ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 837 ไร้ประโยชน์ / ตอนที่ 838 อ่อนแอมาตั้งแต่เกิด
ตอนที่ 837 ไร้ประโยชน์ / ตอนที่ 838 อ่อนแอมาตั้งแต่เกิด
ตอนที่ 837 ไร้ประโยชน์
เซี่ยเฉียวค้นไปค้นมา ในที่สุดนางก็พบตะเกียงดวงหนึ่งนอนก้นอยู่ในตะกร้าไม้ไผ่ ตะเกียงดวงนี้เก่ามาก และไม่รู้ว่าไม่ได้ถูกใช้งานมานานเท่าไรแล้ว
เซี่ยเฉียวหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดถูเล็กน้อย จากนั้นก็วางมันลงบนพื้น หลังจากจุดน้ำมันตะเกียงแล้ว บริเวณโดยรอบก็สว่างขึ้นทันที
ตะเกียงดวงน้อยกลับสว่างจนน่าประหลาดใจ
ยิ่งกว่านั้นลมที่พัดแรงอยู่รอบๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมันเลยแม้แต่น้อย!
“…” อวี๋เซียนและเฝิงหยิงหยิงต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อ
“นี่มันตะเกียงอะไรน่ะ” อวี๋เซียนยิ้มเฝื่อนด้วยความรู้สึกว่าตนเองด้อยประสบการณ์จริงๆ
“ไม่มีชื่อเรียกพิเศษหรอก แต่สามารถเรียกมันว่า ‘ตะเกียงที่ไม่มีวันดับ’ ได้ ลมพัดไม่ดับ วิญญาณไม่กล้าเข้าใกล้ ข้าแทบจะลืมไปแล้วว่าข้ามีของสิ่งนี้อยู่ด้วย” แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะพูดเช่นนั้น แต่อันที่จริงแล้วเซี่ยเฉียวก็เจ็บปวดใจอยู่ไม่น้อย
น้ำมันตะเกียงนี้…
ย่อมไม่ใช่น้ำมันธรรมดาอยู่แล้ว!
มันเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากพืชชนิดพิเศษต่างๆ มากมาย ที่วัดสุ่ยเย่ว์มีหนังสือเกี่ยวกับน้ำมันตะเกียง แต่นางไม่สามารถหาพืชเหล่านั้นทั้งหมดได้ครบ น้ำมันตะเกียงเหล่านี้เป็นของที่นางเก็บไว้ตอนออกมาจากวัดสุ่ยเย่ว์ และมีจำนวนไม่มากนัก
ตะเกียงดวงนี้ยังผ่านการปลุกเสกพร้อมกับยันต์เหลืองมาแล้วอีกด้วย
“ไม่เหมือนกับตะเกียงที่ข้าเคยเห็นมาเลย…” เฝิงหยิงหยิงสูดลมหายใจเล็กน้อย
“ข้าเอาตะเกียงนี้มาแค่ดวงเดียวเท่านั้น อาจจะให้ผลอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ใช้ไปเถอะ ประเดี๋ยวหากมีสัตว์ร้ายหรืออะไร ก็ยังพอจะทนไปได้สักพัก พอน้ำมันตะเกียงหมด ข้าค่อยคิดหาวิธีอื่น” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ยังมีคำอธิบายอะไรเกี่ยวกับตะเกียงนี้อีกหรือไม่” ตอนนี้อวี๋เซียนไม่เพียงแต่ไม่กลัวเท่านั้น นางยังสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างของตะเกียงนี้ด้วย
เซี่ยเฉียวรู้จักพิธีกรรมจุดดวงประทีปหลายแบบ
เพื่อไม่ให้พวกนางกังวลมากเกินไปในขณะนี้ เซี่ยเฉียวจึงอธิบาย “พวกเจ้ารู้จักตะเกียงประจำดวงชะตาหรือไม่”
“รู้จักสิ ว่ากันว่าเป็นตะเกียงที่ไม่มีวันดับเพื่อคุ้มครองให้ปลอดภัย ท่านปู่ท่านย่าของข้าได้ถวายวัดเต๋าไปสองดวง” อวี๋เซียนพยักหน้า
“ตะเกียงที่ไม่มีวันดับเป็นพิธีกรรมจุดประทีปเพื่อยืดอายุ นักพรตเต๋าจะเรียกแม่ทัพมาสวดมนต์โดยใช้ตำแหน่งทั้งสี่ทิศ รวบรวมพลังปราณแท้จริงทั้งห้า ขอพรพร้อมกลิ่นหอมกำจาย กำจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ผสานพลังปราณทั้งห้า สวรรค์และโลกยืนยาวไปด้วยกัน”
พูดอย่างง่ายๆ ก็คือเป็นการขอพรให้อายุยืนยาว
ทั้งสองพยักหน้ารัวๆ ราวกับไก่ที่กำลังจิกข้าวสาร
แม้จะฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก แต่ก็พอจะเข้าใจได้เลาๆ ว่ามันสุดยอดมาก
“นอกจากพิธีกรรมชนิดนี้แล้ว ยังมีแบบอื่นๆ อีก เช่น ตะเกียงเจ็ดดาวซึ่งใช้ปัดเป่าความโชคร้ายและขจัดความชั่วร้าย และตะเกียงวงล้อซึ่งใช้ดับทุกข์ ขจัดอุปาทานขันธ์ทั้งห้า ห่างไกลจากกิเลสซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์…”
“พิธีกรรมจุดดวงประทีปต่างๆ มีตำแหน่งและจำนวนตะเกียงต่างกัน เดิมทีตะเกียงของข้าสามารถกำจัดความมืดและความชั่วร้ายได้ แต่น่าเสียดายที่มีจำนวนไม่เพียงพอ ความสามารถของมันจึงลดลงอย่างมาก วันนี้ข้ามีมาสักหลายดวงก็สามารถส่งพวกเขากลับสวรรค์ไปได้ทันที” เซี่ยเฉียวเหลือบมองดูวิญญาณที่ไม่กล้าเข้าใกล้พลางแค่นเสียงเยาะ
“มหัศจรรย์มาก…” เฝิงหยิงหยิงอึ้งงันไปทันที “แม่นางเซี่ย ในเมื่อเจ้ารู้มากขนาดนี้ แล้วการร่ายรำของข้าเมื่อครู่นี้เป็นประโยชน์ไหม”
“ไม่มีประโยชน์” เซี่ยเฉียวตรงไปตรงมามาก
“อย่างนี้ก็หมายความว่าแม่หมอที่บ้านเกิดของข้าเป็นพวกหลอกลวง?” เฝิงหยิงหยิงนิ่วหน้าทันที
“ไม่หรอก เมื่อครู่นี้ข้าเหลือบดูเล็กน้อย ทิศทางการร่ายรำของเจ้าบางส่วนก็ทำได้ค่อนข้างดีแล้ว แต่นี่เป็นการเปิดค่ายกลจัดตั้งพลังงาน หากทำอะไรผิดไปแม้เพียงเล็กน้อยก็จะไม่สามารถใช้การได้ นับประสาอะไรกับเจ้าที่มีข้อผิดพลาดมากมาย… อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่สามารถขับไล่วิญญาณได้ แต่มันก็สามารถสร้างกำลังใจได้ ถือว่าทำได้ดีแล้ว” เซี่ยเฉียวอธิบายคำต่อคำอย่างอดทน
อวี๋เซียนได้ยินเช่นนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปถามบ้าง “แล้วข้าล่ะ”
นางเองก็ท่องหนังสือ
“ก็ไร้ประโยชน์” เซี่ยเฉียวเหนื่อยใจ “คัมภีร์วิถีเต๋าก็สามารถท่องได้ และให้ผลบางอย่างด้วย แต่จิตใจของเจ้าไม่สงบและวอกแวก ทั้งยังท่องผิดในบางจุดด้วย…”
ตอนที่ 838 อ่อนแอมาตั้งแต่เกิด
เซี่ยเฉียวไมได้รู้สึกว่าพวกนางทำได้ไม่ดี ในทางกลับกันนางรู้สึกว่าทั้งสองคนมีความกล้าหาญไม่น้อยเลย
บรรยากาศในคืนนี้แปลกประหลาดจริงๆ ใครก็ตามที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่นทั้งนั้น
อย่างเช่นคนขับรถม้าผู้นี้ แม้ว่าเขาจะอยู่ไกลออกไป เซี่ยเฉียวยังรู้สึกได้ถึงอาการตัวสั่นของเขา
แต่พวกนางกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทั้งยังสามารถพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ได้มีอารมณ์หวาดกลัววิญญาณเลยแม้แต่น้อยจนทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกนับถือมาก
“เมื่อก่อนตอนที่ข้าคัดลอกหนังสือก็ไม่ค่อยจะตั้งใจเท่าไรนัก พอข้ากลับไปคราวนี้จะต้องอ่านใหม่อีกหลายๆ รอบและจดจำให้ขึ้นใจ จะลืมอีกไม่ได้” อวี๋เซียนรู้สึกละอายใจเล็กน้อย “พวกเราพึ่งพาตะเกียงดวงนี้ก็พอหรือ จะทนได้อีกนานแค่ไหน”
“เรื่องวิญญาณนั้นไม่ต้องกังวลแล้ว แต่พวกสัตว์ป่าคงรีรออยู่ไม่ไกลนัก หากหลังจากที่ไฟดับลงแล้ว พวกมันเข้ามาพร้อมๆ กันก็คงจะเป็นปัญหา” เซี่ยเฉียวเอ่ย
สัตว์ร้ายไม่ฉลาดเท่ามนุษย์ ดังนั้นพวกมันจึงได้รับผลกระทบจากกลิ่นอายของวิญญาณได้ง่าย
ยิ่งกว่านั้น พลังหยินชั่วร้ายของภูเขาลูกนี้รุนแรงมาก ท่าทีของสัตว์ร้ายเหล่านั้นก็ต้องบ้าคลั่งรุนแรงมากเช่นกัน ไม่ควรยุ่งด้วยอย่างยิ่ง
“เรื่องนี้ไม่ยาก หากพวกมันพุ่งเข้ามา…” อวี๋เซียนยกยิ้ม “อย่างมากก็แค่เผาที่ตรงนี้ซะให้หมด! ลมแรงขนาดนี้ จะได้ย่างพวกมันให้สุกเสียเลย พรุ่งนี้พวกเราจะได้มีอาหารดีๆ กินกัน”
“หากไฟแรงเกินไป แล้วพัดไฟลามไปที่อื่นล่ะ“ เฝิงหยิงหยิงส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว
“ข้ามีหน้าไม้และลูกธนูไม้ ประเดี๋ยวก็คงสามารถจัดการกับพวกที่จัดการยากก่อนได้ จากนั้น…ข้าก็หมดวิธีแล้ว” เซี่ยเฉียวเองก็จนปัญญา
นางสามารถจัดการกับวิญญาณได้ก็จริง แต่สองหมัดหรือจะสู้สี่มือไหว
นางไม่สามารถจัดการวิญญาณไปพร้อมๆ กับการรับมือสัตว์ร้ายได้
นอกจากนั้น นางไม่สามารถจัดการวิญญาณเหล่านี้ได้ในสถานที่เช่นนี้ พวกเขาสามารถลอยไปลอยมาหนีไปได้ การจัดการทั้งหมดในคราวเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้เลย
นางจะต้องหาที่ซ่อนตัวของพวกเขาให้พบ
วิญญาณที่อยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ ย่อมต้องมีเหตุผล
หากนางหาแหล่งที่มาไม่พบ นางก็จะสามารถจับวิญญาณได้เพียงไม่กี่ตนเท่านั้น ส่วนวิญญาณที่เหลือก็จะยังคงสร้างปัญหาอยู่ที่นี่ต่อไป
อวี๋เซียนเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ นางพยักหน้าอย่างจริงจัง “หากมีสัตว์ร้ายที่น่ากลัวก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า ข้ายิงหน้าไม้ได้แม่นยำมาก”
“เจ้าถือดาบ ข้าถือหน้าไม้ หยิงหยิงรับผิดชอบดูไฟ ลมหยินดับไฟไม่ได้ แต่ลมหยางทำได้ ดังนั้นจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่ไฟจะดับให้มากที่สุด” เซี่ยเฉียวเอ่ย
อวี๋เซียนและเฝิงหยิงหยิงต่างก็รับฟังอย่างว่าง่าย
แม้ว่าเฝิงหยิงหยิงจะรู้สึกไม่สบายใจ อีกทั้งมือของนางก็สั่นเทาเล็กน้อย แต่เพราะนางยังมีเพื่อนอยู่เคียงข้าง จึงไม่ได้รู้สึกกลัวมากนัก
อวี๋เซียน…ไม่ได้แสดงออกอะไรมาทางสีหน้า
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบได้สักพัก ก็มีเสียงดังออกมาจากกอหญ้าจริงๆ
ผงยาเหล่านั้นทำให้งู แมลง หนูและมดจำนวนมากไม่กล้าเข้าใกล้ ซึ่งช่วยลดปัญหาได้มาก
แต่ทั้งสามคนเห็นแสงสีเขียวคู่หนึ่งได้รางๆ
“…” ทำไมยังมีหมาป่าได้นี่…
อวี๋เซียนใจสั่น
เซี่ยเฉียวบอกแล้วว่าให้นางถือดาบสั้น ที่สำคัญคือนางต้องป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าวิ่งเข้ามา หากสัตว์ร้ายนั้นอยู่นอกขอบเขตของแสงไฟตะเกียง นางจะพุ่งตัวออกไปลงมือไม่ได้
“หรือว่าให้ข้าถือหน้าไม้ก่อน…” อวี๋เซียนหันหน้ากลับมาถามเซี่ยเฉียว
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่อวี๋เซียนจะพูดจบ นางก็ได้ยินเสียงหน้าไม้ที่เซี่ยเฉียวยิงออกไปดอกหนึ่งดัง ฟี้ว
หลังจากเสียง ฉึก ดังขึ้น พวกนางก็ได้ยินเสียงหมาป่าล้มลงทันที!
“…”
สีหน้าของอวี๋เซียนและเฝิงหยิงหยิงแข็งค้าง โดยเฉพาะอวี๋เซียนที่รู้สึกว่าหน้าไม้ดอกที่ยิงออกไปเมื่อครู่นี้แม่นเหลือเกิน…
“ท่านยังสามารถยิงหน้าไม้ได้ด้วย…ไม่ใช่ว่าร่างกายเจ้าอ่อนแอบอบบางมากหรือ” อวี๋เซียนอึ้งงันไป
ตั้งแต่ที่นางสอนเซี่ยผิงไหวมา เด็กชายก็มักจะบ่นข้างหูนางอยู่เสมอว่า พี่หญิงใหญ่ของเขาเกิดมาอ่อนโยนและสง่างาม ทนลำบากไม่ได้ บอกว่านางอ่อนแอบอบบาง ไม่มีเรี่ยวแรง…
นางได้ยินมาว่าเซี่ยเฉียวไม่สามารถจะตกใจได้แม้แต่น้อย เป็นหญิงสาวที่สามารถเป็นลมได้ทุกเมื่อ!