ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 647 มีชีวิตชีวา / ตอนที่ 648 ไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่อไป
ตอนที่ 647 มีชีวิตชีวา / ตอนที่ 648 ไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่อไป
ตอนที่ 647 มีชีวิตชีวา
สีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งดูจริงจังขึ้นเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เซี่ยเฉียวพูด เขารีบเรียกโจวเว่ยจงเข้ามาและรวบรวมคนออกนอกเมืองไปทันที
“ครึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้ตอนที่คนของศาลตัดสินคดีออกไปทำงานก็ได้ยินข่าวลือมาว่า คุณหนูใหญ่แห่งจวนหนานอันโหวที่อยู่ในเขตเมืองฝั่งตะวันออกถูกลักพาตัวไป นอกจากนั้นก็ยังมีคุณหนูต่งคนรองติดร่างแหไปด้วย คนที่บอกเรื่องนี้กับท่านก็พูดอย่างเดียวกันพอดี” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
เพียงแต่คดีตามคนหายนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของศาลตัดสินคดี ตอนนี้คนของศาลาว่าการก็ได้ส่งคนออกไปตามหาแล้ว
แต่ตอนนี้เมื่อเซี่ยเฉียวมาด้วยตนเอง ศาลตัดสินคดียื่นมือเข้าไปแทรกเรื่องนี้ก็ไม่เป็นไร
ไม่นานนักทั้งคนทั้งม้าก็พร้อม
แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะขี่ม้าได้ แต่ร่างกายของนางไม่ดี จะตรากตรำมากเกินไปไม่ได้ เขาจึงให้โจวเว่ยจงนำคนล่วงหน้าไปก่อน
เมื่อพวกเขาออกเดินทางไปแล้ว นางจะกังวลใจไปก็ไร้ประโยชน์ เซี่ยเฉียวจึงถือโอกาสสืบถามความคิดของรัชทายาทเล็กน้อย
“ข้าได้ยินแม่นางเซี่ยบอกว่า หลายวันมานี้เจ้าไม่ได้ไปหานางเลย? ทำไมหรือ” เซี่ยเฉียวตรงไปตรงมายิ่งนัก
มุมปากจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกเล็กน้อยทันทีเมื่อได้ยินคำถามนี้
เอ่อ…การถูกว่าที่ภรรยาตำหนิออกมาด้วยตัวเองเช่นนี้ เขาควรทำอย่างไรดี
“ข้ากลัวว่าแม่นางเซี่ยพบข้าแล้วจะเกิดความเขินอายจนไม่กล้าพูดน่ะ” จ้าวเสวียนจิ่งพูดเหลวไหลไปเรื่อย
เฮอะๆ เซี่ยเฉียวเยาะออกมาทันที “หรือว่าศิษย์น้องรู้สึกเสียใจกับเรื่องงานแต่งครั้งนี้ขึ้นมาแล้ว คำพูดนี้ฟังเหมือนเป็นข้ออ้างในการหลบเลี่ยงนะ”
จ้าวเสวียนจิ่งได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยทันที “ศิษย์พี่โม่ก็ไม่ใช่คนนอกอะไร เช่นนั้นข้าจะบอกความจริงก็แล้วกัน อันที่จริง…หลายปีมานี้ศิษย์น้องไม่เคยมีความคิดที่จะแต่งภรรยา พอเรื่องการแต่งงานถูกกำหนดออกมาแล้วตอนนี้ก็เลยรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรกับแม่นางเซี่ยดีจึงจะทำให้แม่นางเซี่ยรู้สึกว่าศิษย์น้องเป็นคนดี”
และไม่ใช่…
แค่รู้สึกว่าเขาหน้าตาดีเท่านั้น
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็มองเขาอย่างประหลาดใจ “ดังนั้น เจ้าจะบอกว่า…ไม่ใช่แม่นางเซี่ยที่เขินอาย แต่เป็นเจ้า?”
เวลานี้เซี่ยเฉียวเป็นโม่ชูเซิง ดังนั้นนางจึงหน้าหนาพอควร
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มอย่างใจเย็น “เป็นเช่นนั้นจริงๆ”
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้มทันที “ศิษย์น้องไม่ต้องกลัวไปหรอก แม่นางเซี่ยไม่ใช่ปีศาจกินคนเสียหน่อย”
จ้าวเสวียนจิ่งมองนางด้วยท่าทีจะยิ้มก็เหมือนไม่ยิ้ม จากนั้นก็ส่ายศีรษะอย่างเงียบๆ
เมื่อใดก็ตามที่นางเปลี่ยนมาใช้ใบหน้านี้ นางก็จะไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าตนเองจะพูดอะไรออกมา นางไม่กลัวว่าวันหนึ่งความจะแตกบ้างหรือ
“ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการให้ปลอบโยนเอาใจ ฝ่าบาทเอาใจใส่นางหน่อยจะดีกว่า มิฉะนั้นต่อให้แต่งงานกับนางไปแล้วก็จริง หากนางไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย ก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหินก้อนหนึ่งเท่านั้น” เซี่ยเฉียวทำท่าราวกับคนที่มีประสบการณ์มาก่อน “อย่าได้เอาอย่างเซี่ยผิงกั่งนั่นที่ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา เขามีดวงชะตาโดดเดี่ยวเดียวดาย ถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต”
“ศิษย์น้องจะจดจำคำพูดของศิษย์พี่ไว้” จ้าวเสวียนจิ่งเชื่อฟังราวกับเป็นศิษย์น้องจริงๆ “ศิษย์พี่รู้หรือไม่ว่าแม่นางเซี่ยชอบอะไร”
“เงิน?” เซี่ยเฉียวตอบออกมาโดยสัญชาตญาณ จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างทำตัวไม่ถูก แล้วค่อยทำสีหน้าลึกลับสูงส่งกลบเกลื่อน “เงินทองของนอกกายพวกนั้นช่างมันเถอะ ผู้หญิงส่วนมากก็ชอบต้นไม้ดอกไม้กันทั้งนั้น”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” จ้าวเสวียนจิ่งแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม “ก็น่าจะจริงอยู่ ข้าได้ยินมาว่าที่สำนักศึกษาหลวงแม่นางเซี่ยดูแลดอกไม้ต้นไม้ของอาจารย์ซังจนรอดมาได้ ความสามารถเช่นนี้ใช่ว่าคนทั่วไปจะมีได้”
เซี่ยเฉียวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว
ความสามารถของปรมาจารย์นั้นคนธรรมดาหรือจะเทียบได้
“ไม่นับว่าเก่งกาจอะไรหรอก นางก็แค่พอเข้าใจอยู่บ้างเท่านั้น” เซี่ยเฉียวยิ้ม
นางอารมณ์ดีและค่อนข้างพูดมากทีเดียว
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็รู้สึกว่าหลายเดือนมานี้เซี่ยเฉียวมีชีวิตชีวามาก
ไม่เหมือนตอนที่พวกเขาพบกันระหว่างทางมาเมืองหลวง ประเดี๋ยวนางก็หอบ ประเดี๋ยวนางก็ไอ ทั้งยังไม่ค่อยพูดด้วยกลัวว่าพูดไปพูดมาแล้วจะหยุดหายใจ
“อีกไม่กี่วันก็จะมีงานเลี้ยงขึ้นในวัง เซี่ยเฉียวที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชายารัชทายาทก็จะต้องเข้าวังไปแสดงความขอบคุณ เดิมทีข้าคิดที่จะไปรับนางด้วยตัวเองในวันนั้น ตอนนี้เมื่อได้พบกับศิษย์พี่แล้วก็รบกวนท่านบอกนางให้หน่อยเถอะ”
ตอนที่ 648 ไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่อไป
เข้าวังอีกแล้ว?
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
นางไม่ชอบบรรยากาศในวังเลย มันอึมครึมพิกล
แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันยังนับว่าเป็นคนที่มีความบริสุทธิ์สูงส่งอยู่บ้าง ดังนั้นพวกของไม่ดีต่างๆ นานาในวังจึงน้อยลงไปมากแล้ว
“แค่แม่นางเซี่ยคนเดียวหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ไม่ใช่ บุตรสาวและบุตรชายที่เกิดสายตรงคนอื่นๆ ก็ต้องไปด้วย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน หากไม่ใช่เรื่องสำคัญในวังก็จะไม่มีทางเรียกให้เซี่ยเฉียวเข้าวังตามลำพัง
ต่อให้เป็นเชื้อพระวงศ์ก็ยังต้องให้เกียรติว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคต
ดังนั้นการเข้าวังครั้งนี้จึงเป็นการชมดอกไม้แค่ในนามเพื่อให้หญิงสาวจากตระกูลต่างๆ ได้เผยโฉมหน้าบ้าง
นอกจากนี้ในหมู่เชื้อพระวงศ์ก็ยังมีองค์หญิงอีกสามคน ซึ่งจะขังพวกนางไว้ตลอดก็คงไม่ได้ ทั้งยังไม่สามารถจะปล่อยให้พวกนางออกนอกวังบ่อยๆ ได้ จึงได้ถือโอกาสจัดงานเลี้ยงเพื่อให้พวกนางทำความรู้จักกับคนอื่นบ้าง
เมื่อมีคนอื่นก็ไปด้วย เซี่ยเฉียวก็จะสามารถพบหน้าค่าตาคนคุ้นเคยกันได้บ้าง นางจึงไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อแล้ว เซี่ยเฉียวพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการแสดงออกว่าตนเองจะนำเรื่องนี้ไปบอกต่อให้เขา
นางเดินไปสักพักก็พบกับคนของโจวเว่ยจง
“ทูลฝ่าบาท พวกเราพบคนสองคนในบ้านจริงๆ ตอนที่พวกเราเปิดประตูเข้าไป ชายคนหนึ่งกำลังจะกระทำลามกอนาจารพอดี ใต้เท้าเซี่ยตะคอกเสียงดัง…แล้วชายผู้นั้นก็หันกลับมามอง จากนั้นก็…ตกใจตายไปเลย” คนที่มากราบทูลรู้สึกยากที่จะบรรยายเป็นคำพูดได้
ดวงตาของเซี่ยเฉียววาบแววกระอักกระอ่วนที่มองไม่เห็นขึ้นมาทันที
ใบหน้าของพี่ชายนาง…มีความสามารถถึงขนาดนั้นเชียวหรือ
อย่างไรก็ตามจ้าวเสวียนจิ่งกลับดูเหมือนไม่แปลกใจอะไรเลยกระนั้น “จับคนอื่นได้บ้างไหม”
“ไม่มีขอรับ น่าจะหนีไปกันหมดแล้ว คนที่ศาลาว่าการพามากำลังค้นหาตัวกันอยู่ ไม่ทราบว่าจะหาตัวคนที่น่าสงสัยพบบ้างหรือไม่” อีกฝ่ายทูลตอบ
เพียงแต่เกรงว่าจะยากอยู่บ้าง
พวกเขามาในเวลาที่ทั้งบังเอิญและสายไปพอดี แม่นางสองคนนั้นถูกขังไว้นานมากแล้ว แต่ชายผู้นั้นเพิ่งจะเข้าไปทำมิดีมิร้าย
คนที่ทำเรื่องเช่นนี้จะต้องรู้ดีว่าสถานะของแม่นางสองคนนี้ไม่ธรรมดา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้ารั้งอยู่นาน หลังจากที่พวกเขาจากไปก็หาคนอื่นมาลงมือแทน แต่คนที่หามาได้ก็ดันเป็นคนขี้ขลาดเช่นนี้เสียอีก เขาถึงกับตกใจจนสิ้นใจตายไปเลย
เซี่ยเฉียวเดินตามไปดูด้วย
หนึ่งในหญิงสาวที่ถูกจับไปสองคนนั้นมีคนที่นางเคยพบอยู่คนหนึ่งด้วย
ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
ในบ้านร้างที่ทรุดโทรมนั้นหญิงสาวทั้งสองอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย บนใบหน้าปรากฏรอยฟกช้ำเล็กน้อย ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่พวกนางถูกตบมาก่อนหน้านี้ มือที่งดงามทั้งสองนั้นดูเหมือนกับยังมีคราบเลือด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่พวกนางต่อสู้ดิ้นรนแค่ไหน
คนที่ติดตามมาด้วยไม่มีใครเป็นผู้หญิงเลย ดังนั้นเวลานี้จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปในห้องเพื่อถามอะไรมากมาย ได้แต่รอให้หญิงสาวทั้งสองออกมาด้วยตัวเอง
แต่หญิงสาวทั้งสองจะมีหน้าไปพบใครได้อีก
หลังจากที่พวกนางร้องไห้อย่างเงียบอยู่สักพักก็ควานมือไปรอบๆ จนพบกับกระเบื้องที่แตกหักแผ่นหนึ่ง…
ตอนที่เซี่ยเฉียวรีบเข้าไปข้างในนั้น นางก็บังเอิญเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองกำลังจะฆ่าตัวตายไปพร้อมกันพอดี
นางรีบเอ่ยทันที “พวกเจ้ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ใยต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า”
พอทั้งสองเห็นว่ามีใครบางคนเข้ามาก็ตกใจทันที แต่เมื่อพวกนางเห็นว่าเป็นนักพรตหญิงท่านหนึ่ง น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูราวกับสายฝน
“พวกข้าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรเล่า ใครๆ ก็รู้ว่าข้าถูกลักพาตัวไป แม้ว่าพวกข้าจะยังไม่เสียความบริสุทธิ์ไป แต่คนอื่นก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นนี่!” แม่นางจากจวนหนานอันโหวกัดริมฝีปากเอ่ย “อีกอย่าง…เดิมทีข้าต้องแต่งเป็นชายารองขององค์ชายสี่ ตอนนี้มาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากข้ายังมีชีวิตอยู่จะไม่เป็นการทำลายชื่อเสียงขององค์ชายสี่หรือ…ฮือๆ…”
หากยังสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ใครเล่าจะอยากตาย
แต่พวกนางจะไม่ตาย หลังจากที่กลับบ้านไปแล้วก็จะต้องถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องแต่งงานก็คงต้องยกเลิกไป แล้วนางจะรับได้อย่างไร
“ข้า…” ต่งอีอวิ๋นก็มึนงงสับสนไปหมด แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่ได้เป็นคนอ่อนแอเช่นนั้น แต่เมื่อครู่…
ด้านที่น่าอับอายขายหน้าของนางต้องมาถูกใต้เท้าเซี่ยเห็นเข้าพอดี แม้ว่าสายตาเย็นชาของเขานั้นจะจ้องมองชายชั่วผู้นั้นอยู่ แต่นางกลับรู้สึกว่าตนเองไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่อไปแล้ว…