ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 779 บุญวาสนาน้อย / ตอนที่ 780 ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
ตอนที่ 779 บุญวาสนาน้อย / ตอนที่ 780 ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
ตอนที่ 779 บุญวาสนาน้อย
ใต้เท้าต่งจิตใจไม่สงบ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เตรียมที่จะฝังลูกสาวให้เร็วหน่อย เพื่อป้องการไม่ให้คนของศาลตัดสินคดีกัดหางไม่ปล่อย
ส่วนเรื่องฮูหยินและอนุตาน…
ถึงอย่างไรฮูหยินก็มีลูกชายให้เขาตั้งสองคน บ้านนี้จะขาดนางไปไม่ได้ ต่อให้นางทำเรื่องชั่วช้าขนาดนั้น แต่เพื่อเห็นแก่ศักดิ์ศรีแล้ว เขาจะจัดการนางตอนนี้ไม่ได้
ให้อภัยนางสักครั้งเถิด
แต่น่าเสียดาย ใต้เท้าต่งยังไม่ทันจะได้ส่งสัญญาณให้ฮูหยินของตนเลย เขาก็ถูกฝ่าบาทเรียกตัวเขาวังเสียแล้ว
“ได้ยินมาว่าบุตรสาวของใต้เท้าต่งจากไปเสียแล้ว?” นอกจากฮ่องเต้แล้ว ในห้องทรงพระอักษรยังมีรัชทายาทอยู่ด้วย
ใต้เท้าต่งรู้สึกกระวนกระวายใจ ไม่รู้ว่ารัชทายาททูลฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้าง!
“พ่ะย่ะค่ะ…” ใต้เท้าต่งรู้สึกประหม่า
“วันนี้หลังจากที่เราได้ยินเรื่องนี้แล้ว เราก็ได้สั่งให้ท่านราชครูทำนายดวงให้ ผลออกมาว่า…แปดอักษรของลูกสาวท่านกับองค์ชายสี่นับว่าสมพงษ์กัน เพียงแต่ไม่เหมาะที่จะแต่งเข้าวังด้วยเป็นบุญวาสนาที่ยิ่งใหญ่เกินไป บุตรสาวของท่านจะรับไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุตรสาวคนโตของท่านเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน เรื่องการแต่งงานนี้ก็ให้ยกเลิกไปเถิด”
พูดตรงๆ เขาแค่อยากจะยกเลิกการหมั้นหมาย
เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครต้องเสียหน้า จึงได้เอาเรื่องบุญวาสนาขึ้นมาอ้าง
ใต้เท้าต่งได้ยินเช่นนั้นก็มึนงงไปหมด “ฝ่าบาท นี่…บุตรสาวของกระหม่อมก็แค่เป็นเรื่องอุบัติเหตุ…”
“ใต้เท้าต่ง ตอนที่บุตรสาวของท่านเข้าวังมาคราวก่อนก็มีการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพียงแต่เราเห็นว่านางอายุยังน้อย จึงไม่ได้ทำโทษอย่างรุนแรง แต่เราได้ยินมาว่าเมื่อวานบุตรสาวของเจ้าข่มขู่พระชายารัชทายาจนทำให้นางใจสั่นไม่หยุด แทบจะสิ้นลมไปเสียแล้ว ที่เราทำเช่นนี้ก็เพราะความจงรักภักดีของท่าน จึงได้ไว้หน้าท่านอยู่บ้าง” ฮ่องเต้ทรงตรัสขึ้นอีก
ใต้เท้าต่งมีความสามารถในการทำงานไม่เลว แต่เขาไม่สามารถดูแลปกครองครอบครัวให้ดีได้
ในใจใต้เท้าต่งตอนนี้รู้สึกหนาวเหน็บไปหมด
คราวก่อนลูกสาวของเขาก็แค่เข้าใกล้เซี่ยเฉียวไปหน่อยเท่านั้น นางก็ถูกรัชทายาทโยนออกไปแล้ว ไม่ได้มีการข่มขู่อะไรนั่นเลยแม้แต่น้อย!
ฮ่องเต้กำลังหาข้ออ้างมาเล่นงานเขานี่!
ฝ่าบาททรงไม่พอพระทัยกับการแต่งงานครั้งนี้!
“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ กลับไปกระหม่อมจะจัดการให้บุตรสาวเลือกคู่ครองคนอื่น” ใต้เท้าต่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก
ในใจเขาแค้นเคือง
ฮ่องเต้เองก็ใช่ว่าจะมองไม่ออก ทรงตรัสถามต่อ “ท่านมีบุตรชายที่เกิดแต่ภรรยาเอกสองคนใช่หรือไม่ อายุเท่าไรกันแล้วหรือ”
“ทูลฝ่าบาท บุตรชายของกระหม่อม คนโตปีนี้อายุสิบสาม คนรองอายุเก้าขวบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าต่งรีบทูลตอบ
“เก้าขวบหรือ ก็อายุไล่เลี่ยกับองค์ชายห้าของข้า ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าห้าจะต้องเลือกเพื่อนเรียนแล้วพอดี วันหน้าเจ้าส่งเขาเข้าวังมาหน่อย หากเขามีความสามารถและนิสัยใจคอพอใช้ได้ก็ให้เขาเป็นเพื่อนเรียนกับองค์ชายห้าไป เจ้าว่าอย่างไร” ฮ่องเต้ตรัสถาม
ไหนเลยใต้เท้าต่งจะไม่ยินดี!
แม้ว่าสถานะขององค์ชายห้าจะเทียบไม่ได้กับองค์รัชทายาทและองค์ชายสี่ แต่เขาก็เป็นถึงองค์ชาย!
การเป็นเพื่อนเรียนนี้จะต้องเป็นทั้งเพื่อนกินเพื่อนเล่นเรียนหนังสือไปด้วยกัน ความสัมพันธ์จะใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก แม้ว่าสุดท้ายแล้วองค์ชายห้าจะได้เป็นแค่อ๋อง แต่อนาคตของลูกชายคนรองของเขาจะต้องสดใสอย่างแน่นอน!
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” ใต้เท้าต่งรีบรับคำทันที
ความมั่นใจที่สูญเสียไปเมื่อครู่ถูกเติมเต็มแล้วในตอนนี้
หลังจากที่เขาออกมาจากห้องทรงกระอักษรแล้วก็รู้สึกราวกับเดินอยู่บนปุยนุ่น
การแต่งงานถูกยกเลิกก็จริง แต่ฮ่องเต้ก็ยินดีให้ลูกชายของเขาเป็นเพื่อนเรียนขององค์ชายห้า กล่าวคือ พระองค์ไม่ได้รังเกียจเขา นั่นจึงเป็นเรื่องที่น่าอุ่นใจที่สุดสำหรับเขา!
แต่ว่า…
จิตใจของรัชทายาทออกจะคับแคบเกินไปหน่อย
เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ก็ต้องเอาไปฟ้องฝ่าบาทด้วย!
ใต้เท้าต่งอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อนอย่างมาก ในสมองเขาคิดอะไรไปวุ่นวาย ส่วนจ้าวเสวียนจิ่งในขณะนั้นก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
เขาเห็นว่าแม่นางผู้นั้นชอบคิดว่าตัวเองถูกต้องอยู่ตลอดเวลา จึงรู้สึกไม่ถูกชะตา
“การแต่งการของเจ้าสี่นี้ยังไม่ได้ออกเป็นราชโองการไป ยกเลิกเสียแล้วก็ไม่เป็นไร ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมาก เพียงแต่ไม่แต่งกับหญิงสาวผู้นี้ก็ต้องเลือกคนใหม่สักคนอยู่ดี” ฮ่องเต้ทรงปวดพระเศียรกับเรื่องนี้
ตอนที่ 780 ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
ภูมิหลังของตระกูลต่งนั้นใสซื่อมือสะอาด และไม่ได้มีอำนาจมากนัก ที่ตระกูลเมิ่งให้ความสำคัญก็คือพรสวรรค์และชื่อเสียงของต่งซีอวิ๋นเท่านั้น ดังนั้นฮ่องเต้จึงไม่ได้คัดค้านการแต่งงานเสียแต่ทีแรก
เพียงแต่ตอนนี้เมื่อตำแหน่งพระชายาขององค์ชายสี่ว่างลงอีกครั้ง เกรงว่าตระกูลเมิ่งคงไม่อยู่เฉยแน่
ฮ่องเต้คิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกว่าพระองค์จะต้องคิดพิจารณาตัวเลือกใหม่ให้รอบคอบ
ส่วนเรื่องที่รัชทายาททรงฟ้องร้อง ฮ่องเต้ไม่เพียงแต่ไม่ทรงกริ้ว แต่กลับพอพระทัยไปเสียอีก
“เสวียนเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าแม่นางตระกูลเหยียนเป็นอย่างไรบ้าง” จู่ๆ ฮ่องเต้ก็ตรัสถามขึ้นมา
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่รู้จัก”
“แม่นางผู้นี้เป็นอย่างไรไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าสถานะของนางไม่เลว หากบุตรสาวของผู้ตรวจการเหยียนผู้นี้แต่งงานกับเจ้าสี่ ต่อไปข้าคงสบายหูขึ้นมาก” ฮ่องเต้รู้สึกว่าแผนนี้ก็ไม่เลว
ขุนนางใหญ่ในราชสำนักมีนิสัยใจคออย่างไรกันบ้างเขารู้ดีอยู่แก่ใจ
ผู้ตรวจการเหยียนผู้นี้เป็นคนซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา กลัวว่าคนอื่นจะว่าเขาเห็นแก่ตัวเป็นที่สุด หากบุตรสาวของเขากลายเป็นพระชายาขององค์ชายสี่ในอนาคต แล้วเขาจะมีหน้าจะฟ้องร้องรัชทายาทในท้องพระโรงอีกได้อย่างไร
หากเขากล้าเอ่ยปาก ความว่าซื่อสัตย์และตรงไปตรงมานี้ก็อย่าได้พูดถึงอีก
“ข้าว่าลองถามความเห็นของน้องสี่ดูดีกว่า” จ้าวเสวียนจิ่งสงบนิ่งและไม่ได้มีความคิดเห็นอะไรมากมาย
ฮ่องเต้เองก็เข้าใจอุปนิสัยบุตรชายตนเอง จึงให้ปล่อยเขาจากไป และเสด็จไปที่วังของกุ้ยเฟยเพื่อหารือกับนางเรื่องการคัดเลือกลูกสะใภ้
ข่าวการยกเลิกงานแต่งงานของตระกูลต่งกับราชวงศ์แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
คนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับตระกูลต่งรีบส่งคนมาถามไถ่ทันที
ใต้เท้าต่งไม่กล้าพูดความจริง ดังนั้นเขาได้ยกคำพูดของฮ่องเต้มาอธิบาย
บุญวาสนาของบุตรสาวเขาน้อย เกรงว่าจะอายุสั้น!
“แย่แล้วเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่…ข้างนอกพากันพูดว่างานแต่งของท่านกับองค์ชายสี่ไม่มีอีกแล้ว…” ต่งซีอวิ๋นอยู่ในห้องของตนเองจึงยังไม่ทราบเรื่องราวภายนอก สาวใช้จึงวิ่งเข้ามาบอกนางอย่างเร่งรีบ
ในมือต่งซีอวิ๋นกำลังถือคัมภีร์ทางศาสนาพุทธที่ไม่เหมาะสมกับวัยของนาง นางกำลังอ่านมันอย่างช้าๆ และเมื่อได้ยินเช่นนั้น เสียงของนางก็หยุดลงกะทันหันก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้อย่างช้าๆ “เจ้าว่าอะไรนะ”
“พูดอีกทีสิ!” มือของต่งซีอวิ๋นสั่นเทาเล็กน้อย
“คุณหนู…งานแต่งของท่านกับองค์ชายสี่…ไม่มีแล้ว ข่าวที่ออกมาจากในวังบอกว่า บอกว่าท่าน…บุญวาสนาน้อย…” สาวใช้ตกใจจนทรุดตัวลงกับพื้น น้ำเสียงของนางสั่นราวกับกำลังจะร้องไห้
ต่งซีอวิ๋นกำหนังสือแน่น คัมภีร์พุทธนั้นถูกนางกำจนมีรอยยับย่น!
“เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ทำไมจะต้องการทำลายการหมั้นของข้า!” ต่งซีอวิ๋นยืนขึ้น ไฟโทสะวาวโรจน์ในดวงตา นางดูดุร้ายและน่ากลัว “หรือว่านังแพศยาอย่างเจ้าจงใจจะข่มขู่ข้า!”
“คุณหนู! ต่อให้ข้าใจกล้าแค่ไหนข้าก็ไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอกเจ้าค่ะ…” สาวใช้ร้องไห้ออกมาจริงๆ
“ข้าต้องการพบท่านพ่อของข้า ท่านพ่อข้าล่ะ?” ต่งซีอวิ๋นตัวสั่นด้วยความโกรธ นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางเอ่ยถาม
“นายท่านกำลังรับแขก…เรื่องนี้เป็นที่รู้กันทั่วแล้วเจ้าค่ะ…”
รู้กันทั่วแล้ว!? แต่นางเพิ่งจะมารู้เอาตอนนี้?!
ท่านพ่อออกจากวังมาแล้ว แต่ก็ไม่ยอมมาบอกเรื่องสำคัญเช่นนี้กับนางก่อน กลับปล่อยให้เรื่องนี้เป็นที่รู้กันทั่วเมือง?!
นางบุญวาสนาน้อย…น่าขันนัก!
ตอนที่ราชครูคำนวณให้นั้น แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่ถึงขนาดเป็นสิริมงคลยอดเยี่ยมอย่างรัชทายาทกับเซี่ยเฉียว แต่แปดอักษรของนางกับองค์ชายสี่ก็ได้ผลทำนายออกมาเป็นมงคลนี่!
เอาอะไรมาบอกว่านางบุญวาสนาน้อย!
หัวใจของต่งซีอวิ๋นดูเหมือนจะว่างโหวงไปส่วนหนึ่ง นางรู้สึกมึนงงเล็กน้อยราวกับว่าทั้งหมดนี้เป็นความฝัน
สักพักสาวใช้ก็มาแจ้งว่าแขกกลับไปแล้ว
นางรีบให้คนไปเชิญบิดาของตนมาทันที
ใช่ว่าใต้เท้าต่งไม่อยากบอกลูกสาว แต่เขาไม่รู้จะพูดอย่างไร ตอนนี้เมื่อเขาถูกนางเรียกตัวมา สีหน้าของเขาจึงมีความรู้สึกผิดอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าใบหน้าของนางซีดขาว เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น “ซีเอ๋อร์ เรื่องนี้…พ่อไม่มีอำนาจตัดสินใจ…รัชทายาทบอกว่าเจ้าไม่เคารพพระชายารัชทายาท ฮ่องเต้จึงได้…โชคยังดีที่ชื่อเสียงของเจ้าไม่ได้เสียหาย…”