ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 867 เดิมพันว่าเขาชนะ / ตอนที่ 868 โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ตอนที่ 867 เดิมพันว่าเขาชนะ / ตอนที่ 868 โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ตอนที่ 867 เดิมพันว่าเขาชนะ
หลี่เหยียนผู้นี้เสียชีวิตข้างถนน เขาได้รับผลกระทบจากพลังชั่วร้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เซี่ยเฉียวจึงกังวลว่าเขาจะกลายเป็นวิญญาณร้าย ในเมื่อตอนนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น นางจึงให้คนจัดการศพเขาอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้คนที่ผ่านไปผ่านมาตกใจ
หลังจากเซี่ยเฉียวจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เตรียมที่จะเดินทางไปป้อมเหมิงจยา
การไปครั้งนี้นางจะได้เจอศิษย์น้องอีกสองคนด้วย ดังนั้น…ของขวัญในการพบปะกันครั้งนี้ของนางจะขาดตกบกพร่องไม่ได้
นางเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่ พอถึงป้อมเหมิงจยานางย่อมต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องกินดื่มข้าวของเครื่องใช้นี้บ้างอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าศิษย์น้องสามศิษย์น้องห้าจะน่ารักว่าง่ายหรือไม่…
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับไปถึงบ้านตระกูลเซี่ยแล้ว นางก็เริ่มตระเตรียมของที่จะต้องใช้ในการเดินทางอย่างละเอียดรอบคอบ
ตะกร้าไม้ไผ่ต้องเอาไปด้วย ต้าสยง…ครั้งนี้ก็ต้องเอาไปเผื่อไว้ก่อน
ช่วงนี้นางใช้ยันต์สีเหลืองไปเยอะมาก ของที่เหลืออยู่มีไม่เท่าไรแล้ว ระหว่างทางนางต้องวาดเพิ่มหน่อยล่ะ
ภาพวาดดอกไม้ใบหญ้าผืนใหญ่ที่ประทับตราของอาจารย์อวิ๋นเวยผืนหนึ่ง สำเนาแผนที่โลกฉบับหนึ่ง แล้วก็ยังมีของอย่างอื่นอีก…เซี่ยเฉียวถอนหายใจ อาจารย์ก็เหมือนบิดาและพี่ชาย ศิษย์พี่ศิษย์น้องก็เหมือนพี่น้องร่วมบิดามารดา นางจะไม่ใส่ใจไม่ได้!
เซี่ยเฉียวบรรจุสิ่งของลงในหีบหลายใบ
แม้จะบอกว่าไปรับอาจารย์กลับเมืองหลวง แล้วค่อยมอบของให้ที่เมืองหลวงก็เหมือนกัน แต่…
ในเมื่อบอกว่าเป็นของขวัญยามพบหน้า…ก็ย่อมต้องให้ยามที่พบกัน หากมาให้ที่หลังก็จะดูเหมือนพวกที่ไม่รู้ความสิ…
“ชุนเอ๋อร์ ข้าไปคราวนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไร อาจจะกลับมาไม่ทันงานแต่งของใต้เท้าเวินแล้ว พอถึงตอนนั้นให้เจ้าส่งของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้ไปหน่อย นอกจากนี้ข้ายังจะเตรียมจดหมายไว้ให้ด้วยหนึ่งฉบับเพื่ออธิบายกับหยิงเหนียงด้วยตัวเอง” เซี่ยเฉียวยังไม่ลืมเรื่องของคนอื่น
ตัวตนเซี่ยเฉียวของนางจะต้องอยู่ในเมืองหลวง เพื่อไม่ให้คนอื่นคิดไปไกลพอถึงเวลานั้นนางจึงได้แต่ต้องอ้าง…สุขภาพร่างกายมาเป็นเหตุผลแล้ว
ชุนเอ๋อร์เองก็รู้สึกเสียดายทรัพย์สินพวกนี้อยู่บ้าง “ข้าเข้าใจแล้วคุณหนู ท่านวางใจเถิด”
“ที่บ้าน…” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อีกไม่นานพี่ชายใหญ่ของข้าวางแผนที่จะไปที่สำนักศึกษาซันไห่เพื่อชิงอาวุธใช่หรือไหม พอถึงเวลานั้น…เจ้าลองเอาตั๋วเงินพวกนี้ไปวางเดิมพัน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเดิมพันว่าเขาจะชนะ”
เซี่ยเฉียวหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากกล่องเล็กๆ ใบหนึ่ง
แล้ววางลงไปในมือของชุนเอ๋อร์อย่างเปิดเผย
ชุนเอ๋อร์ลองนับดู แล้วนางก็ต้องตกตะลึงอ้าปากค้าง “คุณหนู นี่มันห้าพันตำลึง…”
เงินตั้งมากขนาดนี้จะเอามาเล่นพนันได้อย่างไรกันเล่า เอาไปซื้อที่ดินที่นาจะไม่ดีกว่าหรือ!
“พี่ชายใหญ่ของข้า แพ้ใครไม่เป็น ของของสำนักศึกษาซันไห่ใช่ว่าชนะมาได้ง่ายๆ ข้ากลัวว่าคนอื่นจะดูถูกเขา แม้ว่าเงินนี้จะดูมากมาย แต่ก็ไม่สำคัญเท่ากับน้ำใจของข้า เจ้าว่าไหม” เซี่ยเฉียวยิ้มกว้าง
“คุณหนู ท่านคิดว่าคุณชายใหญ่จะชนะได้หรือ” ชุนเอ๋อร์เองก็ไม่ได้คืนตั๋วเงินกลับมา
“เสียดายที่ข้าเหลือเงินในมือไม่มากแล้ว เงินที่พอจะเอาออกมาได้ก็มีแค่นี้แล้ว…” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
ไม่กี่วันก่อนนางก็เอาไปแลกทองมาเล็กน้อย หนึ่งในนั้นเป็นกำไลกระดิ่งทองตันสองคู่ หลังจากที่วางบูชาหน้ารูปปั้นเทพเจ้าแล้ว นางก็ให้น้องสาวไปคู่หนึ่งแลกเอาอันเดิมกลับมา ส่วนอีกคู่หนึ่งก็อยู่บนข้อมือของนางเอง
นอกจากกระดิ่งคุ้มภัยแล้ว นางยังบดผงทองส่วนหนึ่งมาใช้วาดยันต์ แล้วยังมีแผ่นป้ายคำสั่งยันต์ห้าสายฟ้า กระบองทองฟาดวิญญาณ เชือกวิเศษหัวงูทอง…
สมัยเด็กๆ นางชอบทองมาก ตอนนี้พอนางมีเงินเหลืออยู่บ้างก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะเปลี่ยนของใช้ให้เป็นทองส่องประกายแวววาว
นอกจากนี้นางยังเปลี่ยนอาวุธวิเศษอื่นๆ เป็นเครื่องทองเหลืองใหม่ๆ ด้วย…ซึ่งก็นับเป็นเงินไม่น้อยเลย
ที่แพงที่สุดก็เป็นคฑาหยกหรูอี้ที่มีคุณภาพดีมากอันหนึ่ง
ทั้งหมดนี้…ใช้เงินซื้อมาทั้งนั้น
หากไม่ใช่เพราะเทียบกับในอดีตแล้วตอนนี้นางถือว่ามีฐานะร่ำรวยและมั่งคั่งมาก ตอนที่นางจับวิญญาณครั้งล่าสุด นางก็คงทำใจเอาไม้ฟ้าผ่าอันล้ำค่าของนางออกมาใช้ไม่ได้…
ตอนที่ 868 โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
นอกจากเงินสินสอดสินเดิมที่นางเตรียมไว้มอบให้น้องสาวน้องชายก่อนหน้านี้ และเงินที่นางจะไปป้อมเหมิงจยาเองแล้ว เงินจำนวนห้าพันตำลึงที่อยู่ตรงหน้านี้ก็แทบจะเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่นางมีแล้ว
นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวันที่พี่ชายใหญ่ของนางท้าชิงที่สำนักศึกษาซันไห่วันนั้นจะมีการเปิดโต๊ะพนันหรือไม่…
ถ้าหากไม่มี เงินห้าพันตำลึงของนางนี้ก็คงจะได้แต่ต้องวางเดิมพันกับไข่ที่ไม่ออกลูกเป็นตัวแล้ว
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว พอตกเย็นเซี่ยเฉียวก็กินข้าวพร้อมกับครอบครัว
ถึงอย่างไรการไปป้อมเหมิงจยาครั้งนี้ก็เป็นการไปรับอาจารย์กลับมา ดังนั้นนอกจากนางและจ้าวเสวียนจิ่งแล้ว อาจารย์เซียวก็ต้องไปด้วย
แต่เมื่อเซียวอวี้หรงไปแล้ว นางก็กลัวว่าเซี่ยผิงไหวจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม และทำอะไรผิดพลาดครั้งใหญ่อีก
“แค่กๆ…” เซี่ยเฉียวดื่มน้ำแล้วก็ไอขึ้นมา
นางไอขึ้นมาครั้งนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่บนโต๊ะอาหารต่างก็หยุดชะงัก
เซี่ยหนิวซานหน้าตาเคร่งขรึมราวกับจะฆ่าใครกระนั้น เซี่ยผิงกั่งเองก็หน้าตาคร่ำเคร่ง ดูไม่น่ายั่วโมโห เซี่ยซีดูเป็นกังวล ส่วนเซี่ยผิงไหวก็ทั้งรู้สึกผิดและร้อนรน
“พี่หญิงใหญ่ ทำไมท่านไออีกแล้วล่ะ” เซี่ยผิงไหวไม่ค่อยสบายใจ
เซี่ยเฉียวเอาผ้าเช็ดหน้าปิดปาก “ปัญหาเดิมๆ น่ะ…เป็นลมครั้งก่อน…ไม่ใช่สิ ข้าก็เป็นอย่างนี้มาตลอด น้องชาย ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าหรอก”
นางใช้ไม้นี้มาจนถนัดแล้ว
เซี่ยผิงไหวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกราวกับถูกทิ่มแทงใจ “พี่หญิงใหญ่ เป็นความผิดของข้าทั้งนั้น…”
“เฮ้อ…” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ “เจ้าก็รู้ตัวแล้วว่าทำผิด ข้าจะโทษเจ้าได้อย่างไรเล่า เพียงแต่ร่างกายข้าไม่ค่อยดี ช่วงนี้ก็กำลังจะเปลี่ยนฤดู เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ยิ่งทำให้ข้าป่วยง่าย หากมันหนักหนาข้าก็อาจจะอยู่ไม่รอดจนถึงฤดูหนาวนี้…”
“…” ในใจเซี่ยผิงไหวรู้สึกทุกข์ทรมาน
“ไม่ว่าช้าหรือเร็วก็ต้องตายอยู่แล้ว ข้าเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เพียงแต่…” สีหน้าเซี่ยเฉียวเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและความรักเมตตา “เจ้าเป็นน้องชายแท้ๆ ของข้า ข้ายังไม่เห็นเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่เลย…น้องชายของข้าโตขึ้นแล้วจะต้องเป็นวีรบุรุษที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ใช่หรือไม่ น่าเสียดายที่ข้าจะไม่ได้เห็น…”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็หยิกตัวเองเจ็บจนน้ำตาหยดออกมาสองหยด
พวกนางล้วนเป็นคนในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกันทั้งนั้น น้องชายคนดีอย่าได้โทษว่าพี่สาวรังแกเจ้าเลยนะ…
“พี่หญิงใหญ่! ท่านวางใจได้ ต่อไปข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่!” เซี่ยผิงไหวรีบรับรอง
“เฮอะ” เซี่ยผิงกั่งที่อยู่ข้างๆ เยาะเขาทันที
เซี่ยผิงไหวจึงขึงตาใส่เขาด้วยความโกรธ
“ข้าเชื่อเจ้า ต่อให้พี่ชายใหญ่ข่มเจ้าอยู่ แต่เจ้าก็จะหาทางไปด้วยตัวเองได้ เพราะอาจารย์ของเจ้าคือเซียวอวี้หรงเชียวนะ แม้แต่อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ของเจ้าก็ยังสามารถต่อกรกับพี่ชายใหญ่ได้ แล้วเจ้าจะเลวร้ายได้อย่างไร เพียงแต่เจ้าซุกซน…หากเจ้าทนไม่ไหว นั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง” เซี่ยเฉียวเอ่ย พอนางพูดจบก็เอามือกุมหน้าอกหายใจไม่ออกขึ้นมา
หน้าแดงราวกับกำลังจะตาย
นางรีบหยิบเม็ดยาแล้วยัดเข้าไปในปากทันที
“ข้าไม่ติดเล่นแล้ว เมื่อก่อนข้ายังเด็ก ตอนนี้ข้าก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่หรือ! พี่หญิงใหญ่วางใจเถอะ สุขภาพร่างกายท่านเป็นแบบนี้ ข้าก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ข้ารับปากกับท่านได้ว่าข้าจะพยายาม ตอนที่ท่านต้องจากไปจริงๆ ท่านก็ไปอย่างสบายใจเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า” เซี่ยผิงไหวรีบตบหน้าอกตัวเองทันที
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “หากอย่างนั้นช่วงนี้ข้าจะออกไปรักษาตัวข้างนอก ไม่อยู่บ้าน คาดว่าจะกลับมาในหนึ่งเดือน…ก็ยังบอกแน่นอนไม่ได้ และอาจไม่ได้กลับมาอีกเลยก็เป็นได้…”
“หากมีโอกาสหนึ่งในหมื่นได้กลับมา ก็หวังว่าเวลานั้นจะได้เห็นน้องชายมีความก้าวหน้า…ในบรรดาพี่น้อง มีความสำเร็จที่น่าภูมิใจ น้องชายมีความมั่นใจหรือไม่”
เซี่ยเฉียวมองเขาตาปริบๆ
น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของนางเต็มไปด้วยความจริงใจ
นัยน์ตาของเซี่ยหนิวซานแดงก่ำ
ลูกสาวของเขา เฮ้อ น่าสงสารเหลือเกิน…