ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 851 อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี / ตอนที่ 852 รวมหยินทั้งห้า
ตอนที่ 851 อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี / ตอนที่ 852 รวมหยินทั้งห้า
ตอนที่ 851 อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
ความคิดของเซี่ยผิงกั่งไม่เหมือนคนทั่วไป
เขาคิดว่าการดิ้นรนพยายามเพื่อเอาชีวิตรอดไม่ใช่เรื่องสนุก
ตัวอย่างเช่นปรมาจารย์โม่ที่ต้องจับวิญญาณไม่หยุดหย่อนเพื่อจะมีชีวิตรอดโดยไม่สนใจความยากลำบาก แม้จะเป็นลมก็ต้องทุ่มสุดตัว ช่างน่าสงสารจริงๆ
น้องสาวของเขาจะต้องมีชีวิตที่สุขสบายอยู่ที่บ้าน หากหมดวาสนาแล้ว เขาก็ยอมให้นางตายไปอย่างเป็นสุขเสียดีกว่าจะต้องมาทนทุกข์แบบนี้
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าปรมาจารย์โม่กำลังอดทนอยู่จริงๆ
เขามีตาย่อมมองเห็นได้ว่า ปรมาจารย์ผู้นี้…บางครั้งก็เผยแววตาสิ้นหวังออกมายามมองเห็นวิญญาณ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ปรมาจารย์ถูกพวกวิญญาณภรรยาหลวงและอนุจำนวนมากพวกนั้นจ้องมองในระหว่างทางพวกเขาเดินทางไปยังอำเภอสวิน นางก็เกือบจะอาเจียนออกมาแล้ว
หากเป็นน้องสาวของเขาล่ะ…
เซี่ยผิงกั่งลองนึกถึงใบหน้าของเซี่ยเฉียว เขาไม่ได้ชื่นชม แต่ก็รู้ดีว่าน้องสาวของตนหน้าตางดงาม คนที่งดงามเช่นนี้…ไม่คู่ควรที่จะอยู่กับวิญญาณอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวกำลังถูกเซี่ยผิงกั่งโจมตีอย่างหนัก
รูปร่างหน้าตาของนางในวัยสามสี่สิบปีนี้…น่าสังเวชขนาดนั้นเลย?!
เซี่ยเฉียวกลืนน้ำลาย พยายามไม่ให้ตนเองระเบิดอารมณ์และฝืนยิ้มออกมา “แม่นางเซี่ยทำความดีกับข้ามีอะไรไม่ดีหรือ ตายดีไม่สู้มีชีวิตอยู่หรอก ขอแค่อายุยืนขึ้นได้ แม้จะต้องจ่ายมากแค่ไหนก็คุ้ม”
“ท่านกล่าวผิดไปแล้ว” เซี่ยผิงกั่งตอบอย่างสำบัดสำนวน “ข้าคิดว่ามันเป็นการกระทำที่ขัดบัญชาสวรรค์ พยายามมากขนาดนี้ ตกอกตกใจเพราะพวกวิญญาณจะเป็นจะตาย เพียงเพื่อจะอยู่ได้นานขึ้นอีกไม่กี่วัน ไม่สู้รีบๆ ตายไปเสียแล้วรีบไปเกิดใหม่ ไม่แน่ว่าชาติหน้าจะได้ทันกลับมาเกิดเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอีก”
“…” เซี่ยเฉียวตกตะลึงกับคำพูดนี้
นั่นหมายความว่าพี่ชายใหญ่ของนางอยากให้นางตายไปเร็วๆ หน่อย แล้วกลับชาติมาเกิดเป็นคนตระกูลเซี่ยอีกครั้ง?
ฝันไปเถอะ! นั่นมันโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว…
นางคิดถูกแล้วที่ปิดบังเขา มิฉะนั้นนางคงจะไม่ได้เปิดหอส่องชะตาหรอก!
“ขุนนางเซี่ยเองก็เบื่อชีวิตแล้วหรือ” พอจ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางหดหู่น่าสงสารของเซี่ยเฉียว เขาก็อดเอ่ยปากไม่ได้
พี่น้องสองคนนี้ป่าเถื่อนพอๆ กัน เดิมทีความคิดของเซี่ยเฉียวที่พยายามปกปิดความลับของตัวเองก็แปลกอยู่แล้ว ส่วนเซี่ยผิงกั่งนั้น…สรุปได้ว่าเป็นคนบ้าคนหนึ่ง
“ฝ่าบาท ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยผิงกั่งทำหน้าใสซื่อ
“ขุนนางเซี่ยมีดวงชะตาโดดเดี่ยวสินะ? ถูกลิขิตให้ไม่สามารถหาภรรยาได้ เรื่องสืบทอดเชื้อสายอะไรพวกนี้ล้วนแต่ไม่สามารถทำได้ทั้งนั้น เช่นนั้นอยู่หรือตายก็ไม่ต่างกันหรอก” สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งดูยุติธรรมและมีเหตุผลอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เป็นเช่นนั้น”
อย่างที่โบราณว่าไว้ของอย่างหนึ่งย่อมพิชิตของอีกอย่างหนึ่งได้ คนที่นางกลัวมากที่สุดก็น่าจะเป็นพี่ใหญ่ที่ไร้เหตุผลและวอนหาเรื่องคนนี้นี่แหละ
ฝ่าบาททำดีนัก
“นั่นมันไม่เหมือนกัน กระหม่อมไม่กลัวที่จะหาภรรยาไม่ได้ แต่น้องสาวของกระหม่อมนางกลัววิญญาณ กลัวสิ่งสกปรก และของที่มันน่าขยะแขยงนี่? ฝ่าบาทไม่เห็นที่เรือนของนาง ตกแต่งประดับประดาเสียราวกับแดนเซียนแดนสวรรค์ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องปลูกต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นเลย ปกตินางไม่ยอมเปื้อนฝุ่นเปื้อนดินเลยด้วยซ้ำ ถ้ากระหม่อมกลับบ้านพร้อมกับกลิ่นเหงื่อ นางแทบจะหลบไปให้ไกลจากข้าเป็นสิบจั้ง…” เซี่ยผิงกั่งอดที่จะพูดถึงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ของเซี่ยเฉียวพวกนั้นไม่ได้
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้
ของแต่งบ้านพวกนั้นก็ธรรมดามาก ดอกไม้พวกนั้น…
ก็เป็นของที่รัชทายาทส่งมาให้
ไม่เกี่ยวอะไรกับนางนี่
“บางทีเจ้าอาจจะดูน่ากลัวว่าวิญญาณก็ได้ กลิ่นตัวก็แรงไปหน่อย ไม่ว่าอย่างไรชีวิตก็เป็นของเฉียวเอ๋อร์เอง เจ้าในฐานะพี่ชายดูแลตัวเองให้ดีก่อนจะดีกว่า” จ้าวเสวียนจิ่งรีบเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นตาปริบๆ ของเซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เหตุผลนี้แหละ”
เซี่ยผิงกั่งพ่นลมหายใจ
รัชทายาทเพิ่งจะเคยพบน้องสาวของเขาไม่กี่ครั้ง เขาไม่เข้าใจหรอกว่า น้องสาวของเขาออกจะหยิ่งทะนง นางยอมที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรีเสียดีกว่าที่จะต้องทนลำบากไปไล่จับวิญญาณกับปรมาจารย์โม่!
ตอนที่ 852 รวมหยินทั้งห้า
เซี่ยผิงกั่งยังอยากจะพูดอะไรแทนน้องสาวของตนเองอีก แต่รัชทายาทยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา ทำให้เขาพูดเรื่องเหล่านั้นออกมาไม่ได้
จนเขาต้องทอดถอนใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางก็เป็นน้องสาวของกระหม่อม…”
ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมายุ่ง!
“…” จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาเริ่มไม่พอใจแล้ว “นางเป็นว่าที่ภรรยาของข้านี่ ปกติที่ข้าแสดงความจริงใจต่อเจ้าอยู่ทุกวันนี้ไม่มีความหมายเลยหรือ เจ้ากลับหวังจะให้ข้าอยู่คนเดียวโดดเดี่ยว? ข้าไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้น หากน้องสาวของเจ้าเป็นอะไรขึ้นมา ข้าก็มีเหตุผลอย่างยิ่งที่จะเชื่อว่าเจ้าเป็นคนทำ พอถึงเวลานั้นก็อย่าหาว่าข้าลงโทษเจ้ารุนแรงไป”
เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเยาะอย่างไร้เสียง
หากเขากลัวโทษหนักแล้วล่ะก็ เวลานี้เขาก็คงยังเป็นโจรอยู่ในรังบนภูเขา จะกล้ามาที่เมืองหลวงเพื่อรับราชการได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวเริ่มนิ่งคิด นางกำลังไตร่ตรองว่าทำอย่างไรนางถึงจะได้มีชีวิตอยู่อย่างยืนยาวภายใต้จมูกของพี่ชายใหญ่
อย่างไรก็ตาม เวลานี้วิญญาณที่ถูกเซี่ยเฉียวจูงนำอยู่ข้างหน้ายิ่งลอยไปก็ยิ่งเชื่องช้า ช่างน่าสงสารนัก
เซี่ยเฉียวสามารถสัมผัสได้ว่าพลังหยินโดยรอบยิ่งเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
หลังจากที่เดินกันมาเป็นเวลาหนึ่งเค่อเซี่ยเฉียวก็หยุดลง
“ถึงแล้วหรือปรมาจารย์โม่?” เซี่ยผิงกั่งถามขึ้นมาด้วยความสงสัยก่อนจะมองซ้ายมองขวา
บริเวณโดยรอบ…ก็ไม่ต่างจากที่อื่น นอกจากต้นไม้ดอกไม้ หนาม และเถาวัลย์ป่า ก็ดูเหมือนจะไม่มีหลุมศพสุสานอะไรอีก…
เซี่ยเฉียวหยิบเข็มทิศออกมาแล้วเดินไปเดินมา
หลังจากผ่านไปสักพัก จู่ๆ นางก็ก้าวเข้าไป สายตาจับจ้องต้นไม้จำนวนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ทิศใต้เป็นต้นหม่อน เหนือเป็นต้นหลิว ตะวันออกเป็นต้นไหว ตะวันตกเป็นต้นสน ตรงกลางเป็นต้นหยาง[1] รวมพลังหยินทั้งห้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยง่ายๆ ก่อนจะมองดูพื้นดินอีกครั้ง และเห็นบริเวณซึ่งไม่ใหญ่เท่าไรนัก ซึ่งดินที่ตรงนั้นดำมากอย่างน่าประหลาด
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้เข้าไปใกล้อย่างประมาท นางให้ทุกคนถอยออกไปเล็กน้อยก่อนจะสำรวจสถานที่โดยรอบอย่างละเอียดอีกที
“นอกจากที่ที่มีดินสีดำตรงนั้น ตรงอื่นก็มีไอน้ำสูง เกรงว่าก่อนหน้านี้ที่ตรงนี้จะเคยเป็นทะเลสาบที่มีขนาดพอสมควรมาก่อน ไม่รู้ว่าทำไมจึงถูกถมเสียแล้ว” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วหยิบของบางอย่างออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็หยิบกระจกวิเศษขนาดเล็กออกมาหลายอัน
แล้วแขวนมันบนต้นไม้หยินทั้งห้า
หลังจากที่ทำเสร็จแล้วนางก็ถือกระบี่ในมือข้างหนึ่ง ก้าวเหยียบตำแหน่งหยินหยาง ฝีเท้าของนางราวกับกำลังทำการทำนายกระนั้น เปิดสองพิธีกรรมทั้งสี่สัตว์วิเศษและแผนผังแปดทิศ ฝีเท้านั้นรวดเร็วอย่างน่าประหลาด ท่วงท่าอิสระสง่างามราวกับเซียน กระบี่ฟันแยกความมืดมิดและชั่วร้าย
นางพึมพำภาษาของตนเอง สวดมนต์คาถาออกมาบ่อยครั้งทำให้คนที่ได้ยินอดรู้สึกใจสงบไม่ได้
จากนั้นพลังหยินที่อัดแน่นอยู่ใต้ดินสีดำก็ดูเหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นและเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
พลังหยินนั้นรวมตัวกับวิญญาณที่กระจัดกระจายที่ไม่รู้มีมากเท่าไรเข้าโจมตีเซี่ยเฉียวราวกับกรงเล็บแหลมคม!
ใบหน้าของเซี่ยเฉียวเคร่งขรึม แต่กลับไม่มีแววตาหวาดกลัวเลย
ส่วนในขณะนั้นจ้าวเสวียนจิ่งและคนอื่นๆ กลับเห็นว่ากระจกทองแดงบนต้นไม้หยินทั้งห้ากำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันกำลังถูกลมพัด แต่เส้นผมของพวกเขาไม่ขยับแม้แต่น้อยซึ่งแปลกมาก
กระจกทองแดงราวกับถูกปกคลุมไปด้วยหมอกกระนั้น หลังจากนั้นไม่นานมันก็ถูกปกคลุมหนาขึ้นไปอีกชั้น แม้แต่ภาพโดยรอบก็มองเห็นไม่ชัดเจน
“พวกเจ้ารับผิดชอบเช็ดกระจก จะต้องไม่ให้กระจกเหล่านี้จะไม่แปดเปื้อนด้วยละอองน้ำและไอมืด” เซี่ยเฉียวถือโอกาสสั่งการเล็กน้อย
จ้าวเสวียนจิ่งรีบสั่งให้คนไปจัดการทันที
เขานำองครักษ์มาด้วยจำนวนมาก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จึงไม่เป็นปัญหา
“ราชาแห่งสวรรค์และโลกมนุษย์ ประตูสีทองเบื้องบน คุนหลุนเบื้องล่าง สวรรค์เก้าชั้นฟ้าและภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า สงบปวงวิญญาณ…พลังชั่วร้ายทะยานสู่ฟ้า กำจัดอสูรชั่วนิรันดร์ ปฏิบัติตามบัญชาข้า ทำลาย!” เซี่ยเฉียวแค่นเสียงออกมาเบาๆ พลางชี้กระบี่ไปที่วิญญาณมืด กระบี่ไม้ท้อส่งพลังแห่งคุณธรรมห่อหุ้มไอชั่วร้ายที่กำลังเต้นขึ้นลงนั้นไว้แล้วค่อยๆ กลืนกินมัน
ปัง ปัง ปัง เสียงดังขึ้นต่อเนื่องหลายครั้ง กระจกทองแดงกลับดูเหมือนจะแตกไปเสียแล้ว ด้านบนเป็นรอยดำๆ เหมือนโดนฟ้าผ่าก็ไม่ปาน
“…” โจวเว่ยจงและคนอื่นๆ พากันตกใจ
“เช็ด…เช็ดให้สะอาดไม่ได้เสียแล้ว?”
——————————————————-
[1] ต้นหยาง ต้นป็อปลาร์
Jannie
เรื่องนี้มันตลก
ครอบครัวนางเอกตลกกันทุกคน
อ่านแล้วขำมาก