ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 753 ถูกกำหนดให้พ่ายแพ้ / ตอนที่ 754 ข้าเศร้าใจจริงๆ
ตอนที่ 753 ถูกกำหนดให้พ่ายแพ้ / ตอนที่ 754 ข้าเศร้าใจจริงๆ
ตอนที่ 753 ถูกกำหนดให้พ่ายแพ้
เซี่ยผิงไหวกำหมัด “ข้าทำได้!”
“ทำได้? ข้าไม่เชื่อหรอก เจ้ามันไม่เอาไหนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทนลำบากอะไรนิดหน่อยก็ไม่ได้ ที่นี่ห่างจากประตูเมืองพอใช้ได้อยู่นา…” เซี่ยผิงกั่งครุ่นคิดเล็กน้อย “เจ้าคุกเข่าโขกศีรษะให้ข้า แล้วพูดว่าตัวเองผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว จะต้องเคารพเชื่อฟังกตัญญูต่อพี่ชายใหญ่หมดทุกอย่าง หากพี่ชายใหญ่ให้เจ้าไปทางตะวันออก เจ้าก็จะไม่กล้าไปทางตะวันตก หากเจ้าทำได้ ข้าก็จะให้เจ้าขึ้นรถม้า แล้วพาเจ้ากลับไปพร้อมทั้งหาหมอมาดูแลอาการให้เจ้าด้วย ว่ายังไง”
“ไม่ต้อง! ใครจะต้องมารับผิดต่อท่านกัน!” เซี่ยผิงไหวกัดฟันด้วยความโกรธ
เขาทำผิดก็จริง แต่เขาทำผิดต่อพี่หญิงใหญ่ต่างหาก!
เซี่ยผิงกั่งทำผิดต่อพี่หญิงใหญ่!
เขายังกล่าวก่อนหน้านี้ว่าที่เขาสามารถเลื่อนตำแหน่งและมั่งมีขึ้นมาได้ ทั้งหมดเป็นเพราะพี่หญิงใหญ่ช่วยเขาเรื่องคดีตระกูลโจว!
แต่ตอนนี้เขากลับลืมมันไปหมดแล้ว!
“ไม่ต้อง? เจ้าแน่ใจนะว่าจะรอดกลับไปได้” เซี่ยผิงกั่งแย้มยิ้ม “ช่างเถอะ หากเจ้าบอกว่าไม่ต้องก็ตามนั้นแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้เช้าข้าจะรีบกลับมาเก็บศพเจ้า!”
พอเซี่ยผิงกั่งพูดจบก็สั่งให้ทุกคน “กลับ!”
คนตระกูลเซี่ยทั้งกลุ่มจึงพากันจากไป
ไม่นานนักก็เหลืออยู่แค่เซี่ยผิงไหวตามลำพัง
แม้ว่าเขาจะดื่มน้ำไปแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกหิวอยู่ แข้งขาของเขาอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงไปหมด
แต่เขาจะต้องกลับไปให้ได้!
เขาไม่ยอมให้เซี่ยผิงกั่งดูถูกเขาหรอก หลังจากที่เขากลับบ้านไปแล้ว เขาจะตั้งใจเรียนศิลปะการต่อสู้กับอาจารย์และล้างแค้นให้พี่หญิงใหญ่อย่างแน่นอน!
เขาตัดสินใจแน่วแน่ด้วยความโกรธแค้นในใจ เซี่ยผิงไหวกัดฟันและมองไปรอบๆ
เซี่ยผิงกั่งไอ้สารเลวนั่นช่างใจดำนัก เขาหาที่บ้าๆ นี่ให้เขากับพี่หญิงใหญ่ได้อย่างไร ที่นี่ไม่มีอะไรนอกจากหญ้าและต้นไม้ ไม่มีแม้แต่ถนน!
เขากัดฟันถอนหญ้าขึ้นมาสองสามกำมือ และกินรากหญ้าลงไปเล็กน้อย รสขมนั้นยากจะกลืน แต่เพื่อเอาชีวิตรอด เขาจึงต้องทน
เซี่ยผิงไหวแค่เติมอะไรลงท้องไปบ้างอย่างง่ายๆ ก่อนจะมองหากิ่งไม้ที่ค่อนข้างแข็งแรงมาค้ำร่างตัวเอง และเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ
เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน…
เขาจะต้องเดินออกจากป่านี้ แล้วให้เห็นถนนก่อนจึงจะสามารถถามคนเดินถนนได้!
“พี่หญิงใหญ่ ตอนนี้ข้าไร้ความสามารถที่จะขุดท่านขึ้นมาได้ ท่านรอไปก่อนนะ รอให้ข้ากลับไป และเมื่อข้ามีความสามารถหาเงินได้เองในอนาคตแล้ว ข้าจะหาที่ดีๆ ให้ท่านอย่างแน่นอน!” เซี่ยผิงไหวขยี้ตาและสูดน้ำมูก สีหน้าแน่วแน่
ส่วนเซี่ยผิงกั่งนั้นจากไปไกลแล้ว
“คุณชายใหญ่ พวกเราทิ้งคุณชายรองไว้ที่นั่นจะไม่เป็นไรแน่หรือขอรับ ข้าเห็นว่าสีหน้าของเขาไม่ค่อยจะดีเท่าไรเลย เขาจะ…” พ่อบ้านกังวลใจ
แม้วาคุณชายรองจะเกเร แต่ก็นับว่ายังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง และเขาก็ไม่เคยรังแกบ่าวรับใช้อย่างพวกเขาเลย
ในความเห็นของเขาคุณชายยังเด็กและไม่รู้ประสา แต่ถึงอย่างไรเขาก็จะเข้าใจได้ในวันหนึ่งอยู่ดีมิใช่หรือ พอโตขึ้นแล้วจะต้องดีได้แน่!
“ไม่ตายหรอก บนพื้นเต็มไปด้วยของที่กินได้ทั้งนั้น แค่กินดินก็คงจะไม่ถึงกับอดตายหรอก ส่วนเรื่องบากแผลเล็กน้อยนั่นก็ประสานกันตั้งนานแล้ว ต่อให้แผลปริออกก็แค่เสียเลือดนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ต้องกลัว” เซี่ยผิงกั่งสงบนิ่งอย่างยิ่ง
ความคิดของเขาแตกต่างจากความคิดของพ่อบ้าน
คนที่ไม่รู้ความเช่นนี้จะรู้ความขึ้นมาทันทีคงไม่ได้ จะต้องพบกับเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ ถูกแส้หวดขวับเข้าให้จนรู้จักความเจ็บปวดในหัวใจจึงจะเปลี่ยนแปลงตนเองได้!
เขาเล่นละครมาจนถึงขนาดนี้แล้วจะมาหยุดลงอย่างกะทันหันได้หรือ
จะต้องให้เขารู้จักคิดใช้สมองขึ้นมาบ้างสิ!
“หลังจากกลับไปแล้วให้เจ้าไปบอกให้คุณหนูใหญ่ไปอยู่กับปรมาจารย์โม่หรือไม่ก็ที่สำนักศึกษาก่อน อย่าเพิ่งกลับบ้านสักระยะ เจ้าไปบอกชุนเอ๋อร์ให้ติดตามนางไปด้วย หลังจากนี้หากพบเห็นเจ้าเด็กนั่นก็ไม่ต้องพูดอะไรกับเขาทั้งนั้น แค่ขึงตาใส่เขาก็พอ” เซี่ยผิงกั่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
เขาได้รับจดหมายแจ้งจากตระกูลหลินแล้วว่าพวกเขาจะย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านนอกเมืองเป็นการชั่วคราว
พอกลับถึงบ้านก็ให้เซี่ยเฉียวหายตัวไปสักกี่วัน ละครของเขาจะได้สนุกขึ้นไปอีก
“ขอรับ” พอบ้านรับคำแต่โดยดี
“พอเขากลับไปบ้านแล้ว หากเขาถามเรื่องคุณหนูใหญ่ขึ้นมา พวกเจ้าก็ปิดปากให้สนิทหน่อยก็แล้วกัน” เซี่ยผิงกั่งตั้งตารอ
แม้ว่าเรื่องนี้เขาออกจะทำเด็ดขาดไปหน่อย แต่ใครปล่อยให้เจ้าเด็กโง่นี่ไม่มีความสามารถกันเล่า
ในเมื่อไร้ประโยชน์ก็ต้องถูกกำหนดให้พ่ายแพ้!
ตอนที่ 754 ข้าเศร้าใจจริงๆ
หลังจากที่เซี่ยผิงกั่งกลับไปแล้ว เขาก็ตรงเข้าไปพักผ่อนทันที
พ่อบ้านถ่ายทอดคำพูดของเซี่ยผิงกั่งให้เซี่ยเฉียว เซี่ยเฉียวได้ฟังแล้วก็ตอบตกลงในทันที
“เจ้าไปบอกซีเอ๋อร์สักหน่อย นางจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล” พอเซี่ยเฉียวพูดจบ นางก็รีบเก็บของเพื่อย้ายไปอยู่ที่หอส่องชะตา
ช่วงนี้นางจะต้องทำตัวไม่ให้เป็นที่สังเกตนัก น้องชายผู้โง่เขลาของนางจะได้สิ้นหวังไปหลายๆ วันหน่อย
ส่วนเรื่องที่นางหลอกน้องชาย นางยิ่งไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
ครอบครัวนี้หากไม่ใช่เจ้ารังแกข้าก็ข้ารังแกเจ้า แค่ต้องชินกับมัน แม้แต่นางก็ยังถูกพี่ชายใหญ่ทำให้โกรธอยู่เสมอๆ เลยมิใช่หรือ
คนที่อยู่ล้างสุดของห่วงโซ่อาหารก็คือน้องชาย มันก็ช่วยไม่ได้นี่?
อีกอย่าง หากทำผิดแล้วจะไม่มีบทลงโทษสักหน่อยได้หรือ
เซี่ยเฉียวย้ายไปในคืนนั้นเลย
เซี่ยผิงไหวกำลังกระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่นอกเมือง
พื้นฐานร่างกายของเขาดี หลังจากที่เขากินอะไรลงไปนิดหน่อยก็มีเรี่ยวแรงเดินขึ้นมาแล้ว เมื่อเขาไม่รู้ทิศทางจึงได้แต่ต้องเดินเป็นวงกลม ผ่านไปครึ่งค่อนคืนจึงได้มองเห็นทางสายหลัก
แต่เขาก็แยกไม่ออกว่าทิศไหนคือเหนือใต้ออกตก ไม่รู้จะไปทางไหนดีจึงจะเข้าเมืองได้
ทันใดนั้นเขาก็ก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี
อาจารย์เซียวเคยบอกเขาแล้วว่า เราสามารถดูทิศจากดาวเหนือได้ แต่ตอนที่อาจารย์พูด เขากลับไม่ได้สนใจฟัง…
ต่อไปนี้เขาจะเรียนให้หนักและเก่งกว่าใครๆ อย่างแน่นอน ในอนาคตเขาจะเป็นขุนนางระดับสูง สูงจนพี่ชายใหญ่ต้องคุกเข่าเมื่อพบเขา!
เมื่อมีความโกรธอยู่ในใจ ความทะเยอทะยานของเขาก็ปรากฏออกมา แต่หลังจากผ่านไปสักพักมันก็มอดดับลงไปหมด
ไม่ว่าอย่างไรพี่หญิงใหญ่ก็กลับมาไม่ได้แล้ว และ…ตอนนี้เขาก็แค่คิดเท่านั้น เขาอายุน้อยกว่าพี่ชายใหญ่มาก การคิดที่จะเอาชนะพี่ชายใหญ่เป็นเรื่องยากจริงๆ
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ในใจทั้งรู้สึกเกลียดชังและสับสน
รอบด้านมืดสนิทและเงียบสงัด บรรยากาศดูน่ากลัวมาก แต่ก็ดีกว่าการต้องนั่งรออยู่เฉยๆ อยู่ในป่า
เขารู้ว่าผู้คนจากหมู่บ้านและเมืองเล็กๆ โดยรอบจะรีบเร่งเข้ามาในเมืองก่อนรุ่งสาง ดังนั้นเขาจึงต้องพักผ่อนเอาแรงสักสองสามชั่วยามก่อนจะพบคนเดินทางเหล่านั้น
สำหรับเขาแล้ว ภายนอกในเวลานี้ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับภายในโลงศพจริงๆ
แค่นอนไม่หลับ
คิดอะไรมากมาย
หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว เขาจึงได้เข้าใจว่าสิ่งที่อาจารย์เซียวเคยพูดกับเขามาก่อนนั้นหมายความว่าอย่างไร
อาจารย์เซียวพูดเสมอว่าการพึ่งพาตัวเองดีกว่าการพึ่งพาบิดาและพี่ชายของเขา ในเวลานั้นเขารู้สึกว่าท่านพ่อและพี่ชายใหญ่ของเขามีอำนาจมาก เขาจะต้องพึ่งพาตัวเองไปทำไมให้ลำบากด้วย!
นอกจากนี้ พี่หญิงใหญ่อุตส่าห์ยากลำบากเพื่อให้เขาได้กราบอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์บุ๋นหรือบู๊ก็ได้เตรียมไว้ให้เขาหมดแล้ว หากก่อนหน้านี้เขาจะเชื่อฟังคำสอนบ้าง เขาก็คงจะแข็งแกร่งกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่นอน และคงจะไม่ได้ไร้ประโยชน์จนถึงขนาดนี้ทำให้เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเยาะเขาได้
เวลาค่อยๆ คืบคลานผ่านไปทีละน้อย พอฟ้าใกล้สาง ชาวบ้านจำนวนมากก็รีบเร่งเดินทางอย่างที่เขาคาดไว้จริงๆ
เขารับรู้ทิศทางและเดินเข้าไปในเมือง
ไม่มีปัญหาอะไรระหว่างทางเลย
เพียงแต่เขาเดินช้า และเมื่อเขากลับไปถึงบ้านก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว
เมื่อพ่อบ้านเห็นเขาก็ดูประหลาดใจ จากนั้นเขาก็ทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และคอยปรนนิบัติให้เขากินดื่มเหมือนเมื่อก่อน
แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว! พี่หญิงใหญ่จากไปแล้ว จะให้เหมือนเดิมได้อย่างไร!
เขายิ้มไม่ออกแล้ว ดังนั้นเขาจึงไปจัดการทำความสะอาดตัวเองและใส่ยา เวลานี้ไม่เหมาะที่จะฝึกศิลปะการต่อสู้ เซี่ยผิงไหวคิดไปคิดมาก็หมกตัวอยู่ในห้องอ่านหนังสือที่อาจารย์เซียวเตรียมไว้ให้เขาพวกนั้นแต่โดยดี
พ่อบ้านรู้สึกราวกับว่าดวงอาทิตย์กำลังขึ้นจากทิศตะวันตก
เมื่อก่อนหากคิดจะให้คุณชายรองอ่านหนังสือก็จะต้องคอยกระตุ้นอย่างหนักและต่อเนื่องจึงจะได้!
วันนี้ร่างกายเขายังไม่แข็งแรงดีเลย ทั้งเนื้อทั้งตัวยังไม่สมบูรณ์ แต่เขากลับไปอ่านหนังสือแต่โดยดี!?
ลูกไม้เช่นนี้ใช้การได้ขนาดนั้นเลยหรือ
บ่าวไพร่และทุกคนในบ้านตระกูลเซี่ยต่างก็ตกตะลึงกันไปหมด
แม้แต่เซี่ยซีที่รอเขาอยู่ที่บ้านก็รู้สึกไม่แตกต่างกัน นางยืนอยู่มองเขาที่ตรงหน้าต่างด้วยดวงตาที่แจ่มใส “พี่ชายรองเป็นอะไร ท่านอยากกินขนมไหม”
“กินขนมอะไร ข้ากินไม่ลงหรอก” เซี่ยผิงไหวน้ำตาร่วงเผาะ “ซีเอ๋อร์ พี่หญิงใหญ่ไม่อยู่แล้ว ข้าเศร้าใจเหลือเกิน”