ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 813 เวรกรรม / ตอนที่ 814 ฟันร่วงเต็มพื้น
ตอนที่ 813 เวรกรรม / ตอนที่ 814 ฟันร่วงเต็มพื้น
ตอนที่ 813 เวรกรรม
เซี่ยผิงไหวมองตาไม่กระพริบ เขายังพึมพำในใจ
พี่หญิงใหญ่เรียนอะไรพวกนี้มาจากตาเฒ่านั่นตอนอยู่ที่วัดใช่หรือไม่ ท่านพ่อของเขาบอกแล้วว่า นักพรตเฒ่านั่นสารเลวจริงๆ พูดจาอะไรก็ไม่น่าฟัง
เฮ้อ ถึงกับสอนวิชาอะไรแบบนี้ให้พี่หญิงใหญ่ผู้งดงามของเขา ชีวิตของพี่หญิงใหญ่ช่างลำบากลำบนจริงๆ
เซี่ยผิงไหวรู้สึกเห็นใจนางอย่างยิ่ง แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายความภูมิใจในตนเองของเซี่ยเฉียว เขาได้แต่ต้องเอ่ยชม “พี่หญิงใหญ่ ข้าพูดจริงนะ ลูกไม้นี้ของท่านยอดเยี่ยมมาก แต่ตอนนี้ท่าพ่นไฟออกจากปากกำลงเป็นที่นิยมมากกว่า ท่าเผาไฟกลางอากาศแบบนี้ออกจะเคลื่อนไหวน้อยไปหน่อย ท่านต้องไปฝึกอีก”
“…” เซี่ยเฉียวรู้สึกโกรธจนเจ็บไปหมดทั้งใจ “อย่ากวน เห็นถังข้างๆ นั้นหรือไม่ สาดไปที่น้องสาวของเจ้าเลย”
“?” เซี่ยผิงไหวงุนงง แต่เขาก็ยังพยักหน้า
ในถังนั้นมีอะไรปนกันอยู่เยอะแยะไปหมด ทั้งยังมีกลิ่นคาวเลือดด้วย เขาเองก็นึกไม่ออกว่าเป็นอะไร
แต่พี่หญิงใหญ่ให้เขาสาด เขาก็สาด!
เขายกถังขึ้นมาแล้วก็สาดไปที่เซี่ยซีทันที
ในนั้นมีเมล็ดธัญพืชห้าชนิดของเซี่ยเฉียวที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายปนกับเลือดสุนัข ซึ่งในตะกร้าไม้ไผ่ของนางมีไม่มาก และนางก็โปรยมันกระจัดกระจายลงบนพื้นหมดแล้วด้วยจึงมีไม่พอ
ถึงอย่างไรคนที่ถูกสิงร่างก็เป็นน้องสาวแท้ๆ ของนาง ดังนั้นนางจึงใช้วิธีที่ค่อนข้างอ่อนโยนหน่อยเพื่อไม่ให้นางบาดเจ็บ
เซี่ยเฉียวยังไม่ลืมที่จะมองกระดิ่งที่ยังอยู่บนข้อมือของนางนั่น มันดูเหมือนจะไม่ได้มีอำนาจร้ายกาจขนาดนั้นแล้ว แต่มันก็ยังคงมีผลอยู่บ้าง เมื่อมีกระดิ่งนั่นคอยปกป้องอยู่ ชีวิตของเซี่ยซี่จึงไม่น่าจะเป็นอันตรายนัก
เซี่ยผิงไหวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่วิญญาณก็ถูกยันต์เหลืองของเซี่ยเฉียวควบคุมไว้ มันจึงถูกโจมตีโดยตรงทันที
จนดุร้ายเกรี้ยวกราดขึ้นมาเล็กน้อย
เซี่ยซีซึ่งเปื้อนเลือดสุนัข ธัญพืชทั้งห้า และชาดเหล่านี้คล้ายกับเตาหลอมใบหนึ่ง สำหรับวิญญาณแล้ว ร่างของนางจึงไม่ใช่ที่มันจะสามารถอยู่ได้
วิญญาณตนนั้นกระโดดเด้งออกมาแทบจะในทันที
นางคิดที่จะหนี
แต่ตอนที่ลอยออกไป
รอบตัวนางก็คล้ายกับมีอะไรขวางกั้นจนนางหนีไปไหนไม่ได้
จากนั้นนางจึงตกใจถึงขีดสุดแล้วหันมามองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาหวาดกลัว “ข้าไม่ได้ทำให้นางตายนะ!”
“อย่างนั้นหรือ นั่นมันเพราะเจ้ายังไม่ทันได้ทำต่างหาก” เซี่ยเฉียวไม่ได้สุภาพเกรงใจกับนางเลยแม้แต่น้อย นางใช้ยันต์สายฟ้าฟาดโจมตีวิญญาณอีกครั้ง มันทำให้นางเจ็บปวดเหลือแสน
หลังจากนั้นวิญญาณก็ไม่รู้คิดอะไรอยู่จึงได้รีบเอ่ยขึ้นมา “ท่าน…ท่านคือปรมาจารย์โม่แห่งหอส่องชะตาผู้นั้นใช่หรือไม่…ข้า ข้ายินดีที่จะไปเกิดใหม่ ข้ามีความปรารถนาสุดท้าย…”
น้ำเสียงของนางร้อนรน
ด้วยกลัวว่าหากนางพูดช้ากว่านี้อีกนิดก็อาจจะถูกเซี่ยเฉียวโจมตีจนวิญญาณแตกสลาย
“ข้าลำบากมาทั้งชีวิต! พวกเขา พวกเขาต่างก็บอกว่าท่านทวงความยุติธรรมให้วิญญาณได้ ข้าเองก็มีชีวิตที่น่าอนาถ ร้องเพลงหาเงินมาสิบกว่าปีกว่าจะเก็บเงินเพื่อไถ่ตัวได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ไถ่ตัวเป็นสามัญชนก็ต้องมาถูกทุบตีจนตายเพราะเกิดสงครามขึ้นที่ชายแดน!”
ไม่เพียงแต่ถูกทุบตีจนตาย นางยังต้องทนต่อการทารุณกรรมมาอย่างยาวนาน
ตอนนั้นนางเหมือนหนูเดินข้ามถนนที่ไม่มีใครสักคนให้ความช่วยเหลือและสงสารนาง
ในใจนางรู้สึกขุ่นเคือง แต่กลับไม่รู้ว่าจะแค้นใคร
เมื่อไม่มีที่ระบายความคับข้องใจ นางก็เลยล่องลอยไปทั่ว เนื่องจากตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นางเป็นหญิงที่หากินกับการร้องเพลง หลังจากตายไปแล้ว เมื่อใดที่นางเห็นแม่นางน้อยหน้าตาดี นางก็มักที่จะติดตามไปอย่างอดไม่ได้ และสร้างผลกระทบให้กับอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว
เพราะนางมีไอแค้น ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของนางจึงตกต่ำทรุดโทรมในที่สุด
เซี่ยเฉียวพอที่จะทำนายได้ว่าวิญญาณตนนี้แปดเปื้อนเวรกรรมมาไม่น้อย
ดังนั้นในเวลานี้นางจึงมีท่าทีเย็นชาเมื่อได้ยินคำพูดของวิญญาณ “ปกติแล้วข้าก็จะส่งวิญญาณแค้นอย่างเจ้าลงไปปรโลกนั่นแหละ แต่คราวนี้น่าจะเป็นข้อยกเว้น”
นางมักจะไต่ตรองว่าจะจัดการเช่นไรกับวิญญาณแค้นเหล่านี้
ส่วนใหญ่แล้วนางก็จะส่งพวกเขาลงไปยังปรโลก หากพวกเขาทำความผิดอะไร เบื้องล่างก็มีกฎเกณฑ์ให้พวกเขาต้องชดใช้คืนอยู่แล้ว
แต่สำหรับวิญญาณตนนี้
เซี่ยเฉียวหันไปมองเซี่ยซีที่นอนอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว นางรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ใจดีขนาดนั้น
ตอนที่ 814 ฟันร่วงเต็มพื้น
หากวิญญาณแค้นตนนี้ไม่มีความรู้สึกและทำเรื่องพวกนี้ลงไปเพราะไอแค้นเป็นเหตุอย่างเดียว บางทีเซี่ยเฉียวก็อาจจะผ่อนปรนให้นางได้บ้าง
แต่เห็นได้ชัดว่าวิญญาณที่อยู่ข้างในนี้ไม่ใช่
นางล่องลอยมาตั้งกี่ปีแล้ว นางแตกต่างไปจากวิญญาณแค้นที่ถูกกักขังไว้ไปไหนไม่ได้ สาเหตุที่นางกลายเป็นวิญญาณแค้นก็เพราะนางก่อกรรมทำเข็ญไว้มากเกินไป! ยิ่งไปกว่านั้น นางยังมีพลังค่อนข้างแข็งแกร่งถึงขนาดเข้าออกสำนักศึกษาหลวงได้ตามอำเภอใจ
สายตาเซี่ยเฉียวเย็นชา
วิญญาณแค้นตนนั้นท่าทางประหม่าอย่างยิ่ง นางรู้สึกได้ถึงไอสังหารของเซี่ยเฉียวจนกระสับกระส่ายขึ้นมา
เซี่ยผิงไหวฟังเซี่ยเฉียวพูดมาตลอด ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่เลยสักคน…
แปลกจริงๆ…
โครม จู่ๆ ของที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นก็คว่ำลงมา
“…” หนังตาของเซี่ยผิงไหวกระตุกทันที
นี่มันอะไรล่ะเนี่ย
“ราชาแห่งสวรรค์และพื้นพิภพ ห้าวิญญาณทหารหยิน กุมารรับใช้ทั้งหลาย ปฏิบัติตามคำสั่งของข้า…จับตายสลายวิญญาณ! กำจัด!” เซี่ยเฉียวพึมพำร่ายคาถาออกมาทีละคำ
คาถาเริ่มทำงานประกอบกับยันต์หลายแผ่นเข้าโจมตี ในชั่วพริบตาวิญญาณก็แตกสลาย ไอแค้นหายวับไปทันที
คิ้วที่ขมวดมุ่นของเซี่ยเฉียวคลายลง นางรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวเล็กน้อย
คาถานั้นฟังดูเรียบง่าย แต่นางต้องใช้พลังจิตท่องมันออกมา
อีกอย่างไอแค้นของวิญญาณตนนี้ก็เข้มข้นรุนแรง หากไม่ใช่เพราะหลายวันมานี้นางทนฝืนสิงอยู่ในร่างของเซี่ยซีจนได้รับผลกระทบจากกระดิ่งของนาง นางคงไม่ได้ใช้เวลาเพียงเท่านี้ในการจัดการกับวิญญาณแค้นตนนี้แน่ และจะต้องเปลืองพลังจิตยิ่งกว่านี้อีกมาก
เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่ามีบางอย่างแตกต่างออกไป แต่เขาก็บอกไม่ถูกว่ามันเป็นที่ตรงไหน
ก่อนหน้านี้พี่หญิงใหญ่ก็ดูเหมือนจะเคยท่องคาถามาก่อน ตอนนั้นเขาถูกฝังอยู่ใต้บ้านที่พังทลายลงมา และได้ยินเสียงพี่หญิงใหญ่กำลังพึมพำอะไรบางอย่าง…
เซี่ยผิงไหวงุนงงเล็กน้อย “พี่หญิงใหญ่ ท่านเรียนรู้การจับวิญญาณมาจากนักพรตเฒ่านั่นสินะ”
เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขา “เจ้าพูดเรื่องอะไรน่ะ น่ากลัวจัง”
“…” เซี่ยผิงไหวทำหน้าแปลกๆ
พี่หญิงใหญ่ผิดปกติ!
ท่าทางของนางเมื่อครู่นี้ดุร้ายมากราวกับว่านางกำลังจะฆ่าใครตายอย่างนั้น ลางสังหรณ์ของเขาไม่ผิดแน่นอน!
“ทำไมซีเอ๋อร์เป็นลมไปแล้ว” เวลานี้เซี่ยผิงไหวรู้จักที่จะเป็นห่วงน้องสาวขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อเขาเห็นว่าเซี่ยเฉียวไม่ได้ห้ามก็รีบก้าวเข้าไปทันที เซี่ยผิงไหวเขย่าไปมา แต่เซี่ยซีก็ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที
เซี่ยเฉียวสั่งให้พ่อบ้านไปทำน้ำแกงสงบจิตมาให้
จากนั้นนางก็แอบวางยันต์เอาไว้ในห้องของเซี่ยซีอีกจำนวนหนึ่งเพื่อชำระล้างพลังความโชคร้าย
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามเซี่ยซีก็ฟื้นขึ้นมา
“พี่หญิงใหญ่กลับมาแล้ว?” เซี่ยซีมองเห็นเซี่ยเฉียว แววตาของนางมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
“แม้แต่เจ้าก็รู้ว่าพี่หญิงใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วยังไม่ยอมบอกข้านะ?!” เซี่ยผิงไหวรู้แล้วว่าทุกคนต่างก็รู้เรื่องของพี่หญิงใหญ่ มีแต่เขาเท่านั้นที่ถูดปิดหูปิดตาไม่รู้เรื่องอะไรเลย!
เซี่ยซีหดศีรษะของนางเข้าไปในผ้าห่ม ท่าทางน่าสงสารยิ่งนัก
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เซี่ยผิงไหว “นิสัยอย่างเซี่ยซีนี่หรือจะกล้าบอกเจ้า? เจ้าไม่กลัวว่าพี่ชายใหญ่จะตัดคอนางไปด้วยหรือ“
“ก็จริง” เซี่ยผิงไหวเบ้ปาก “พวกท่านขี้ขลาดกันทั้งนั้น จะกลัวเขาไปทำไม! เขาก็แค่สู้เก่งกว่าข้าเท่านั้นเอง ข้ายังไม่โตนี่ รออีกไม่กี่ปี ข้าจะซัดเขาให้ฟันร่วงเต็มพื้นเลย!”
“หึ” เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาทันที
ฟันร่วงเต็มพื้น?
ที่เซี่ยผิงไหวยังมีฟันอยู่ครบทั้งปากแบบนี้ก็เพราะเซี่ยผิงกั่งยังปรานีเขาอยู่บ้างเท่านั้น
รู้จักขอบคุณเสียหน่อยดีไหม!
แต่คราวนี้เซี่ยผิงไหวก็ได้บทเรียนไปพอสมควรแล้ว หากต่อไปเขาทำผิดอีก…เกรงว่าพี่ชายใหญ่คงจะต้องตัดแขนขาของเขาเป็นการลงโทษแล้ว
เซี่ยเฉียวไม่ได้กลับบ้านมาเกินครึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้นางเพิ่งจะกลับมา ข้าวปลาอาหารในบ้านก็ตระเตรียมไว้เพิ่มขึ้น พอตกกลางคืนพวกเขาทั้งครอบครัวก็รวมตัวกินข้าวเย็นด้วยกัน
“ท่านพ่อ ช่วงนี้ท่านกำลังมีเกณฑ์เรื่องความรักหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามขึ้นมาบนโต๊ะกินข้าวด้วยท่าทีสบายๆ
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็หยุดการเคลื่อนไหวลงชั่วครู่
แล้วมองบิดาของตน
เซี่ยหนิวซานทำหน้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ “ข้าจะมีความรักอะไร!”
เขาคิดที่จะแต่งงานใหม่จริงๆ แต่เมื่อลองคำนึงถึงสถานการณ์ที่บ้านแล้ว เขาก็ไม่กล้าที่จะแต่งใครเข้ามามั่วๆ มีแม่สื่อมาพบเขาหลายคน และมีผู้หญิงมากมายที่เริ่มมาเกาะแกะเขาซึ่งทำให้เขารำคาญใจมาก
และข้างกายเขาไม่มีคนคอยปรนนิบัติเลยสักคน เขารู้สึกเศร้าใจจริงๆ!