ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 809 เอามือสางผม / ตอนที่ 810 ลองฝึกดู
ตอนที่ 809 เอามือสางผม / ตอนที่ 810 ลองฝึกดู
ตอนที่ 809 เอามือสางผม
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดเช่นนั้น เซี่ยผิงไหวก็ตาเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย “จริงหรือ พี่หญิงใหญ่ ท่านอย่าหลอกข้านะ!”
“จริงสิ” เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างมีเมตตา
เซี่ยผิงไหวถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เยี่ยมไปเลย ข้ากินกับข้าวฝีมือท่านป้าจนเคยชินเสียแล้ว พอท่านป้าและพวกลูกพี่ลูกน้องไม่อยู่ ข้ามักจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไป อีกอย่างข้าก็คิดเผื่อซีเอ๋อร์ด้วย ตั้งแต่ท่านป้าจากไปนางเบื่อหน่ายจนถึงกับไปเรียนเพลงสวดมนต์แล้ว แถมยังได้ที่หนึ่งมาอีก คงจะเบื่อมากจริงๆ นั่นล่ะ”
เรียนเพลงสวด? นั่นเป็นเรื่องที่น้องสาวของนางจะทำหรือ
แม้แต่เพลงพุทธในเพลงสวดก็ไม่เข้ากับอารมณ์ของบ้านเราเลย!
เห็นได้ชัดว่านางอัดอั้นจริงๆ
เซี่ยเฉียวที่ได้ยินเรื่องนี้กลับถามขึ้นมา “นางเรียนเพลงสวด? เกิดอะไรขึ้น”
“ก็วิชาเพลงสวดไง ข้าได้ยินมาว่านางไม่ชอบเรียนวิชาปกติเลยนะ พอมีเวลาก็รีบวิ่งไปเรียนวิชาขับร้องเพลงสวดนี่ทันที กลับถึงบ้านก็มักจะร้องเพลงอะไรไปเรื่อย…นุ่มนิ่มไปหมด…หากจะพูดให้น่าเกลียดหน่อยก็คล้ายกับผู้หญิงในหอโคมเขียวร้องเพลงกัน…ข้ามองดูแล้วก็ไม่รู้ว่าซีเอ๋อร์ไปเลียนแบบอะไรแบบนี้มาจากไหน บางครั้งก็ยังเอามือสางผมด้วย” เซี่ยผิงไหวพูดอย่างนั้นก็จริงๆ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรขนาดนั้น
ก็แค่ร้องเพลง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
หากน้องหญิงชอบก็ให้ร้องไป ไม่ได้เสียเลือดเสียเนื้ออะไรนี่
เพียงแต่นางเรียนอะไรแบบนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกคนอื่นชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ แต่เซี่ยซียังไม่นับว่าอายุมาก ปกติหากนางไม่ร้องเพลงในชั้นเรียนเพลงสวด นางก็ร้องในบ้าน คนนอกไม่รู้เรื่องก็ยังดี
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าน้องสาวของนางจะร้องเพลงเป็นอย่างไร
“เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ใช่เพลงพื้นบ้าน แต่…เป็นเพลงแบบในหอพวกนั้น?” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อยและให้ความสนใจ
“พี่หญิงใหญ่ ใช่ว่าข้าไม่เคยไปหอโคมเขียวเสียหน่อย ข้ารู้นะว่าผู้หญิงที่นั่นเป็นแบบไหน มันเป็นแบบนั้น…” เซี่ยผิงไหวพูดจบก็ยื่นมือออกมาวาดท่าทางมีเสน่ห์ จากนั้นก็แอ่นก้น ใช้มือข้างหนึ่งปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วเลิกคิ้วอย่างเขินอาย “เพลงที่ร้องก็เป็นพวกผู้ชายเอย น้องเอย คิดถึงเอย…นี่ยังไม่ใช่เพลงในหอโคมเขียวอีกหรือ”
“…” เซี่ยเฉียวถึงกับอึ้งงันไป “เพลงที่สอนในวิชาเพลงสวดไม่น่าจะใช่เพลงพวกนี้นี่?”
นางรู้ว่าที่วิชาเพลงสวดนั้นสามารถทำการสอนได้ในสำนักศึกษาหลวงก็ได้เพราะเพลงที่ร้องนั้นมีความสง่างาม
ไม่ต้องพูดถึงเพลงพุทธ คำร้องของเพลงอื่นๆ ต่างก็ประกอบด้วยคำกลอนบทกวี ท่วงทำนองส่วนใหญ่ไพเราะและสง่างาม ฟังดูสง่าและสงบ เพลงส่วนใหญ่มีเนื้อหาทำนองความงดงามของฤดูใบไม้ผลิ ทิวทัศน์หมู่บ้านยามหิมะพร่างพราย
เนื้อเพลงเหล่านั้นล้วนแต่บรรยายความสงบสุขของผู้คน แต่ไม่มีความรักใคร่หลงใหลอะไรพวกนั้น
“ไป” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็ออกเดินด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
“เกิดอะไรขึ้นน่ะพี่หญิงใหญ่ ท่านบอกว่าไปคิดบัญชีกับพี่ชายใหญ่ไม่ได้เพราะสุขภาพร่างกายไม่ดีไม่ใช่หรือ” เซี่ยผิงไหวร้องตะโกนตามหลัง
เซี่ยเฉียวหยุดและมองกลับมาที่เขา “คิดบัญชีอะไร พวกเราสองคนรวมกันยังสู้นิ้วเดียวของเขาไม่ได้ ข้าไม่พบหน้าน้องหญิงมาหลายวันแล้ว จะไปหานางหน่อยไม่ได้หรือ”
“…” เซี่ยผิงไหวลูบจมูกของตนเอง
เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดพี่หญิงใหญ่จึงดุขึ้นมาเสียอย่างนั้น
แต่…ท่าทางที่ดุร้ายของนางไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย ไม่เหมือนพี่ชายใหญ่เดรัจฉานนั่นท่าทางอย่างกับจะฆ่าคนกระนั้น
ดังนั้นแม้ว่าท่าทีของเซี่ยเฉียวจะไม่ใจดีเหมือนเมื่อครู่นี้ แต่เซี่ยผิงไหวก็ยังคงเดินตามหลังนางติดๆ และขึ้นรถม้าเพื่อกลับบ้านด้วยกัน
เมื่อพวกเขากลับถึงบ้านก็เลยเวลาเที่ยงไปแล้ว
ดังนั้นเซี่ยซีจึงกลับมาในเวลาไม่นาน
แล้วก็เป็นอย่างที่เซี่ยผิงไหวพูดจริงๆ ทันทีที่เซี่ยซีกลับมา นางก็กลับไปที่เรือนเล็กๆ ของนางอย่างเงียบๆ หลังจากนั้นไม่นาน พวกนางก็ได้ยินเสียงร้องเพลงดังออกมาจากเรือน ไม่เพียงแค่นั้นเซี่ยเฉียวยังได้ยินเสียงดีดผีผา[1]อีกด้วย
ตอนที่ 810 ลองฝึกดู
เซี่ยเฉียวแอบฟังอยู่ด้านนอก และยิ่งฟังสีหน้านางก็ยิ่งย่ำแย่ลง
น้องสาวของนางยังเด็ก เสียงของนางจึงใสและไพเราะ และเพราะนางไม่เข้าใจความรัก ดังนั้นแม้ว่านางจะร้องเพลงเกี่ยวกับความรักพวกนั้น มันก็ยังฟังดูสะอาดและบริสุทธิ์มากอยู่ดี
เพียงแต่ว่านอกจากเรื่องเงินแล้ว น้องสาวของนางไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้เลย
จู่ๆ ก็กลายมาเป็นเช่นนี้…
เซี่ยเฉียวสาวเท้าก้าวเข้าไปข้างใน
เซี่ยผิงไหวรู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็ก้าวตามนางไปติดๆ
สายตาของเซี่ยเฉียวมองไปรอบๆ แล้วนางก็พบว่ากลิ่นอายพลังหยินชั่วร้ายในเรือนนั้นรุนแรงมาก นางไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว นางกลับคิดไม่ถึงว่าแม้จะมีกระดิ่งของนางต้านทานอยู่ก็ยังไม่พอ!
นางรู้สึกผิดในใจเล็กน้อย นางพกกระดิ่งนั้นติดตัวไว้ตั้งแต่ยังเด็ก และนางมักจะวางมันไว้ต่อหน้ารูปปั้นเทพเซียน มันจึงเป็นของดีมาก หลังจากที่นางมอบมันให้กับเซี่ยซีแล้ว นางก็รู้สึกโล่งใจกับสถานการณ์ของเซี่ยซีมากขึ้น…
นางกลับนึกไม่ถึงว่าเคราะห์ภัยคราวนี้จะรุนแรงกว่าที่นางคิดไว้มาก!
ไม่รู้ว่านางไปทำให้วิญญาณแค้นนี้ขุ่นเคืองขึ้นมาตอนไหน!
เซี่ยซีกำลังนั่งอยู่ตรงระเบียงทางเดิน นางกดผีผาไว้ในอ้อมอกด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า คนที่ไม่รู้ก็คิดว่าเด็กเอ๋อที่ไหนมานั่งอยู่ ดูน่าสงสารมาก
“เด็กโง่ อย่าร้องอีกเลย ไม่เพราะเลยสักนิด อย่างกับสวดมนต์น่ะ” เซี่ยผิงไหวเข้ามาแล้วก็ร้องบอกเซี่ยซีทันที
สายผีผาในมือของเซี่ยซีหยุดลง จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมองเซี่ยผิงไหวด้วยท่าทางรังเกียจ “ว่าอะไรนะ”
เสียงของนางต่ำลงเล็กน้อยราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“ไม่เพราะ! เจ้าไม่มีหูหรือไง” เซี่ยผิงไหวกลอกตา “ทำไมเจ้าไม่เรียนกลองล่ะ กลองศึกดีนะ เจ้าไม่ลองไปเรียนหน่อยล่ะ ต่อไปหากข้ากับพี่ชายใหญ่ทะเลาะกัน เจ้าก็ยังมาตีกลองช่วยข้าได้ด้วย!”
เซี่ยผิงไหวมองไม่ออกเลยสักนิดว่าเซี่ยซีมีอะไรที่ไม่เหมือนเดิม
เขายังเดินเข้าไป จากนั้นก็เหลือบตาลงไปมองผีผานั้น แล้วเขาก็เห็นว่ามือของเซี่ยซีดีดผีผาจนได้เลือด เขาจึงนิ่วหน้าขึ้นมาทันทีพลางมองนางด้วยสายตาแปลกๆ
“ซีเอ๋อร์ เจ้าบื้อไปแล้วหรือไง ดีดจนเลือดออกแล้วอย่างนี้ ของเล่นบ้าๆ นี้มีประโยชน์อะไร” เซี่ยผิงไหวไม่เข้าใจจริงๆ พอเขาพูดจบก็ยังยื่นมือไปแย่งผีผานั้นมาถือไว้เองด้วย จากนั้นเขาก็กวาดตามองผีผาขึ้นลงก่อนจะโยนไปไว้ข้างๆ พร้อมกับทำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์
เซี่ยซีลุกขึ้นทันที “อย่าได้แตะต้องผีผาของข้า!”
“ข้าไม่ได้แตะ! นี่ข้าวางมันลงบนพื้นแล้วไง!” เซี่ยผิงไหวขึงตาใส่เซี่ยซี จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปดีดหน้าผากของนาง “บ้าไปแล้วหรือไงเจ้าน่ะ ถึงได้ทำท่าโมโหใส่ข้า ระวังจะโดนอัด!”
แววตาของเซี่ยซีมืดมน
สีหน้าของเซี่ยเฉียวยิ่งแย่ลงไปอีก
น้องสาวของนางถูกวิญญาณแค้นสิงร่างแล้วจริงๆ!
วิญญาณทั่วไปอย่างมากก็แค่หยอกล้อคนเป็นเหล่านั้นเล็กๆ น้อยๆ พวกเขาจะไม่ทำอะไรเกินเลย ยิ่งไม่กล้าเข้าไปสิงร่างหรือทำร้ายชีวิตคนเป็น เว้นแต่คนเป็นผู้นั้นจะมีพลังหยินเข้มข้นรุนแรง หรือไม่ก็ไม่นับอยู่ในหมวดคนธรรมดาอย่างนางเป็นต้น
นางรู้แจ้งหยินและหยาง เดิมทีนางก็ต้องติดต่อกับพวกวิญญาณอยู่แล้ว ดังนั้นหากวิญญาณสิงร่างของนาง วิญญาณนั้นก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับผลกรรมจากการทำเช่นนั้น
แต่สำหรับวิญญาณแค้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
วิญญาณแค้นมีความยึดติดและความสามารถที่แตกต่างกัน บ้างก็สามารถสะกดใจคนได้ ในขณะที่วิญญาณบางตนเป็นวิญญาณแค้นก็จริง แต่พวกเขาก็เพียงแค่ยึดติดอยู่กับชีวิตก่อนตายเท่านั้น และจะไม่ทำร้ายคนเป็นเพราะความสนุกพึงพอใจ
ยิ่งกว่านั้น ความแค้นย่อมเกิดจากเหตุ และคนที่ต้องรับผลก็คือผู้สร้างเหตุ วิญญาณส่วนใหญ่จึงจะไม่ทำร้ายผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
น้องสาวนางไร้เดียงสาเหมือนกระดาษขาว แต่นางกลับถูกวิญญาณแค้นหมายตาเอาได้ นางไม่เข้าใจจริงๆ
แต่นางคิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ การถูกวิญญาณแค้นสิงร่างนั้นเป็นการทำร้ายร่างกายอย่างยิ่ง
นางจะต้องแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด
เซี่ยเฉียวโบกมือเรียกเซี่ยผิงไหว
เซี่ยผิงไหวเดินเข้ามาหานางด้วยความงุนงง “พี่หญิงใหญ่ มีอะไรหรือ“
“ข้า…เพิ่งเรียนวิชามาจากกับปรมาจารย์โม่ ข้าจะลองฝึกดู ประเดี๋ยวเจ้าห้ามส่งเสียงเอะอะ ข้าบอกให้เจ้าทำอะไร เจ้าก็ทำไปตามนั้น เข้าใจหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยปาก
——————————————————-
[1] ผีผา เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายของจีน มีรูปร่างเหมือนลูกแพร์