ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 741 ผิดตรงไหน / ตอนที่ 742 กำจัดญาติเพื่อความชอบธรรม
ตอนที่ 741 ผิดตรงไหน / ตอนที่ 742 กำจัดญาติเพื่อความชอบธรรม
ตอนที่ 741 ผิดตรงไหน
สะใภ้ตู้รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก
สะใภ้เปาหลิวแทบจะเป็นบ้าไปในทันที “ผายลมมารดาเจ้าสิ ถือดียังไงมาแบ่งที่ดินกับเงินของข้า! อยากตายหรือไง พวกเจ้าเป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่รังแกชาวบ้าน ช่วยนังชั้นต่ำคนนี้แย่งชิงที่ดินและกิจการของบ้านข้า!”
นางร้องตะโกนไม่หยุด
แล้วในชั่วขณะถัดมานางก็ถูกอุดปากทันที
ศาลตัดสินคดีได้ถามเรื่องกิจการของตระกูลเปามาจากปากเปาหลุนเซิงหมดแล้ว ที่ดินนี้สามารถแบ่งให้ได้แค่ยี่สิบหมู่เท่านั้นเนื่องจากตระกูลตู้ยังมีญาติพี่น้องอีก หากแบ่งให้สะใภ้ตู้ไปทั้งหมด ญาติพี่น้องตระกูลเปาก็จะไม่พอใจได้ ดังนั้นจึงแบ่งได้แค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น
ส่วนเรื่องเงิน เงินยี่สิบตำลึงก็เพียงพอให้สะใภ้ตู้และลูกๆ รวมทั้งหมดสามคนสามารถกินใช้ไปได้หนึ่งปีแล้ว
อันที่จริงแล้วตระกูลเปามีเงินมากกว่านี้ แต่สะใภ้ตู้ก็สามารถเอาไปได้เท่านี้ หากได้เงินมากไปก็อาจจะไม่เป็นผลดีกับนางเอง
บัดนี้เมื่อแบ่งทรัพย์สินกันอย่างชัดเจนแล้ว แววตาของสะใภ้ตู้ก็เปล่งประกายออกมาทันที
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าทำกับข้าวเป็นด้วย บังเอิญที่ศาลตัดสินคดีกำลังหาแม่ครัวอยู่พอดี เจ้าสามารถพาลูกๆ ไปอยู่ที่นั่นได้ชั่วคราว ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินของพวกใต้เท้า หากเจ้าทำงานได้ดี นอกจากค่าจ้างแล้วก็ยังมีเงินรางวัลให้อีกมากมาย ไม่ทราบว่าเจ้าจะเต็มใจทำไหม” เจ้าหน้าที่หญิงเอ่ยอีกครั้ง
นางแค่กลัวว่าสะใภ้ตู้ผู้นี้จะไม่กล้าไป
ศาลตัดสินคดีและศาลาว่าการนั้นแตกต่างกัน ใต้เท้าที่นั่นล้วนแล้วแต่ดุดันกันทั้งนั้น นักโทษก็เป็นพวกร้ายกาจยิ่ง ดังนั้น แม้แต่จะหาแม่ครัวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องเปลี่ยนคนใหม่อยู่เป็นประจำ
“เต็มใจ! บ่าวเต็มใจเจ้าค่ะ!” สะใภ้ตู้รีบตอบรับทันที
นางเพิ่งจะคิดอยู่ว่า หาก หากนางนำเงินและที่ดินนี่กลับไปอยู่บ้านบิดามารดาตนเอง เกรงว่าทางฝั่งบิดามารดาของนางก็คงจะสูบเลือดสูบเนื้อนางด้วยเช่นกัน!
นึกไม่ถึงเลยว่าใต้เท้าทั้งหลายจะช่วยนางไว้เช่นนี้!
จริงสิ นักพรตเมื่อวานนั่น….
“ใต้ ใต้เท้า ข้าขอถามหน่อย ท่านรู้จัก…นักพรตหญิงคนหนึ่งหรือไม่ นักพรตผู้นั้นหน้าตางดงาม อายุประมาณสามถึงสี่สิบปี…” สะใภ้ตู้ถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
เจ้าหน้าที่หญิงไม่ทราบเรื่องนี้ แต่คนที่มาจากศาลตัดสินคดีกลับรู้
“คนที่เจ้าพูดถึงจะต้องเป็นปรมาจารย์โม่ โม่ชูเซิงที่เป็นเจ้าของหอส่องชะตาแน่ๆ นางเป็นผู้วิเศษคนหนึ่ง”
สะใภ้ตู้ได้ยินเช่นนั้นก็จดจำนางไว้แล้ว
ปรมาจารย์โม่ โม่ชูเซิง
เมื่อนางลงหลักปักฐานได้แล้ว นางจะไปสอบถามอีกครั้ง แล้วจะวางแท่นบูชา และขอพรให้นางมีอายุยืนยาวในทุกๆ วัน
การหย่าร้างฟังดูไม่ดีเท่าไร แต่นางรู้ว่ามันเป็นความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของนาง!
หากใต้เท้าเหล่านี้ไม่ช่วยคลายความกังวลให้กับนาง ก็เกรงว่านางจะยังติดอยู่ในหลุมนี้และไม่กล้าที่จะปีนขึ้นมาสักที…
…
หลังจากที่นางลงนามในหนังสือหย่าเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จับกุมตัวคนไปทันที
สะใภ้เปาหลิวคิดว่าเจ้าหน้าที่แค่ขู่นางเพื่อให้นางยินยอมให้ลูกชายหย่าขาดกับลูกสะใภ้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะลากตัวนางออกไปจริงๆ!
ทันใดนั้นนางก็เป็นลมหมดสติไป
อีกด้านหนึ่ง หมอตำแยแซ่เปาผู้นั้นก็ถูกจับกุมตัวไปแล้วเช่นกัน
ตอนที่หมอตำแยถูกจับกุม นางก็ร่ำร้องด้วยความงงงวยเช่นเดียวกัน แม้ว่าคนจากศาลตัดสินคดีจะพูดถึงทารกหญิงแฝด หมอตำแยผู้นั้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
หลานชายของนางไม่ต้องการเด็กหญิงนั่น แล้วมันผิดตรงไหน!
นางจับเด็กทารกหญิงกดน้ำเพราะทำตามที่หลานชายและพี่สะใภ้บอกต่างหาก หากการทำเช่นนี้ก็นับว่าเป็นความผิด เช่นนั้นแล้วจะมีหมอตำแยสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่ปราศจากความผิด?!
นางถูกขังไว้ทั้งที่ปากยังคงก่นด่าสาปแช่งอยู่อย่างนั้น
สอบปากคำนางก่อนเพื่อคำนวณว่ายังมีอีกกี่ชีวิตที่นางพรากไป และเคยทำสิ่งเลวร้ายอะไรมาแล้วบ้าง จะได้เพิ่มการลงโทษ
พอพรุ่งนี้เที่ยงก็ค่อยลากนางออกไปลงโทษที่หน้าตลาด!
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้รับผิดชอบการสอบสวน ตอนบ่ายเขาจึงพาโจวเว่ยจงกลับไปที่บ้านตระกูลเซี่ย
เมื่อเซี่ยผิงกั่งกลับมาถึงบ้านตระกูลเซี่ยแล้ว เขาก็ยังคงไม่เร่งรีบราวกับว่าเขามองไม่เห็นหน้าซีดๆ ของโจวเว่ยจงกระนั้น เขาเอ่ยกับพ่อบ้าน “เจ้าไปที่บ้านตระกูลหลิน ไปเชิญท่านป้าหลินมาที่นี่หน่อยไป”
ตอนที่ 742 กำจัดญาติเพื่อความชอบธรรม
เขาตามตัวหลินหยาเซียงมาด้วยสองเรื่อง
เรื่องแรกคือเพื่อจะขู่เซี่ยผิงไหวสักหน่อย อีกเรื่องคือ เขาต้องการที่จะถามนางว่า หลายปีมานี้ตอนที่นางเป็นหมอตำแยนั้น นางเคยทำเรื่องอย่างเช่นการฆ่าเด็กทารกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แบบเดียวกับที่หมอตำแยที่ถูกจับกุมตัวนี้วันนี้บ้างหรือไม่
เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ใช่คนดี เขาเคยเป็นโจรมาก่อน แต่เขาก็รู้ดีว่าจะทำงานอะไรก็ต้องเคารพกฎเกณฑ์ของงานนั้นๆ ด้วย
หมอตำแยคืออะไร
ก็ต้องช่วยให้คนรอดชีวิตสิ!
หากแม้แต่หลักการนี้นางก็ยังทำไม่ได้ ญาติอย่างตระกูลหลินนี้ก็ไม่สามารถจะคบหาได้อีกต่อไป
ยิ่งกว่านั้น เมื่อเขาจัดการคดีนี้แล้ว หากมีคนจงใจจะจับผิดเขาก็ต้องสอบสวนอดีตของหลินหยาเซียงด้วย หากหลินหยาเซียงเคยฆ่าใครสักคนมาก่อน เขาก็คงจะถูกบีบบังคับให้ต้องลงโทษหลินหยาเซียงด้วยอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงให้หลินหยาเซียงเตรียมตัวล่วงหน้า อืม…ที่จะถูกเขาฆ่า
แน่นอนว่าเซี่ยผิงกั่งยังคงมีความมั่นใจในครอบครัวตระกูลหลินอยู่บ้าง
ถึงอย่างไรชายชราแซ่หลินนั่นก็เป็นหมอ เลี้ยงลูกสาวมาเหมือนๆ กัน เขาคงจะสั่งสอนลูกสาวไม่ให้เป็นเหมือนหมอตำแยคนอื่นๆ สิ
โจวเว่ยจงไม่สามารถรอได้อีกต่อไป “เรื่องแบบนี้ค่อยพูดคุยกันวันพรุ่งนี้ก็ได้…น้องชายของข้า…”
“สหายโจวไม่เข้าใจ ข้าทำงานเช่นนี้ต้องมั่นใจได้ว่าญาติและเพื่อนฝูงนั้นใจซื่อมือสะอาด มิฉะนั้นหากมีคนบีบบังคับให้ข้ากำจัดญาติของตนเองเพื่อความชอบธรรมเล่า ถึงอย่างไรก็เป็นญาติกัน ก่อนจะต้องทำลายชีวิตพวกเขาก็ต้องบอกให้รู้ตัวก่อนเสียหน่อย”
“…” มุมปากโจวเว่ยจงกระตุกเล็กน้อย
ใครเป็นญาติกับเขาช่างซวยบรมเลยจริงๆ!
“ท่านพูดถูกๆ! น้องชายของข้าล่ะ” โจวเว่ยจงเอ่ยถาม
“จะรีบไปไหน มาๆ ข้าจะให้คนไปตามอาจารย์อวี๋มาให้ เจ้าไปแสดงความเสียใจกับข้าก่อนดีกว่า“ เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
“แสดงความเสียใจ!” โจวเว่ยจงตกใจ “เกิดอะไรขึ้น…กับครอบครัวของเจ้า”
หลังจากที่โจวเว่ยจงพูดจบ เขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้แผ่วเบา
“น้องสาวและน้องชายไม่เอาไหนของข้าสองคนนั้นตายแล้ว ข้าไม่ให้เจ้าทำอะไรหรอก แค่ไปพูดอะไรเพื่อแสดงความเสียใจที่หน้าโลงศพสักสองสามคำเท่านั้น และถือโอกาสปลอบข้าสักนิดด้วย” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอีก
“…” โจวเว่ยจงแข็งท่อไปทั้งร่าง “เจ้าพูดอะไรน่ะ”
พระชายา! นาง นางสิ้นใจแล้ว?!
“ที่จริงแล้วน้องชายของข้าต่างหากที่ตายไป น้องสาวของข้ายังมีชีวิตอยู่ แต่…ว่ากันตามจริง สุขภาพร่างกายของน้องสาวของข้าไม่ค่อยดีอยู่แล้ว งานศพนี้ก็น่าจะจัดขึ้นตั้งนานนานแล้ว แต่นางก็ยังรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ และข้าเองก็ไม่เคยได้จัดการ ตอนนี้นางกำลังจะแต่งงานออกไปแล้ว ข้าเกรงว่าต่อไปจะไม่มีโอกาสจัดงานศพให้นางที่บ้านอีกแล้ว ดังนั้นจึงได้จัดงานให้นางล่วงหน้าเป็นการชดเชย เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก” เซี่ยผิงกั่งหัวเราะชอบใจ
“…” โจวเว่ยจงโมโหจนแทบระเบิด “เรื่องอย่างนี้ก็ยังเอามาล้อเล่นมั่วๆ ได้หรือ! สถานะของพระชายารัชทายาทสูงส่ง หากล่วงเกิน…”
“ล่วงเกินอะไร นางยังไม่ได้เป็นพระชายารัชทายาทเลย ทำไมข้าจะเข้าไปยุ่งเรื่องของน้องสาวข้าไม่ได้ อีกอย่าง คนเก่าตายไปแล้ว คนใหม่ก็มีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าจัดงานศพเสียแต่เนิ่นๆ อย่างนี้ ท่านยมบาลส่งยมทูตจะมารับตัวคนไป แต่ไม่เจอก็ต้องกลับอย่างแน่นอน รายชื่อของนางก็จะถูกขีดฆ่าไป ต่อไปนางก็จะปลอดภัยแล้วมิใช่หรือ” เซี่ยผิงกั่งกำลังพูดจาเหลวไหลอยู่ในเวลานี้
เขาเป็นคนไร้เหตุผลจริงๆ
“รัชทายาททรง…”
“ไม่ต้องทูลรัชทายาทล่ะ เรื่องนี้น้องสาวของข้าตัดสินใจด้วยตัวเอง จะต้องไปบอกฝ่าบาททำไม พวกเขายังไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อย!” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “เจ้าดูสิ มีผ้าขาวแขวนอยู่แค่ในเรือนน้องชายข้าเท่านั้น ที่อื่นไม่มี เรื่องนี้ไม่แพร่งพรายออกไปหรอก ไม่ต้องห่วง!”
โจวเว่ยจงรู้สึกไม่สบายใจ
ไม่ได้ หลังจากที่เขากลับไปแล้ว เขาจะต้องไปทูลรัชทายาท!
“หลังจากเข้าไปในเรือนแล้ว เจ้าห้ามพูดอะไรเหลวไหล จะต้องทำเหมือนว่าน้องสาวของข้าตายไปแล้ว เข้าใจไหม” เซี่ยผิงกั่งตบหลังโจวเว่ยจงและเอ่ยเตือนเขาเสียงเข้ม
โจวเว่ยจงพยักหน้าอย่างจนปัญญา