ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 833 อวี๋เซียนกับเสือ / ตอนที่ 834 ดวงตาไร้ประโยชน์
ตอนที่ 833 อวี๋เซียนกับเสือ / ตอนที่ 834 ดวงตาไร้ประโยชน์
ตอนที่ 833 อวี๋เซียนกับเสือ
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้ใส่ใจกับสถานการณ์ของเซี่ยเฉียวมากนัก พอเขารู้ว่านางไม่ได้ถูกคนจับตัวไปก็วางใจลงทันที
แต่เวินหลันเฉิงไม่ได้คิดแบบเขา
“พวกนางหญิงสาวสามคนนอนค้างอ้างแรมข้างนอกคงจะไม่เหมาะสมเท่าไรกระมัง…” เวินหลันเฉิงชี้ไปยังภาพภูเขาลูกนั้น “ถึงอย่างไรก็เป็นกลางป่าเขา ไม่รู้ว่าพวกนางจะจุดไฟเป็นหรือไม่ หากบังเอิญเจอกับพวกสัตว์ร้ายขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า”
“พวกนางไปกันเอง พวกเราจะต้องกังวลด้วยหรือ” เซี่ยผิงกั่งไม่สามารถเข้าใจได้
“…” เวินหลันเฉิงยอมใจเขาแล้ว “ย่อมต้องกังวลสิ พวกนางทั้งสามต่างก็เป็นหญิงสาวที่ไม่มีแรงแม้จะฆ่าไก่กันทั้งนั้น…”
“ไม่หรอก อาจารย์อวี๋เก่งมาก นางน่าจะเอาชนะเสือได้สิใช่ไหม” สมองของเซี่ยผิงกั่งครุ่นคิดอีกที เสือกับอาจารย์อวี๋ใครเก่งกว่ากันแน่
ตอนที่เขาอายุสิบขวบก็เคยติดตามบิดาของเขาไปล้มเสือ วรยุทธ์ของอวี๋เซียนไม่เลว นางคงไม่ถึงกับถูกเสือกินหรอกน่า
เซี่ยผิงกั่งคิดได้เช่นนั้นก็วางใจยิ่งขึ้นไปอีก
เขาหาอาจารย์ได้ดีเยี่ยมเหลือเกิน!
หากพบเสือเข้าจริงๆ ก็ดีเลย พรุ่งนี้เขาจะลากกลับมาบ้าน แล้วถลกหนังกินเสียเลย
“พี่ผิงกั่ง แบบนี้ไม่ค่อยดีกระมัง ต่อให้อาจารย์อวี๋จะไม่กลัวสัตว์ร้าย แต่แม่นางเซี่ยและหยิงเหนียงคงจะรับมือไม่ไหว…พวกนางสามคนพาคนขับรถไปแค่คนเดียว ตอนนี้แม้แต่ม้าก็ส่งกลับมาแล้ว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร” เวินหลันเฉิงไม่สามารถวางใจได้เลย
เซี่ยเฉียวเป็นผู้มีพระคุณของเขา แม้ว่าตอนนี้นางจะไม่ใช่คนที่อยู่ในใจของเขาแล้ว แต่นางก็ยังเป็นเหมือนน้องสาวของเขาอยู่ดี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหยิงเหนียง….
เขาพอใจกับว่าที่ภรรยาคนนี้มาก และเฝ้าคอยการแต่งงานที่กำลังจะมาถึง หากเกิดอะไรขึ้นมา…
เขาคงเสียใจเมื่อสายไปแล้ว
เวินหลันเฉิงขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าของเขาเคร่งขรึม
เซี่ยผิงกั่งเห็นท่าทางของเขาเช่นนั้นแล้วก็รู้สึกจนใจเล็กน้อย “เช่นนั้นแล้วเจ้าคิดว่าจะทำอย่างไร ออกไปรับพวกนางตอนกลางคืนอย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้อง” เวินหลันเฉิงพยักหน้า
“…” เซี่ยผิงกั่งกลอกตาใส่เขาทันที
ไม่ต้องนอนกันแล้วหรือ พรุ่งนี้ยังต้องทำงานอีกนะ?
ทำอะไรอืดอาดยืดยาดเหมือนพวกผู้หญิง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้มีอะไรให้ต้องกังวลกัน ก็แค่นอนค้างนอกบ้านคืนเดียวไหม อาจารย์อวี๋ก็อยู่ด้วย คงไม่มีปัญหาถึงชีวิตหรอก ปกติเวลาพวกเขาออกไปสืบคดีข้องนอก ใครบ้างไม่มีประสบการณ์แบบนี้ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่!
“ก็ได้ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเถอะ ข้าจะให้พ่อบ้านจัดคนให้เจ้าจำนวนหนึ่ง” เซี่ยผิงกั่งปฏิเสธที่จะไปด้วย
เขาจะไปนอน
เขาจัดการเรื่องคดีทุกวันก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว…
เวินหลันเฉิงเองก็รู้ดีว่าเซี่ยผิงกั่งเป็นพวกไม่ค่อยสนใจอะไร แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นถึงขนาดนี้
แม่นางเซี่ยโตมาอย่างไรนี่…
จริงสิ เขาได้ยินมาว่านางโตมาในวัดเต๋า เช่นนั้นก็ไม่น่าแปลกใจแล้ว หากปล่อยให้เซี่ยผิงกั่งดูแลนางสิบกว่าปี แขนขาของนางก็คงอยู่ไม่ครบแบบนี้หรอก
“ท่านจะไปหรือไม่ไปก็ได้ ข้าจะทูลรัชทายาทเสียหน่อย” เวินหลันเฉิงพูดจบแล้วก็บอกลาอย่างสุภาพ
พอเซี่ยผิงกั่งได้ยินว่าเขาจะรายงานเรื่องนี้ต่อรัชทายาท แล้วเขาจะนอนได้อย่างไร
เซี่ยผิงกั่งรีบตามไปทันที
“น้องสาวของข้าก็แค่ออกไปเที่ยวเล่นเท่านั้น จะต้องทูลรัชทายาทจริงๆ? มันไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นเลยนี่?” เซี่ยผิงกั่งสีหน้าจริงจัง
“พี่ผิงกั่ง ท่านจะพูดแบบนี้ไม่ได้ แม่นางเซี่ยเป็นว่าที่พระชายารัชทายาท นางจะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด ต้องทูลรัชทายาทก่อน แล้วค่อยส่งคนไปดูแลอารักขา เป็นเรื่องที่สมควรทำ” เวินหลันเฉิงมีระเบียบวินัยมาก
เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจ “เช่นนั้นก็ได้ ข้าเองก็ใช่ว่าไม่เป็นห่วงนาง เพียงแต่เห็นว่าตัวอักษรบนจดหมายก็เรียบร้อยดี ไม่มีหมึกเลอะสักหยด ดังนั้นสถานการณ์ของนางก็ไม่น่าจะเลวร้ายอะไรมาก แต่…”
“เจ้าไปพบรัชทายาท ข้าไปหาปรมาจารย์โม่ดีกว่า” ขณะที่เซี่ยผิงกั่งกำลังพูดน้ำเสียงเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
น้องหญิงใหญ่บอกว่านางเห็นวิญญาณมิใช่หรือ
ให้ปรมาจารย์ไปจับดีกว่า!
ตอนที่ 834 ดวงตาไร้ประโยชน์
เซี่ยผิงกั่งขี่ม้ามุ่งหน้าไปยังหอส่องชะตาอย่างรวดเร็วภายใต้สายตางุนงงของเวินหลันเฉิง
มีตลาดกลางคืนในตอนค่ำ และหลังเที่ยงคืนเท่านั้นจึงไม่สามารถออกนอกบ้านได้ แต่หอส่องชะตากลับปิดแล้ว
เซี่ยผิงกั่งดึงดันเคาะประตูเรียก ผู้ดูแลฉังก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ปรมาจารย์โม่ไม่อยู่
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วมุ่น นี่มันบังเอิญเกินไปหน่อยแล้ว!
เซี่ยผิงกั่งไม่พบปรมาจารย์โม่ แต่เวินหลันเฉิงได้เข้าพบรัชทายาทที่สำนักศึกษาและบอกเล่าเรื่องราวอย่างละเอียดแล้ว
ความคิดของจ้าวเสวียนจิ่งไม่เหมือนกับเซี่ยผิงกั่งเท่าไรนัก
หากเป็นวิญญาณทั่วๆ ไป คงไม่สามารถทำให้เซี่ยเฉียวต้องติดตามไปไกลถึงนอกเมืองได้ อีกอย่างนางก็ยังมีหญิงสาวอีกสองคนตามไปด้วย
วิญญาณนี้จะต้องมีลักษณะพิเศษอะไรแน่ๆ…
เขาสั่งให้โจวเว่ยจงพาคนจำนวนหนึ่งไปด้วย แล้วออกนอกเมืองทันที
หลังจากเซี่ยผิงกั่งไปรวมตัวกับคณะของรัชทายาทแล้ว เขาก็มองซ้ายมองขวา แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของปรมาจารย์โม่ “รัชทายาท ปรมาจารย์โม่ผู้นี้ลึกลับจริงๆ ข้าน้อยเพิ่งจะไปหานางที่หอส่องชะตาด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่พบ เรื่องไล่ปีศาจจับวิญญาณนี่ควรให้นางจัดการน่าจะดีกว่านะพ่ะย่ะค่ะ”
“ปรมาจารย์โม่มีหน้าที่กำจัดปีศาจขับไล่วิญญาณชั่วร้าย แล้วจะมีเวลาว่างทุกวันได้อย่างไร” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็เรียนรู้ที่จะพูดจาเหลวไหลบ้างแล้ว
เนื่องจากเซี่ยผิงกั่งได้เคยเห็นความสามารถของปรมาจารย์โม่มาแล้ว เมื่อเวลานี้เขาได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้า “ก็จริง นางไม่เหมือนกับน้องหญิงใหญ่ของข้าที่ไม่มีความสามารถอะไร แต่ก็ยังวิ่งวุ่นไปทั่ว ทำให้คนอื่นต้องเป็นห่วงไปเปล่าๆ”
“ดวงตาคู่นี้ของเจ้าช่าง…ไร้ประโยชน์” จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองเขาและรู้สึกว่าเขาซื่อบื้อเหลือเกิน
“?” เซี่ยผิงกั่งทำหน้างุนงง
ดวงตาของเขาเป็นอย่างไรหรือ
เซี่ยผิงกั่งมีความสามารถในการสืบคดี คดีเก่าๆ ที่ปิดไม่ลงในศาลตัดสินคดีเมื่ออยู่ในมือของเขาก็คืบหน้าอย่างรวดเร็ว เขาทำงานอย่างตั้งใจ เวลาที่สืบคดีก็มีความละเอียดรอบคอบ แต่เขามีปัญหาใหญ่อยู่อย่างหนึ่ง
พอเป็นเรื่องอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี สมองของเขาก็เหมือนกับถูกลาเตะเข้าให้เสียกระนั้น มันไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
หรืออาจจะพูดได้ว่า เซี่ยผิงกั่งทุ่มเทความคิดของเขาไปกับเรื่องงานหมดแล้ว พอเป็นเรื่องราวภายในบ้าน เขาก็ไม่อยากคิดอะไรอีกจนกลายเป็นนิสัยเสียๆ แบบนี้
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก เขารีบควบม้าไปยังเส้นทางนั้น
ทักษะการขี่ม้าของเวินหลันเฉิงนั้นธรรมดา เขาไม่สามารถตามความเร็วของรัชทายาทได้ทัน ทำเอาอาหารเย็นที่ผสมปนเปอยู่ในท้องของเขาแทบจะออกมาแล้ว
ในขณะที่เวลานั้นเฝิงหยิงหยิงและอาจารย์อวี๋กำลังกอดกันกลมเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย
คนขับรถม้าเป็นชายชราอายุครึ่งร้อย แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชาย ดังนั้นเขาจึงได้ปลีกตัวออกไปอยู่อีกด้านของรถม้าอย่างสงบเสงี่ยมจนแทบจะไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขา
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ภายในป่าก็มีลมชั่วร้ายพัดอย่างรุนแรงจนทำให้คนรู้สึกปวดหัว
“ตอนกลางวันลมก็ไม่แรงอย่างนี้นี่?” อวี๋เซียนรู้สึกว่ารถม้ากำลังสั่นไหว
เซี่ยเฉียวเงยหน้ามองพลังหยินที่อยู่เหนือศีรษะและวิญญาณที่ลอยไปลอยมาราวกับกำลังจัดงานเลี้ยงกันอยู่นั้น ก่อนจะกัดฟันเอ่ย “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก หน้าร้อนอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”
“บนท้องฟ้าไม่มีแม้ดาวสักดวง” อวี๋เซียนทอดถอนใจ “มืดจริงๆ ยิ่งยากที่จะระบุทิศทางได้ คืนนี้พวกเราต้องระวังตัวหน่อย…พวกเราไม่มีไฟด้วย หากเผื่อมีงูขึ้นมาก็คงมองไม่เห็น”
พวกนางจุดไฟไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว แต่ลมแรงมากจนไฟดับในพริบตา แถมยังพัดแรงเสียจนใบหน้าของพวกนางดำไปหมด
เวลานี้เซี่ยเฉียวสามารถลงมือจับวิญญาณได้ทันที
แต่นางไม่ได้เตรียมตัวให้ดีมาก่อน เพราะนางไม่แน่ใจว่าที่นี่มีวิญญาณเท่าไรกันแน่ หากเล่นใหญ่ไปจนหมดแรง ตนเองก็คงจะแย่
ยิ่งไปกว่านั้น วิญญาณพวกนี้ยังมารวมกันอยู่ที่เดียวกันอีกซึ่งค่อนข้างแปลก นางจะต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่
“ตอนที่เจ้าออกไปสำรวจทาง ข้าโรยผงยาเอาไว้แล้ว ก็น่าจะกันพวกงูมดแมลงต่างๆ ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยปลอบใจ
อวี๋เซียนได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เช่นนั้นก็ไม่ต้องกังวลแล้ว เพียงแต่ลมแรงนิดหน่อย พัดมาแล้วก็ทำให้สดชื่นตื่นตัว หากพวกเจ้ากลัว ข้าจะไปหาไม้มาเสริมความแข็งแรงให้ตัวรถสักหน่อย พวกเราจะได้อยู่บนรถม้าได้”
เนื่องจากลมแรง ตัวรถจึงสั่นไหว ด้วยความกังวลว่ามันจะปลิวไปตามลมพวกนางก็เลยไม่กล้าเข้าไปข้างใน