ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 747 คิดถึงส่วนรวม / ตอนที่ 748 เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 747 คิดถึงส่วนรวม / ตอนที่ 748 เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง
ตอนที่ 747 คิดถึงส่วนรวม / ตอนที่ 748 เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง
ตอนที่ 747 คิดถึงส่วนรวม
ท่านป้าหลินรู้สึกว่าวันนี้เซี่ยผิงกั่งแปลกไปเล็กน้อย
ต่อให้นางจะเป็นผู้อาวุโสกว่าเขาก็ตาม แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเซี่ยผิงกั่ง นางก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้อยู่ดี มันเหมือนกันนางกำลังอยู่ต่อหน้าขุนนาง จนนางไม่กล้าที่จะพูดจาอะไรเหลวไหล
“ในสำมะโนประชากรของแต่ละครัวเรือนของราชวงศ์เฉียนหยวนมีจำนวนผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชายมาก ท่านป้าหลินรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
หลินหยาเซียงถอนหายใจทันที “จะเป็นเพราะอะไรได้อีกล่ะ เด็กที่ถือกำเนิดมาแล้วใช่ว่าจะได้มีชีวิตรอดเสมอไป ตั้งแต่แรกเกิดผู้หญิงก็เต็มไปด้วยอุปสรรคแล้ว คนที่สามารถอดทนรอดมาได้ครั้งที่หนึ่งก็อาจจะไม่รอดในครั้งที่สอง กว่าจะสามารถได้ขึ้นทะเบียนได้นั้นไม่ง่ายเลย”
“ยกตัวอย่างเช่นที่บ้านเกิดของเราก็แล้วกัน ในหมู่บ้านเดียวกันทุกๆ บ้าน ทุกๆ ครัวเรือนผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องทำงานบ้านมากกว่า กินไม่อิ่ม ไม่กล้าเจ็บป่วย ช่วงที่ท่านพ่อของข้าเป็นหมอที่นั่นอยู่หลายปีก็ได้เห็นหลายๆ บ้านที่มีลูกสาวป่วย แต่เงินแค่ไม่กี่สิบอีแปะ พวกเขายังไม่อยากจะจ่ายเลย…”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สายตาของหลินหยาเซียงก็มีแววโศกเศร้า
เนื่องจากตระกูลหลินของนางมีลูกสาวทั้งหมด ท่านพ่อของนางจึงถูกเยาะหยันนับครั้งไม่ถ้วน
บอกว่าไม่ว่าฝีมือการรักษาของเขาจะดีอย่างไร แต่ในอนาคตเขาก็ต้องส่งต่อมันให้กับคนต่างสกุลอยู่ดี?
“เช่นนั้นตอนท่านป้าหลินทำคลอด ท่านก็เคยทำให้ทารกหญิงจมน้ำตาย?” เซี่ยผิงกั่งถามไปเรื่อยอย่างไม่ใส่ใจ
หลินหยาเซียงกลับตกใจทันที “ข้าไม่ทำเรื่องชั่วร้ายแบบนั้น! แต่..ข้าเองก็เป็นแค่หมอตำแย มีหน้าที่รับผิดชอบการทำคลอดเท่านั้น และ…ข้าก็เคยเห็นแม่สามีพวกนั้นทำให้เด็กจมน้ำตาย ต่อให้ข้าอยากห้ามก็ห้ามไม่ได้…”
จะห้ามได้อย่างไร
หรือจะให้นางพุ่งเข้าไปแล้วแย่งเด็กมา?
เด็กไม่ใช่ของนาง หากนางทำอย่างนั้นจริงๆ นางคงโดนฟ้องและถูกศาลาว่าการจับขังไว้นานแล้ว ความผิดฐานขโมยเด็กไม่ใช่เบาเลย!
นางเองก็เคยโน้มน้าวพวกเขาอย่างจริงจังเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่นางก็จะได้แต่อาการกลอกตาของอีกฝ่ายกลับมา
“ท่านแน่ใจหรือว่ามือของท่านไม่เคยแปดเปื้อนชีวิตมนุษย์ หากคนอื่นทำย่อมไม่นับว่าเป็นฝีมือท่าน” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างจริงจัง
“ข้ากล้าสาบานต่อสวรรค์ หากข้าหลินหยาเซียงเคยคร่าชีวิตทารกแม้สักคนก็ขอให้ข้าตายโดยไร้ที่ฝัง!” หลินหยาเซียงเองก็จริงจังเช่นกัน “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคร่าชีวิตหลายปีมานี้ทารกหญิงที่ข้ากับท่านพ่อช่วยชีวิตไว้มีไม่น้อยเลย!”
มีบ้างที่ช่วยชีวิตแล้วก็ยังถูกพวกเขาด่าว่า
“เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว” ท่าทีของเซี่ยผิงกั่งสุภาพมากขึ้น “ไม่เคยทำร้ายใครก็ดีแล้ว ข้าเป็นขุนนางที่ศาลตัดสินคดี คดีที่ข้ากำลังทำอยู่ช่วงนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าจึงจำเป็นต้องถามท่านสักหน่อย”
หลินหยาเซียงได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทันที
“ข้ารู้ ตอนแรกที่กล้ามาพบหน้าพวกเจ้าก็ได้เตรียมตัวมาก่อนแล้ว ท่านพ่อของข้าย้ำแล้วย้ำเล่าให้พวกเราทำตัวดีๆ อย่าได้สร้างปัญหาจนคนอื่นจับจุดอ่อนได้และทำให้ครอบครัวพวกเจ้าเดือดร้อน” ท่านป้าหลินเข้าใจดีแล้วไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย
“ข้ากล้าพูดได้ว่า แม้ว่าตระกูลหลินของข้าจะไม่นับว่าเป็นคนดีมีเมตตาอะไรขนาดนั้น แต่พวกเราก็จะไม่มีวันทำชั่วเด็ดขาด หากมีคนในครอบครัวทำผิดก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงมือเจ้าหรอก ท่านพ่อกับข้าคงจัดการไปก่อนแล้ว เราจะไม่สร้างปัญหาให้คนอื่นเด็ดขาด!” หลินหยาเซียงเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยผิงกั่งชื่นชมผู้หญิงคนนี้จริงๆ
นางปกครองดูแลบ้านได้ดี
น่าเสียดายที่คนผู้นี้เป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่สองหลินซึ่งเป็นญาติกันอยู่แล้ว มิฉะนั้นหากได้นางมาเป็นคนดูแลปกครองบ้านตระกูลเซี่ยก็คงจะดีไม่น้อย
“ท่านป้าคิดถึงส่วนรวม ผิงกั่งนับถือ” เซี่ยผิงกั่งยามถอยก็ถอยอย่างรวดเร็ว
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร…ก็แค่หลักการพื้นฐานของการเป็นมนุษย์เท่านั้น…” หลินหยาเซียงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย พอพูดถึงตรงนี้นางก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที “วันนี้…ทำไมข้าไม่เห็นเจ้าเด็กผิงไหวนั่นล่ะ ไปเรียนการต่อสู้อยู่หรือ”
“ท่านป้าเป็นคนมีเหตุผล ดังนั้นเรื่องนี้ข้าก็จะพูดกับท่านตรงๆ เลยก็แล้วกัน” เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ได้ปิดบังและเล่าเรื่องที่ เซี่ยผิงไหวรับผลประโยชน์จากคนอื่นให้หลินหยาเซียงฟังอย่างละเอียด
ท่านป้าหลินหยาเซียงผู้นี้รับบทบาทเป็นแม่ของเซี่ยผิงไหวและต้องสั่งสอนเขา ดังนั้นเขาจึงต้องพูดเรื่องนี้กับนางให้ชัดเจน
ตอนที่ 748 เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง
หลินหยาเซียงตกใจจริงๆ สีหน้านางเปลี่ยนไปทันควัน
“เด็กนี่ถึงกับ…” หลินหยาเซียงสุดลมหายใจเข้าลึก “นี่ความผิดใหญ่โต เขาจำเป็นต้องถูกลงโทษจริงๆ คุณชายใหญ่ไม่ต้องกังวลไป แม้ว่าข้าจะรักเอ็นดูเขา แต่ข้ารู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่ว่าเจ้าจะต้องการขู่เขา จะฆ่าหรือจะแกงก็ดี นั่นคือสิ่งที่เขาสมควรได้รับ”
หากไม่สั่งสอนเสียตั้งแต่ตอนนี้ ต่อไปเขาทำความผิดที่ใหญ่โตยิ่งกว่านี้ เขาก็ต้องโทษถึงตายจริงๆ แล้วตอนนั้น!
หลินหยาเซียงให้ความร่วมมือดีมาก สีหน้าของนางก็เคร่งขรึม
หลังจากนั้นไม่นานนางก็มาถึงเรือนของเซี่ยผิงไหว
นางรู้สึกเย็นเยียบข้างในหัวใจทันทีที่ได้เห็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีขาวของการไว้ทุกข์เช่นนั้น
เด็กคนนี้ช่างไม่รู้จักหนักเบาจริงๆ!
“เจ้าเด็กโง่นี่ เสียแรงที่ข้ารักเจ้ามากขนาดนี้ อยู่ดีๆ ไม่ชอบกลับเลือกทางตาย แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรได้ ตอนนี้เจ้าตายแล้ว ข้าจะมีหน้าไปพบน้องสาวของข้าได้อย่างไร เฮ้อ พวกเรามาที่อยู่ที่เมืองหลวงนี้เพื่ออะไรกัน แม้แต่เด็กคนหนึ่งก็ยังดูแลได้ไม่ดี ช่างเถอะ พรุ่งนี้พวกเราทั้งครอบครัวจะย้ายกลับไปบ้านเกิดของเรา และจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว!”
หลินหยาเซียงพูดจบก็หันหลังกลับไปทันที
เซี่ยผิงไหวหิวจนท้องกิ่วไปหมดแล้ว
ที่สำคัญคือบนตัวเขายังมีบาดแผลอยู่
ตอนนี้พอเขาได้ยินคำพูดของท่านป้าหลิน หัวใจก็รู้สึกเย็นเยียบไปหมด เขาเคาะโลง ปังๆ และพยายามตะโกนดังๆ อีกครั้งแต่ก็ยังไม่มีใครสนใจเหมือนเดิม
เขาทั้งร้อนใจทั้งหวาดกลัว
แน่นอนว่าสิ่งที่หลินหยาเซียงพูดนั้นไม่เป็นความจริง แต่เพื่อให้เด็กคนนี้เข้าใจอะไรได้มากขึ้น หลังจากที่นางกลับบ้านไปแล้ว นางจึงได้พูดคุยกับบิดาผู้ชราและกัดฟันขอให้ครอบครัวของนางทั้งหมดขนของ และย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านนอกเมืองที่พวกนางเคยอยู่มาก่อนหน้านี้ชั่วคราว
คืนนั้นเซี่ยผิงไหวก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว
เมื่อถึงเวลากลางวันอีกครั้งก็ยังไม่มีใครสนใจเขา และเซี่ยผิงไหวก็หมดเรี่ยวแรงแล้ว
ไม่มีน้ำสักหยด ไม่มีข้าวสักเมล็ดให้กิน ทั้งยังอยู่ในความมืดมิด หัวใจและร่างกายของเขาได้รับแรงกดดันมหาศาล
วันนี้เซี่ยผิงกั่งเป็นผู้นำในการลากตัวคนสามคนที่ถูกจับเมื่อวานนี้ไปยังตลาดผัก
นางเปาหลิว หมอตำแย และเปาหลุนเซิงต่างก็หน้าซีดด้วยความตกใจเมื่อมองไปที่แท่นลงทัณฑ์พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่และทหารม้าที่ยืนอยู่รอบๆ
นางเปาหลิวเป็นเพียงหญิงที่แต่งงานแล้วธรรมดาๆ คนหนึ่ง นางไม่เคยทำอะไรผิด จึงถูกตัดสินโทษโบยร้อยสี่สิบไม้และจำคุกหนึ่งปีครึ่ง
หมอตำแยแซ่เปาคร่าชีวิตเด็กทารกไปเป็นจำนวนมากจนนางคร้านจะนับ ดังนั้นนางจึงถูกตัดสินโทษโบยสองร้อยห้าสิบไม้แล้วจำคุกสิบปี
คนสุดท้ายคือเปาหลุนเซิงซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงมือฆ่าเด็กด้วย เขายังขโมยทรัพย์สินบางส่วนหลายครั้ง เมื่อรวมเข้าด้วยกันจึงถูกตัดสินโทษโบยร้อยแปดสิบไม้และจำคุกห้าปี
เมื่อความผิดถูกประกาศออกมา คนที่อยู่เบื้องล่างก็ถกเถียงกันอย่างดุเดือด
“โทษโบยร้อยกว่าไม้ อย่างนั้นแล้ว…จะยังรอดอยู่ได้อีกหรือ แค่ไม่กี่สิบไม้ก็น่าจะทนไม่ไหวแล้วนะ!”
“ไม่น่าจะรอดนะ ติดคุกกี่ปีแล้วมันจะต่างกันตรงไหนล่ะแบบนี้! โหดไปหน่อยไหม!”
“โหดอะไร เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเองเลย! เปาหลุนเซิงผู้นี้ยังบอกว่าภรรยาคนก่อนของตนเองให้กำเนิดลูกที่ผิดปกติออกมาอีก นึกไม่ถึงว่าเขาจะฆ่าเด็กทันที! โดนโบยจนตายก็สมควรแล้ว ยังมีแม่สามีแซ่หลิวคนนั้นอีก นางร้ายกับลูกสะใภ้นัก!”
“ก็แค่ฆ่าทารกหญิง ถึงอย่างไรก็เลี้ยงไม่รอดอยู่แล้ว ก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องทำอย่างนั้น คงไม่ถึงกับต้องลงโทษกันขนาดนี้เลยนี่…”
อย่างไรก็ตามเมื่อประโยคสุดท้ายนี้หลุดออกมา หลายคนก็หันไปมองหญิงชราที่กำลังพูดอยู่ทันที
“ท่านไม่ใช่ผู้หญิงหรอกหรือ ทำไมมารดาของท่านไม่ฆ่าท่านไปเสียตั้งแต่เกิดเล่า!”
“ชีวิตทารกหญิงไม่ใช่ชีวิตคนหรือ! หากทุกคนถูกฆ่าจนหมด ต่อให้ท่านจะมีลูกชายสักสิบคน ต่อไปท่านก็ไม่มีทายาทสืบสกุลอยู่ดี! อีกอย่างเด็กผู้หญิงช่างเอาใจใส่จะตาย ครอบครัวของข้ามีลูกผู้หญิงทั้งหมด พวกนางต่างก็กตัญญูต่อข้ามาก!”
“ครอบครัวขุนนางยังรู้จักที่ส่งลูกสาวไปเรียนหนังสือแล้ว ก็มีแต่พวกเจ้านี่แหละที่ไม่รู้กฎหมาย แถมยังคิดว่าเลี้ยงลูกสาวเปลือกข้าวสาร! ยังนึกว่าอยู่ในยุคก่อนหรือ!”
“……”
ทันใดนั้นก็มีหลายคนชี้นิ้วด่าคนที่พูดอะไรผิดๆ ออกมา
แน่นอนว่าคนที่กระตือรือร้นเช่นนี้เป็นคนที่ศาลตัดสินคดีพยายามหามาทั้งนั้น
เพื่อเป็นปากเสียงของประชาชน
หลังจากที่ได้ยินคนเหล่านี้พูดด้วยเสียงอันดังแล้ว ผู้คนที่เฝ้าดูการลงโทษก็ละอายที่จะพูดว่าเปาหลุนเซิงและเปาหลิวเป็นผู้บริสุทธิ์