ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 777 ปีศาจกินคน / ตอนที่ 778 สับสนวุ่นวาย
ตอนที่ 777 ปีศาจกินคน / ตอนที่ 778 สับสนวุ่นวาย
ตอนที่ 777 ปีศาจกินคน
เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนร้ายจะเป็นคนไปซื้อผงแหวนเงินนี้มาด้วยตัวเอง เพียงแค่ผ่านมือคนอื่น เรื่องนี้ก็ผลักออกไปพ้นตัวได้ไม่ยาก เขาเคยผ่านคดีแบบเดียวกันนี้มาไม่รู้เท่าไรแล้ว
การคิดที่จะจับคนร้ายตัวจริงให้ได้นั้นไม่ง่ายเลย
อยู่ที่นี่ก็เสียเวลา ไม่สู้กลับไปเริ่มสืบจากผงแหวนเงินกันดีกว่า
เซี่ยผิงกั่งตอบรับอย่างรวดเร็ว เขาให้คนจับบ่าวหญิงชราแล้วนำตัวไปทันที
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน
หลังจากออกมาจากบ้านตระกูลต่งแล้ว เซี่ยผิงกั่งก็ถ่มน้ำลายออกมาทันที “แม่มันขี้ขลาดตาขาว!”
“ข้าเข้าใจความรู้สึกที่เจ้าสูญเสียภรรยา เพียงแต่ต่อหน้าน้องสาวของเจ้า เจ้าพยายามพูดจาให้มันดีๆ หน่อยดีกว่า อย่าได้ทำให้นางตกใจ” จ้าวเสวียนจิ่งกวาดตามองเซี่ยผิงกั่งอย่างเงียบๆ
เซี่ยผิงกั่งพ่นลมหายใจออกมา “ข้าเพิ่งจะหมั้นหมายจะแต่งภรรยา แม้จะพูดว่าไม่ได้พอใจเท่าไรนัก แต่ก็หมั้นหมายแล้ว เช่นนั่นนางก็นับเป็นคนของข้า เรื่องยังสดๆ ร้อนๆ ไม่ทันได้ผ่านพ้นไปเลย นางก็มาตายไปเสียแล้ว…”
เซี่ยผิงกั่งพูดถึงตรงนี้ก็เดินมาเข้าใกล้และกระซิบถามเซี่ยเฉียว “จริงสิ เมื่อครู่นี้เจ้าเห็นนางอยู่ข้างกายคุณหนูใหญ่ตระกูลต่งแล้วนี่ แล้ว…วิญญาณของนางเป็นอย่างไรบ้าง นางติดตามข้างกายด้วยความเป็นห่วงไม่อาจปล่อยวาง หรือว่า…มีท่าทางแค้นเคือง?
ถึงอย่างไรพวกนางก็เป็นพี่น้องแท้ๆ ที่คลานตามกันมา พวกจะปล่อยวางไม่ได้หลังจากที่ตายไปแล้วก็มีอยู่บ้าง
“บีบคอนางอยู่”
“แทบอยากจะกลืนกินนาง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริมขึ้นมาอีก
เมื่อเซี่ยผิงกั่งและจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินเช่นนั้น พวกเขาต่างก็ตกตะลึงครู่หนึ่ง และรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“หากอย่างนั้น…คนร้าย…ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นพี่สาวสารเลวนี่ถึงแปดส่วน?” เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็ระเบิดโทสะออกมาทันที “นังคนนี้มันปีศาจกินคนชัดๆ กับน้องสาวตนเองก็ยังลงมือโหดร้ายได้ขนาดนี้ แม่ มัน สิ ในหัวสมองนางมีพิษเข้าไปหรือยังไง ถึงได้ชั่วร้ายเช่นนี้!”
แม้ว่าเขาจะลงไม้ลงมือกับน้องชายของตนเองเหมือนกัน แต่นั่นเป็นเจตนาดี!
แต่ต่งซีอวิ๋นผู้นี้…เรียกได้ว่าเป็นดอกไม้กินคนก็ได้! ทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า!
เซี่ยผิงกั่งเองก็เคยพบเห็นผู้หญิงที่ชั่วร้ายมามากมาย พวกที่ฆ่าสามีหรือแม้แต่ลูกตนเองก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่พวกนางส่วนใหญ่มักจะได้รับความคับข้องใจมากมายตั้งแต่วัยเด็กจึงได้บ่มเพาะลักษณะนิสัยสุดโต่งเช่นนั้นออกมา
แต่ต่งซีอวิ๋นผู้นี้…
ต่งซีอวิ๋นเองก็มีแม่เลี้ยง แต่สถานะของตระกูลต่งนี้ไม่ใช่ธรรมดา ต่อให้มารดาเลี้ยงร้ายกาจเพียงใดก็ไม่สามารถที่จะทำตัวเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายทรมานเด็กได้ แม้จะเป็นแค่เรื่องหน้าตาก็ต้องเป็นที่ยอมรับได้
นอกจากนั้น ต่งซีอวิ๋นยังเป็นลูกสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกเชียวนะ!
สถานะเช่นนี้ดึงดูดความสนใจจากคนนอกอยู่แล้ว แม่เลี้ยงจะทำไม่ดีกับใครก็ไม่อาจทำไม่ดีกับนางได้ มิฉะนั้น น้ำลายของผู้คนก็อาจทำให้แม่เลี้ยงตระกูลต่งผู้นี้จมน้ำตายได้แล้ว!
อีกอย่างเมื่อมองดูสภาพที่แม่เลี้ยงร้องไห้ให้คุณหนูรองตระกูลต่ง นางก็ไม่ได้ดูเหมือนคนไร้เมตตาเสียหน่อย
ต่อให้นางมีความคับข้องใจเหลือคณา แต่เพราะเหตุใดนางจึงต้องฆ่าน้องสาวของตนเองให้ได้ด้วยเล่า
จิตใจของเซี่ยผิงกั่งยังนับว่าเป็นปกติ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเข้าใจความคิดของต่งซีอวิ๋นได้
เซี่ยผิงกั่งให้คนนำตัว ‘ผู้ต้องสงสัย’ กลับไปที่ศาลตัดสินคดี ส่วนตนเองก็ไปส่งเซี่ยเฉียวที่หอส่องชะตา
“หลังจากที่เจ้ากลับไปแล้วจะเล่าเรื่องนี้ให้ศิษย์พี่โม่ฟังหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางเรียบร้อยว่าง่ายของเซี่ยเฉียวเช่นนั้นก็รู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไรนัก
นางในตอนนี้ดูอ่อนแอเหมือนคนทั่วไปที่ไม่สามารถจับวิญญาณได้กระนั้น
นางก้มหน้า รักษากริยาท่าทาง ในมือก็มีผ้าเช็ดหน้าไม่ใช่ของจำพวกแส้ปัดฝุ่นหรือเข็มทิศพวกนั้น…
ไม่มีตะกร้าไม้ไผ่ และประหยัดคำพูดอย่างยิ่ง ท่าทางของปรมาจารย์ที่คอยชี้แนะใต้หล้าก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย!
“จะต้องเล่าอยู่แล้ว หากเป็นวิญญาณธรรมดาก็ไม่เป็นไร แต่วิญญาณตนนั้นมีไอแค้น จะต้องให้อาจารย์อาออกหน้าเพื่อแก้ไขปัญหา จะได้ไม่ทำร้ายคนอื่นและตนเอง!” เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างจริงจังราวกับนางเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายที่กำลังเอ่ยถึงอาจารย์ที่เขานับถือชื่นชมกระนั้น
ตอนที่ 778 สับสนวุ่นวาย
เซี่ยเฉียวกับต่งอีอวิ๋นก็นับได้ว่าเป็นคนรู้จักกันแล้ว นางจึงไม่อาจมองดูต่งอีอวิ๋นกลายเป็นวิญญาณร้ายและไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้โดยไม่ทำอะไร
จ้าวเสวียนจิ่งสานสบกับแววตา ‘ไร้เดียงสาไม่มีพิษไม่มีภัย’ เช่นนั้นของเซี่ยเฉียวแล้วก็อดที่จะเผยรอยยิ้มไม่ได้
นางคงไม่ได้ลืมไปหรอกใช่ไหมว่าขณะที่นางอยู่ต่อหน้าเขา แม้นางจะไม่ใช่ผู้วิเศษโม่ แต่นางก็เป็นแม่นางเซี่ยครึ่งเซียน…
มันแสดงให้เห็นว่าเซี่ยผิงกั่งไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเซี่ยเฉียวเลยแม้แต่น้อย นางจึงได้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของกุลสตรีคุณหนูตระกูลใหญ่อย่างนี้
เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แม้ว่าครอบครัวของเราจะมีเงินไม่มาก แต่ถึงอย่างไรผู้ตายก็หมั้นหมายกับข้าแล้ว ตระกูลต่งนั่นจะต้องไม่ยอมออกเงินจ้างนักพรตแน่ๆ พรุ่งนี้ข้าจะเอาเงินมาให้เจ้าจำนวนหนึ่ง ให้เจ้ามอบให้ปรมาจารย์โม่แทนข้า แล้วเชิญนางออกหน้าไปสวดส่งวิญญาณให้คุณหนูรองตระกูลต่งหน่อย นางจะได้ลงไปปรโลกเร็วๆ หน่อย”
“ตกลง” เซี่ยเฉียวรับคำอย่างว่าง่าย
“การหมั้นหมายคราวนี้…ขาดทุนยับเลยจริงๆ” เซี่ยผิงกั่งอดเยาะออกมาไม่ได้ “ปรมาจารย์โม่กับราชครูพูดไว้ไม่ผิดจริงๆ ข้ายอดเยี่ยมเกินไป จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกนี้คู่ควรกับข้า”
เซี่ยผิงกั่งได้พูดออกมาเช่นนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
“…” สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองเขาเบาๆ
เซี่ยผิงกั่งนี่แหละเป็นคนแรกที่กล้าชมว่าตัวเองยอดเยี่ยมต่อหน้าเขา
แต่เห็นแก่เขาที่ไม่มีภรรยาช่างน่าสงสาร จ้าวเสวียนจิ่งจึงยังไม่โจมตีเขา
เซี่ยผิงกั่งยังมีเงินส่วนตัวที่เก็บเอาไว้ไม่น้อย เดิมทีเงินพวกนี้เขาคิดที่จะเก็บเอาไว้ให้เซี่ยเฉียวกับเซี่ยซีใช้เป็นสินเดิมตอนแต่งงาน บัดนี้เขาต้องนำมันออกมาห้าร้อยตำลึงด้วยความปวดใจก่อนจะส่งไปที่หอส่องชะตาในวันถัดมา
เดิมทีเขาคิดว่าเอาเงินออกมาแค่หนึ่งร้อยตำลึงเท่านั้น แต่เขาก็รู้สึกว่าเงินเท่านั้นไม่คู่ควรกับปรมาจารย์โม่เลย…
หลังจากที่เขาออกจากหอส่องชะตาแล้ว เซี่ยผิงกั่งก็สั่งคนแยกย้ายกับไปสืบเรื่องผงแหวนเงินนั่น
ส่วนบ้านตระกูลต่งก็ตกอยู่ในบรรยากาศเคร่งขรึม
ใต้เท้าต่งผู้เป็นบิดาไม่รู้ว่าใครฆ่าลูกสาวของเขาจริงๆ แต่เขาสามารถเดาได้
เมื่อคืนเขาคิดเรื่องนี้อยู่ทั้งคืน เขามีลูกสาวที่เกิดจากภรรยาเอกสองคน ลูกสาวที่เกิดจากภรรยารองสองคน แต่พวกนางยังอายุน้อย และมีลูกชายคู่หนึ่งที่เกิดจากภรรยาเอกที่เขาแต่งเข้ามาใหม่ โดยปกติทั่วไปแล้วพวกเขาจะไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษา เนื่องจากเขาให้ความสำคัญกับลูกชายที่เกิดจากภรรยาเอกมาก ดังนั้นเขาทั้งสองจึงไม่ค่อยรู้เรื่องราวในเรือนหลังเท่าไรนัก
คิดไปคิดมา ก็เหลือแค่ฮูหยิน ลูกสาวคนโต หรือไม่ก็อนุภรรยาแซ่ตานเท่านั้น
ทั้งสามคนนี้ล้วนแต่มีความสำคัญมาก
ต่อให้เป็นอนุแซ่ตาน นางก็เป็นน้องสาวของภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วของเขา ดังนั้นนางจึงรักเขามาก
ไม่ว่าใครจะเป็นคนร้ายก็ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับตระกูลต่งเลย
ขณะที่เขากำลังคิดๆ อยู่นั้น ลูกสาวคนโตก็เข้ามาพอดี
“ท่านพ่อ…” ดวงตาของตงซีอวิ๋นแดงก่ำและบวมโต “ผงแหวนเงินนี้มาจากไหนกันแน่ ท่านจะต้องสืบหาความจริงให้กระจ่างนะ มันไม่ได้มาจากบ่าวหญิงชราคนนั้นอย่างแน่นอน ข้าไม่เชื่อ!”
เมื่อมองดูท่าทางที่โกรธเกรี้ยวและดื้อรั้นของต่งซีอวิ๋น ใต้เท้าต่งผู้เป็นบิดาก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย “เจ้าอย่ากังวลเรื่องนี้เลย สืบให้กระจ่างแล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่า น้องสาวเจ้าก็ตายไปแล้ว คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่ต่อไป…”
“ท่านพ่อ นั่นมันน้องสาวแท้ๆ ของข้านะ! ข้าจะปล่อยให้นางตายไปอย่างไม่เป็นธรรมได้อย่างไร! อีกอย่าง…แม่นางเซี่ยผู้นั้นไม่ถูกกันกับข้า นางจะต้องพูดจาเหลวไหลต่อหน้ารัชทายาทเป็นแน่ พวกรัชทายาทถึงได้คิดว่าข้าเป็นคนร้าย เกรงว่าแม้แต่ท่านก็คงเกือบจะคิดสงสัยข้าแล้วใช่หรือไม่ หากไม่สืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง ต่อไปข้าคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ” ต่งซีอวิ๋นเอ่ย
ใต้เท้าต่งผู้เป็นบิดารู้สึกร้อนตัวเล็กน้อย
เมื่อครู่นี้เขาคิดมากไปจริงๆ
“ซีเอ๋อร์ เจ้าคิดที่จะแต่งกับองค์ชายสี่มิใช่หรือ หากสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง เกรงว่าการแต่งงานนี้ของเจ้าก็คงจะถูกยกเลิก พอถึงตอนนั้นจะทำอย่างไรเล่า เจ้าเป็นเด็กดีเชื่อฟังพ่อ อยู่บ้านรองานแต่งดีๆ ในช่วงเวลานี้…ข้าจะไม่ยอมให้บ้านเราเกิดเรื่องอะไรอีก” ใต้เท้าต่งเอ่ย
“ท่านพ่อ? ท่านหมายความว่า…หรือว่า…ท่านแม่…” ต่งซีอวิ๋นปิดปากอย่างได้จังหวะ จากนั้นน้ำตาก็ไหลนองหน้า ทำท่าทางราวกับกำลังอดทนอดกลั้น
อันที่จริงใต้เท้าต่งสงสัยอนุตานมากกว่า อย่างไรเสียหลายปีมานี้ลูกสาวคนรองของเขาก็ไม่ค่อยถูกชะตากับนางเท่าไรนัก นางไม่ได้ให้ความเคารพอนุคนนั้นแม้แต่น้อย
การที่อนุตานจะเกิดความแค้นและต้องการแก้แค้นก็เป็นเรื่องปกติ
แต่เมื่อเขาเห็นท่าทางเช่นนี้ของลูกสาวคนโตในตอนนี้ เขาก็อดที่จะสงสัยในการพินิจพิจารณาของตนเองไม่ได้
ในสมองสับสนวุ่นวายไปหมด!