ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 839 อย่าทะเลาะกัน / ตอนที่ 840 พวกเราร่วมสาบานกันเถิด
ตอนที่ 839 อย่าทะเลาะกัน / ตอนที่ 840 พวกเราร่วมสาบานกันเถิด
ตอนที่ 839 อย่าทะเลาะกัน
อวี๋เซียนรู้สึกว่าเซี่ยผิงไหวช่างน่าอนาถใจยิ่งนัก เขาไม่รู้เรื่องพี่สาวของตนเองแม้แต่น้อย!
หากเซี่ยเฉียวอ่อนแอ หญิงสาวบนโลกใบนี้ก็คงจะเปราะบางแตกหักง่ายเหมือนขวดกระเบื้องกันหมดแล้ว!
“ยิงแม่นเหลือเกิน…” อวี๋เซียนกลืนน้ำลาย หลังจากที่นางหายประหลาดใจแล้วก็อดที่จะยกนิ้วโป้งชมเชยไม่ได้ “ดีมาก ความสามารถนี้ของเจ้าเกือบจะสู้ข้าได้แล้ว”
“ไม่หรอก ความสามารถเล็กๆ น้อยๆ น่ะ” เซี่ยเฉียวเชิดหน้าขึ้นทันที
“…” อวี๋เซียนรู้สึกว่าท่าทางถ่อมตัวของเซี่ยเฉียวนั้นกวนบาทาอย่างยิ่ง มันถึงกลับทำให้นางอดรู้สึกอยากเอาชนะเสียไม่ได้!
“ตัวต่อไปให้ข้ายิง” อวี๋เซียนยื่นมืออกไปแย่งของมาจากนาง
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น และกำมือแน่นไม่ยอมปล่อย
อวี๋เซียนไม่ต้องการใช้กำลังกับเซี่ยเฉียว แต่เมื่อนางเห็นใบหน้าที่จริงจังและภาคภูมิใจของเซี่ยเฉียว ความรู้สึกหยิ่งทะนงก็เกิดขึ้นมาทันที
หากวัดกันเรื่องหน้าตา นางยอมรับว่านางขี้เหร่
หากเป็นเรื่องโคลงกลอนหนังสือ นางไม่สนใจว่าตนเองจะโง่
นางเหลือแค่พละกำลังที่เป็นจุดแข็งเพียงอย่างเดียว หากนางยังแพ้เซี่ยเฉียวเรื่องนี้อีก แล้วต่อไปนางยังจะเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้อีกได้อย่างไร
อวี๋เซียนหยุดแย่งหน้าไม้จากนางแล้ว เมื่อนางก้มมองลงไปที่พื้นและพบว่ามีเศษหินจำนวนมาก จึงขยับตัวก้มลงเก็บมันขึ้นมา จากนั้นก็จ้องมองไปในระยะใกล้ๆ
อะไรที่อยู่นอกรัศมีแสงเทียนนั้นมืดสนิท และไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ทว่าหลังจากอวี๋เซียนสงบจิตใจลงแล้ว นางก็ได้ยินเสียง
นางยกมือขึ้น แล้วก็ขว้างก้อนหินนั้นออกไปทันใด
ตุบ หญิงสาวอีกสองคนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างล้มลงบนพื้น
“อาจารย์อวี๋ขว้างโดนแล้ว?” เฝิงหยิงหยิงรู้สึกว่า นางไม่ควรอยู่ที่นี่ น่าขายหน้าจริงๆ
แม่นางเซี่ยยิงหน้าไม้ได้ อาจารย์อวี๋ขว้างก้อนหินได้ แล้วนางล่ะทำอะไรได้ เฝิงหยิงหยิงหันซ้ายหันขวา แล้วนางก็ยอมแพ้ นางทำอะไรไม่เป็นเลย…
อย่างมากที่สุด…ฝ่ามือของนางก็นุ่มหนาและสามารถป้องกันแสงเทียน…จากลมได้?
อวี๋เซียนเชิดหน้าขึ้น “ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร บางทีอาจเป็นไก่ป่าหรือไม่ก็กระต่ายป่ากระมัง ข้าจดจำตำแหน่งนี้ไว้แล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะลองไปดูสักหน่อย”
เซี่ยเฉียวหน้านิ่วทันที นางรู้ว่าเรื่องพละกำลังตนเองไม่สามารถจะสู้ได้
หน้าไม้นั้นควบคุมได้ง่ายกว่าก้อนหินมาก อีกอย่างนางก็ยังสามารถโยนออกไปอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องทุ่นแรงใดๆ แล้วยังสามารถฆ่าหรือทำให้สัตว์หมดสติได้ นางถูกกำหนดให้ไม่สามารถทำแบบนั้นได้
ยังมีเรื่องที่นางไม่สามารถทำได้ด้วย…
เซี่ยเฉียวแค่นออกมาเสียงเล็กน้อย
“แม่นางเซี่ยท่านก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ข้ามีเรี่ยวแรงมากมาตั้งแต่เกิด ทั้งยังฝึกกับท่านพ่อมาเป็นสิบปี หากท่านต้องการที่จะเอาชนะข้าในเรื่องนี้ เกรงว่าท่านจะต้องไปเกิดใหม่เสียแล้ว” อวี๋เซียนไม่ได้ซ่อนความภาคภูมิใจของตนไว้เลยแม้แต่น้อย
“ข้าเกรงว่าหลังจากการกลับชาติมาเกิดแล้ว แม้แต่จะท่องคัมภีร์วิถีเต๋าก็ยังทำไม่ได้” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวเรียบเฉย แต่ก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอ
“…” เฝิงหยิงหยิงมองพวกนางอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว “พวกเจ้า…อย่าทะเลาะกันเลยนะ?”
“พวกเราก็แค่แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้กันเท่านั้น” อวี๋เซียนโต้กลับทันที สายตาที่มองไปยังเซี่ยเฉียว ยังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
นี่นับเป็นการทะเลาะกันตรงไหน
นางชอบเซี่ยเฉียวจริงๆ แต่ชอบก็ส่วนชอบ เมื่อพูดถึงการฝึกฝนยิงหน้าไม้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ถูกต้อง” เซี่ยเฉียวเองก็พยักหน้า
ว่างๆ ก็แค่คุยกันเท่านั้น
นางเป็นถึงผู้วิเศษ แค่พูดจาสั่งสอนเท่านั้น ไม่มีหรอกที่จะมาทะเลาะอาละวาดอะไร
เฝิงหยิงหยิงหัวเราะแห้งๆ และพยายามลดความรู้สึกของการมีอยู่ของตนลง ทั้งสองคนตรงหน้านางนี้ล้วนเป็นสัตว์ดุร้ายกันทั้งนั้น!
ตอนแรกก็ไม่ได้มีสัตว์ร้ายมากมายเท่าไร เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นแค่ภูเขาลูกเล็กๆ เท่านั้น จึงไม่ได้มีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อยู่ไม่มาก นอกจากพวกหมาป่าแล้ว พวกที่เหลือก็เป็นสัตว์เล็กทั้งนั้น
พวกงู แมลง หนู และมดส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะผงยาที่เซี่ยเฉียวโรยไว้ แต่พวกมันก็ยังเดินเตร่ไปมา
เซี่ยเฉียวมีลูกดอกหน้าไม้น้อย นางจึงไม่เคลื่อนไหวหากไม่คุ้มที่จะลงมือ แต่อวี๋เซียนนั้นแตกต่างออกไป เมื่อนางเห็นว่ามีก้อนหินมากมายอยู่รอบๆ จึงคอยฟังเสียงและโจมตีออกไปไม่น้อย
เมื่อฟังจากเสียงกรีดร้องก่อนจะตายก็พบว่าส่วนมากเป็นหนูตัวใหญ่
ตอนที่ 840 พวกเราร่วมสาบานกันเถิด
อันที่จริงสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไปก็ไม่กลัวไฟของเซี่ยเฉียวหรอก แต่ใครใช้ให้สัตว์ป่าในภูเขานี้แปดเปื้อนพลังหยินชั่วร้ายกันเล่า?
กลิ่นอายทั้งสองนี้เดิมทีก็เป็นขั้วตรงข้ามกันอยู่แล้ว ขอแค่สัตว์ป่าพวกนั้นเข้ามาใกล้ก็จะรู้สึกอึดอัดไม่สบายอย่างช่วยไม่ได้
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์โดยรอบที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ
พวกมันล้อมเข้ามาแล้ว
ในตอนแรกอวี๋เซียนสามารถขว้างก้อนหินออกไปได้อย่างง่ายดายด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ แต่เมื่อขว้างไปเรื่อยๆ นางก็เริ่มรู้สึกตึงมือแล้ว
หลังจากผ่านไปอีกประมาณหนึ่งชั่วยามท่ามกลางความมืดมิดก็มีดวงตาสีเขียวเพิ่มขึ้นอีกหลายดวง
“หรือว่าพวกเราสามคนมาร่วมสาบานกันเถอะ? ไม่ขอเกิดวันเดือนเดียวกัน แต่ขอตายวันเดือนปีเดียวกัน!” อวี๋เซียน มองดูจำนวนสัตว์ร้ายข้างนอก แล้วมองไปที่ลูกดอกที่มีน้อยนิดของเซี่ยเฉียวพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ไม่เอา” เซี่ยเฉียวปฏิเสธ
“ทำไมเล่า พวกเราก็นับว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกันแล้วนี่!” อวี๋เซียนทำหน้างุนงง
“ข้าจะมีอายุยืนยาวอยู่ไปร้อยปี” เซี่ยเฉียวสงบและจริงจัง “ข้ากลัวว่าต่อไปพวกเจ้าจะลดอายุขัยของข้า”
“…” อวี๋เซียน
“…” เฝิงหยิงหยิงเองก็ทำหน้าไม่ถูก
หากจะพูดเรื่องลดอายุขัยลดลง ในบรรดาพวกนางสามคนนี้ เซี่ยเฉียวมีคุณสมบัติที่จะพูดเรื่องนี้น้อยที่สุด!
“เจ้าลองดูสิสัตว์ป่าตั้งมากมายขนาดนี้ ข้าเกรงว่าพวกเราคงจะไม่รอดแล้ววันนี้ ไม่แน่ว่าแม้แต่กระดูกก็จะถูกแทะจนไม่เหลือ แน่นอนว่าข้าเก่งพอตัว หากข้ายอมเสี่ยงตายหนีออกไปให้เร็วหน่อยก็อาจจะรอดได้ แต่พวกเจ้าสองคนแขนขาใช้ไม่ได้ วิ่งหนีไม่ไหว จะสู้ก็ไม่ไหว แล้วพวกเจ้าก็จะตกเป็นเหยื่อของสัตว์พวกนี้ เห็นทีว่าคงไม่มีทางรอด” อวี๋เซียนมองตามความเป็นจริง
นางสามารถปกป้องเซี่ยเฉียวและเฝิงหยิงหยิงได้ก็จริง แต่นางก็มีเพียงสองมือเท่านั้น
และหญิงสาวทั้งสองก็ไม่ใช่ตั๊กแตนตัวเล็กๆ ที่นางจะซุกซ่อนไว้บนตัวได้
นางไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของคนตัวโตๆ ขนาดนี้อย่างพวกนางทั้งสองได้เลยจริงๆ!
เซี่ยเฉียวจะปล่อยให้ตอนเองตายอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“นางมีโหงวเฮ้งของคนที่อายุยืนและสงบสุข ไม่ตายหรอก ดังนั้นข้าก็จะไม่ตายด้วย” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ พลางชี้ไปที่เฝิงหยิงหยิงด้วยใบหน้าสงบนิ่ง และไม่มีท่าทางร้อนใจแต่อย่างใด
เฝิงหยิงหยิงรู้สึกว่าในที่สุดนางก็มีประโยชน์บ้างแล้ว
อวี๋เซียนเองก็ไม่ได้โต้เถียงกับเซี่ยเฉียว ในสมองนางคอยแต่คิดว่าจะออกไปได้อย่างไร
ช่างน่าหนักใจนัก
และในขณะนั้นจ้าวเสวียนจิ่งก็พาคนมาถึงบริเวณใกล้เคียงแล้ว แสงจันทร์ด้านนอกนั้นไม่นับว่าพร่างพราย แต่มันก็สามารถส่องให้เห็นเส้นทางเล็กๆ ได้ และสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ชัดเจน จะมีก็แต่บริเวณใต้ร่มไม้เท่านั้นที่มืดสนิท
ในบรรดาคนที่จ้าวเสวียนจิ่งพามาด้วยก็เป็นคนที่มองเห็นตอนกลางคืนได้ดี ดังนั้นตลอดทางที่พวกเขามานี้จึงไม่มีเหตุอะไรทั้งสิ้น
เซี่ยผิงกั่งมองไปยังบริเวณใกล้ๆ เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ที่ตรงอื่นดูเหมือนจะไม่มีหมอก มีเพียงบริเวณนี้เท่านั้นที่มืดสนิทและดูแปลกๆ”
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้พูดอะไรมาก เขานำคนเดินไปตามทางเข้าเพื่อขึ้นเขาลูกนี้ทันที
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปสักพักคนทั้งกลุ่มก็งุนงงไปเล็กน้อย
“ลมนี่…พัดแรงไปหน่อยไหม” เวินหลันเฉิงที่อยู่บนหลังมายื่นหน้าเข้าไปถามเซี่ยผิงกั่ง
“ลมแรงหน่อยก็เป็นธรรมดา หากมีวิญญาณอยู่ในที่แห่งนี้ ก็จะมีลมชั่วร้ายกรรโชกแรง วิญญาณพวกนี้ก็เหมือนลมที่พัดไปมาก็เท่านั้น”
ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่ากลัว
เซี่ยผิงกั่งก็พูดง่ายเกินไป เวินหลันเฉิงไม่เคยพบเห็นมาก่อนว่าอะไรคือวิญญาณเล่นกล เขาเพียงแค่รู้สึกว่าต้นไม้และเนินเขาที่นี่ไม่ค่อยดี เมื่อลมพัดมาจึงทำให้รู้สึกปวดหัวเท่านั้น
“เดี๋ยวก่อน” เซี่ยผิงกั่งเรียกให้ทุกคนหยุดกะทันหัน จากนั้นเขาพูดกับรัชทายาท “รัชทายาท ดูเหมือนว่าจะมีเสียงร้องของหมาป่า”
เขาอยู่บนภูเขาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ทำให้ไวต่อเสียงของสัตว์ป่าเป็นพิเศษ
แววตาของจ้าวเสวียนจิ่งเคร่งขรึม
หลังจากเข้าสู่ถนนบนภูเขานี้แล้ว พวกเขาก็ไม่เห็นร่องรอยล้อรถบนพื้นดินอีก