ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 889 นายท่านผู้เฒ่าสิบสาม / ตอนที่ 890 ผิดศีลธรรม
ตอนที่ 889 นายท่านผู้เฒ่าสิบสาม / ตอนที่ 890 ผิดศีลธรรม
ตอนที่ 889 นายท่านผู้เฒ่าสิบสาม
เซี่ยเฉียวมองอาจารย์ของตนเองด้วยสายตาน่ารักว่าง่าย นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยืดหลังตรงก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ปิดบังท่าน ความจริงบางครั้งศิษย์ก็รู้สึกว่า…ตนเองเผยพิรุธออกไปจนรัชทายาทสงสัยบ้างแล้ว”
หลีซื่อเหยี่ยนนำขนมมาให้เซี่ยเฉียว นางกินไปสองสามคำแล้วเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “แต่ในเมื่อเขาไม่พูด ข้าก็จะถือว่าเขาไม่รู้ มีนักโทษคนไหนบ้างที่จะสารภาพออกมาเอง?”
อย่างไรก็ตาม การจะให้นางพูดออกมาเองว่านางเป็นคนทั้งสองนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้นางยังคงสามารถแสดงบารมีของศิษย์พี่ใหญ่ได้ หากให้พวกเขารู้อายุของนางจริงๆ แล้ว พวกเขาก็จะเห็นนางเป็นศิษย์น้องเท่านั้น!
นางรับไม่ได้ที่จะต้องสูญเสียความน่านับถือตนเองไป!
เคราของหลี่ซื่อเหยี่ยนกระพือ “นังหนูนี่ เจ้าว่าตัวเองอย่างนั้นได้อย่างไร”
“ศิษย์แต่ละคนของท่านมีนิสัยหยิ่งทะนงภูมิใจตัวเองกันมากๆ เดิมทีก็เอาใจยากอยู่แล้ว ตอนนี้ข้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ พวกเขาจึงไม่กล้าล่วงเกิน ต่อให้พวกเขาจะสงสัยข้าอยู่ในใจ แต่ก็ไม่กล้าจะทดสอบข้า แต่หากพวกเขารู้ว่าข้าอายุน้อยอย่างนั้น…หลายวันนี้ข้าจะได้หยุดพักบ้างไหม” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
เป็นศิษย์พี่ใหญ่…น่าสบายใจกว่ามาก เพียงแต่น่าเสียดายที่ศิษย์น้องของนางล้วนแต่อายุมากกว่านางกันทั้งนั้น!
“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล เด็กพวกนั้น…เป็นพวกอยู่ไม่สุข” อาจารย์ผู้เฒ่าลูบเคราตนเอง ทั้งรู้สึกเหนื่อยหน่ายและภูมิใจไปพร้อมๆ กัน
ถึงอย่างไรเด็กพวกนี้ก็เป็นศิษย์ของเขา ซึ่งต่างก็มีนิสัยไม่ยอมคนง่ายๆ อยู่แล้ว
ความจริงแล้วเหตุผลที่สำคัญที่สุดที่เซี่ยเฉียวต้องปิดบังตัวตนหาใช่เพราะกลัวว่าศิษย์น้องทั้งหลายจับผิดไม่ แต่เป็นเพราะหากมีคนรู้จักตัวตนนี้ของนางมากเข้า มันก็จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เช่นนั้นแล้ว…คนอื่นๆ ก็จะยิ่งรู้เร็วขึ้นไปด้วย
ตอนนี้นางเป็นว่าที่พระชายาของรัชทายาท หากคนอื่นรู้ว่านางคือโม่ชูเซิงแล้วล่ะก็ ต่อไปนางจะไปหลอกคนอื่น…อุ๊ย ไม่ใช่สิ ทำความดีสะสมบุญได้อย่างไร
หลีซื่อเหยี่ยนรักใคร่เอ็นดูศิษย์คนโตผู้นี้ ไม่ว่าเซี่ยเฉียวจะพูดอย่างไร เขาก็ย่อมรู้สึกว่านางมีเหตุผล
“ตอนที่อยู่ข้างนอกอาจารย์ซื้อของให้เจ้ามากมาย ประเดี๋ยวจะให้คนยกไปให้เจ้า” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ย
เซี่ยเฉียวไม่ได้ปฏิเสธ “ขอบคุณอาจารย์ ศิษย์เองก็เตรียมของขวัญไว้ให้อาจารย์เช่นกัน ท่านจะต้องชอบมันแน่!”
หลีซื่อเหยี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็ตั้งตารอคอยอย่างยิ่ง
เพียงแต่ตอนนี้เซี่ยเฉียวและรัชทายาทยังไม่ได้กำหนดเรื่องที่พักให้เรียบร้อย ดังนั้นนางจึงยังไม่รีบร้อน
หลังจากพูดคุยทักทายกันอีกสักพักหลีซื่อเหยี่ยนก็ปล่อยนางไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เจียงจิ้นลู่ก็พาพวกเซียวอวี้หรงไปพบกับเจ้าบ้านตระกูลเหมิง
เจ้าบ้านตระกูลเหมิงที่อาจารย์อาศัยอยู่นี้มีชื่อว่าเหมิงเซี่ยนเต๋อ เขาอายุไม่น้อยแล้ว คาดว่าประมาณห้าหกสิบปี ตระกูลเหมิงมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก เหมิงเซี่ยเต๋อผู้นี้ถือว่ามีฐานะไม่ธรรมดาในตระกูล เมื่อคนที่นี่พบเจอเขาก็ยังต้องเรียกเขาอย่างสุภาพว่า ‘นายท่านผู้เฒ่าสิบสาม’
‘นายท่านผู้เฒ่าสิบสาม’ ผู้นี้ให้กำเนิดบุตรสาวมากมาย แต่กลับมีบุตรชายเพียงคนเดียวเท่านั้น และบุตรชายก็มีหลานชายให้เขาเพียงคนเดียวด้วยเช่นกัน
ครอบครัวใหญ่ที่มีมีกิจการใหญ่โตขนาดนี้ แต่กลับมีทายาทสืบทอดเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
อาจารย์หลีผู้เฒ่าได้บอกเหมิงเซี่ยนเต๋อเรื่องที่ศิษย์ของเขากำลังจะมาเอาไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นเวลานี้เขาจึงมาพบปะด้วยตนเอง
เนื่องจากจ้าวเสวียนจิ่งไม่ควรที่จะแสดงสถานะของตนเองออกไป เจียงจิ้นลู่จึงเอ่ยแค่ว่า “ท่านทั้งสองนี้คือศิษย์พี่จ้าวและศิษย์พี่เซียว แล้วก็ยังมีศิษย์พี่ใหญ่ผู้อาวุโสมาด้วย เพียงแต่ศิษย์พี่ใหญ่ยังมีธุระอย่างอื่นต้องจัดการ จึงไม่สามารถมาพบนายท่านผู้เฒ่าได้ ขอให้ท่านอภัยด้วย”
“มิกล้าหรอก” สีหน้าของเหมิงเซี่ยนเต๋อแสดงความปลื้มปิติออกมา “ทุกท่านต่างก็เป็นยอดคนกันทั้งนั้น ต่างพากันเดินทางไกลมาถึงที่นี่ ข้าไม่รู้จะพูดอย่างไรดี…หลายวันก่อนข้าก็ได้จัดเตรียมห้องพักรับรองไว้ให้พร้อมแล้ว หากทุกท่านไม่รังเกียจก็พำนักอยู่ที่นี่เสียเถิด จะได้ดูแลกันสะดวก…”
ตอนที่ 890 ผิดศีลธรรม
เหมิงเซี่ยนเต๋อไม่มีความเย่อหยิ่งใดๆ และถึงขนาดถ่อมตนมาก
อาจารยหลีผู้เฒ่ารับศิษย์จำนวนมาก ใต้หล้าต่างก็รู้เรื่องนี้ หนึ่งในนั้นยังเป็นรัชทายาทองค์ปัจจุบัน เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าให้การต้อนรับคุณชายทั้งสองตรงหน้านี้ไม่ดี
แม้ว่ารัชทายาทองค์ปัจจุบันไม่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แต่คนอื่นๆ ก็มีที่มาไม่ธรรมดา
เขาเป็นเพียงพ่อค้าคนหนึ่ง จึงได้แต่ต้องก้มหน้าคำนับเอาไว้ก่อน
เดิมทีเซียวอวี้หรงอยากจะปฏิเสธ แต่จ้าวเสวียนจิ่งกลับนำหน้าเขาไปหนึ่งก้าว “หากอย่างนั้น พวกเราคงต้องรบกวนนายท่านผู้เฒ่าแล้ว”
เซียวอวี้หรงงุนงงเล็กน้อย
อันที่จริงแล้วพวกเขาอยากที่จะอยู่ข้างนอกมากกว่า และอยากจะพาอาจารย์และศิษย์น้องสามออกไปด้วยกัน เพราะถึงอย่างไร นอกจากพวกเขาสามคนศิษย์พี่ศิษย์น้องแล้ว รัชทายาทก็ยังพาคนติดตามมาด้วยมากมาย พวกเขามีกันจำนวนมากจึงไม่ควรที่จะไปรบกวนคนอื่น
แต่เมื่อรัชทายาทเอ่ยปากไปแล้ว เขาก็ไม่ควรที่จะไปโต้แย้ง
ตกเย็นนายท่านผู้เฒ่าเหมิงก็เป็นเจ้าภาพเชิญผู้เฒ่าหลีและพวกเขาไปกินข้าวด้วยกัน
คราวนี้เซี่ยเฉียวก็ไปร่วมโต๊ะด้วย
นางนั่งอยู่ข้างๆ หลีซื่อเหยี่ยน และไม่ได้พูดอะไรมาก แต่กลับสามารถสัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่มองมาที่นาง
และในบรรดาสายตาที่มองมานั้นหลายคู่ก็มาจากพวกผู้หญิง
ไม่ผิด มาจากพวกผู้หญิงจริงๆ
ครอบครัวตระกูลเหมิงนี้…ไม่ค่อยพิถีพิถันมากนัก นอกจากนางแล้วแขกของเขาเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นผู้ชายทั้งนั้น แต่นายท่านผู้เฒ่าตระกูลเหมิงกลับให้ลูกสาวหลานสาวของตนเองออกมาดีดพิณร่ายรำ…
ใบหน้าเซียวอวี้หรงแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
เขาดูเขินอาย และหากไม่ใช่เพราะแม่นางที่ออกมาร่ายรำพวกนั้นแต่งกายมิดชิด เขาก็คงจะร้องตะโกนออกมาแล้วว่า ‘ผิดศีลธรรม’
“ทำ…ทำไมคนบ้านนี้ถึงให้กุลสตรีออกมาร่ายรำต่อหน้าคนนอกที่เป็นผู้ชายกันล่ะ…” เซียวอวี้หรงเอ่ยกับเจียงจิ้นลู่ที่อยู่ข้างๆ เสียงเบา
แม้ว่าเจียงจิ้นลู่จะอายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบปี แต่กลับนิ่งกว่า สีหน้าเขาไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย “ศิษย์พี่เซียวอาจจะไม่รู้ ครอบครัวอย่างพวกเขามักจะอยากผลักดันให้ลูกสาวของตนเองออกเรือนแต่งงานไป เดิมทีข้าก็ประหลาดใจมาก แต่หลังจากที่ได้เดินทางกับอาจารย์ไปทั่ว ข้าก็เห็นเรื่องแบบนี้มาจนไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว”
ลูกศิษย์ของหลีซื่อเหยี่ยนหรือจะมีอนาคตไม่ดี?
หากถูกตาต้องใจเข้าแล้ว อย่าว่าแต่เป็นภรรยาเอกเลย ต่อให้เป็นอนุภรรยา เกรงว่านายท่านผู้เฒ่าตระกูลเหมิงผู้นี้ก็คงจะยินดี
เซียวอวี้หรงถอนหายใจ “การร่ายรำนั้นงดงามก็จริง แต่น่าเสียดายที่เป็นการร่ายรำเพื่อเอาอกเอาใจผู้ชาย มันไม่เหมาะสมจริงๆ”
แล้วยังใช้คนมากขนาดนี้
เขาพยายามกดสายตาให้ต่ำที่สุด
ท่าทางเช่นนั้นของเขาช่างไร้เดียงสาจริงๆ
เซี่ยเฉียวแอบเห็นว่า มีแม่นางน้อยสองสามคนจับจ้องเซียวอวี้หรงไม่วางตาโดยไม่รังเกียจว่าเขาอายุมากแล้ว
และดูเหมือนว่าการที่นางและเซียวอวี้หรง ‘อายุไล่เลี่ยกัน’ จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นหลังจากที่หญิงสาวเหล่านั้นมองเซียวอวี้หรงเสร็จแล้วก็จะมองมาที่นางด้วยสายตาประเมินราวกับกำลังตัดสินความสามารถในการแข่งขันของนาง
“อาจารย์หลี ลูกศิษย์ของท่านนี้…ยังเป็นฆราวาสผู้ศึกษาเต๋าด้วยหรือ” นายท่านผู้เฒ่าเหมิงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ถูกต้อง ศิษย์ของข้าฉลาดเฉลียวโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเต๋าหรือพุทธก็พอรู้พอเข้าใจอยู่บ้าง” หลี่ซื่อเหยี่ยนตาเป็นประกาย
“ท่านอาจารย์โชคดีมากที่มีลูกศิษย์ที่ดีเช่นนี้” นายท่านผู้เฒ่าเหมิงเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากเพื่อไม่ให้ดูน่ารำคาญ แต่เขาก็ยังไม่ลืมเอ่ยชมเซี่ยเฉียวด้วย
เซี่ยเฉียวเพียงยิ้มอย่างสุภาพและไม่พูดอะไร
จ้าวเสวียนจิ่งพูดน้อยกว่านางเสียอีก ใบหน้าของเขาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ทั้งๆ ที่เขาดูดีกว่าและอายุน้อยกว่าเซียวอวี้หรง แต่ท่าทางไม่รับแขกเช่นนี้ทำให้พวกผู้หญิงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
“การร่ายรำของคุณหนูสามนั้นงดงามจริงๆ แต่ข้าก็ยังชอบเอวองค์ของคุณหนูสี่มากกว่า หากข้าเป็นคุณชายสูงศักดิ์เหล่านี้ ข้าจะเลือกคุณหนูสี่”
“คุณหนูสี่ท่าทางเจ้าชู้เล่นหูเล่นตา ไม่น่าแต่งด้วยหรอก ข้าคิดว่าคุณหนูหกดีกว่า อ่อนโยน รู้ความ และดีดพิณได้น่าฟัง…”
“น่าฟัง แล้วเจ้าฟังเป็นหรือ ก็แค่ดีดพิณเท่านั้น แต่งงานไปก็เป็นได้แต่เครื่องประดับตกแต่ง ข้าคิดว่าคุณหนูห้าดีกว่า แค่มองก็รู้แล้วว่านางดูแลเอาใจใส่คนเป็น…”
เซี่ยเฉียวไม่เป็นอันกินข้าว เพราะมีวิญญาณหลายตนย่อตัวนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารอันยาวเหยียดนี้