ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 643 หวังว่าเขาจะเข้าใจ / ตอนที่ 644 บรรเทาความหมั่นไส้
ตอนที่ 643 หวังว่าเขาจะเข้าใจ / ตอนที่ 644 บรรเทาความหมั่นไส้
ตอนที่ 643 หวังว่าเขาจะเข้าใจ
สิ่งที่อวี๋เซียนพูดนั้นเป็นความจริง
ก่อนที่บิดาของนางจะสอนวิชาหมัดมวยให้ เขาได้ให้นางเรียนรู้อย่างละเอียดว่าร่างกายของคนเรานั้นเป็นอย่างไรจากศพคนตาย
ตรงไหนทำให้เจ็บได้ ตรงไหนมีกระดูก จุดเลือดลมอยู่ตรงไหน นางรู้ดีกว่าคนชันสูตรศพเสียอีก ท่าทางที่ดูเหมือนนางออกหมัดนั้น แท้จริงแล้วยังมีของแหลมคมที่โผล่ออกมาจากหมัด ซึ่งเจาะเข้าไปเป็นครึ่งวงกลม…อย่างรวดเร็ว
จะไม่เจ็บได้หรือ
นางไม่ได้ชนะการต่อสู้ทั้งหมดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่ท่านพ่อของนางบอกว่าไม่สำคัญว่านางจะชนะหรือไม่
ที่สำคัญก็คือ หากนางมีโอกาสตีคู่ต่อสู้เมื่อไร จะปล่อยไปไม่ได้ เพราะหากพละกำลังของศัตรูและเราแตกต่างกัน การปะทะเพียงชั่วครู่ที่ไม่ได้มีบ่อยๆ นั้นอาจเป็นโอกาสในการพลิกมาชนะของนางได้!
ดังนั้น…
นางจึงลงมือหนักหน่อย
หวังว่าเขาจะเข้าใจ
เซี่ยผิงกั่งดูประดักประเดิดเล็กน้อย “เหมือนแมวข่วน ไม่เจ็บหรอก”
“ตกลง ท่านว่าอย่างไรก็อย่างนั้น ท่านเป็นนาย” อวี๋เซียนพยักหน้าโดยไม่ปฏิเสธ
แต่คำพูดเหล่านี้น่าหดหู่มากกว่าการหักล้างเสียอีก จนเซี่ยผิงกั่งเกิดความคิดที่จะบดบี้คนให้ตายขึ้นมาแล้ว เขาจ้องหน้าอวี๋เซียน “อวี๋เซียนใช่ไหม ต่อไปเจ้าก็มาสอนน้องชายของข้าเถอะ”
ใบหน้าของอวี๋เซียนเต็มไปด้วยความยินดี แม้ว่าเขาจะโค้งคำนับอย่างสะใจ “ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะทำให้ดีที่สุด แต่…เพราะข้ายังต้องตามหาญาติ ตอนนี้จึงสอนได้แค่สองเดือนเท่านั้น”
“สองเดือนหรือ ไม่ได้ อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ได้ เรียนอะไรจับฉ่ายเกินไปมันไม่ดี หากเจ้าจะสอนก็ต้องสอนอย่างน้อยห้าปี”
ห้าปีก็ยังน้อยไป!
“…” สีหน้าอวี๋เซียนยุ่งเหยิง
นางเองก็รู้ว่า อาจารย์แต่ละคนสอนแตกต่างกัน การเรียนศิลปะการต่อสู้ของเด็กคนหนึ่งควรใช้ครูคนเดียวจะดีที่สุด
“ข้ายังตามหาลูกพี่ลูกน้องของข้าอยู่” อวี๋เซียนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
นางไม่มีเงินก็จริง แต่เรื่องการตามหาญาติจะไม่ทำก็ไม่ได้
“หากเจ้าตามลูกพี่ลูกน้องพบแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องทำมาหากินแล้วหรือ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยตรงไปตรงมา “หรือเจ้าจะให้ญาติผู้พี่ของเจ้าเลี้ยงเจ้าไปตลอดชีวิต มีผู้ชายคนไหนบ้างที่ไม่หางานทำ อีกอย่าง น้องชายของข้าคนนั้นก็ไม่ใช่จะต้องเรียนทุกวันทุกเวลาเสียหน่อย เจ้าแค่ชี้แนะเขาวันละนิดวันละหน่อยก็พอ เขายังต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก และมันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางให้เจ้าไปทำอย่างอื่นด้วย”
“หรือเจ้ากลัวว่าความสามารถของน้องชายของข้าไม่ดี แล้วจะทำลายชื่อเสียงของตระกูลเจ้า?” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม “เจ้าวางใจได้ น้องชายของข้านับเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ด้านนี้อย่างแน่นอน!”
เพื่อรั้งคนไว้ เขามีแต่ต้องยอมเอ่ยบางคำพูดออกมาอย่างหน้าด้านๆ
แม้เขาจะรู้สึกว่าเด็กคนนี้พูดจาไม่น่าฟังเท่าไร แต่เซี่ยผิงกั่งก็ยอมรับว่าคนผู้นี้มีความสามารถที่แท้จริง
เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้อาจารย์ที่มีชื่อเสียงกี่คนจึงสามารถเพาะบ่มคนที่เก่งกาจขนาดนี้ออกมาได้ แต่เขากลับต้องตกต่ำลงกลายมาเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้เช่นนี้
แต่ในเมื่อคนผู้นี้ก็มาอยู่ในมือของเขาแล้ว เขาจะไม่รั้งคนที่มีความสามารถดีๆ เช่นนี้ไว้ได้อย่างไร
น้องชายไม่เอาไหนของเขานั่นโชคดีเป็นบ้า ในทางบุ๋นก็มีเซียวอวี้หรง ในทางบู๊ก็มียอดฝีมือเช่นนี้มาอีก
ต่างจากเขาที่นอกจากจะได้เรียนรู้อักษรบางตัวจากราชครูมาบ้าง ที่เหลือก็ต้องคลำทางเอาเอง
อวี๋เซียนบูดบึ้ง
นางก็มีช่วงเวลาที่จนปัญญาอย่างยิ่ง ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้หญิง ในวัยนี้แล้วนางก็ไม่สามารถเป็นอะไรได้อย่างไร้ข้อจำกัดได้เหมือนตอนที่ยังเป็นเด็ก
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่มีบิดามารดาคอยปกป้องคุ้มครองแล้ว จึงไม่อาจทำอะไรโดยไม่คิดได้อีกต่อไป
นางมาที่นี่เพื่อมาพึ่งพาญาติ และนางก็ไม่สามารถทำลายชื่อเสียงของครอบครัวญาติผู้พี่ของนางได้
“ข้าจะสอนทักษะพื้นฐานบางอย่างให้เขาในช่วงสองเดือนนี้ หลังจากสองเดือนแล้ว…ก็ค่อยว่ากันอีกที ตกลงไหม” อวี๋เซียนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
นางจะต้องพบลูกพี่ลูกน้องของนางก่อน และหากพี่ชายของนางไม่สะดวกที่จะดูแลนางหรือที่บ้านนั้นไม่มีอิสระ นางก็จะเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ไปตลอดชีวิต!
เซี่ยผิงกั่งไม่พอใจอย่างมาก
หากไม่ใช่ว่ามีหลินหยาเซียงอยู่ด้วย เขาก็คงทุ่มเงินไปแล้ว
ที่เขาลังเลเช่นนี้จะต้องเป็นเพราะได้เงินไม่มากพออย่างแน่นอน!
“ก็ได้ เจ้าอาศัยอยู่ที่ไหน ข้าสามารถจัดเรือนให้เจ้าในจวนนี้ได้เพื่อจะได้สะดวกแก่การสอน” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอีก
เขากลัวว่าเด็กคนนี้จะหนีไป
หากเขาไม่สอนศิลปะการต่อสู้ให้ก็จับหักขาแล้วขังไว้เสียเลย
ตอนที่ 644 บรรเทาความหมั่นไส้
อวี๋ซานมองไม่ออกว่าเซี่ยผิงกั่งเป็นคนดุร้ายเลยแม้แต่น้อย กระทั่งยังรู้สึกว่าคนผู้นี้ละเอียดรอบคอบเสียด้วยซ้ำ
“ที่ที่ข้าอยู่ตอนนี้เป็นห้องเล็กๆ ซอมซ่อแห่งหนึ่ง ซึ่งค่อนข้าง…ไกลจากที่นี่ หากท่านสามารถจัดการเรื่องที่อยู่ให้ได้ย่อมเป็นเรื่องดี” นางเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เซี่ยผิงกั่งโล่งอก
เดิมที…เขาก็ไม่ได้เตรียมใจจะให้เขาอยู่อาศัยในจวนหรอก
แต่เขารู้สึกว่า หากเขาอยู่ที่นี่เสียเลยจะดีกว่า เขาจะได้มีคนฝึกดาบด้วย
เซี่ยผิงไหวน้องชายไม่เอาไหนของเขาก็ไม่รู้ว่าจะเรียนรู้จากเขาได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นก่อนที่เขาจะจากไป เขาจะต้องรีดเค้นเอาเคล็ดวิชาของเขาออกมาให้หมดให้ได้
บ้านตระกูลเซี่ยและตระกูลหลินไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก หลินหยาเซียงจึงไม่ได้คัดค้านอะไร
“ต่อไปพวกเราจะรับผิดชอบเรื่องที่อยู่และอาหารการกิน ส่วนเรื่องเงินเดือนก็ต้องเป็นหน้าที่ของท่านป้าหลินแล้ว” เซี่ยเฉียวยิ้มให้หลินหยาเซียง
นางรู้ว่าตระกูลหลินคิดที่จะทำอะไรให้เด็กทั้งสองคนบ้างอยู่เสมอ
หลินหยาเซียงได้ยินที่เซี่ยเฉียวพูดก็รู้สึกดีใจมาก “ตกลง ขอแค่อาจารย์ได้อยู่อย่างสบายก็พอ”
เซี่ยผิงกั่งเพิ่งจะได้นึกถึงนางขึ้นมาได้เมื่อได้ยินเซี่ยเฉียวพูดขึ้นมา
“อาจารย์อวี๋ น้องหญิงของข้านี้เป็นว่าที่พระชายาของรัชทายาท ดังนั้นเจ้าจะต้องระมัดระวังตัวหน่อย หากเจ้าชนนางเข้าโดยบังเอิญ ข้าจะตัดคอเจ้า” เซี่ยผิงกั่งขึงตามองเขาพลางเอ่ยเตือน
อันที่จริงอวี๋เซียนไม่กล้ามองพวกผู้หญิงมาโดยตลอด
นางเองก็รู้ดีกว่าตอนนี้ตัวเองเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ดังนั้นหลังจากที่ก้าวเข้ามาในบ้านแล้วก็พยายามก้มหน้าก้มตาอยู่ตลอด ต่อให้นางเงยหน้าก็จะมองแต่เซี่ยผิงกั่งเท่านั้น
เมื่อเซี่ยผิงกั่งตักเตือนเขาขึ้นมาในเวลานี้ เขาจึงเหลือบไปมองเซี่ยเฉียวโดยสัญชาตญาณทันที
เมื่อมองออกไป…ก็เก็บสายตากลับมาไม่ได้แล้ว
ตกตะลึงไปทันที
น้องสาวคนนี้งดงามมากเหลือเกิน…ผิวขาวอมชมพูระเรื่อ อวัยวะทั้งหมดบนใบหน้าก็ราวกับภาพวาด ที่น่ากลัวก็คือรัศมีของร่างนั้น นางเอนร่างพิงราวระเบียง พอลมพัดมานางก็แทบจะปลิวไปตามลมราวกับจะกลายเป็นเซียนไปได้เลยกระนั้น!
“พวกท่านคนบ้านนี้ช่างหน้าตาดีกันเหลือเกิน!” อวี๋เซียนอดชมออกมาจากใจจริงไม่ได้
ผู้ชายกล้าหาญ ผู้หญิงงดงามราวนางเซียน นางโตมาขนาดนี้ก็ยังไม่เคยเห็นโดดเด่นสะดุดตาเท่าคนบ้านนี้อีกแล้ว!
หลินหยาเซียงและคนรับใช้ตระกูลเซี่ยที่คอยยืนปรนนิบัติอยู่ด้านข้างต่างก็รู้สึกว่าตนเองหูฝาดไป
คนบ้านนี้?
นางคงไม่ได้รวมคุณชายใหญ่เอาไว้ในนั้นด้วยหรอกใช่ไหม
อาจารย์อวี๋ท่านนี้มีความสามารถก็จริง แต่สายตาของเขานั้นออกจะ…มีปัญหา คุณหนูใหญ่หน้าตาดีเป็นที่รู้กันทั่วและไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่คุณชายใหญ่…
จึ๊ คำว่าหน้าตาดีนี้ หากเอาไปใช้กับตัวเขาก็เป็นการด้อยค่าคำๆ นี้แล้ว!
“เจ้าก็หน้าตาดี” เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อยด้วยดวงตาเป็นประกาย
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าสองคนนี้ชั่วร้าย เล่นหูเล่นตา
“เก็บอาการหน่อย ยังมีคนมองอยู่นะ” เซี่ยผิงกั่งกลอกตามองเซี่ยเฉียว เขายังไม่วางใจ จากนั้นก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้านางก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ต่อให้ชอบอย่างไรก็ไม่ได้แล้ว ใครใช้ให้เจ้าเด็กนี่โผล่มาช้าเองเล่า บ้านเราก็ตกลงกับรัชทายาทไว้แล้ว อำนาจของฮ่องเต้ก็ล้นฟ้า จะมากลับคำตอนนี้ก็ไม่ได้”
“…” เซี่ยเฉียวหัวเราะหึๆ
เขาจะเข้าใจอะไรเล่า
นางก็แค่ชอบท่าทางที่อวี๋เซียนอัดพี่ชายของนางมากเท่านั้น!
ระบายอารมณ์! บรรเทาความหมั่นไส้!
“ต่อไปพี่ชายใหญ่และอาจารย์อวี๋จะประมือกันทุกวันเลยหรือไม่” สีหน้าเซี่ยเฉียวอ่อนโยน นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงคาดหวังอย่างยิ่ง
อวี๋เซียนอดที่จะเหลือบมองเซี่ยเฉียวไม่ได้
ทำไมนางไม่เกิดมาเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเซี่ยเฉียวกันนะ ใบหน้าเล็กๆ จมูกน้อยๆ นั้น ช่างน่ารักเกินไปแล้ว…รัชทายาทคนปัจจุบันนี่มีบุญเหลือเกินที่ได้ภรรยาหน้าตาเช่นนี้ หากเปลี่ยนเป็นนาง นางคงมีความสุขจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกเป็นแน่…
บรรยากาศในลานบ้านดูแปลกประหลาด
แม้แต่คนโง่ก็ยังดูออกว่า อาจารย์อวี๋กับคุณหนูใหญ่ชื่นชมกันและกัน อดมีความรู้สึกให้กันไม่ได้
หัวใจพวกเขาเต้นรัว ต่างก็รู้สึกว่าภาพเหล่านี้ทิ่มแทงเกินไป ไม่กล้าที่จะมองอะไรมาก ด้วยกลัวว่าวันข้างหน้าจะรู้มากเกินไปจนหัวหลุดจากบ่า
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของคนอื่น เวลานี้ตอบเซี่ยเฉียวอย่างระมัดระวัง “ข้าอยากฝึกฝีมือกับเขาหน่อย แต่ช่วงนี้ข้ายุ่งอยู่กับคดี ตอนเช้าตรู่พอมีเวลาว่างบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าคนผู้นี้จะลุกจากเตียงไหวหรือไม่…”
อันที่จริงแล้ว……
แม้ว่าเขาจะลุกไม่ไหว แต่เขาจะพยายามทำให้คนแซ่อวี๋ต้องลุกขึ้นมาซ้อมกับเขาให้ได้!
Fkt2ay
หรือนี่จะเป็นคู่แท้ของพี่ชายใหญ่ คนนี้แหละ เหมาะมากกกกกกกกก นางน่าจะเป็นน้องสาวขององครักษ์โจว แน่ๆ