ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 811 โดนของแล้ว / ตอนที่ 812 เยี่ยม!
ตอนที่ 811 โดนของแล้ว / ตอนที่ 812 เยี่ยม!
ตอนที่ 811 โดนของแล้ว
เซี่ยผิงไหวกลับไม่เชื่อฟัง เขาส่ายศีรษะ “ไม่เข้าใจ พี่หญิงใหญ่ ร่างกายของท่านไม่แข็งแรง จะเรียนวิชาอะไรอีก จะทรมานตัวเองไปทำไม ท่านคงไม่ได้คิดที่จะทุบตีสั่งสอนนางหรอกนะ ซีเอ๋อร์เรียนอะไรพวกนี้ก็ไม่ได้ดีอะไร แต่เราจะกลัวอะไรในเมื่อนี่มันบ้านของเราเอง ให้นางระวังหน่อย อย่าไปร้องให้คนนอกฟังก็พอแล้ว”
ตอนที่อยู่ที่สำนักศึกษาเซี่ยซีก็นับว่ายังพอรู้ความ นางไม่ได้ร้องเพลงพวกนี้บ่อยอะไร
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขา “น้องสาวของเจ้าโดนของแล้ว”
เดิมทีเซี่ยเฉียวสามารถที่จะเปลี่ยนชุดแล้วกลับมาใหม่ได้ แต่เมื่อเห็นเซี่ยซีเป็นเช่นนี้นางก็ไม่วางใจ
“โดนของ?” เซี่ยผิงไหวมองเซี่ยเฉียวด้วยความแปลกใจ “พี่หญิงใหญ่ ข้าว่าท่านต่างหากที่โดนของ นางก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือ”
นางกินได้นอนหลับ ข้าว่าช่วงนี้นางยังดูอ้วนขึ้นนิดหน่อยด้วยนะ จะโดนของได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวโมโหเซี่ยผิงไหวไม่ไหวแล้ว “หากเจ้าไม่เชื่อฟังข้า ข้าตายให้มันจบๆ ไปเสียเลยดีกว่า! จะเอาแรงอะไรมาอยู่ต่อ น้องชายแท้ๆ ยังไม่ยอมเชื่อฟัง!”
“ฟัง! จะหัวร้อนไปทำไม…” เซี่ยผิงไหวทำปากจู๋ “ตกลง พี่หญิงใหญ่จัดการเลย ข้ารับรองว่าจะเชื่อฟังทำตัวดีๆ เหมือนกระต่ายตัวหนึ่งเลย ท่านจะให้ข้ากระโดดไปที่ไหน ข้าก็จะกระโดดไปที่นั่น!”
เซี่ยเฉียวจึงพอใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
“ให้พ่อบ้านเตรียมของบางอย่างมาให้หน่อย” เซี่ยเฉียวพูดจบแล้วก็รีบค้นเอากระดาษกับพู่กันออกมาจัดการอะไรไปตามเรื่อง
เซี่ยผิงไหวเองก็คร้านจะดู เขาก็เลยเดินออกไป
เวลานี้ในเรือนจึงเหลือเพียงเซี่ยเฉียวและเซี่ยซีเท่านั้น
แม้แต่สาวใช้สักคนก็ไม่มี
เซี่ยซีมองดูนางด้วยความกลัวเล็กน้อย แต่แสร้งทำเป็นทำตัวเรียบร้อยและยังกอดผีผาอยู่ที่เดิม
เซี่ยเฉียวไม่สนใจนาง นางเอาแต่เดินไปรอบๆ เรือน เซี่ยซีเองก็มองไม่ออกนางกำลังทำอะไรอยู่
เซี่ยเฉียวหยิบธัญพืชห้าชนิดเพื่อปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายผสมกับชาดแล้วโปรยไปรอบๆ เป็นอาณาเขตขนาดใหญ่ พอนางเดินไปถึงด้านหลังเรือนก็วางยันต์เหลืองจำนวนหนึ่งไว้ด้วย
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้วิญญาณหนีไปไหนได้
“ท่านกำลังทำอะไรน่ะ!” ‘เซี่ยซี’ รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ความรู้สึกวิกฤติคับขันปรากฏขึ้นในใจ
เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าสิงร่างของน้องสาวข้าอย่างสุขสบายเชียวนะ แม้แต่ความรู้สึกที่ถูกอาวุธวิเศษแผดเผาก็ยังทนได้อีก”
ทันทีที่เซี่ยเฉียวพูดออกมาเช่นนั้น นางก็มองทะลุใบหน้าของเซี่ยซีและได้เห็นใบหน้าดุร้ายของวิญญาณสิงอยู่กับร่างกายของนาง
วิญญาณแค้นนี้หน้าตาดีไม่เลวเลย
นางเป็นผู้หญิงอายุประมาณสามสิบปี ริมฝีปากสีแดงของนางโดดเด่นเป็นพิเศษ ดวงตาคู่นั้นช่างเย้ายวน มันมีสีเขียวฟ้านิดๆ เหมือนพวกต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์
อย่างไรก็ตาม แค่หน้าตาเท่านั้นที่ดูดี แต่ร่างกายของนางนี่กลับน่าสยดสยองเล็กน้อย
ลำตัวของนางเหมือนว่าวหักที่ได้รับการซ่อมแซมครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งมีทั้งสีเขียวสีม่วงหลากหลายไปหมด น่าจะถูกคนทุบตีจนตาย
คนต่างแดน…
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าเป็นชาวหรงซาน?”
ชาวหรงซานนี่เป็นคนเถื่อนในสายตาของเฉียนหยวน ซึ่งเป็นพวกที่ท่านพ่อของนางสู้รบด้วยในตอนนั้นนั่นเอง
พอได้ยินที่เซี่ยเฉียวพูด รัศมีบนร่างของวิญญาณแค้นตนนั้นก็รุนแรงขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่วิญญาณของชาวหรงซานจะลอยมาถึงที่เฉียนหยวนนี่ ดูจากที่หญิงสาวชอบร้องเพลงด้วยแล้ว คาดว่านางน่าจะอยู่ในอาณาเขตเฉียนหยวนนี้แหละ
ในช่วงหลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนั้นเลวร้าย การปล้นสะดมกันไปมาของชาวบ้านก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน
หรงซานมีสาวงามมากมาย ดังนั้นจึงมีทาสหญิงมากมายที่ปรากฏตัวขึ้นในดินแดนเฉียนหยวนเพื่อความสนุกสนานของผู้คน
“ในฐานะทาสหญิงชาวหรงซาน เกรงว่าเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานมาไม่น้อยเลยสินะ?” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวราบเรียบ “หรือเพราะเคียดแค้นที่ท่านพ่อของข้าฆ่าหัวหน้าของเจ้า แล้วหัวหน้าผู้นั้นเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าล่ะ ต่อให้หัวหน้าผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ เจ้าไม่ไปหาเรื่องบิดาข้า แต่กลับมายุ่งกับน้องสาวของข้า ดูท่าเจ้าก็ไม่ได้ตายอย่างอยุติธรรมหรอก”
กล้ากับคนอ่อนแอ แต่เกรงกลัวคนที่แข็งเกร่งกว่าแบบนี้ ต่อให้ถูกฆ่าตายสักพันครั้งก็ไม่น่าเสียดาย
ย้อนกลับไปในตอนนั้นพวกคนเถื่อนต่างหากที่เป็นฝ่ายเริ่มโจมตี เฉียนหยวนก็แค่ปกป้องตนเอง
กระทั่งว่าเมื่อเทียบกับชาวบ้านของเฉียนหยวนที่ถูกหรงซานจับตัวไป ชาวหรงซานก็ยังมีจุดจบที่ดีกว่า อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ถูกกินทั้งเป็น
ตอนที่ 812 เยี่ยม!
ชาวหรงซานไม่ได้รับการศึกษาและมีประเพณีการกินเนื้อคนจริงๆ
ตอนที่เซี่ยเฉียวอยู่ที่วัดสุ่ยเย่ว์ก็เคยได้ยินพ่อค้าหลายคนพูดถึงชาวหรงซาน
ที่นั่นเน้นการสู้รบและนับถือกันด้วยกำลัง ม้า และอาวุธสงคราม ล้วนมีชื่อเสียงว่าเป็นของดี แต่พวกเขาไม่ได้ทำการเพาะปลูกมากนัก เน้นการทำทุ่งปศุสัตว์เป็นหลัก พอเกิดภัยพิบัติขึ้นมาก็ได้แต่ต้องปล้นชิง ปล้นชิงสิ่งของก็แล้วไปเถอะ แต่พวกเขายังปล้นคนไปด้วย
ว่ากันว่าเป็นนิสัยที่สืบทอดมาจากราชวงศ์ก่อน
การล่มสลายของราชวงศ์ก่อนๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะจักรพรรดิเพิกเฉยและไม่ปราณีต่อผู้คน และส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง
ภัยพิบัติเกิดขึ้นทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศเพื่อนบ้าน
ชาวบ้านในท้องที่ทุกข์ยากลำบากก็แล้วไปเถอะ แต่เพื่อความอยู่รอดชาวหรงซานถึงกับปล้นชิงคนมาทำเป็นอาหาร อย่างไรก็ตาม ราชสำนักก็ไม่ได้สนใจให้ความสำคัญใดๆ จนเป็นผลให้ผู้คนเสียชีวิต จึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์ในที่สุด
ราชวงศ์นี้มีท่าทีแข็งกร้าวต่อหรงซานมาโดยตลอด อย่างมากก็แค่สู้รบกัน
และเนื่องจากสภาพอากาศที่ดีขึ้นในเวลาต่อมา ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศจึงเสื่อมลงเป็นครั้งคราวเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตามธรรมเนียมการกินเนื้อคนของที่นั่นก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง
เฉียนหยวนก็มีคนเร่ร่อนเช่นกัน เมื่อพวกเขาเหล่านี้พบเจอเข้ากับชาวหรงซาน จุดจบของพวกเขาก็ไม่ค่อยจะดีนัก ดังนั้นมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทาสหญิงของหรงซานในอาณาเขตของเฉียนหยวนต้องถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม
แม้ว่าชาวบ้านเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จริง แต่มันก็ถือว่าเป็นการตาต่อตาฟันต่อฟัน
บัดนี้คำพูดของเซี่ยเฉียวทำให้วิญญาณแค้นตนนี้โกรธแค้น นางจึงไม่หลบซ่อนอีกต่อไป
นางมองไปยังเซี่ยเฉียวอย่างเย็นชาและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “พอเป็นชาวหรงซานก็สมควรตายอย่างนั้นหรือ! ข้าถูกขายมาที่นี่ตั้งแต่อายุสิบขวบ ทุกวันต้องเรียนรู้วิธีเอาอกเอาใจผู้ชาย หรงซานเป็นอย่างไร ข้าลืมไปตั้งนานแล้ว! แต่เพราะดวงตาคู่นี้ ข้าจึงถูกทุบตีจนตาย!”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับน้องสาวของข้าด้วย” เซี่ยเฉียวไม่รู้สึกเห็นใจสักนิด
แน่นอนว่านางน่าสงสารที่ถูกคนขายตัวมา
แต่เซี่ยซีก็ไม่เคยล่วงเกินนางนี่?
“ย่อมไม่เกี่ยวอะไรกับนาง” วิญญาณหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าก็แค่…เห็นแม่นางน้อยคนนี้แล้วชอบน่ะ เสียงของนางไพเราะมาก บิดาของนางก็ยังเป็นวีรบุรุษที่ฆ่าคนเถื่อน ข้าอยากเป็นนาง!”
ทำไมนางต้องเป็นคนเถื่อน ทำไมนางต้องเป็นชาวหรงซานที่สมควรตายด้วยเล่า
นางไม่ต้องการ นางอยากเป็นลูกคุณหนูมีชาติตระกูล!
เซี่ยเฉียวยิ้มออกมาด้วยความโกรธเพราะคำพูดของวิญญาณ
“เจ้าอยากขึ้นสวรรค์ ต้องการให้ข้าจัดการให้ไหม” เซี่ยเฉียวแค้นเสียงเยาะ “เจ้ามีเรื่องอะไรให้คิดมากมาย เกรงว่าตอนมีชีวิตอยู่ไม่สมปรารถนา พอตายไปแล้วจึงได้คิดมากไปหน่อยเท่านั้น”
“ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก ข้าอยู่ในร่างนาง หากเจ้ากล้าไปหาใครมาจัดการข้า ชีวิตน้อยๆ ของน้องสาวเจ้า…จุ๊ๆ…” วิญญาณแค้นตนนี้ค่อนข้างเหิมเกริมเลยทีเดียว
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่รีบร้อน
หากเรื่องเล็กน้อยแค่นี้นางก็ยังจัดการไม่ได้ แล้วนางจะเป็นปรมาจารย์ได้อย่างไร
ไม่นานนักพ่อบ้านก็นำของเข้ามา
ของทุกอย่างถูกนำมาจากเรือนของนางซึ่งล้วนใช้การได้ทั้งนั้น
“เจ้าจะทำอะไร” วิญญาณรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยและมักจะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างน่ากลัว โดยเฉพาะกลิ่นอายบนร่างของนางซึ่งทำให้นางไม่กล้าเข้าใกล้โดยไม่มีสาเหตุ
เซี่ยเฉียวสั่งให้คนจัดโต๊ะและเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดแท่นทำพิธี
ใบหน้าของนางสงบนิ่ง และหลังจากที่นางจุดเครื่องหอมแล้ว นางก็เริ่มสั่นกระดิ่งวิเศษในมือของนาง
เมื่อเสียงดังขึ้น วิญญาณแค้นก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“พี่หญิงใหญ่ท่านไหวไหมเนี่ย ทำไมท่านดูเหมือนพวกต้มตุ๋นหลอกลวงข้างถนนพวกนั้นเลยเล่า” เซี่ยผิงไหวนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจเลยสักนิด
เซี่ยเฉียวโยนกระดาษยันต์สีเหลืองในมือของนางออกไป
พอนางชี้กระบี่ไม้ท้อออกไป ยันต์แผ่นนั้นก็ระเบิดขึ้นกลางอากาศทันที
แปะๆ เซี่ยผิงไหวเห็นเช่นนั้นก็ปรบมือด้วยความประหลาดใจทันที “เยี่ยม! พี่หญิงใหญ่ นักเล่นปาหี่ข้างถนนยังไม่เก่งเท่าท่านเลย!”
หากพี่หญิงใหญ่ต้องระหกระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอก นางจะไม่มีวันอดตายแน่!
ดูสิว่าความสามารถขนาดนี้ ใครเห็นเข้าแล้วจะไม่ให้เงินรางวัลสักกี่อีแปะบ้าง