ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 887 หัวขาดแล้ว / ตอนที่ 888 ปิดไม่มิด
ตอนที่ 887 หัวขาดแล้ว / ตอนที่ 888 ปิดไม่มิด
ตอนที่ 887 หัวขาดแล้ว
หลีซื่อเหยี่ยนเข้มงวดกับลูกศิษย์ของเขามาก ต่อหน้าเขาบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายไม่กล้าทำผิดพลาด
เจียงจิ้นลู่ยังคงข่มความสงสัยและความไม่ชอบเอาไว้ในใจ
“ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าเป็นคนจุดตะเกียงนี้ขึ้นมา เจ้าจะดับมันไม่ได้ หากไฟตะเกียงดับไปถ้วยหนึ่ง อายุของศิษย์พี่เจ้าก็จะสั้นลงเจ็ดวัน เจ้าจะต้องระวัง เข้าใจไหม” หลีซื่อเหยี่ยนพูดกับเจียงจิ้นลู่
“…” เจียงจิ้นลู่สูดลมหายใจระงับอารมณ์ของตนเองแล้วจึงพยักหน้า “ศิษย์เข้าใจแล้ว”
“ข้ายังมีเรื่องจะพูดกับศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้า พวกเจ้าทักทายกันเสร็จแล้วก็อย่าลืมไปพบเจ้าบ้านตระกูลเหมิงด้วย” หลีซื่อเหยี่ยนเหลือบมองเด็กทั้งหลายแล้วเอ่ยกับเซี่ยเฉียวด้วยสายตาเปี่ยมเมตตา “นังหนู เจ้ามากับข้า”
หลีซื่อเหยี่ยนพูดจบก็ค้อมตัวเอามือไพล่หลังเดินจากไป
เซี่ยเฉียวติดตามไปทันที
“อาจารย์แก่ลงมาก…” เซียวอวี้หรงถอนหายใจ ท่าทางสงสาร
เจียงจิ้นลู่มองเขาอย่างหมดคำพูด “ศิษย์พี่เซียวคิดมากไปแล้ว สุขภาพร่างกายของอาจารย์ยังดีกว่าข้าเสียอีก ก่อนที่ศิษย์พี่สามจะล้มป่วยลง อาจารย์ยังเดินขึ้นภูเขาไปชมทิวทัศน์อยู่เลย แม้แต่ข้าก็ยังตามฝีเท้าของอาจารย์ไม่ทัน”
สุขภาพร่างกายไม่ดี? มีเรื่องอย่างนั้นที่ไหน
แต่ละมื้ออาจารย์กินข้าวได้ถึงสามถ้วยใหญ่ๆ
ท่านกินดื่มและนอนหลับได้ เช้าตรู่ทุกวันก็ยังออกกำลังกายมือเท้าได้ แม้ว่าท่านจะดูแก่ แต่ท่านก็มีพละกำลังไม่น้อย สรุปได้ว่าเป็นผู้ชายที่แข็งแรงคนหนึ่ง
“แต่หลังของอาจารย์งอแล้ว” เซียวอวี้หรงส่ายศีรษะ เขารู้สึกว่าศิษย์น้องห้ายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจความน่ากลัวของวัยที่ล่วงเลย
เจียงจิ้นลู่แค่นเสียงเยาะ “นั่นเป็นเพราะท่านเห็นศิษย์พี่ใหญ่”
เซียวอวี้หรงมองเขาอย่างสับสน และจากนั้น…เขาก็ตระหนักได้
อาจารย์แกล้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าศิษย์พี่ใหญ่ เพราะอยากให้ศิษย์พี่ใหญ่แสดงความกตัญญูต่อท่าน?
ไม่ เป็นไปไม่ได้ อาจารย์จะทำแบบนั้นได้อย่างไร…
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ฟังคนทั้งสอง เขาเรียกให้โจวเว่ยจงเข้ามา “ส่งคนมาเฝ้าที่นี่หน่อย นอกจากไก่ของศิษย์พี่ใหญ่แล้วห้ามไม่ให้สิ่งมีชีวิตอื่นเข้าใกล้ เจ้าจะต้องอยู่ด้วย พยายามปกป้องแสงไฟเหล่านี้สุดชีวิต”
“พ่ะย่ะค่ะ!” โจงเว่ยจงรับคำทันที
“ฝ่าบาท?” เจียงจิ้นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็งุนงงไปเล็กน้อย “ท่านก็เชื่อคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ด้วยหรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” นางเป็นชายาของเขา จะไม่เชื่อได้หรือ
“แค่แสงไฟเหล่านี้ก็ตัดสินชีวิตได้เลยหรือ ยังมียันต์พวกนั้นที่แปะบนร่างของศิษย์พี่อีก มันก็แค่ภาพวาดลวดลายยุ่งเหยิงเท่านั้น มันไม่ใช่ยารักษาโรค แล้วจะช่วยชีวิตคนได้อย่างไร ข้ารู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่โตมาในวัดเต๋า บางทีนางอาจจะถูกเลี้ยงมาผิดๆ แต่พวกเราในฐานะศิษย์น้องก็ควรบอกให้ศิษย์พี่ใหญ่รู้ว่านางมีปัญหาอะไร…” เจียงจิ้นลู่มีหลักการและเหตุผลและกังวลอยู่บ้าง
“แล้วทำไมเมื่อครู่ศิษย์น้องไม่พูดออกมาล่ะ” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้ม
“…” เจียงจิ้นลู่สำลัก
ก็เขาไม่กล้านี่…
“ฐานะของฝ่าบาทพิเศษ หากท่านพูด อาจารย์จะต้องฟังบ้างล่ะ” เจียงจิ้นลู่รู้สึกหมดแรง
ให้รัชทายาทเป็นคนทำในเรื่องที่ตนเองไม่อยากทำ ไม่ใช่สิ่งที่วิญญูชนเขาทำกันจริงๆ
“ศิษย์น้องห้ากำลังจะรับตำแหน่งราชการในอนาคต หากต่อไปเจ้าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินพระทัยของโอรสสวรรค์ เจ้าก็จะไม่กล้าออกหน้าพูด แต่รอให้คนอื่นเริ่มก่อน?” คำพูดของจ้าวเสวียนจิ่งเฉียบขาด
รูม่านตาของเจียงจิ้นลู่หดเล็กลง ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นและหายใจเร็วขึ้นเล็กน้อยทันที
เซียวอวี้หรงได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ห้ามรัชทายาทแต่อย่างใด
สำหรับศิษย์น้องห้าแล้ว การเชื่อฟังคำของรัชทายาทก็เป็นสิ่งที่ดีกับเขาเอง
“เป็น…เป็นความผิดของศิษย์น้องเอง ประเดี๋ยวอาจารย์ออกมา ข้าจะไปพูดเอง” ต่อให้อาจารย์จะโกรธ แต่ในเมื่อมันเป็นความไม่พอใจของเขา เขาก็ควรที่จะพูดมันออกมาเองสิจึงจะถูก
แต่น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งกลับยิ่งเย็นชาลงไปอีก “หากอย่างนั้น…ต่อไปเมื่อเจ้ารู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินพระทัยของโอรสสวรรค์ก็จะกล่าวโทษพระองค์ทันที? ศิษย์น้องห้าหัวเจ้าขาดแล้ว”
ตอนที่ 888 ปิดไม่มิด
เจียงจิ้นลู่รู้สึกเย็นไปหมดทั้งตัวกับคำพูดของรัชทายาท เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกขัดแย้ง
ให้รัชทายาทไปพูดไม่ถูกต้อง เขาไปพูดเองก็ไม่ถูกต้อง?
“ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ได้…เช่นนั้นฝ่าบาทก็หมายความว่า ให้ข้าปล่อยให้อาจารย์กับศิษย์พี่ใหญ่ทำอะไรเหลวไหลไปอย่างนี้” เจียงจิ้นลู่ขมวดคิ้วมุ่น “แต่หากการตัดสินพระทัยของโอรสสวรรค์ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านนับหมื่นแสน แล้วจะให้ข้านิ่งดูดายได้อย่างไร”
“ไปคิดดูเอาเอง” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้อธิบายอะไรให้เขาฟัง
ต่อไปเขาจะเป็นคนที่ต้องตัดหัวคนอื่น ไม่ใช่คนที่จะต้องยื่นหัวออกไปให้คนอื่นตัดเสียหน่อย
ขุนนางควรทำตัวอย่างไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาที่เป็นเจ้าเป็นนายด้วย
ศิษย์น้องห้าถามคำถามผิดแล้ว
เป็นเพราะศิษย์น้องห้าอายุยังน้อยเกินไป พรสวรรค์ของศิษย์น้องเขาคนนี้ไม่ด้อยไปกว่าเวินหลันเฉิง เพียงแต่เขาไม่เหมือนกับเวินหลันเฉิงตรงที่เวินหลันเฉิงมาจากตระกูลขุนนาง เขาจึงได้รับความสนใจจากขุนนางท้องถิ่นและตระกูลที่มีชื่อเสียงมาโดยตลอด แต่ศิษย์น้องของเขามาจากครอบครัวที่ยากจน เขาจึงเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น แต่กลับไม่ค่อยมีประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไรกับผู้มีอำนาจเหนือกว่า
เขาเป็นคนฉลาดคิด ไม่ได้โง่
รัชทายาทเป็นนาย รัชทายาทว่าบอกว่าเขาทำไม่ถูก นั่นก็แปลว่าวิธีการของเขาจะต้องมีปัญหาแน่ๆ แต่เขาควรจะทำอย่างไรกันแน่
ส่วนในเวลานี้เซี่ยเฉียวก็นั่งอยู่ในห้องโถงแล้ว สีหน้าหลีซื่อเหยี่ยนเปี่ยมไปด้วยความรักและเมตตา
เมื่อไม่มีใครอยู่ด้วยเขาจึงเอ่ยขึ้น “ก่อนหน้านี้อาจารย์ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน จึงไม่สามารถรับจดหมายของพวกเจ้าได้ จนทำให้ไม่รู้เลยว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา จนกระทั่งไม่นานมานี้เองตอนที่ข้าอยู่ที่นี่ได้สักพักแล้ว ศิษย์น้องคนโตของเจ้าจึงได้ให้นกพิราบส่งจดหมายมาบ้าง…”
“ข้าได้ยินว่าเจ้ากับรัชทายาทหมั้นหมายกันแล้ว?” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ยถาม
ในจดหมายบอกเพียงว่ารัชทายาทหมั้นหมายแล้ว ฝ่ายหญิงก็คือบุตรสาวคนโตผู้มีชื่อเสียงของเซี่ยหนิวซานชื่อว่าเซี่ยเฉียว
“ใช่แล้ว” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “รัชทายาทไม่เลวเลย ข้าพอใจมาก”
“พอใจก็ดีแล้ว…หลายปีมานี้อาจารย์เดินทางไปทั่ว ได้พบเห็นหนุ่มสาวมาไม่น้อยซึ่งล้วนแต่หน้าตาไม่เลวกันทั้งนั้น แต่เมื่อเทียบกับรัชทายาทแล้ว สติปัญญาและพรสวรรค์ของพวกเขาก็ยังด้อยกว่าอยู่บ้าง หากจะพูดถึงข้อด้อยของรัชทายาท…”
“เขาดูเย็นชากว่าตอนที่เขายังเด็กเสียอีก อยู่ด้วยกันอาจทำให้เจ้ารู้สึกเบื่อได้” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ย
ตอนที่มือของรัชทายาทยังไม่ได้เป็นอะไร เขาเป็นหนุ่มน้อยที่อบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิคนหนึ่งจริงๆ
“อาจารย์ ร่างกายของข้าเองก็ไม่ชอบผู้ชายที่เอะอะโวยวาย โผงผางมากๆ ข้ารับไม่ไหว” เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย “ฝ่าบาทกำลังดีเลย หน้าตาดีมองแล้วก็สบายตาสบายใจ ต่อให้เขาจะยืนอยู่เฉยๆ ไม่พูดอะไรก็ไม่เป็นไร ข้าก็สามารถชื่นชมเขาได้ทั้งวันอยู่ดี”
“…” หลีซื่อเหยี่ยนส่ายศีรษะอย่างจนใจ
นังหนูนี่ชอบคนหน้าตาดีมาตั้งแต่เด็ก
ครั้งแรกที่นางเห็นเขา นางก็บอกว่าเขาดูเหมือนเซียนแก่ๆ
ยังมีโม่หลิงจื่อนักพรตเฒ่านั่น ตอนที่เขาพบหน้าเมื่อหลายปีก่อนก็ยังเป็นนักพรตต้มตุ๋นที่สกปรกมอมแมมไม่ดูแลตัวเองแบบที่หากเขาแกล้งทำเป็นขอทานก็ไม่มีใครสงสัย แต่ภายใต้เงื่อนไขของเซี่ยเฉียว เขาก็กลายเป็นเทพเซียนผู้วิเศษที่สามารถหลอกคนอื่นได้
นางตั้งเงื่อนไขด้านรูปลักษณ์ไว้สูง ดังนั้นตอนที่เขาต้องรับศิษย์ในช่วงหลายปีมานี้ เขาก็อดที่จะมองหาคนหน้าตาดีไม่ได้…
หน้าตาหล่อเหลาก็ดูสบายตาสบายใจจริงๆ
“แล้วเขารู้หรือไม่ว่าเจ้าก็คือเซี่ยเฉียว?” จู่ๆ หลีซื่อเหยี่ยนก็เอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว
นางยิ้มเขินน่ารัก “ข้าไม่รู้ อาจารย์ ใครๆ ก็รู้ว่าสุขภาพร่างกายเซี่ยเฉียวไม่ดี ต่อไปพอข้าแต่งงานไปแล้วก็จะได้ใช้เหตุผลนี้เป็นข้ออ้างให้ไม่ต้องพบเจอเขาทุกวัน ตอนที่มีเวลาว่าง ข้ายังจะสามารถใช้สถานะโม่ชูเซิงออกไปหาเงินได้โดยไม่เป็นอุปสรรค”
“นังหนู เจ้าจับนกอินทรีทั้งวันอย่าได้โดนมันจิกลูกตาเอาล่ะ ฝ่าบาทฉลาดกว่าที่เจ้าคิดนะ ตอนที่เจ้าสองคนยังไม่แต่งงาน เขาไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่หากแต่งงานกันแล้ว…เจ้าปิดไม่มิดหรอก”