ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 645 ช่วยด้วย / ตอนที่ 646 ไข้ขึ้นหรือ
ตอนที่ 645 ช่วยด้วย / ตอนที่ 646 ไข้ขึ้นหรือ
ตอนที่ 645 ช่วยด้วย
เซี่ยผิงกั่งตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องใช้ประโยชน์จากอาจารย์อวี๋สักหน่อย
เขาถึงกับรู้สึกว่าคนที่มีวรยุทธ์เก่งกาจเช่นนี้จะมาเป็นเพียงอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้มันช่างน่าเสียดายจริงๆ!
ต่อไปเขาจะต้องทำความเข้าใจกับนิสัยใจคอของคนคนนี้สักหน่อย หากอาจารย์อวี๋เป็นคนซื่อสัตย์และรู้ความ เขาก็สามารถช่วยหาตำแหน่งเล็กๆ ที่ไม่ต้องเกาะกระแสตามใครให้เขาได้ แม้แต่จะให้ยัดเข้าค่ายทหารของท่านพ่อเขาก็ได้เหมือนกัน
ด้วยฝีมือของเขาไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องลืมตาอ้าปากได้แน่!
เซี่ยผิงกั่งตบไหล่อวี๋เซียนด้วยมืออันใหญ่โตของเขา “อาจารย์อวี๋ ประเดี๋ยวพ่อบ้านจะพาเจ้าไปดูห้อง หากเจ้าต้องการอะไรก็บอกเขาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
อวี๋เซียนพยักหน้า “ตกลง ขอบคุณท่านมาก!”
แต่วันนี้นางยังมีเรื่องที่ต้องไปทำก่อน
ต้องขอบคุณนักพรตคนนั้นนางจึงได้โชคดีเช่นนี้ วันนี้นางเลยต้องไปมองหาดูสักหน่อย หากหาตัวนักพรตพบเข้าล่ะก็ นางจะต้องกล่าวขอบคุณเป็นการส่วนตัวสักหน่อย
เซี่ยผิงกั่งสั่งเรียบร้อยแล้วเขาก็ไปศาลตัดสินคดีทันที เซี่ยเฉียวที่ยังคงไม่ไปไหนพูดคุยกับท่านป้าหลินสักพัก จากนั้นนางก็ไปเรียนหนังสือ
ส่วนอวี๋เซียนก็ทำความรู้จักกับบ้านตระกูลเซี่ยเล็กน้อยก่อนที่นางจะรีบออกไปข้างนอก
นางออกไปที่ถนนเส้นเดียวกับเมื่อวานแล้วตามหาไปทั่ว แต่น่าเสียดายที่นางไม่เห็นแม้แต่เงาของนักพรตเลย
อวี๋เซียนใจเต้นกระหน่ำ
ประสบการณ์ของนางเหมือนกับที่หนังสือนั่นบรรยายไว้ไม่มีผิด…
เมื่อนางออกจากบ้าน ตอนที่ตกอยู่สถานการณ์สิ้นหวังนางได้จะพบผู้วิเศษที่ลึกลับคนหนึ่ง ผู้วิเศษที่เห็นความเรียบง่ายของนางจะให้คำแนะนำแล้วหายตัวไป!
เมื่อความคิดเช่นนี้แวบเข้ามาในสมองแล้วมันก็ติดค้างอยู่ไม่หายไปไหน
คิดๆ แล้วคงเป็นเพราะระหว่างทางนี้นางนอนกลางดินกินกลางทราย ท่าทางน่าสงสารจริงๆ สวรรค์คงเห็นใจนางก็เลยส่งท่านเซียนมาชี้แนะ!
ขอบคุณท่านเซียน!
ในใจอวี๋เซียนเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้งขอบคุณ
แต่นางกลับไม่รู้ว่าในขณะนั้นปรมาจารย์ท่านนั้นกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนอย่างเรียบร้อย ฟังการบรรยายของอาจารย์หลี่ว์ด้วยท่าทางง่วงๆ ทั้งที่มีพู่กันอยู่ในมือและไม่รู้ว่ากำลังเขียนอะไรอยู่กันแน่
ภายในห้องเรียนเงียบสงบอย่างยิ่ง เซี่ยเฉียวพยายามดื่มด่ำกับบรรยากาศในชั้นเรียนเช่นนี้เอาไว้ให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทันใดนั้นก็มีวิญญาณตนหนึ่งลอยเข้ามาทางหน้าต่างอย่างกะทันหัน ทั้งร่างวิญญาณปกคลุมไปด้วยควัน ใบหน้าร้อนรน วิญญาณบุกเข้ามาในเรือนคงกู่ แล้วลอยวนไปรอบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสิ้นหวัง “ท่านปรมาจารย์!? ท่านปรมาจารย์! ช่วยข้าด้วย…”
ก่อนหน้านี้นางไปที่หอส่องชะตาเพื่อขอความช่วยเหลือมาแล้ว แต่ท่านปรมาจารย์ไม่อยู่ที่นั่น
ต่อมาจึงมีวิญญาณตนหนึ่งบอกนางด้วยท่าทางลึกลับซับซ้อนว่า อันที่จริงปรมาจารย์ยังมีอีกตัวตนหนึ่ง หากนางคิดจะตามหาปรมาจารย์แล้วล่ะก็ นางจะต้องมาที่เรือนคงกู่ในสำนักศึกษาหลวงนี่
แต่พลังหยางที่สำนักศึกษานี้เข้มข้นรุนแรงมาก เมื่อนางเข้ามาใกล้ วิญญาณของนางก็สั่นเทาไปทั้งตัว และรู้สึกราวกับว่าทั้งร่างกำลังถูกไฟแผดเผา เจ็บปวดยิ่งนัก
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองด้านข้าง
มีแต่นางคนเดียวที่ได้ยินเสียงของวิญญาณตนนั้น ส่วนวิญญาณตนนั้นก็รีบเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าท่าทางตอบสนองของนาง “ท่านคือปรมาจารย์ใช่ไหม! ท่านปรมาจารย์ ลูกสาวข้าเกิดเรื่องแล้ว ข้าขอร้องท่าน ช่วยนางที ช่วยนางด้วย!”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย…
วิญญาณตนนี้ช่างโง่เขลา…
นางคิดจะให้นางช่วยคนนั้นย่อมได้ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องพูดให้รู้เรื่องหน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ส่วนเรื่องที่มีวิญญาณรู้ว่านางคือเซี่ยเฉียวนั้น…นางก็ไม่ได้แปลกใจอะไร วิญญาณบางตนช่างสังเกต และยังสามารถลอยไปได้ทั่ว จึงสามารถรู้เรื่องราวต่างๆ ได้มากกว่าคนอื่น
“พูดมาให้ละเอียด” เซี่ยเฉียวจนใจ ได้แต่พึมพำออกมาเบาๆ
ฉินหลิวที่นั่งอยู่ข้างๆ ตกตะลึงไปชั่วครู่เมื่อเห็นว่าเซี่ยเฉียวมองไปยังจุดอื่น แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก
“วันนี้ลูกสาวของข้าไม่ได้ไปเรียนที่สำนักศึกษากู่หลัน นางอยู่ที่หมู่บ้านทอผ้าแห่งหนึ่งกับแม่นางคนหนึ่ง นางถูกปิดปากแล้วส่งตัวขึ้นรถม้า! นางโดนจับตัวไปแล้ว! ข้าติดตามไปตลอดทางก็พบว่าพวกเขาออกไปนอกเมือง ตอนนี้นางถูกขังอยู่ในบ้านโทรมๆ หลังหนึ่งใกล้กับวัดเต๋าที่นอกเมือง นางหวาดกลัวมาก ข้าทำอะไรไม่ได้เลย ขอร้องท่านปรมาจารย์ช่วยลูกสาวข้าด้วยเถอะ!” หญิงผู้นั้นอดทนกับความเจ็บปวดแล้วเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวเห็นร่างของนางที่ปกคลุมไปด้วยควันราวกับกระดาษที่ถูกเผาจนแทบจะมอดไหม้หมดแล้ว
นางรีบพยักหน้าเบาๆ แล้วหยิบยันต์ออกมาซัดไปอย่างไม่เป็นที่สังเกตเพื่อเก็บวิญญาณของนาง
ตอนที่ 646 ไข้ขึ้นหรือ
นอกจากว่าจะเป็นวิญญาณที่ร้ายกาจจริงๆ มิฉะนั้นแล้ววิญญาณที่เข้ามาในสำนักศึกษาหลวงก็จะได้รับผลกระทบในทางลบแน่นอน
หากวิญญาณตนนี้อยู่ต่อไปอีกสักพักก็จะต้องแตกสลายดับสูญไปทันที
วิญญาณตนนี้เข้ามาโดยไม่กลัวตายเช่นนี้ นางจึงไม่อาจทำเมินเฉยได้
นางลุกขึ้นยืนทันที จากนั้นก็เอ่ยขออภัยกับอาจารย์หลี่ว์ “ท่านอาจารย์ ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องรีบจัดการ ดังนั้นข้าจึงอยากจะ…ขอออกไปก่อน หวังว่าท่านจะอนุญาต”
เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
นางมักจะไม่เข้าเรียนตอนบ่ายอยู่แล้ว แต่นี่เพิ่งจะเป็นครั้งแรกที่นางขอลาในชั้นเรียนของอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่า
“ไปเถอะ” อาจารย์หลี่ผู้เฒ่าตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
ท่านนี้…ไม่ได้เป็นแค่ศิษย์คนหนึ่งแล้ว แต่ยังเป็นว่าที่พระชายารัชทายาท เขาจึงต้องให้เกียรตินางบ้าง
นอกจากนี้ เซี่ยเฉียวเองก็เป็นคนที่เรียนดีอยู่แล้ว แท้จริงแล้วสิ่งที่เขาบรรยายนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับเซี่ยเฉียวเลย เขาเองก็รู้ว่า ตอนที่เซี่ยเฉียวอยู่ในชั้นเรียนของเขานางจะแบ่งสมาธิฟังเขาอย่างง่วงงุน และอ่านหนังสือที่ยืมมาจากหอหนังสือไปด้วย
ก่อนหน้านี้เขาค่อนข้างไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ทุกครั้งที่เขาถามคำถาม เซี่ยเฉียวก็จะสามารถตอบคำถามได้ตรงประเด็นทุกครั้งไป
เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงคร้านที่จะถือสาหาความอีกต่อไป
ตอนนี้…ถึงอย่างไรอีกไม่นานก็จะเป็นเวลาเลิกชั้นเรียนอยู่แล้ว นางอยากจะไปก็ไปเถอะ
เซี่ยเฉียวเดินออกไปท่ามกลางสายตาอิจฉาของทุกคน
เซี่ยเฉียวร้อนใจอย่างยิ่ง นางรีบสวมหมวกคลุมหน้าแล้วมุ่งหน้าไปที่หอส่องชะตาทันที
นางรีบไปช่วยคนก็จริง แต่ก็ต้องปกป้องตัวตนของนางด้วย ดังนั้นนางจึงต้องรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และคิดไปในระหว่างทางด้วยว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
วิญญาณตนนี้ได้รับบาดเจ็บและต้องรักษาตัวสักพัก การที่จะเรียกนางออกมาตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์
นางที่เป็นนักพรตคนหนึ่งจะออกนอกเมืองไปช่วยคนตามลำพัง?
นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้
ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มาก นางรีบไปหาศิษย์น้องของนางที่ศาลตัดสินคดีทันที
ตอนนี้รัชทายาทก็เป็นคนของนาง นางจะใช้เขาสักหน่อยก็ไม่ต้องรู้สึกกดดันอะไรมาก อีกอย่าง รัชทายาทก็มีลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชามากมาย ทั้งยังสามารถโยกย้ายกำลังทหารได้ ดังนั้นจึงสามารถตามหาคนหายได้สะดวกหน่อย
เมื่อดูจากเสื้อผ้าของวิญญาณเมื่อครู่นี้ นางน่าจะเป็นฮูหยินของครอบครัวคนรวย ลูกสาวของนางเรียนหนังสือที่สำนักศึกษากู่หลันได้ก็คงจะไม่ใช่คนธรรมดาหรอก
เซี่ยเฉียวนั่งรถม้าและมาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว
ศาลตัดสินคดีมีวิญญาณมากมายอย่างที่นางคิดเอาไว้จริงๆ
มีไอแค้นรุนแรง แต่น่าเสียดายที่ห้องทรมานหลวงมีบารมีมังกรข่มไว้ ต่อให้ด้านในมีวิญญาณก็ถูกกดข่มจนสร้างปัญหาอะไรไม่ได้
เซี่ยเฉียวบอกสถานะของนางออกไปทันทีว่า ตนเองเป็นศิษย์พี่ของรัชทายาท เมื่อองครักษ์คนหนึ่งเห็นเข้าก็จำนางได้ทันทีแล้วรีบพานางเข้าไปข้างใน
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับมาจากอำเภอสวินก็ดูเหมือนกับจะไม่ได้พบหน้ารัชทายาทเลย
นี่มันก็หลายวันแล้วนะ และคนทั้งสองก็ยังได้รับพระราชทานงานแต่งแล้วด้วย!
หรือว่า…เมื่อได้มาก็ไม่สนใจแล้ว?
เซี่ยเฉียวไม่เคยคิดเลยว่า ตอนที่นางเป็นเซี่ยเฉียวนั้นนางเป็นกุลสตรีในห้องหอ ต่อให้รัชทายาทอยากพบนางแค่ไหนก็จะบุ่มบ่ามไปหาไม่ได้
“ฝ่าบาท ข้ามีเรื่องด่วน” เซี่ยเฉียวเอ่ยตรงประเด็นทันที
สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งดูอึดอัดเล็กน้อย ใบหน้าเขาแดงเรื่อ ดูแปลกๆ
“เป็นอะไรหรือ ไข้ขึ้นหรือ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น
จ้าวเสวียนจิ่งส่ายหน้าปฏิเสธ “ ไม่มีอะไรหรอก ศิษย์พี่มีเรื่องอะไรหรือถึงได้ดูร้อนใจเช่นนี้”
หลายวันมานี้ แม้ว่าเขาอยากจะไปหานางที่บ้านตระกูลเซี่ยสักหน่อย แต่กรมพิธีการก็มักจะมีเรื่องมารบกวนใจเขาอยู่เสมอ หลังจากนั้นที่ศาลตัดสินคดีก็ยังมีเรื่องจิปาถะมากมายขึ้นมาอีก นอกจากนี้ แม้แต่สภาพจิตใจของเขาเองก็…
เพราะเกรงว่าตนเองจะแสดงออกชัดเจนเกินไปจนทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเขาเหลาะแหละไม่จริงใจ
เขาจึงเตรียมที่จะตั้งสติก่อนสักกี่วันแล้วค่อยไปพบนาง
เพียงแต่เขานึกไม่ถึงว่า จู่ๆ นางจะโผล่มาเช่นนั้น และโชคดีที่นางมาในหน้าตาของโม่ชูเซิงที่เขาเห็นจนชินแล้ว ดังนั้นปฏิกิริยาของเขาจึงไม่ได้มากเกินไป
“ฝ่าบาทพอจะจัดกำลังทหารให้บางส่วนได้หรือไม่ มีแม่นางสองคนถูกคนชั่วจับตัวไป เวลานี้พวกนางถูกขังอยู่ในบ้านร้างนอกเมืองหลังหนึ่ง จะต้องรีบไปช่วยพวกนางออกมาก่อน” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ยออกไปทันทีโดยไม่ได้พูดทักทายอะไรต่อไปอีก