินอย่างว่าง่าย โดยพยายามอยู่ให้ห่างหน่อยเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง
ไม่ว่าใครก็ตามในสองคนนี้เพียงแค่ออกหมัดเบาๆ ก็อาจทำให้นางเป็นลมหมดสติไปได้เป็นเวลาหลายวัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซี่ยเฉียวก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนต้องเบะปาก
นางก็เป็นคนไม่ต่างกับพวกเขา เหตุใดจึงแตกต่างกันมากขนาดนี้เล่า
ลมพัดมาเบาๆ ดอกไม้และต้นไม้ในลานบ้านก็พลิ้วไหวเล็กน้อย จากนั้นนางก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนแรกที่ออกหมัดก่อน เซี่ยเฉียวดูเหมือนจะได้ยินเสียงลมที่เกิดจากการออกหมัด และเห็นขายาวๆ ที่กวาดไปมาต่อหน้าของนาง
ผัวะๆ
ดังไปมาไม่หยุด
เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจเหลือเกิน อวี๋เซียนมีความสามารถมากกว่าที่นางคิดเสียอีก!
เซี่ยเฉียวเองก็รับว่าเป็นคนที่เห็นอะไรแล้วไม่มีวันลืม แม้ว่านางจะไม่สามารถต่อสู้ได้ แต่นางสามารถมองเห็นได้ว่า ทุกย่างก้าวของอวี๋เซียนนั้นรวดเร็วและรอบคอบ นางแทบจะคาดเดากระบวนท่าต่อไปของเซี่ยผิงกั่งได้อย่างแม่นยำ
แน่นอนว่าเซี่ยผิงกั่งก็ไม่ต่างกัน
พละกำลังของพี่ชายใหญ่นางเหนือกว่าหนึ่งขั้น แต่เขาเป็นผู้ชายอยู่แล้ว ความแข็งแรงของกระดูกก็มากกว่าเล็กน้อย นอกจากนี้เขาก็ยังสูงกว่าจึงได้เปรียบ
ส่วนอวี๋เซียนอัดแน่นไปด้วยความแข็งแกร่งแต่นุ่มนวล แข็งและอ่อนส่งเสริมกัน นางใช้เคล็ดพิเศษมากกว่า
นางเหมือนปลาไหลที่ลื่นไหลนัก เซี่ยผิงกั่งไม่สามารถจับนางไว้ได้!
หลายครั้งที่หมัดของเขากำลังจะโดนตัวนาง แต่นางก็หลบหลีกได้ในพริบตา!
เซี่ยผิงกั่งที่ต่อสู้กับศัตรูอย่างสบายๆ ในตอนแรก แต่ในชั่วพริบตาเขาก็เคร่งขรึมขึ้นราวกับท่านพ่อของเขาตายกระนั้น
คาดว่า…
เขาคงจะรู้แล้วว่าตัวเองพูดจาอวดโม้ใหญ่โตเร็วไปหน่อย ตอนนี้จึงรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา
ตอนที่ 642 หัวค้อน
สองคนประมือกันไปมา ทันใดนั้นอวี๋เซียนแสร้งทำท่าราวกับว่านางกำลังจะลอบโจมตีข้างหลัง เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สังเกตให้ดีในชั่วขณะนั้น และในขณะที่เขากำลังจะป้องกันก็รู้สึกเจ็บตรงช่วงท้องขึ้นมาทันที
“…” เซี่ยผิงกั่งแยกเขี้ยวแล้วสูดลมหายใจเข้าด้วยความเจ็บปวด
นี่มันหัวค้อนหรือไง ทุบได้แรงดีจริงๆ!
หลินหยาเซียงกังวลใจอยู่ตลอดเวลา ตอนแรกนางก็กังวลว่าอาจารย์อวี๋จะถูกคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยอัดเข้า คงจะน่าสงสารมาก
ตอนนี้…นางกลับต้องกังวลว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยผู้นี้จะรู้สึกขัดหูขัดตาอาจารย์อวี๋หรือไม่หลังจากที่เขาถูกต่อยเข้าไปแล้ว
“เจ้าเจ็บไหม ข้าฝึกหมัดกับค้อนทรายมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก กลัวเจ้าจะทนไม่ไหว” อวี๋เซียนเองก็มีสีหน้าเป็นกังวลเช่นกัน
“…” ไร้เสียงตอบรับแต่ในใจเซี่ยผิงกั่งอยากด่าคน
ทนไม่ไหว?
มันก็แสบๆ ร้อนๆ อยู่ แต่เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก เจ็บแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้
“เลิกๆ!” เซี่ยผิงกั่งพ่นลมหายใจออกมาทันที “เดิมทีข้าก็ไม่เก่งหมัดมวยอยู่แล้ว หากเจ้าแข่งดาบกับข้า เจ้าจะต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย!”
“เจ้าจะลองดูก็ได้” อวี๋เซียนเกาศีรษะ “แต่ข้าไม่ค่อยชอบดาบเท่าไร มันดูหยาบคายและน่าเกลียด ข้าชอบทวนยาวมากกว่า มันดูเท่และสง่างามกว่าหน่อย”
“ในตงอันมีคนที่มีความสามารถเช่นเจ้ามากหมายอย่างนั้นหรือ” เซี่ยผิงกั่งค่อนข้างประหลาดใจ
เขาฝึกศิลปะการต่อสู้ในค่ายมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครมีความสามารถที่จะสอนเขาได้ เขาต้องพึ่งพาตัวเองทั้งหมด สิ่งที่เขาเรียนรู้ก็คือความสามารถในการปรับตัว โดยอาศัยข้อได้เปรียบตามธรรมชาติของตนเองเป็นหลัก
แต่คนแซ่อวี๋นี้ต่างออกไป ทุกๆ กระบวนท่าของเขาดูเหมือนจะผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนมา เขาจะต้องได้รับการสอนจากอาจารย์ที่มีชื่อเสียงแน่ๆ มิฉะนั้นก็คงจะทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
“บิดาของข้าเป็นแม่ทัพเล็กแห่งกองทัพเรือตงอัน แต่…เขาตายไปแล้ว วิชาพวกนี้เป็นมรดกตกทอดของครอบครัว ดังนั้นคนที่จะเก่งเท่าข้านั้นมีน้อยมาก!” อวี๋เซียนเอ่ยอย่างสบายๆ
แม้จะบอกว่าเป็นแม่ทัพเล็กแต่ก็ไม่ได้นับว่าเล็กมาก
ตอนที่ท่านพ่อท่านแม่ของนางให้กำเนิดนาง พวกเขาก็คิดว่าจะเลี้ยงดูให้นางเป็นสาวใหญ่ที่ไม่แต่งงาน ทั้งยังตั้งชื่อที่เหมือนเทพเซียนให้กับนางอีก แค่นางตัวสูงกว่าเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ว่านางเดินไปที่ไหนก็ต้องถูกคนชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์
มันทำให้นางไม่พอใจมาก
ผู้หญิงจะตัวสูงหน่อยไม่ได้หรือ
ผู้หญิงรักการชกต่อยไม่ได้หรือ
นางจึงได้อ้อนวอนบิดามารดาให้พวกเขายอมให้นางแต่งตัวเป็นผู้ชายและเรียนเรื่องหมัดมวยไปเสียเลยอย่างเปิดเผย หากใครกล้าว่านาง นางก็จะต่อยคนคนนั้นเสีย ต่อยไปครั้งหนึ่งแล้วยังไม่ฟัง ก็ต่อยเข้าหลายๆ ครั้ง คนพวกนั้นก็ทำตัวดีไปเอง!
ตอนที่บิดามารดาของนางยังมีชีวิตอยู่นางก็เป็นอันธพาลของแถบนั้น พวกเด็กผู้หญิงที่นั่นต่างก็ร้องตะโกนว่า หากพวกนางโตแล้วจะแต่งงานกับนาง นางเป็นเหมือนเทพผู้พิทักษ์ของเด็กหญิงเหล่านั้น
น่าเสียดายที่ในเวลาต่อมาผู้พิทักษ์ของนางเองก็จากไป
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา…
อวี๋เซียนถอนหายใจ ท่านปู่และท่านย่าของนางไม่เข้าใจการแต่งกายของนาง และนางก็ต้องถูกขังอยู่ในห้องมาตลอดสามปีที่ผ่านมาโดยไม่ยอมปล่อยให้ออกมาที่ลานบ้านเลยด้วยซ้ำ
นางถูกบังคับให้ปักผ้าทุกวันและต้องหัดเดินเหมือนคนอื่นๆ คนที่อยู่ในบ้านต่างก็พูดจาไม่ดีกับนาง บอกว่านางทำให้คนตระกูลอวี๋ทั้งหมดต้องอับอายขายหน้า
แต่ท่านพ่อของนางไม่ได้พึ่งพาครอบครัวมาเป็นเวลานานแล้ว ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับพวกเขามากนัก
ตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่ของนางจากไปแล้ว มือของพวกเขาจึงยื่นเข้ามาวุ่นวายกับนางได้อย่างสมเหตุสมผล
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่นางไว้ทุกข์จนครบกำหนดแล้วพวกเขายังเตรียมที่จะให้นางแต่งงานอีกด้วย
เดิมทีการแต่งงานก็เป็นเรื่องน่ายินดี และนางเองก็ไม่ได้ต่อต้านมากนัก แต่นางไม่ได้เป็นที่โปรดปรานในบ้านนั้น ดังนั้นสามีที่พวกเขาเลือกให้จึงเป็นชายชราน่าเกลียด แล้วไหนเลยนางจะทนได้!
นางก็เลยหนีมาทั้งวันทั้งคืน!
สาวใช้คนสนิทนางก็ไม่มี!
เงินทองเครื่องประดับนางก็ไม่มี!
ตลอดทางที่นางมาที่นี่ก็เอาชีวิตรอดด้วยการกินผักกินหญ้าและจับปลา!
เซี่ยผิงกั่งยังรู้สึกปวดท้องเล็กน้อย เขาลูบมันโดยไม่รู้ตัว อวี๋เซียนมองเห็นได้ทันที “ข้าใช้เคล็ดพิเศษ เป็นท่ามือเฉพาะ หากใครโดนเข้า อย่างน้อยๆ ก็ต้องเจ็บไปสักสองวัน เจ้าลูบไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”